รับแอปรับแอป

เรียน AI แบบลงมือทำจริง ตั้งแต่ห้องเรียนถึงองค์กรชั้นนำ ที่ สจล. ปั้นสายลึกให้เป็นตัวจริงยุคใหม่

จิรายุ คงมั่น01-30

ปูพื้นอนาคตสาย AI ที่ไม่ได้มีแค่ทฤษฎี

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เดินเกมยาวรับยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้แค่สอนให้ “ใช้เครื่องมือ” แต่ปั้นหลักสูตรแบบเจาะลึกทั้งทฤษฎีและการลงมือทำจริง เพื่อให้นักศึกษาพร้อมรับโลกที่ AI เข้าไปอยู่แทบทุกมิติของชีวิตและธุรกิจ

เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้ใช้ AI เป็น แต่ต้องเข้าใจมันอย่างแท้จริง และควบคุมทิศทางมันได้

3 สายหลักในโลกดิจิทัลของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศของ สจล. วางหลักสูตรปริญญาตรีมาเพื่อผลิตบุคลากรที่ลงสนามทำงานได้ทันที รองรับดีมานด์สายดิจิทัลที่โตขึ้นต่อเนื่อง โดยมี 3 สายหลักสำคัญ:

  • เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)

    • ครอบคลุม 3 แขนง: ระบบเครือข่าย, การพัฒนาซอฟต์แวร์, มัลติมีเดีย

    • โฟกัสการสร้างผู้เชี่ยวชาญที่เข้าองค์กรไหนก็ทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่ผ่านวิชา

  • วิทยาการข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ (Data Science and Business Analytics)

    • ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่ที่ตัดสินใจด้วยข้อมูล

    • เน้นตั้งแต่การจัดการข้อมูล ไปจนถึงการวิเคราะห์เพื่อประกอบการตัดสินใจเชิงธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

  • เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Technology)

    • หลักสูตรล่าสุดที่วางมาชัด ๆ ว่า “ต้องได้ลงมือทำ”

    • นักศึกษาไม่ได้เรียนแค่โมเดล แต่ต้องเอา AI ไปแก้ปัญหาจริงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

AI Technology: เน้นลงสนามจริง ตั้งแต่ปี 1

หลักสูตรเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ถูกออกแบบให้ “มือเปื้อนงานจริง” เป็นหลัก ไม่ใช่เรียนแค่ในสไลด์ โดยเฉพาะสองกลไกสำคัญที่ช่วยให้เด็กได้คิดแบบนักพัฒนาและนักธุรกิจไปพร้อมกัน

1) Team Project: ฝึกคิดแบบทีม–คิดแบบธุรกิจ

ตั้งแต่ปี 1 จนถึงปี 3 นักศึกษาจะได้เจอกับรายวิชา Team Project ที่ไม่ได้มีไว้ทำโปรเจ็กต์ส่งผ่าน ๆ แต่เป็นสนามซ้อมสำคัญในการเรียนรู้:

  • การทำงานเป็นทีมเหมือนอยู่ในองค์กรจริง

  • การวิเคราะห์ปัญหา และมองหา Pain Point ที่เอา AI ไปช่วยได้

  • การออกแบบโครงงานที่มีเป้าหมายเชิงธุรกิจ ไม่ใช่แค่ “ของเจ๋งแต่ใช้จริงไม่ได้”

  • การฝึกคิดเชิงลงทุน และการนำเสนอผลงานให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

2) ฝึกงานแบบ “ฝังตัว” ผ่านสหกิจศึกษา

อีกมุมหนึ่งที่ทำให้หลักสูตรนี้แตกต่าง คือการฝึกงานแบบฝังตัว (Cooperative and Work Integrated Education) โดยเฉพาะในสาย AI นักศึกษาจะเข้าไปทำงานในองค์กรทั้งรัฐและเอกชนในฐานะ “พนักงานฝึกหัดจริง”

  • ได้ทำงานกับระบบและโจทย์ขององค์กรจริง

  • ได้เห็น Workflow การทำงานในธุรกิจ ไม่ใช่แค่จำลองสถานการณ์

  • เปลี่ยนความรู้จากห้องเรียนให้กลายเป็นสกิลที่ใช้ได้ทันทีในโลกการทำงาน

เรียน AI แบบลงลึก: ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงงานวิจัย

หลักสูตรเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สจล. เปิดสอนครบทั้ง ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยวางโครงให้เข้าใจ “ตั้งแต่รากจนถึงยอด” ของการสร้าง AI

พื้นฐานที่ต้องแน่นก่อนเล่นของยาก

เนื้อหาช่วงต้นจะพานักศึกษาปูฐานให้แข็งแรงในเรื่อง:

  • คณิตศาสตร์ที่จำเป็นต่อ Machine Learning และ AI

  • การเขียนโปรแกรม

  • เทคโนโลยีสารสนเทศพื้นฐาน

เมื่อพื้นฐานครบ ถึงจะเริ่มไต่ระดับสู่เนื้อหาเฉพาะทาง

ลงลึกสู่สายลึก AI

ในระดับเนื้อหาสายลึก นักศึกษาจะได้สัมผัสหัวข้อที่เป็นหัวใจของ AI ยุคใหม่ เช่น

  • Deep Learning

  • Probabilistic Machine Learning

  • Data Science

  • Big Data Analytics and Engineering

  • Neural Network and Optimization

  • Computer Vision

  • Natural Language Processing (NLP)

  • การจัดกลุ่มข้อมูล (Clustering)

  • การประมวลผลภาพ (Image Processing)

  • การเชื่อมโยงระบบ Internet of Things (IoT)

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หยุดแค่ในห้องเรียน แต่ต้องถูกเอาไปใช้ในการทำโครงงานหรือวิทยานิพนธ์จริง (Thesis) ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เช่น SCG, Seagate, Western Digital, KBTG โดยเฉพาะงานด้าน FinTech, System Integration และ Data Analytics

ด้านฮาร์ดแวร์ก็ไม่ธรรมดา

เพื่อรองรับงานวิจัยด้าน AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สจล. มี DGX Server ซึ่งเป็นระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (High Performance Computing) รองรับทั้ง

  • งานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์

  • การประมวลผล Big Data

  • การฝึกและพัฒนา Machine Learning Model ขนาดใหญ่

Generative AI: ถ้าไม่เข้าใจ เราอาจถูกมันนำทางแทน

ปัจจุบัน Generative AI เข้ามาแทรกตัวอยู่ในหลายสายอาชีพอย่างชัดเจน ทั้งงานด้านภาษา ภาพ และการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ แต่ปัญหาใหญ่ของสังคมตอนนี้คือ

ใช้ AI เก่ง แต่ “ไม่เข้าใจ” ว่ามันคิดอย่างไร

เมื่อไม่เข้าใจหลักการและข้อจำกัดของเทคโนโลยี มนุษย์ก็มีโอกาสกลายเป็นฝ่ายถูกระบบนำทาง แทนที่จะเป็นผู้ออกแบบและกำหนดทิศทางของมัน

การเรียน AI ที่แท้จริง จึงต้องสอนให้มอง AI เป็น “เครื่องมือที่เราคุมได้” ไม่ใช่ “กล่องดำที่ต้องเชื่อมันทุกอย่าง”

AI: ไม่ใช่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นสกิลพื้นฐานของอนาคต

วันนี้ AI ไม่ได้เป็นแค่คำฮิต แต่กลายเป็นเทคโนโลยีที่ยากจะหลีกเลี่ยงในแทบทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นงานโปรแกรม, ธุรกิจ, คอนเทนต์ หรือการบริหารองค์กร

การเรียนรู้ AI จึงไม่ควรจบแค่การ “ใช้เครื่องมือ” แต่ต้องเข้าใจตั้งแต่เบื้องลึก โดยเฉพาะคนที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์

  • นักศึกษาสามารถใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดได้ก็จริง

  • แต่ถ้าไม่เข้าใจพื้นฐานเลย จะปรับ แก้ หรือออกแบบระบบให้ตรงตามโจทย์จริงของผู้ใช้ไม่ได้

มุมมองสำคัญคือ AI ควรถูกมองเป็น “ส่วนขยายศักยภาพมนุษย์” ไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนที่มนุษย์

เมื่อเข้าใจ AI อย่างลึกซึ้ง นักศึกษาจะเปลี่ยนจากผู้ตามเทคโนโลยี ไปเป็นคนที่ใช้มันเพื่อสร้างโอกาสของตัวเอง ทั้งในเส้นทางการเป็นพนักงานมืออาชีพ และการลุยสายผู้ประกอบการในอนาคต

รับเด็กอย่างไร ใครเหมาะกับสายนี้

ในระดับปริญญาตรี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สจล. รับนักศึกษารุ่นละประมาณ 250 คน โดยเฉพาะสาย AI จะได้โอกาสฝึกงานในองค์กรจริง ซึ่งทำหน้าที่เหมือนสะพานเชื่อมจากตำราสู่โลกการทำงาน

แนวคิดการสอนจึงไม่ได้เน้นแค่ “จบแล้วรู้เยอะ” แต่เน้นให้

  • รู้จักการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)

  • ปรับตัวทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนตลอดเวลา

  • มีทั้งความรู้ วิธีคิด และวิธีรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

ในระดับ ปริญญาโท – เอก มีหลักสูตรภายใต้ชื่อ AI for Business Analytics เปิดรับรุ่นละประมาณ 30–45 คน ผู้เรียนส่วนใหญ่เป็นคนทำงานจากภาคธุรกิจจริง รวมถึงเจ้าของกิจการที่มองเห็นแล้วว่า ถ้าไม่เอา AI เข้าองค์กร ก็อาจตามคู่แข่งไม่ทัน

สรุป: ถ้าอยากไม่ใช่แค่ “คนใช้ AI” แต่เป็น “คนสร้างอนาคตด้วย AI”

โลกกำลังเดินหน้าไปไกลด้วยพลังของ AI และ Generative AI แต่ความต่างระหว่างคนที่ถูกเทคโนโลยีนำ กับคนที่ใช้เทคโนโลยีเป็นแต้มต่อชีวิต อยู่ที่ระดับความเข้าใจเชิงลึกและประสบการณ์จริงในการลงมือทำ

หลักสูตรสาย AI ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สจล. วางโครงให้ครบทั้ง:

  • พื้นฐานแน่น + เนื้อหาสายลึก

  • โปรเจ็กต์ทีมที่คิดแบบธุรกิจ

  • การฝึกงานแบบฝังตัวในองค์กรจริง

  • โครงสร้างพื้นฐานด้านฮาร์ดแวร์ระดับ High Performance Computing

ใครที่อยากยืนอยู่แถวหน้าของยุค AI การเริ่มจากการเข้าใจกลไกเบื้องหลัง ไม่ใช่แค่กดปุ่มใช้งาน คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด