Nothing เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ Phone (4b) ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2026 ซึ่งถือเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของซีรีส์ B ที่บริษัทสร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับตลาดระดับเริ่มต้น หลังจากก่อนหน้านี้ Nothing ยืนยันว่าจะไม่มีสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ CMF ในปีนี้
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนกลยุทธ์ใหม่ของ Nothing ที่ต้องการขยายฐานผู้ใช้ โดยนำประสบการณ์ของแบรนด์มาสู่กลุ่มราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ซีรีส์ B คืออะไร?
Akis Evangelidis ผู้ร่วมก่อตั้ง Nothing อธิบายว่า ซีรีส์ B ไม่ได้มาแทนที่ซีรีส์ A แต่เป็นการเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ให้มีลำดับชัดเจนยิ่งขึ้น
Phone (ไม่มีตัวอักษร) = รุ่นเรือธง
Phone (a) = รุ่นระดับกลางพรีเมียม
Phone (b) = รุ่นเริ่มต้น เน้นความคุ้มค่า
บริษัทระบุว่าซีรีส์ B ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้กลุ่มใหม่เข้าถึงระบบนิเวศของ Nothing ได้ง่ายขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์ด้านดีไซน์เอาไว้

ดีไซน์ยังคงเอกลักษณ์ Nothing
จากภาพทีเซอร์ที่บริษัทปล่อยออกมา Phone (4b) ยังคงใช้ดีไซน์ฝาหลังโปร่งใส พร้อมระบบไฟ Glyph Bar แต่ปรับให้เรียบง่ายกว่ารุ่นก่อน
ตัวเครื่องใช้ดีไซน์แบบ Unibody กล้องหลังคู่ถูกจัดวางให้เกือบเรียบไปกับฝาหลัง และ Glyph Bar ถูกลดเหลือประมาณ 5 ส่วน จากเดิมที่มีจำนวนมากกว่าในซีรีส์ A เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต
สเปกที่หลุดออกมา
Nothing ยังไม่ประกาศสเปกอย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลจากฐานทดสอบ Geekbench และรายงานหลายสำนักระบุว่า Phone (4b) อาจมาพร้อม
ชิป Qualcomm Snapdragon 6 Gen 4
RAM 8GB
Android 16 พร้อม Nothing OS
หน้าจอ AMOLED รีเฟรชเรต 120Hz
กล้องหลังคู่
มีให้เลือกอย่างน้อย 2 ความจุ
ทั้งนี้ รายละเอียดทั้งหมดจะได้รับการยืนยันในวันเปิดตัว
ราคาถูกกว่า Phone (4a)
รายงานจากนักปล่อยข่าวหลายรายระบุว่า Phone (4b) จะมีราคาต่ำกว่า Phone (4a) ประมาณ 3,000–5,000 รูปีอินเดีย (ราว 1,100–1,800 บาท) ทำให้เป็นสมาร์ตโฟน Nothing ที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ Nothing ยอมรับว่าต้นทุนชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้นทำให้ต้องยกเลิกแผนเปิดตัวสมาร์ตโฟน CMF รุ่นใหม่ และเลือกย้ายตลาดระดับเริ่มต้นมาอยู่ภายใต้แบรนด์ Nothing แทน
ยังไม่ขายในสหรัฐฯ
แม้ Nothing จะเปิดตัว Phone (4b) อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม แต่บริษัทได้ยืนยันแล้วว่า รุ่นนี้จะไม่วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาและอเมริกาเหนือ โดยจะเน้นทำตลาดในอินเดียและภูมิภาคอื่นเป็นหลัก
เดิมพันใหม่ของ Nothing
การเปิดตัว Phone (4b) แสดงให้เห็นว่า Nothing กำลังปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ จากเดิมที่มีเพียงรุ่นเรือธงและซีรีส์ A มาเป็น 3 ระดับราคา เพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนรายอื่นในตลาดมากขึ้น
หาก Phone (4b) เปิดตัวด้วยราคาตามที่คาดไว้ ก็อาจกลายเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนสายคุ้มที่น่าจับตาของปี 2026 โดยยังคงจุดขายด้านดีไซน์ที่แตกต่าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Nothing มาตั้งแต่เริ่มต้น
ที่มา mashable


ความคิดเห็น