ก่อนเปิดโปรแกรม AI ลองคิดแบบกราฟิกดีไซเนอร์ตัวจริงก่อน
เคยเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วนั่งมองหน้าจอ ไม่รู้จะเริ่มดีไซน์จากตรงไหนไหม?
เบื้องหลังงานกราฟิกสวย ๆ ไม่ได้มีแค่สกิลใช้โปรแกรมหรือสั่ง AI ให้เก่งเท่านั้น แต่คือ กระบวนการคิดที่ชัดเจนและเป็นระบบ ตั้งแต่โลโก้ โปสเตอร์ โฆษณา ไปจนถึงคอนเทนต์โซเชียลมีเดีย ทุกชิ้นล้วนผ่านการวางแผนมาแล้วทั้งนั้น
มาลองดูว่า 4 ขั้นตอนคิดงานที่กราฟิกดีไซเนอร์มืออาชีพใช้จริง มีอะไรบ้าง แล้วจะเอาไปปรับใช้กับงานที่ทำด้วยตัวเองหรือด้วย AI ได้ยังไง
1. Understand – จับโจทย์ให้แม่น ก่อนแตะเครื่องมือ
ทุกดีไซน์ที่ดี เริ่มจาก เข้าใจโจทย์ให้ชัด ไม่ใช่แค่ทำให้สวย แต่ต้องตอบเป้าหมายของงานนั้นให้ได้
ก่อนจะเริ่มออกแบบ ลองเช็กตัวเองให้ครบ:
อ่านบรีฟให้ละเอียด ว่างานนี้ทำเพื่อใคร มีเป้าหมายอะไร ต้องการให้คนดูรู้สึกหรือทำอะไรต่อ
ทำความเข้าใจตัวตนของแบรนด์ เช่น สไตล์ แคแร็กเตอร์ และ Mood & Tone ที่แบรนด์ต้องการสื่อ
วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ว่าคนดูเป็นใคร ชอบสีแบบไหน ใช้ภาษาโทนไหนถึงจะรู้สึกว่า “ใช่”
ถ้าข้ามขั้นตอนนี้ไป งานอาจจะออกมาดูดีแต่ ไม่ตอบโจทย์ หรือสื่อสารผิดกลุ่มเป้าหมายไปเลยก็ได้ การจับโจทย์ให้แม่นตั้งแต่ต้น จะช่วยให้เราเลือกทิศทางดีไซน์ได้ถูกตั้งแต่แรก และลดการแก้งานซ้ำไปมา
2. Research – หาข้อมูล เติมอินสไปร์ให้เต็ม
เมื่อรู้โจทย์ชัดแล้ว ขั้นต่อมาคือ หาข้อมูลและไอเดีย เพื่อไม่ให้งานที่ทำออกมาลอย ๆ หรือเดาเอาเอง
ลองทำสิ่งเหล่านี้:
ดูตัวอย่างงานของแบรนด์อื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อดูว่าตลาดตอนนี้หน้าตาเป็นแบบไหน
หาแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัว หรือที่ที่ไม่คุ้นเคยบ้าง เพราะไอเดียดี ๆ มักโผล่มาจากที่ที่เราไม่คาดคิด
ใช้แพลตฟอร์มรวมงานดีไซน์ในการหางาน Reference เพื่อดูทิศทางที่เป็นไปได้
สร้าง Mood Board รวบรวมสี ฟอนต์ ภาพ และองค์ประกอบที่อยากใช้ไว้ในที่เดียว
Mood Board คืออาวุธลับของดีไซเนอร์ เพราะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของงานตั้งแต่ก่อนเริ่มลงมือจริง ทำให้ไม่หลุดโทน ไม่หลงทิศ และคุมงานทั้งหมดให้อยู่ในคาแรกเตอร์เดียวกันได้ง่ายขึ้น
3. Create – ลงมือทำ ลอง ปรับ เล่น อย่ากลัวผิด
พอมีทิศทางชัดแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือสร้างงานจริง นี่คือจุดที่เรานำทุกอย่างที่ Research มา แปลงให้กลายเป็นดีไซน์
เพื่อให้งานออกมาดีขึ้น ลองใช้เทคนิคเหล่านี้:
ทำหลายเวอร์ชัน อย่าหยุดแค่แบบแรก ลองปรับหลาย ๆ ทางเพื่อเปรียบเทียบและเลือกสิ่งที่ดีที่สุด
เปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้ทดลอง อย่ามัวกลัวว่าจะทำพลาด เพราะความลองผิดลองถูกนี่แหละที่พาไปเจอไอเดียใหม่ ๆ
ให้เพื่อนหรือทีมช่วยดูอีกมุม มุมมองจากคนอื่นมักช่วยให้เราเห็นจุดที่ตัวเองมองไม่ออก
ไม่ว่าคุณจะออกแบบเองหรือใช้ AI ช่วยสร้างภาพ ขั้นตอนนี้คือการ “เล่นให้พอ” ก่อนค่อยเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุด
4. Refine – เก็บงานให้เนี๊ยบแบบมืออาชีพ
ดีไซน์เสร็จแล้วไม่ได้แปลว่างานจบ ยังต้องมีขั้นตอน เก็บรายละเอียดให้เรียบร้อย ก่อนส่งจริง
เช็กลิสต์ที่ไม่ควรมองข้าม:
ไล่ดูบรีฟอีกรอบ ว่างานที่ออกแบบมาตรงโจทย์ครบทุกข้อหรือยัง
ตรวจคำผิด โดยเฉพาะงานที่มีตัวหนังสือเยอะ ๆ เพราะคำสะกดผิดทำให้ภาพลักษณ์งานดูไม่โปรทันที
เช็ก Mood & Tone ว่างานยังอยู่ในทิศทางเดิมที่วางไว้ตั้งแต่แรกไหม
ดูบาลานซ์ของงานโดยรวม ทั้งเลย์เอาต์ ตัวอักษร สี และการจัดพื้นที่ให้อ่านง่าย สบายตา
อีกเรื่องที่มือใหม่มักมองข้ามแต่สำคัญมาก คือ การปิดไฟล์ให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่ว่าจะส่งให้ทีม โรงพิมพ์ หรืออัปขึ้นโซเชียล ต้องตั้งค่าขนาดสี และฟอร์แมตไฟล์ให้ถูก เพื่อไม่ให้เสียเวลากลับมาแก้ซ้ำ และช่วยให้งานดูมืออาชีพขึ้นมาก
สรุป: งานสวยอย่างเดียวไม่พอ ต้องคิดเป็นระบบด้วย
การเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ ไม่ว่าจะทำงานเองหรือใช้ AI ช่วย ไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการมี กระบวนการคิดงานที่เป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่
เข้าใจโจทย์ให้เคลียร์
หาข้อมูลและ Reference ให้แน่น
ลงมือทดลองและสร้างดีไซน์หลากหลายเวอร์ชัน
เก็บรายละเอียดจนงานพร้อมใช้งานจริง
เมื่อทำครบทุกขั้นตอน งานของเราจะไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว แต่จะ ตอบโจทย์และสื่อสารกับคนดูได้ตรงจุด สร้างทั้งความประทับใจและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์และตัวดีไซเนอร์เอง

