ซอมเมลิเยร์มือขวาแห่ง Nusara ที่อยู่เบื้องหลังรางวัลระดับเอเชีย
เบื้องหลังก้าวใหญ่ของร้านอาหารไทยระดับโลก ไม่ได้มีแค่เชฟอยู่หน้าเตา แต่ยังมีซอมเมลิเยร์ที่คอยดูแลโลกของเครื่องดื่มให้มื้ออาหารสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
หนึ่งในนั้นคือ ตาม-ชัยสิริ ทัศนาขจร Managing Director แห่ง Nusara Group และมือขวาคนสำคัญของเชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ที่ช่วยผลักดันให้ร้าน ‘นุสรา’ คว้ารางวัล Gin Mare Art of Hospitality Award 2024 พร้อมทั้งไต่อันดับขึ้นสู่ Top 10 ของเอเชียจาก Asia’s 50 Best Restaurants
ในฐานะทั้งผู้บริหารและซอมเมลิเยร์ เขาคือคนที่เชื่อมโยงอาหารไทยรสจัดจ้านเข้ากับโลกของไวน์และเครื่องดื่มจากทั่วโลกให้กลายเป็นประสบการณ์เดียวกันบนโต๊ะอาหาร
ซอมเมลิเยร์คือใคร และทำอะไรบ้าง
ซอมเมลิเยร์ไม่ได้แค่เป็นคนรินไวน์ แต่เป็นคนที่ต้องเข้าใจ รายละเอียดลึกของไวน์ทุกสไตล์ ตั้งแต่ที่มา องุ่น แหล่งปลูก วิธีการผลิต ไปจนถึงการดูแลรักษาในแต่ละขวด
หน้าที่สำคัญของซอมเมลิเยร์คือ
เลือกและจัดทำไวน์ลิสต์ของร้าน
แนะนำการจับคู่ไวน์และเครื่องดื่มกับอาหาร
ดูแลสภาพการเก็บรักษาไวน์
บริการและพูดคุยกับลูกค้า เพื่อให้ได้ตัวเลือกที่เหมาะกับรสนิยมของแต่ละคน
ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเดียวคือ ทำให้มื้ออาหารนั้น สมบูรณ์แบบครบทั้งจานและแก้ว ลูกค้าไม่เพียงอร่อยกับอาหาร แต่ยังสนุกกับโลกเครื่องดื่มที่เสริมกันอย่างลงตัว
จุดเริ่มต้น: จากนิวยอร์กสู่เส้นทางไวน์
เส้นทางของตามเริ่มต้นจากช่วงที่เชฟต้นเรียนอยู่ที่นิวยอร์ก เขามีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และได้ไปทัวร์ไวน์เนอรี่หลายแห่งในต่างประเทศ
ได้เจอทั้ง ไวน์เมคเกอร์ และคนทำงานในไร่องุ่นตัวจริง ได้เห็นตั้งแต่ต้นทางการผลิตจนถึงปลายทางในแก้ว นั่นทำให้เขาเริ่มหลงรักโลกของไวน์มากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อกลับไทยและเริ่มทำร้านกับพี่ชาย เขารู้ทันทีว่าอยากสร้าง ไวน์ลิสต์จริงจัง แม้คอนเซ็ปต์ร้านในตอนแรกจะออกแนว Casual แต่ในเรื่องไวน์ เขาเลือกที่จะใส่ทั้งเวลาและความรู้เต็มที่
ค่อยๆ พัฒนาไวน์ลิสต์ให้ดีขึ้นทีละขั้น
ได้รู้จักซัพพลายเออร์ที่เห็นความตั้งใจและชวนไปพบไวน์เมคเกอร์
ได้ไปเยี่ยมไร่องุ่นและไวน์เนอรี่บ่อยขึ้น
ประสบการณ์ทั้งหมดนี้ค่อยๆ หล่อหลอมให้ตามกลายเป็นซอมเมลิเยร์ที่ไม่ได้มองไวน์แค่เป็นเครื่องดื่ม แต่เป็นภาษาหนึ่งที่ใช้เล่าเรื่องอาหารและวัฒนธรรม
ศิลปะการจับคู่ไวน์กับอาหารไทย
การจับคู่ไวน์กับอาหารไทยไม่ใช่โจทย์ง่าย แต่ก็เป็นความท้าทายที่ทำให้เขาสนุกกับงานมากขึ้น
ขั้นตอนการคิดของตามเริ่มจาก
ดู องค์ประกอบของอาหาร ก่อนเสมอ ว่าเมนูนั้นใช้วัตถุดิบอะไร
เช็ค ซีซั่น ว่าช่วงนี้เชฟใช้รสชาติแบบไหน กลิ่นอายแบบใด
จากนั้นจึงเลือกไวน์ที่เข้ากับทั้งโครงสร้างของเมนูและบุคลิกของจานนั้น
สำหรับการแพริ่งในร้าน นุสรา เขาไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ไวน์ แต่ใช้เครื่องดื่มหลากหลายเพื่อเล่า “ความเป็นไทย” ผ่านแก้วให้ชัดที่สุด
5 รูปแบบแพริ่งซิกเนเจอร์ของร้าน ‘นุสรา’
ที่นุสรา การแพริ่งไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่ถูกออกแบบมาเป็น 5 สไตล์ให้เหมาะกับทั้งเมนูและคาแรกเตอร์ของลูกค้า
Standard Wine Pairing
แพริ่งไวน์มาตรฐานที่คัดสรรให้เข้ากับอาหารแต่ละจานอย่างลงตัวPremium Wine Pairing
ไวน์ไลน์อัปที่ยกขบวนแบรนด์ใหญ่ ชื่อดัง และสไตล์ที่พรีเมียมมากขึ้น เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสไวน์ระดับท็อปCocktail Pairing
ค็อกเทลที่ใช้เบสเป็นแอลกอฮอล์ที่คนไทยทำเอง เช่น สาโท หรืออุ นำมาครีเอตให้เข้ากับจานอาหารเฉพาะ บอกเล่าเอกลักษณ์ของท้องถิ่นผ่านแก้วMocktail Pairing
สำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์แพริ่งเต็มรูปแบบแต่ไร้แอลกอฮอล์ ก็ยังได้รสชาติและเลเยอร์ที่สนุกอยู่เหมือนเดิมTea Pairing
ชาจากเชียงใหม่ เชียงราย รวมถึงหมู่บ้านและชุมชนเล็กๆ ทั่วไทย ถูกนำมาจับคู่เป็น Tea Pairing ในสไตล์ของนุสรา สะท้อนภูมิประเทศและวัฒนธรรมผ่านใบชา
และไฮไลต์อีกหนึ่งรูปแบบคือ “นุสราแพริ่ง” ที่ผสมผสานสองโลกเข้าด้วยกัน ระหว่างพรีเมียมไวน์และค็อกเทล กลายเป็นประสบการณ์แพริ่งที่ทั้งสนุกและแปลกใหม่
ยกระดับ Thai Spirit ให้ไปไกลกว่าแค่ “เหล้าพื้นบ้าน”
หนึ่งในแนวคิดที่ตามให้ความสำคัญคือการนำ เครื่องดื่มท้องถิ่นของไทย เข้ามาอยู่ในโต๊ะดินเนอร์ระดับโลกเคียงข้างไวน์จากต่างประเทศ
เขามองว่า
อาหารบางจาน ไวน์อย่างเดียวเอาไม่อยู่ ทั้งในเรื่องรสชาติและมิติของอาหาร
การนำสาเก สาโท หรือเหล้าพื้นบ้านมาจับคู่ ทำให้เกิดวาไรตี้ในการแพริ่ง
ลูกค้าได้สัมผัสวัฒนธรรมเอเชียในมุมใหม่ ไม่ได้ยึดติดแค่รูปแบบการกินดื่มแบบตะวันตกอย่างเดียว
นี่จึงกลายเป็นอีกหนึ่งวิธีเล่าเรื่องความเป็นไทยอย่างมีชั้นเชิง ผ่านเครื่องดื่มที่คนเคยคิดว่าอยู่แค่บนโต๊ะบ้านๆ แต่วันนี้ไปปรากฏอยู่ในร้านระดับโลก
เมื่ออาหารไทยจับมือกับไวน์ระดับนานาชาติ
อาหารไทยไม่ได้มีแค่เผ็ดอย่างเดียว แต่เต็มไปด้วยความซับซ้อนทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และกลิ่นสมุนไพรที่จัดจ้าน ทำให้การจับคู่กับไวน์ทั้ง Old World และ New World กลายเป็นโจทย์ที่ทั้งยากและสนุกในเวลาเดียวกัน
ตามอธิบายว่าการแพริ่งที่ดีสามารถ
ช่วย ยกระดับรสชาติ (Lift up) ของอาหารและไวน์ทั้งสองด้าน
สร้างกลิ่นอโรม่าที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ทำให้คนได้ทดลองคอมบิเนชันใหม่ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะเข้ากันได้
แม้มันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ความท้าทายนี้เอง ที่ทำให้เขาอยากทดลองกับอาหารไทยมากขึ้นเรื่อยๆ
เส้นทางการเรียนรู้สายซอมเมลิเยร์
สำหรับคนที่อยากเดินเส้นทางนี้อย่างจริงจัง ในระดับสากลมีสถาบันหลักๆ ที่ใช้เป็นมาตรฐานในการเรียนและสอบ
Court of Master Sommeliers
เส้นทางสายโหดของซอมเมลิเยร์มืออาชีพ เริ่มตั้งแต่ระดับ Beginning Sommeliers ไปจนถึง Certified และสูงสุดอย่าง Master SommeliersWSET (Wine & Spirit Education Trust)
เป็นอีกหนึ่งสถาบันที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก แบ่งการเรียนเป็น Level 1, 2, 3 และต่อยอดไปจนถึงระดับ Diploma
ทั้งสองสถาบันนี้ช่วยให้ซอมเมลิเยร์มีกรอบการเรียนรู้ที่ชัดเจน เข้าใจไวน์และเครื่องดื่มอย่างเป็นระบบมากกว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์เพียงอย่างเดียว
ทำไม Sommelier ถึงกลายเป็นหัวใจของประสบการณ์ในร้าน
ตามเชื่อว่า Sommelier ไม่ได้มีหน้าที่แค่เสิร์ฟเครื่องดื่ม แต่มีส่วนสำคัญในการทำให้ลูกค้า รู้สึกคุ้มค่าและมีความสุข กับสิ่งที่จ่ายไป
บทบาทของซอมเมลิเยร์ในร้านคือ
อธิบายให้ลึกขึ้นว่าทำไมไวน์ตัวนี้ถึงเหมาะกับเมนูจานนี้
ช่วยถอดความคิดของเชฟที่ซ่อนอยู่ในแต่ละฤดูกาล เช่น ทำไมเชฟเลือกวัตถุดิบนี้ในช่วงนี้
เชื่อมโยงรสชาติของอาหารกับเครื่องดื่มให้เข้าใจง่าย และรู้สึกได้จริงในทุกคำที่กิน
การบริการของ Sommelier จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ร้านสามารถครองใจลูกค้า และก้าวขึ้นไปรับรางวัลระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ
ความฝันต่อไป: ปั้นซอมเมลิเยร์ไทยรุ่นใหม่
แม้วันนี้เขาจะยืนอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จ แต่ตามยังมองไปไกลกว่าร้านของตัวเอง เขาอยากเห็นเมืองไทยมี Sommelier เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่เขาอยากทำคือ
เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ ทดลอง ชิม และเรียนรู้ เรื่องไวน์มากขึ้น
ใช้ร้านนุสราเป็นเหมือนห้องเรียนเล็กๆ ที่มีการ Training พนักงานอยู่เสมอ
สร้างพื้นที่ให้คนไทยได้เข้าถึงความรู้ด้านแอลกอฮอล์และไวน์ ทั้งของไทยและต่างประเทศอย่างถูกต้อง
เขาฝันถึงการมี Academy ที่สอนทั้งด้านไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในมุมที่เป็นวิชาชีพ ไม่ใช่แค่มองว่าเป็น “ของมึนเมา” แต่เป็นศาสตร์และศิลป์ที่ถ้าใช้ให้ถูก ก็สามารถต่อยอดได้ทั้งในเชิงอาชีพและวัฒนธรรม
ในมุมของตาม ซอมเมลิเยร์ไม่ใช่อาชีพที่ดูไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่จะช่วยผลักดันให้ อาหารไทยและเครื่องดื่มไทย เดินเข้าไปยืนอยู่แถวหน้าของเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ

