รับแอปรับแอป

5 Travel Card สายเที่ยวต้องมี! เทียบชัด ๆ ใบไหนคุ้มสุด รูด ฟิน บินสบาย

ชัยวัฒน์ ศรีคำ01-31

กลับมาเที่ยวอีกครั้ง แต่คราวนี้ต้องใช้บัตรให้คุ้ม!

ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกไปมูฟออนต่างประเทศกันแล้ว ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มทำงาน มีครอบครัว หรือเป็นสายเที่ยวตัวจริง สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ทริปลื่นไหล ไม่ต้องพกเงินสดเป็นปึก ๆ ก็คือ บัตร Travel Card นี่แหละ

ทั้งแบบบัตรเติมเงิน บัตรเดบิตที่รูดเมืองนอกได้ หรือกระเป๋าเงินดิจิทัลที่รองรับหลายสกุลเงิน วันนี้เรามาเทียบกันเน้น ๆ ว่าใบไหนเหมาะกับสไตล์เที่ยวและช้อปของคุณที่สุด

โดยบทความนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ

  • Infographic สรุปภาพรวมทั้ง 5 บัตรในประเด็นสำคัญ

  • แยกดูรายละเอียดทีละใบ จุดเด่น-ค่าใช้จ่าย

  • สรุปเทียบให้เลยว่า เที่ยวรอบนี้ควรเลือกบัตรไหน

1. Krungthai Travel Visa Platinum Card

บัตร Travel Card แบบเติมเงินจากธนาคารกรุงไทย ที่เคลมตัวเองว่าเป็น “บัตรแรก บัตรเดียว ที่สุดสำหรับนักเดินทาง” เป็นบัตร Prepaid แบบเติมเงินซ้ำได้ เติม-แลกสกุลเงินล่วงหน้าเก็บไว้ในบัตรได้เลย

จุดเด่น

  • อัตราแลกเปลี่ยนดีเป็นพิเศษ

    • รองรับการแลก 19 สกุลเงิน ได้แก่ AUD, CAD, CHF, DKK, EUR, GBP, HKD, INR, JPY, KRW, MYR, NOK, NZD, RUB, SEK, SGD, TWD, USD และ THB

  • ไม่เสียค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% เวลาใช้จ่ายต่างประเทศ

  • ปลอดภัยกว่าเงินสด ลดความเสี่ยงการพกเงินติดตัวจำนวนมาก

  • จัดการทุกอย่างได้ในแอป Krungthai NEXT 24 ชม.

    • เติมเงิน/แลกเงินเพิ่มได้ตลอด

    • เปิด–ปิดการใช้งานบัตรได้เอง

    • รองรับโอนเงินและชำระผ่าน QR Code ในต่างประเทศ (ใช้สกุลเงินที่แลกเก็บในบัตร)

    • ใช้ถอนเงิน/รูดจ่ายได้ที่ ATM และร้านค้าที่รับบัตร Visa ทั่วโลก

  • เพดานการใช้งาน

    • ยอดรวมทุกสกุลเงิน ทุกประเภท Travel Card สูงสุด 5,000,000 บาท

    • ถอนเงินสดจาก ATM ได้ 100,000 บาท/วัน

    • ถอนเงินสดสกุลต่างประเทศที่สาขาได้ 25,000 บาท/ครั้ง (ไม่เกิน 2 ครั้ง/วัน)

    • ใช้รูดจ่ายค่าสินค้าหรือบริการได้สูงสุด 750,000 บาท/บัตร/วัน

  • มีประกันการเดินทางและอุบัติเหตุ

    • คุ้มครองทั้งในและต่างประเทศ สูงสุด 6,000,000 บาท เมื่อใช้บัตรชำระค่าตั๋วยานพาหนะสาธารณะ (เป็นไปตามเงื่อนไขธนาคาร)

  • สมัครแล้วได้โปรค่าธรรมเนียมฟรีชั่วคราว

    • ฟรีค่าธรรมเนียมออกบัตรและรายปีมูลค่า 600 บาท ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม ภายในช่วงโปรโมชันที่กำหนด

ค่าธรรมเนียมบัตร

  • ค่าธรรมเนียมออกบัตร : 150 บาท

  • ค่าธรรมเนียมรายปี : 450 บาท/ปี

  • ค่าธรรมเนียมออกบัตรทดแทน : 150 บาท

  • มีโปรช่วงเวลาหนึ่งที่ฟรีค่าธรรมเนียมออกบัตร + รายปี รวม 600 บาท (ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม)

ค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ

  • เก็บตามสกุลเงิน เช่น 4 AUD, 4 CAD, 3 CHF, 20 DKK, 2.5 EUR, 2.5 GBP, 25 HKD, 210 INR, 350 JPY, 3,800 KRW, 14 MYR, 4.5 NZD, 30 NOK, 200 RUB, 30 SEK, 4 SGD, 105 TWD, 3 USD

  • อาจมีค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการปลายทางเพิ่ม โดยขึ้นกับนโยบายแต่ละเจ้า

วิธีซื้อ/ขายสกุลเงินต่างประเทศ

  • ทำได้ผ่านแอป Krungthai NEXT

2. PLANET SCB

บัตรเติมเงิน Planet SCB คอนเซ็ปต์ “โลกเสรีแห่งการแลกเงิน” ให้คุณแลกเงินเรทดีผ่าน SCB EASY แล้วใช้จ่ายได้ทั่วโลกแบบไม่โดนชาร์จ 2.5%

รองรับการแลก 13 สกุลเงิน ได้แก่ USD, EUR, GBP, JPY, AUD, CHF, SGD, HKD, NZD, CAD, CNY, KRW, TWD

จุดเด่น

  • เรทแลกเงินดีใกล้เคียงร้านแลกเงิน

    • แลกผ่าน SCB EASY ได้ทุกที่ ทุกเวลา

  • กดเงินสดต่างประเทศได้

    • ถอนจาก ATM ต่างประเทศได้สูงสุดเทียบเท่า 100,000 บาท/วัน

    • ใช้รูดร้านค้า หรือช้อปออนไลน์ที่รับ Visa ได้สูงสุดเทียบเท่า 500,000 บาท/วัน

  • ปลอดภัย ไม่ต้องพกเงินสดก้อนโต

    • หากบัตรหาย สามารถอายัดเองผ่าน SCB EASY ได้ทันที

  • ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

  • ไม่มีชาร์จ 2.5% เวลาใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ

    • ไม่เก็บค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% ไม่ว่ารูด แตะจ่าย หรือช้อปออนไลน์

  • ล็อกเรทได้ ล็อกใจสายเที่ยว

    • แลกเงินล่วงหน้าได้ 13 สกุลยอดนิยมในบัตรเดียว

  • เบิกถอนเงินสดได้

    • กดเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่ ATM ต่างประเทศที่มีสัญลักษณ์ Visa

    • กดเงินในไทยไม่ได้

    • ค่าธรรมเนียมกดเงินสดต่างประเทศ 100 บาท/ครั้ง (และอาจมีค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการปลายทางเพิ่ม)

    • วงเงินถอนสูงสุด 100,000 บาท/วัน

  • มีประกันเดินทางสำหรับผู้ถือบัตร Visa

    • ประกันการเดินทางจาก CHUBB สูงสุด 10 วัน

    • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 2,000,000 บาท

    • มีความคุ้มครองกรณีเลื่อน/ยกเลิกทริป และเดินทางกลับก่อนกำหนด ตามวงเงินที่ระบุในเงื่อนไข

ค่าธรรมเนียมบัตร

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : 200 บาท

  • ค่าธรรมเนียมรายปี : ไม่มี

  • ค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่/บัตรทดแทน : 200 บาท (บางช่วงมีโปรยกเว้นค่าธรรมเนียม)

ค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ

  • ถอนเงินที่ตู้ ATM ต่างประเทศ : 100 บาท/ครั้ง

  • อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มจากผู้ให้บริการในต่างประเทศ

วิธีซื้อ/ขายสกุลเงินต่างประเทศ

  • ทำผ่านแอป SCB EASY

3. YouTrip – Multi-Currency Wallet สำหรับสายรูด

YouTrip คือ กระเป๋าเงินดิจิทัลแบบหลายสกุลเงิน (Multi-Currency Wallet) ที่เกิดมาเพื่อสายเดินทางและสายช้อปต่างประเทศโดยเฉพาะ จุดขายคือ

“รูด หรือ แลก ก็ได้เรทดีกว่าเสมอ ใช้ได้ทั่วโลก ไม่มีค่าธรรมเนียม”

รองรับการใช้จ่ายมากกว่า 150 สกุลเงินทั่วโลก และสามารถแลกล่วงหน้าได้ 10 สกุลเงิน (9 สกุลต่างประเทศ + THB) ผ่านแอป

จุดเด่น

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และไม่มีบวกเพิ่มแอบแฝง

    • ใช้ได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

    • ไม่เก็บค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% ในการใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ

  • เรทดีกว่าร้านแลกเงิน + ล็อกเรทล่วงหน้าได้

    • แลกเงินล่วงหน้าได้ 10 สกุลผ่านแอป YouTrip ได้แก่ CAD, SGD, HKD, USD, THB, AUD, GBP, JPY, EUR, CHF

  • กดเงินจาก ATM ด้วยเรทที่ดี

    • มีโปรร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ยกเว้นค่าธรรมเนียมกดเงินสดต่างประเทศถึงช่วงเวลาที่กำหนด (แต่อาจยังมีค่าธรรมเนียมจากธนาคารท้องถิ่น)

    • กดได้จากตู้ที่มีสัญลักษณ์ Mastercard®, Maestro®, Cirrus® ทั่วโลก

  • วงเงินสูงสุดต่อวัน

    • ยอดรวมทุกสกุลเงินในบัตรไม่เกิน 500,000 บาท/วัน

    • ใช้จ่ายผ่านเครื่อง EDC (ออฟไลน์) + ใช้จ่ายออนไลน์ รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท/วัน

    • ถอนเงินสดจาก ATM ต่างประเทศไม่เกิน 50,000 บาท/เดือน

ค่าธรรมเนียมบัตร

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า / ออกบัตรใบแรก : 150 บาท (บางช่วงมีโปรสมัครฟรี)

  • ค่าธรรมเนียมรายปี : 200 บาทต่อปี (หลายช่วงมีโปรฟรีรายปีตลอดอายุบัตรตามเงื่อนไข)

  • ค่าธรรมเนียมออกบัตรทดแทน : 150 บาท

ค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ

  • ค่าธรรมเนียมจากธนาคารต้นทาง : 100 บาท/ครั้ง

  • ค่าธรรมเนียมจากธนาคารเจ้าของตู้ปลายทาง (แล้วแต่ประเทศ)

  • บางช่วงมีโปรฟรีค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ

วิธีซื้อ/ขายสกุลเงินต่างประเทศ

  • ทำผ่านแอป YouTrip

4. บัตรเดบิต JOURNEY – สายรูดไม่แลกล่วงหน้าต้องมอง

บัตรเดบิต Visa Debit Platinum จากธนาคารกสิกรไทย สโลแกน “กลับไปเที่ยวทั่วโลก แล้วยิ้มให้สุด เที่ยวเรทถูกใจ ได้ทุกประเทศ ไม่เสียค่ารูด”

เป็นบัตรเดบิตที่ผูกกับบัญชีเงินฝาก ใช้ถอนเงินสด หรือรูดจ่ายซื้อสินค้า/บริการ รวมถึงช้อปออนไลน์ได้ทั่วโลกที่มีสัญลักษณ์ Visa โดยตัดเงินจากบัญชีทันที

จุดเด่นคือ ไม่คิดค่าความเสี่ยง 2.5% เมื่อใช้จ่ายที่เครื่อง EDC ต่างประเทศด้วยสกุลเงินท้องถิ่น (ตามเงื่อนไข)

จุดเด่น

  • ได้เรทพิเศษเมื่อรูดสกุลเงินท้องถิ่น

    • ใช้ได้กับ 28 สกุลเงินหลัก

  • ไม่มีชาร์จ 2.5% เวลาใช้จ่ายผ่านเครื่อง EDC ต่างประเทศ

    • เฉพาะรายการที่รูดหรือใช้จ่ายออนไลน์ในหมวดท่องเที่ยว ด้วยสกุลเงินท้องถิ่นของประเทศนั้น

    • ช้อปออนไลน์ในหมวดอื่นยังมีค่าความเสี่ยง 2.5%

    • ถอนเงินสดผ่าน ATM ต่างประเทศยังมีค่าความเสี่ยง 2.5%

  • วงเงินใช้จ่ายต่อวัน

    • ใช้จ่ายผ่านบัตร + ออนไลน์ รวมได้สูงสุด 500,000 บาท/วัน

  • สิทธิ์เข้า Miracle Lounge ฟรี

    • ใช้ห้องรับรองก่อนบินได้ 1 สิทธิ์ต่อปีปฏิทิน

  • ฟรีประกันเดินทางต่างประเทศ

    • คุ้มครองสูงสุด 2,000,000 บาท เป็นระยะเวลา 10 วันต่อทริป จาก CHUBB (ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าตามช่องทางที่ธนาคารกำหนด)

ค่าธรรมเนียมบัตร

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : 700 บาท

  • ค่าธรรมเนียมรายปี : 550 บาท (ปีแรกมักมีโปรฟรี)

  • ค่าธรรมเนียมออกบัตรทดแทน : 550 บาท

ค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ

  • ประมาณ 100 บาท/รายการ
    • อาจมีค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการปลายทางเพิ่ม

วิธีใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ

  • ไม่ต้องแลกเงินเก็บไว้ล่วงหน้า แค่รูดจ่ายหรือกดเงินสดจากบัญชีโดยตรง

5. บัตรเดบิต ttb all free – เดบิตใบเดียว ใช้ได้ทั่วโลก

บัตรเดบิตจากธนาคารทีทีบี ที่ออกแบบมาให้ ใช้ได้สะดวกทั้งในไทยและต่างประเทศ ใบเดียวจบ จุดขายคือ

“รูดได้ทุกสกุลเงินทั่วโลกในเรทที่ถูกสุด ๆ”

จุดเด่น

  • ใช้จ่ายหรือช้อปออนไลน์เป็นสกุลเงินต่างประเทศได้โดยไม่เสียค่า FX 2.5%

    • แค่เลือกรูดด้วยสกุลเงินท้องถิ่นเท่านั้น

    • สามารถกำหนดวงเงิน และเปิด/ปิดการใช้งานต่างประเทศได้ผ่านแอป ttb touch

  • ใช้ได้กับร้านค้าทั่วโลกที่มีสัญลักษณ์ Visa

    • กดเงินสดจาก ATM ได้ทั่วโลก สูงสุด 200,000 บาท/บัตร/วัน

  • รองรับทุกสกุลเงินทั่วโลก

    • ทั้งรูดจ่ายและกดเงินสด

  • ไม่มีชาร์จเพิ่มจาก FX Rate 2.5% เมื่อเลือกสกุลเงินท้องถิ่น

    • รูดฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม FX

    • กดเงินต่างประเทศคิดเพียง 75 บาท/ครั้ง (ไม่รวมค่าธรรมเนียมเพิ่มจากตู้ ATM แต่ละประเทศ)

  • ปลอดภัย

    • ควบคุมบัตรและวงเงินผ่านแอป TOUCH ได้ทุกที่ ทุกเวลา

ค่าธรรมเนียมบัตร

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : 200 บาท
    • บางกลุ่มลูกค้า เช่น ttb reserve หรือบัญชีเงินเดือนผ่าน ttb มีสิทธิ์ยกเว้นได้ตามเงื่อนไข

  • ค่าธรรมเนียมรายปี : 250 บาท/บัตร (เรียกเก็บเมื่อครบ 1 ปี)

  • ค่าธรรมเนียมออกบัตรทดแทน : ฟรี (ขอใหม่ได้ไม่เกิน 5 ใบต่อบัญชี/ปีปฏิทิน)

ค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ

  • 75 บาท/ครั้ง
    • อาจมีค่าบริการเพิ่มจากผู้ให้บริการปลายทาง ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละเจ้า

วิธีใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ

  • ไม่ต้องแลกล่วงหน้า ใช้รูดหรือกดเงินผ่านบัตรโดยตรงด้วยสกุลเงินท้องถิ่น

สรุปใหญ่: เที่ยวรอบนี้ควรเลือกบัตร Travel Card ใบไหนดี?

สำหรับ 5 ใบนี้ เราขอช่วยเลือกให้แบบเข้าใจง่าย แบ่งตามสไตล์การใช้ดังนี้

เคส 1: อยากได้บัตรเดบิตที่ใช้ในไทยได้ด้วย

ตัวเลือกหลักจะมี 2 ใบคือ

  • บัตรเดบิต Journey (กสิกรไทย)

  • บัตรเดบิต ttb all free (ทีทีบี)

เทียบกัน 4 ประเด็นสำคัญ

  • ค่าธรรมเนียมบัตร

    • ttb all free ค่าธรรมเนียมโดยรวมถูกกว่า Journey

  • ความหลากหลายของสกุลเงิน

    • ttb all free ใช้ได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก

    • Journey ใช้ได้เรทพิเศษ 28 สกุลเงิน

  • ค่าธรรมเนียมกดเงินสดต่างประเทศ

    • ttb all free คิดค่ากดเพียง 75 บาท/ครั้ง (ไม่รวมค่าธรรมเนียมปลายทาง)

  • สิทธิ์พิเศษสนามบิน + ประกันเดินทาง

    • Journey เด่นเรื่องบริการห้องรับรอง Miracle Lounge ที่สนามบิน

    • Journey มีประกันเดินทางต่างประเทศคุ้มครองสูงสุด 2 ล้านบาท

ภาพรวม

  • ถ้าเน้น ถูกและใช้ได้ทุกสกุลเงิน → ttb all free น่าเล่นมาก

  • ถ้าเน้น ประสบการณ์สนามบิน + ประกันเดินทาง → Journey โดดเด่นกว่า

เคส 2: เน้นใช้เฉพาะต่างประเทศ และสนใจเรื่องเรทแลกเงินเป็นหลัก

ตัวเลือกหลักคือ 3 ใบนี้

  • Krungthai Travel Visa Platinum Card

  • PLANET SCB

  • YouTrip

เทียบทีละจุด

  • ค่าธรรมเนียมบัตร

    • Krungthai Travel Visa Platinum Card และ YouTrip เคยมีโปรสมัครฟรีค่าธรรมเนียมในช่วงเวลาที่กำหนด

    • PLANET SCB มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200 บาท แต่ ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

  • จำนวนสกุลเงินที่แลกเก็บล่วงหน้าได้

    • Krungthai Travel Visa Platinum Card : แลกได้ 19 สกุลเงิน (เยอะสุด)

    • PLANET SCB : แลกได้ 13 สกุลเงิน

    • YouTrip : แลกเก็บได้ 10 สกุลเงิน แต่ รูดจ่ายได้มากกว่า 150 สกุลเงินทั่วโลก

  • วงเงินรูดใช้จ่ายต่อวัน

    • Krungthai Travel Visa Platinum Card เด่นสุด ใช้จ่ายได้สูงสุด 750,000 บาท/วัน

  • ค่าธรรมเนียมกดเงินสดต่างประเทศ

    • YouTrip เด่นในช่วงที่มีโปรยกเว้นค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ ถึงเวลาที่ระบุ

  • ประกันภัยการเดินทาง

    • Krungthai Travel Visa Platinum Card ให้ความคุ้มครองสูงสุด 6,000,000 บาท ทั้งเที่ยวในและต่างประเทศ (รับประกันโดยทิพยประกันภัย ตามเงื่อนไขธนาคาร)

ภาพรวม

  • ถ้าเน้น แลกได้หลายสกุล + วงเงินสูง + มีประกันจัดเต็ม → Krungthai Travel Visa Platinum Card เป็นตัวหลัก

  • ถ้าเน้น ฟรีรายปีตลอดชีพ + ใช้ผ่านแอปแบงก์เดิมที่คุ้นเคย → PLANET SCB น่าใช้

  • ถ้าเน้น เรทดี ใช้ได้หลายประเทศมาก ๆ และชอบสายดิจิทัลวอลเล็ท → YouTrip เหมาะมาก โดยเฉพาะสายรูด

สรุปส่งท้าย: เลือกบัตรให้ตรงสไตล์ เที่ยวแล้วคุ้มทุกใบ

ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้บัตร Travel Card ใบไหน สิ่งสำคัญคือ

  • เลือกให้ตรงกับ ไลฟ์สไตล์การเดินทางและการใช้จ่ายของตัวเอง

  • ดูให้ครบทั้ง เรทแลกเงิน, ค่าธรรมเนียม FX 2.5%, ค่ากด ATM, วงเงินต่อวัน และสิทธิ์เสริมอย่างประกันเดินทางหรือเลาจน์

เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณเดินทางสะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องพกเงินสดแล้ว ยังช่วย ประหยัดงบทริปไปได้อีกหลายเปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว

เลือกบัตรให้ดี ทริปหน้าจะไม่ใช่แค่เที่ยวสนุก แต่ยัง คุ้มทุกการรูด ทุกการถอน ทุกสกุลเงิน อีกด้วย