กลับมาเที่ยวอีกครั้ง แต่คราวนี้ต้องใช้บัตรให้คุ้ม!
ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกไปมูฟออนต่างประเทศกันแล้ว ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มทำงาน มีครอบครัว หรือเป็นสายเที่ยวตัวจริง สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ทริปลื่นไหล ไม่ต้องพกเงินสดเป็นปึก ๆ ก็คือ บัตร Travel Card นี่แหละ
ทั้งแบบบัตรเติมเงิน บัตรเดบิตที่รูดเมืองนอกได้ หรือกระเป๋าเงินดิจิทัลที่รองรับหลายสกุลเงิน วันนี้เรามาเทียบกันเน้น ๆ ว่าใบไหนเหมาะกับสไตล์เที่ยวและช้อปของคุณที่สุด
โดยบทความนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ
Infographic สรุปภาพรวมทั้ง 5 บัตรในประเด็นสำคัญ
แยกดูรายละเอียดทีละใบ จุดเด่น-ค่าใช้จ่าย
สรุปเทียบให้เลยว่า เที่ยวรอบนี้ควรเลือกบัตรไหน
1. Krungthai Travel Visa Platinum Card
บัตร Travel Card แบบเติมเงินจากธนาคารกรุงไทย ที่เคลมตัวเองว่าเป็น “บัตรแรก บัตรเดียว ที่สุดสำหรับนักเดินทาง” เป็นบัตร Prepaid แบบเติมเงินซ้ำได้ เติม-แลกสกุลเงินล่วงหน้าเก็บไว้ในบัตรได้เลย
จุดเด่น
อัตราแลกเปลี่ยนดีเป็นพิเศษ
รองรับการแลก 19 สกุลเงิน ได้แก่ AUD, CAD, CHF, DKK, EUR, GBP, HKD, INR, JPY, KRW, MYR, NOK, NZD, RUB, SEK, SGD, TWD, USD และ THB
ไม่เสียค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% เวลาใช้จ่ายต่างประเทศ
ปลอดภัยกว่าเงินสด ลดความเสี่ยงการพกเงินติดตัวจำนวนมาก
จัดการทุกอย่างได้ในแอป Krungthai NEXT 24 ชม.
เติมเงิน/แลกเงินเพิ่มได้ตลอด
เปิด–ปิดการใช้งานบัตรได้เอง
รองรับโอนเงินและชำระผ่าน QR Code ในต่างประเทศ (ใช้สกุลเงินที่แลกเก็บในบัตร)
ใช้ถอนเงิน/รูดจ่ายได้ที่ ATM และร้านค้าที่รับบัตร Visa ทั่วโลก
เพดานการใช้งาน
ยอดรวมทุกสกุลเงิน ทุกประเภท Travel Card สูงสุด 5,000,000 บาท
ถอนเงินสดจาก ATM ได้ 100,000 บาท/วัน
ถอนเงินสดสกุลต่างประเทศที่สาขาได้ 25,000 บาท/ครั้ง (ไม่เกิน 2 ครั้ง/วัน)
ใช้รูดจ่ายค่าสินค้าหรือบริการได้สูงสุด 750,000 บาท/บัตร/วัน
มีประกันการเดินทางและอุบัติเหตุ
คุ้มครองทั้งในและต่างประเทศ สูงสุด 6,000,000 บาท เมื่อใช้บัตรชำระค่าตั๋วยานพาหนะสาธารณะ (เป็นไปตามเงื่อนไขธนาคาร)
สมัครแล้วได้โปรค่าธรรมเนียมฟรีชั่วคราว
ฟรีค่าธรรมเนียมออกบัตรและรายปีมูลค่า 600 บาท ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม ภายในช่วงโปรโมชันที่กำหนด
ค่าธรรมเนียมบัตร
ค่าธรรมเนียมออกบัตร : 150 บาท
ค่าธรรมเนียมรายปี : 450 บาท/ปี
ค่าธรรมเนียมออกบัตรทดแทน : 150 บาท
มีโปรช่วงเวลาหนึ่งที่ฟรีค่าธรรมเนียมออกบัตร + รายปี รวม 600 บาท (ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม)
ค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ
เก็บตามสกุลเงิน เช่น 4 AUD, 4 CAD, 3 CHF, 20 DKK, 2.5 EUR, 2.5 GBP, 25 HKD, 210 INR, 350 JPY, 3,800 KRW, 14 MYR, 4.5 NZD, 30 NOK, 200 RUB, 30 SEK, 4 SGD, 105 TWD, 3 USD
อาจมีค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการปลายทางเพิ่ม โดยขึ้นกับนโยบายแต่ละเจ้า
วิธีซื้อ/ขายสกุลเงินต่างประเทศ
ทำได้ผ่านแอป Krungthai NEXT
2. PLANET SCB
บัตรเติมเงิน Planet SCB คอนเซ็ปต์ “โลกเสรีแห่งการแลกเงิน” ให้คุณแลกเงินเรทดีผ่าน SCB EASY แล้วใช้จ่ายได้ทั่วโลกแบบไม่โดนชาร์จ 2.5%
รองรับการแลก 13 สกุลเงิน ได้แก่ USD, EUR, GBP, JPY, AUD, CHF, SGD, HKD, NZD, CAD, CNY, KRW, TWD
จุดเด่น
เรทแลกเงินดีใกล้เคียงร้านแลกเงิน
แลกผ่าน SCB EASY ได้ทุกที่ ทุกเวลา
กดเงินสดต่างประเทศได้
ถอนจาก ATM ต่างประเทศได้สูงสุดเทียบเท่า 100,000 บาท/วัน
ใช้รูดร้านค้า หรือช้อปออนไลน์ที่รับ Visa ได้สูงสุดเทียบเท่า 500,000 บาท/วัน
ปลอดภัย ไม่ต้องพกเงินสดก้อนโต
หากบัตรหาย สามารถอายัดเองผ่าน SCB EASY ได้ทันที
ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ
ไม่มีชาร์จ 2.5% เวลาใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ
ไม่เก็บค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% ไม่ว่ารูด แตะจ่าย หรือช้อปออนไลน์
ล็อกเรทได้ ล็อกใจสายเที่ยว
แลกเงินล่วงหน้าได้ 13 สกุลยอดนิยมในบัตรเดียว
เบิกถอนเงินสดได้
กดเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่ ATM ต่างประเทศที่มีสัญลักษณ์ Visa
กดเงินในไทยไม่ได้
ค่าธรรมเนียมกดเงินสดต่างประเทศ 100 บาท/ครั้ง (และอาจมีค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการปลายทางเพิ่ม)
วงเงินถอนสูงสุด 100,000 บาท/วัน
มีประกันเดินทางสำหรับผู้ถือบัตร Visa
ประกันการเดินทางจาก CHUBB สูงสุด 10 วัน
คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 2,000,000 บาท
มีความคุ้มครองกรณีเลื่อน/ยกเลิกทริป และเดินทางกลับก่อนกำหนด ตามวงเงินที่ระบุในเงื่อนไข
ค่าธรรมเนียมบัตร
ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : 200 บาท
ค่าธรรมเนียมรายปี : ไม่มี
ค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่/บัตรทดแทน : 200 บาท (บางช่วงมีโปรยกเว้นค่าธรรมเนียม)
ค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ
ถอนเงินที่ตู้ ATM ต่างประเทศ : 100 บาท/ครั้ง
อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มจากผู้ให้บริการในต่างประเทศ
วิธีซื้อ/ขายสกุลเงินต่างประเทศ
ทำผ่านแอป SCB EASY
3. YouTrip – Multi-Currency Wallet สำหรับสายรูด
YouTrip คือ กระเป๋าเงินดิจิทัลแบบหลายสกุลเงิน (Multi-Currency Wallet) ที่เกิดมาเพื่อสายเดินทางและสายช้อปต่างประเทศโดยเฉพาะ จุดขายคือ
“รูด หรือ แลก ก็ได้เรทดีกว่าเสมอ ใช้ได้ทั่วโลก ไม่มีค่าธรรมเนียม”
รองรับการใช้จ่ายมากกว่า 150 สกุลเงินทั่วโลก และสามารถแลกล่วงหน้าได้ 10 สกุลเงิน (9 สกุลต่างประเทศ + THB) ผ่านแอป
จุดเด่น
ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และไม่มีบวกเพิ่มแอบแฝง
ใช้ได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
ไม่เก็บค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 2.5% ในการใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ
เรทดีกว่าร้านแลกเงิน + ล็อกเรทล่วงหน้าได้
แลกเงินล่วงหน้าได้ 10 สกุลผ่านแอป YouTrip ได้แก่ CAD, SGD, HKD, USD, THB, AUD, GBP, JPY, EUR, CHF
กดเงินจาก ATM ด้วยเรทที่ดี
มีโปรร่วมกับธนาคารกสิกรไทย ยกเว้นค่าธรรมเนียมกดเงินสดต่างประเทศถึงช่วงเวลาที่กำหนด (แต่อาจยังมีค่าธรรมเนียมจากธนาคารท้องถิ่น)
กดได้จากตู้ที่มีสัญลักษณ์ Mastercard®, Maestro®, Cirrus® ทั่วโลก
วงเงินสูงสุดต่อวัน
ยอดรวมทุกสกุลเงินในบัตรไม่เกิน 500,000 บาท/วัน
ใช้จ่ายผ่านเครื่อง EDC (ออฟไลน์) + ใช้จ่ายออนไลน์ รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท/วัน
ถอนเงินสดจาก ATM ต่างประเทศไม่เกิน 50,000 บาท/เดือน
ค่าธรรมเนียมบัตร
ค่าธรรมเนียมแรกเข้า / ออกบัตรใบแรก : 150 บาท (บางช่วงมีโปรสมัครฟรี)
ค่าธรรมเนียมรายปี : 200 บาทต่อปี (หลายช่วงมีโปรฟรีรายปีตลอดอายุบัตรตามเงื่อนไข)
ค่าธรรมเนียมออกบัตรทดแทน : 150 บาท
ค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ
ค่าธรรมเนียมจากธนาคารต้นทาง : 100 บาท/ครั้ง
ค่าธรรมเนียมจากธนาคารเจ้าของตู้ปลายทาง (แล้วแต่ประเทศ)
บางช่วงมีโปรฟรีค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ
วิธีซื้อ/ขายสกุลเงินต่างประเทศ
ทำผ่านแอป YouTrip
4. บัตรเดบิต JOURNEY – สายรูดไม่แลกล่วงหน้าต้องมอง
บัตรเดบิต Visa Debit Platinum จากธนาคารกสิกรไทย สโลแกน “กลับไปเที่ยวทั่วโลก แล้วยิ้มให้สุด เที่ยวเรทถูกใจ ได้ทุกประเทศ ไม่เสียค่ารูด”
เป็นบัตรเดบิตที่ผูกกับบัญชีเงินฝาก ใช้ถอนเงินสด หรือรูดจ่ายซื้อสินค้า/บริการ รวมถึงช้อปออนไลน์ได้ทั่วโลกที่มีสัญลักษณ์ Visa โดยตัดเงินจากบัญชีทันที
จุดเด่นคือ ไม่คิดค่าความเสี่ยง 2.5% เมื่อใช้จ่ายที่เครื่อง EDC ต่างประเทศด้วยสกุลเงินท้องถิ่น (ตามเงื่อนไข)
จุดเด่น
ได้เรทพิเศษเมื่อรูดสกุลเงินท้องถิ่น
ใช้ได้กับ 28 สกุลเงินหลัก
ไม่มีชาร์จ 2.5% เวลาใช้จ่ายผ่านเครื่อง EDC ต่างประเทศ
เฉพาะรายการที่รูดหรือใช้จ่ายออนไลน์ในหมวดท่องเที่ยว ด้วยสกุลเงินท้องถิ่นของประเทศนั้น
ช้อปออนไลน์ในหมวดอื่นยังมีค่าความเสี่ยง 2.5%
ถอนเงินสดผ่าน ATM ต่างประเทศยังมีค่าความเสี่ยง 2.5%
วงเงินใช้จ่ายต่อวัน
ใช้จ่ายผ่านบัตร + ออนไลน์ รวมได้สูงสุด 500,000 บาท/วัน
สิทธิ์เข้า Miracle Lounge ฟรี
ใช้ห้องรับรองก่อนบินได้ 1 สิทธิ์ต่อปีปฏิทิน
ฟรีประกันเดินทางต่างประเทศ
คุ้มครองสูงสุด 2,000,000 บาท เป็นระยะเวลา 10 วันต่อทริป จาก CHUBB (ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าตามช่องทางที่ธนาคารกำหนด)
ค่าธรรมเนียมบัตร
ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : 700 บาท
ค่าธรรมเนียมรายปี : 550 บาท (ปีแรกมักมีโปรฟรี)
ค่าธรรมเนียมออกบัตรทดแทน : 550 บาท
ค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ
- ประมาณ 100 บาท/รายการ
อาจมีค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการปลายทางเพิ่ม
วิธีใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ
ไม่ต้องแลกเงินเก็บไว้ล่วงหน้า แค่รูดจ่ายหรือกดเงินสดจากบัญชีโดยตรง
5. บัตรเดบิต ttb all free – เดบิตใบเดียว ใช้ได้ทั่วโลก
บัตรเดบิตจากธนาคารทีทีบี ที่ออกแบบมาให้ ใช้ได้สะดวกทั้งในไทยและต่างประเทศ ใบเดียวจบ จุดขายคือ
“รูดได้ทุกสกุลเงินทั่วโลกในเรทที่ถูกสุด ๆ”
จุดเด่น
ใช้จ่ายหรือช้อปออนไลน์เป็นสกุลเงินต่างประเทศได้โดยไม่เสียค่า FX 2.5%
แค่เลือกรูดด้วยสกุลเงินท้องถิ่นเท่านั้น
สามารถกำหนดวงเงิน และเปิด/ปิดการใช้งานต่างประเทศได้ผ่านแอป ttb touch
ใช้ได้กับร้านค้าทั่วโลกที่มีสัญลักษณ์ Visa
กดเงินสดจาก ATM ได้ทั่วโลก สูงสุด 200,000 บาท/บัตร/วัน
รองรับทุกสกุลเงินทั่วโลก
ทั้งรูดจ่ายและกดเงินสด
ไม่มีชาร์จเพิ่มจาก FX Rate 2.5% เมื่อเลือกสกุลเงินท้องถิ่น
รูดฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม FX
กดเงินต่างประเทศคิดเพียง 75 บาท/ครั้ง (ไม่รวมค่าธรรมเนียมเพิ่มจากตู้ ATM แต่ละประเทศ)
ปลอดภัย
ควบคุมบัตรและวงเงินผ่านแอป TOUCH ได้ทุกที่ ทุกเวลา
ค่าธรรมเนียมบัตร
- ค่าธรรมเนียมแรกเข้า : 200 บาท
บางกลุ่มลูกค้า เช่น ttb reserve หรือบัญชีเงินเดือนผ่าน ttb มีสิทธิ์ยกเว้นได้ตามเงื่อนไข
ค่าธรรมเนียมรายปี : 250 บาท/บัตร (เรียกเก็บเมื่อครบ 1 ปี)
ค่าธรรมเนียมออกบัตรทดแทน : ฟรี (ขอใหม่ได้ไม่เกิน 5 ใบต่อบัญชี/ปีปฏิทิน)
ค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ
- 75 บาท/ครั้ง
อาจมีค่าบริการเพิ่มจากผู้ให้บริการปลายทาง ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละเจ้า
วิธีใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศ
ไม่ต้องแลกล่วงหน้า ใช้รูดหรือกดเงินผ่านบัตรโดยตรงด้วยสกุลเงินท้องถิ่น
สรุปใหญ่: เที่ยวรอบนี้ควรเลือกบัตร Travel Card ใบไหนดี?
สำหรับ 5 ใบนี้ เราขอช่วยเลือกให้แบบเข้าใจง่าย แบ่งตามสไตล์การใช้ดังนี้
เคส 1: อยากได้บัตรเดบิตที่ใช้ในไทยได้ด้วย
ตัวเลือกหลักจะมี 2 ใบคือ
บัตรเดบิต Journey (กสิกรไทย)
บัตรเดบิต ttb all free (ทีทีบี)
เทียบกัน 4 ประเด็นสำคัญ
ค่าธรรมเนียมบัตร
ttb all free ค่าธรรมเนียมโดยรวมถูกกว่า Journey
ความหลากหลายของสกุลเงิน
ttb all free ใช้ได้ทุกสกุลเงินทั่วโลก
Journey ใช้ได้เรทพิเศษ 28 สกุลเงิน
ค่าธรรมเนียมกดเงินสดต่างประเทศ
ttb all free คิดค่ากดเพียง 75 บาท/ครั้ง (ไม่รวมค่าธรรมเนียมปลายทาง)
สิทธิ์พิเศษสนามบิน + ประกันเดินทาง
Journey เด่นเรื่องบริการห้องรับรอง Miracle Lounge ที่สนามบิน
Journey มีประกันเดินทางต่างประเทศคุ้มครองสูงสุด 2 ล้านบาท
ภาพรวม
ถ้าเน้น ถูกและใช้ได้ทุกสกุลเงิน → ttb all free น่าเล่นมาก
ถ้าเน้น ประสบการณ์สนามบิน + ประกันเดินทาง → Journey โดดเด่นกว่า
เคส 2: เน้นใช้เฉพาะต่างประเทศ และสนใจเรื่องเรทแลกเงินเป็นหลัก
ตัวเลือกหลักคือ 3 ใบนี้
Krungthai Travel Visa Platinum Card
PLANET SCB
YouTrip
เทียบทีละจุด
ค่าธรรมเนียมบัตร
Krungthai Travel Visa Platinum Card และ YouTrip เคยมีโปรสมัครฟรีค่าธรรมเนียมในช่วงเวลาที่กำหนด
PLANET SCB มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200 บาท แต่ ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ
จำนวนสกุลเงินที่แลกเก็บล่วงหน้าได้
Krungthai Travel Visa Platinum Card : แลกได้ 19 สกุลเงิน (เยอะสุด)
PLANET SCB : แลกได้ 13 สกุลเงิน
YouTrip : แลกเก็บได้ 10 สกุลเงิน แต่ รูดจ่ายได้มากกว่า 150 สกุลเงินทั่วโลก
วงเงินรูดใช้จ่ายต่อวัน
Krungthai Travel Visa Platinum Card เด่นสุด ใช้จ่ายได้สูงสุด 750,000 บาท/วัน
ค่าธรรมเนียมกดเงินสดต่างประเทศ
YouTrip เด่นในช่วงที่มีโปรยกเว้นค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศ ถึงเวลาที่ระบุ
ประกันภัยการเดินทาง
Krungthai Travel Visa Platinum Card ให้ความคุ้มครองสูงสุด 6,000,000 บาท ทั้งเที่ยวในและต่างประเทศ (รับประกันโดยทิพยประกันภัย ตามเงื่อนไขธนาคาร)
ภาพรวม
ถ้าเน้น แลกได้หลายสกุล + วงเงินสูง + มีประกันจัดเต็ม → Krungthai Travel Visa Platinum Card เป็นตัวหลัก
ถ้าเน้น ฟรีรายปีตลอดชีพ + ใช้ผ่านแอปแบงก์เดิมที่คุ้นเคย → PLANET SCB น่าใช้
ถ้าเน้น เรทดี ใช้ได้หลายประเทศมาก ๆ และชอบสายดิจิทัลวอลเล็ท → YouTrip เหมาะมาก โดยเฉพาะสายรูด
สรุปส่งท้าย: เลือกบัตรให้ตรงสไตล์ เที่ยวแล้วคุ้มทุกใบ
ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้บัตร Travel Card ใบไหน สิ่งสำคัญคือ
เลือกให้ตรงกับ ไลฟ์สไตล์การเดินทางและการใช้จ่ายของตัวเอง
ดูให้ครบทั้ง เรทแลกเงิน, ค่าธรรมเนียม FX 2.5%, ค่ากด ATM, วงเงินต่อวัน และสิทธิ์เสริมอย่างประกันเดินทางหรือเลาจน์
เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณเดินทางสะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องพกเงินสดแล้ว ยังช่วย ประหยัดงบทริปไปได้อีกหลายเปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว
เลือกบัตรให้ดี ทริปหน้าจะไม่ใช่แค่เที่ยวสนุก แต่ยัง คุ้มทุกการรูด ทุกการถอน ทุกสกุลเงิน อีกด้วย

