รับแอปรับแอป

จากห้องข่าวสู่จอทอล์กโชว์: เส้นทางชีวิต "ดร.ติ่ง มัลลิกา" ที่ไม่เคยเดินตามใคร

เอกชัย พูลเพิ่ม01-30

จากนักข่าวสายการเมือง สู่ตัวจริงเบื้องหลังข่าว

รู้จัก “ติ่ง-ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล-มหาสุข” ให้ลึกกว่าที่เคยเห็นบนหน้าจอ

หลายคนผูกพันกับชื่อของ “ติ่ง หรือ มอลลี่ : ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล-มหาสุข” มาตั้งแต่ยุคที่เธอจับไมค์เป็นผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และพรรคประชาธิปัตย์

สมัยนั้น เธอคือนักข่าวการเมืองสายลุยตัวจริง ลงพื้นที่คลุกวงใน รู้ลึก รู้จริงจนคนในแวดวงการเมืองยังต้องขอคำอธิบายจาก “ติ่ง” เพราะเธอสามารถเล่าที่มาเบื้องหลังของแต่ละคนในแวดวงการเมืองได้ทั้งมุมสวย และมุมที่ต้องขอเก็บเงียบไว้ไม่เล่าต่อ

รากเหง้าจากพะเยา สู่ดีกรีด็อกเตอร์

“มอลลี่” เป็นสาวเหนือจากจังหวัดพะเยา เกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2516 ที่อำเภอเชียงม่วน เติบโตมาแบบคนบ้านๆ แต่ความฝันไม่บ้านตาม

เส้นทางการศึกษาเริ่มจากโรงเรียนปงรัชดาภิเษก และโรงเรียนพะเยาพิทยาคม ก่อนจะก้าวเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย ด้วยปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

จากนั้นเธอต่อยอดด้วยปริญญาโทจากวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และไม่หยุดแค่ตรงนั้น เพราะยังคว้าปริญญาเอกจากสถาบันเดียวกัน ในสาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง

ในด้านชีวิตคู่ ปัจจุบันเธอแต่งงานมากว่า 11 ปี กับคุณณัฐพล มหาสุข โดยทั้งคู่เข้าพิธีสมรสพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่: จากสตอรี่ข่าว สู่สเตจการเมือง และโลกอินฟลูเอนเซอร์

จากอาชีพนักข่าว สู่อาชีพนักการเมือง และอาชีพอินฟูเอ็นเซอร์ เพราะแต่ละจังหวะของชีวิตทำให้เธอ “ตกผลึกทางความคิด” และเลือกทำทุกบทบาทให้ดีที่สุดเท่าที่ได้รับความไว้วางใจ

ทุกวันนี้ เธอไม่เพียงเปลี่ยนเวทีจากหน้าจอข่าวมาสู่หน้าจอโซเชียล แต่ยังสร้างธุรกิจของตัวเอง เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ความงามภายใต้แบรนด์ Dr.Mallika Skincare & Cosmetic ทำงานแบบมีความสุขและเป็นตัวของตัวเองเต็มที่

แรงผลักดันสำคัญมาจาก “สามี” ที่อยากเห็นเธอทำงานด้วยความรัก ไม่กดดันตัวเอง ไม่ยึดติดกับความเครียด แต่ให้สนุกกับสิ่งที่เป็นตัวตนแท้จริง มีเพื่อนแท้ที่จริงใจอยู่รอบตัว ไม่ต้องเสียเวลาให้กับมิตรภาพปลอมๆ

สามีของดร.มัลลิกาเคยบอกกับเธออย่างชัดเจนว่า เธอเป็นคนมีศักยภาพสูง ไม่จำเป็นต้องบีบตัวเองให้อยู่ในกรอบหรือข้อจำกัดใคร และ ไม่จำเป็นต้องเดินตามหลังใคร เพราะการเดินนำตัวเองเท่านั้น ที่จะทำให้ศักยภาพและผลงานออกมาดีที่สุด

บทบาทใหม่ในยุคดิจิทัล: อินฟลูเอนเซอร์สายการเมืองและกฎหมาย

งานอินฟลูเอนเซอร์และผู้ผลิตรายการ (ปี 2568 – 2569)

ช่วงปี 2568 – 2569 ดร.ติ่งผันตัวมาเป็น อินฟลูเอนเซอร์เต็มตัว ไม่ได้อยู่แค่เบื้องหลังข่าว แต่ขึ้นมาเป็นเจ้าของคอนเทนต์เอง

เธอมีรายการหลักชื่อ “The Mallika Show” ซึ่งนำเสนอในรูปแบบวาไรตี้ทอล์กโชว์ เน้นการวิเคราะห์การเมือง กฎหมาย และประเด็นสังคม ผ่านสไตล์การเล่าเรื่องที่เข้าใจง่าย แต่คมและจัดจ้านแบบที่หลายคนคุ้นเคยจากยุคนักข่าว

คอนเทนต์ของเธอถูกต่อยอดไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น TikTok (mallikaboon) และช่องทางออนไลน์อื่นๆ ทำให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงประเด็นการเมืองและกฎหมายได้ง่ายขึ้น

งานเพื่อสังคม

นอกจากงานสื่อและคอนเทนต์แล้ว เธอยังรับบทบาทด้านสังคมอย่างจริงจัง ในฐานะ ประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน ทำงานช่วยเหลือด้านสวัสดิการและเรื่องร้องเรียนของประชาชน เป็นอีกด้านหนึ่งที่สะท้อนว่า เธอไม่ได้อยู่กับการเมืองแค่ในเชิงวาทกรรม แต่ลงมือทำงานหน้างานจริง

เว้นวรรคการเมือง แต่ไม่เว้นการวิจารณ์

การลาออกจากพรรคและการเว้นวรรค

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2566 ดร.มัลลิกา ตัดสินใจประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และประกาศ “เว้นวรรคทางการเมือง”

เหตุผลสำคัญคือ เธอต้องการหันกลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัวมากขึ้น และทำงานในแบบที่รักอย่างอิสระ ไม่ต้องผูกติดกับกรอบของพรรคการเมืองใดๆ

สถานะในปี 2569

ณ ช่วงต้นปี 2569 เธอไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใดอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ได้หายไปจากวงการการเมือง เพราะยังคงมีบทบาทจัดเต็มในฐานะ นักวิจารณ์การเมือง (Political Critic)

เธอวิเคราะห์ทิศทางการเลือกตั้งปี 2569 และวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เป็นเสียงสำคัญอีกเสียงหนึ่งในสังคมการเมืองไทยยุคใหม่

เบื้องหลังดีกรี และเส้นทางอาชีพ

การศึกษา

  • ปริญญาเอก (Ph.D.) สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต

เส้นทางนี้ทำให้มุมมองของเธอเรื่องการเมืองและสังคมไม่ได้มาจากประสบการณ์ภาคสนามเพียงอย่างเดียว แต่ยังรองรับด้วยฐานคิดเชิงวิชาการอย่างจริงจัง

ประสบการณ์การทำงาน

  • อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ชุดที่ 25)

  • อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์)

  • อดีตผู้ประกาศข่าวและนักข่าวสายการเมืองที่มีชื่อเสียง

แต่ละตำแหน่งที่ผ่านมือ คือเวทีที่หล่อหลอมให้เธอเข้าใจทั้งเกมการเมืองเชิงนโยบาย และการเมืองเชิงภาพลักษณ์อย่างลึกซึ้ง

ชีวิตส่วนตัว: พลังใจที่หล่อเลี้ยงทุกบทบาท

ในมุมของชีวิตส่วนตัว ดร.มัลลิกา สมรสกับ นายณัฐพล มหาสุข เมื่อปี 2557 และได้รับพระราชทานน้ำสังข์จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

ครอบครัวไม่ใช่แค่พื้นที่พักใจ แต่ยังเป็นพื้นที่ผลักดัน ทำให้เธอกล้าที่จะเปลี่ยนบทบาทจากนักข่าว ไปเป็นนักการเมือง และต่อยอดสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ในยุคดิจิทัล

สรุป: ผู้หญิงที่ไม่รอให้โอกาสมาหา แต่สร้างเวทีของตัวเอง

ถ้ามองย้อนทั้งเส้นทางจะเห็นว่า ดร.มัลลิกา ไม่ได้เป็นแค่ “อดีตนักข่าว” หรือ “อดีตนักการเมือง” แต่คือผู้หญิงคนหนึ่งที่ กล้าปรับบทบาทตามจังหวะชีวิต โดยไม่ทิ้งตัวตนและความเชื่อของตัวเอง

จากห้องข่าว สู่สภา และวันนี้สู่จอทอล์กโชว์ในโลกออนไลน์ เธอยังใช้เสียงของตัวเองพูดเรื่องสังคม การเมือง และกฎหมายต่อไป เพียงแต่เปลี่ยนเวที จากสื่อกระแสหลัก มาเป็นแพลตฟอร์มที่เธอออกแบบเอง

และนั่นคือเสน่ห์ของผู้หญิงที่เลือก “เดินนำตัวเอง” มากกว่าเดินตามรอยใคร