จากยุค Labubu สู่กระแสใหม่ของของเล่นหน้าแปลก
หลังจากกระแส Labubu เริ่มเบาลง โลกของเล่นก็ไม่ได้กลับไปน่ารักใส ๆ เหมือนเดิม แต่ถูกต่อยอดด้วยของเล่นสาย แหวกทุกกฎความคิวต์ อย่าง Fuggler (ฟักเกลอร์)
ตุ๊กตาหน้าตาประหลาดที่ประกาศชัดว่าเป็นสาย Anti-Cute ไม่แคร์ความแบ๊ว แต่เลือกขาย ความน่าเกลียดแบบน่ารัก น่าเอ็นดู จนกลายเป็นกระแสใหญ่ และสร้างฐานแฟนคลับทั่วโลกอย่างไม่น่าเชื่อ
ฟันปลอมชิ้นเดียว ที่เปลี่ยนโลกของตุ๊กตา
จุดเริ่มต้นของ Fuggler มาจากสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดอย่าง ฟันปลอม
สำหรับคนทั่วไป ฟันปลอมกับตุ๊กตาเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะมารวมกันได้ แต่ในมุมมองของศิลปินชาวอังกฤษอย่าง Louise McGettrick (ลูอีส แมคเกตทริก) ทั้งสองอย่างนี้กลับกลายเป็นจุดกำเนิดของมอนสเตอร์หน้าเพี้ยนสุดไอคอนิก
ในปี 2010 สามีของเธอเผลอไป ซื้อฟันปลอมที่ดูสมจริงจำนวนหนึ่ง ขณะไล่หาของแปลกบน eBay
Louise เลยปิ๊งไอเดียเล่น ๆ ว่า
“ถ้าเอาฟันปลอมไปยัดใส่ปากตุ๊กตาหมีน่าจะฮาไม่เบา”
จากมุกขำ ๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างตุ๊กตาผ้าที่ ทั้งน่าเกลียด ทั้งแปลก แต่โคตรมีเอกลักษณ์ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
ชื่อเต็มของ Fuggler คือ Funny Ugly Monster หรือ “อสูรน่าเกลียดสายฮา” ที่ตั้งใจเล่นกับ 3 คีย์เวิร์ดหลักคือ
ความน่าเกลียด
ความประหลาด
ความตลก
แต่ทั้งหมดนี้ถูกผสมให้กลายเป็น “ความน่าเกลียดแบบน่าเอ็นดู” ที่เหมือนกำลังบอกเราว่า
“ถึงฉันจะไม่หล่อไม่สวย แต่ฉันพร้อมจะทำให้หัวใจคุณละลาย”
จากงานแฮนด์เมดเล็ก ๆ สู่ไวรัลบนโลกออนไลน์
ช่วงแรก Louise ลงมือทำ Fuggler เองทั้งหมด โดยใช้ ตุ๊กตาสัตว์ยัดนุ่น (Plush Toys) ทั่วไปมาดัดแปลง
เธอจะ
ดึงลูกตาออก
ใส่ฟันปลอมมนุษย์จริงเข้าไป
ดัดท่าทางให้ดูซุกซน กวนโอ๊ย
แล้วเริ่มวางขายแบบแฮนด์เมดในกลุ่มเล็ก ๆ ผ่านร้านออนไลน์อย่าง Etsy
แต่เพราะรูปลักษณ์ที่ ไม่เหมือนตุ๊กตาตัวไหนบนโลก ผสมกับความฮาและความหลอนเบา ๆ Fuggler เลยถูกแชร์ต่อในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว
ยิ่งมีคนพูดถึงมากเท่าไหร่ Louise ก็ยิ่งออกแบบ Fuggler รุ่นใหม่ ๆ ตามมาไม่หยุด
Fuggler กลายเป็น IP ระดับโลกได้อย่างไร?
เมื่อความต้องการเริ่มพุ่งทะยาน จน Louise ไม่สามารถเย็บตุ๊กตาด้วยมือทัน ศักยภาพของ Fuggler ก็ไปเข้าตาบริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่จากแคนาดาอย่าง Spin Master (เจ้าของแบรนด์ Hatchimals และ Paw Patrol)
ปี 2018 Spin Master จึงเข้าซื้อ ลิขสิทธิ์ Fuggler อย่างเป็นทางการ และเริ่มปั้นให้กลายเป็นของเล่นแมสที่ผลิตได้ในปริมาณมากขึ้น
สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ
จากฟันปลอมมนุษย์จริง → เปลี่ยนเป็น ฟันเรซินคุณภาพสูง
ปรับโปรเซสการผลิตให้เหมาะกับการทำจำนวนมาก
แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ครบคือ
ดวงตาที่มีหลากหลายรูปแบบ
ขนสัตว์สีสันจัดจ้าน
และดีเทลสุดฮาอย่างรูกระดุม “BUTT-on hole” ที่เย็บไว้ตรงก้น
Spin Master ยังต่อยอดด้วยการทำ Fuggler หลายไซซ์ หลายคอลเลกชัน และให้ แต่ละตัวมีชื่อกับบุคลิกเฉพาะตัว เช่น
Grin Grin
Gap Tooth
Sir Reginald Fluff
Sasquatch
กลายเป็นของเล่นที่ไม่ได้ขายแค่หน้าตา แต่มาพร้อม คาแรกเตอร์และเรื่องราว ให้แฟน ๆ ผูกพันด้วย
จีนคือจุดระเบิดกระแสครั้งใหญ่
แม้ Fuggler จะเป็นที่นิยมในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และแคนาดามาก่อนแล้ว แต่จุดเปลี่ยนสำคัญในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นเมื่อมีการผลิตโดยบริษัท ZURU Toys
จุดแข็งของ ZURU ไม่ใช่แค่การผลิตของเล่นจำนวนมากได้เท่านั้น แต่ยังมีเครือข่ายกระจายสินค้าถึงร้านค้าปลีกทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใน จีน ที่เพิ่งเริ่มทำตลาดจริงจังในปี 2024
อีกหนึ่งกิมมิกที่ทำให้ Fuggler ติดตลาดคือ มันจะมาพร้อมกับ ใบรับเลี้ยง (Adoption Certificate)
ในใบนี้จะบอกทั้ง
ลักษณะนิสัยของ Fuggler ตัวนั้น
พื้นที่ให้เจ้าของตั้งชื่อเอง
ผลลัพธ์คือ แฟน ๆ ทั่วโลกพากันสร้าง บุคลิก กิมมิก และเรื่องราวสุดป่วน ให้ตุ๊กตาของตัวเอง แล้วโพสต์ลงโซเชียลแบบจัดเต็ม
ทำให้คนที่ยังไม่รู้จักต้องเข้า Google / แพลตฟอร์มต่าง ๆ ค้นหาเลยว่า
“ตุ๊กตาประหลาดฟันเยอะ ๆ นี่มันตัวอะไรกัน?”
จากนั้น Fuggler ก็เริ่มระเบิดกระแสบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Xiaohongshu จนมีชาวเน็ตจีนบางส่วนยกให้
Fuggler เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ Labubu
โต 247% ในปีเดียว: ตัวเลขที่บอกว่าไม่ใช่กระแสเล่น ๆ
ความฮอตของ Fuggler ไม่ได้อยู่แค่ในโลกโซเชียล แต่สะท้อนชัดในตัวเลขยอดขายด้วย
ร้านค้าปลีกของเล่นรายใหญ่สัญชาติอังกฤษอย่าง The Entertainer เปิดเผยว่า ในปี 2024
ยอดขาย Fuggler พุ่งขึ้นถึง +247%
โดยเฉพาะช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2024 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2025
มียอดขายรวมมากกว่า 650,000 ตัว
กลุ่มลูกค้าที่หลงรักเจ้าอสูรฟันเยอะนี้ไม่ได้มีแค่เด็กเล็กเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง
เด็กอายุประมาณ 5 ขวบขึ้นไป
วัยรุ่น
และผู้ใหญ่สายสะสมของเล่น
พูดง่าย ๆ คือ มันกลายเป็น ของเล่น–ของสะสมลูกผสม ที่จับใจคนได้หลายวัยพร้อมกัน
แล้วคนไทยจะหาซื้อ Fuggler ได้ที่ไหน?
ในประเทศไทยตอนนี้ ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
แต่สาวกของเล่นตัวต่อและสายตุ๊กตาหน้าแปลกยังพอหามาสะสมได้ผ่านช่องทางนำเข้า ทั้งร้านออนไลน์และพรีออเดอร์ต่าง ๆ โดยราคาอยู่ราว ๆ
ประมาณ 490 – 950 บาท (แล้วแต่คอลเลกชันและรุ่น)
ทำไมของเล่น “น่าเกลียด” ถึงน่าเก็บ?
กระแสของ Fuggler สะท้อนเทรนด์ชัดเจนว่า
คนรุ่นใหม่เริ่มเบื่อความน่ารักแบบเดิม ๆ
หันไปชอบอะไรที่ จริงกว่า แปลกกว่า และมีคาแรกเตอร์ชัดกว่า
Fuggler เลยไม่ได้เป็นแค่ตุ๊กตาตัวหนึ่ง แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความคิดแบบใหม่ที่กล้าบอกโลกว่า
“ฉันไม่ต้องสวยก็มีเสน่ห์ได้”
สำหรับสาย ของเล่นตัวต่อ–ของเล่นสะสม นี่คืออีกหนึ่ง IP ที่น่าจับตา เพราะ
ดีไซน์มีเอกลักษณ์สูง
ต่อยอดทำคอลแลบกับ IP อื่นได้ไม่รู้จบ
แถมยังเข้ากับเทรนด์คอนเทนต์ในโซเชียลสุด ๆ
ใครที่เคยโดน Labubu ตกมาแล้ว อาจต้องระวังตัวไว้ดี ๆ เพราะ Fuggler อาจเป็นอสูรฟันเยอะตัวต่อไป ที่จะมาดูดเงินในกระเป๋าคุณแบบไม่รู้ตัว

