หูฟังไร้สายที่ออกแบบมาสำหรับเวทีอีสปอร์ต
Razer™ แบรนด์เกมมิ่งไลฟ์สไตล์ที่เกมเมอร์รู้จักกันดี เปิดตัว Razer BlackShark V3 Pro หูฟังไร้สายระดับทัวร์นาเมนต์รุ่นใหม่ที่พัฒนาโดยโฟกัสไปที่การแข่งอีสปอร์ตแบบเต็มตัว
ไลน์อัป BlackShark V3 ใหม่ แยกเวอร์ชันสำหรับ PC, PlayStation® และ Xbox โดยแต่ละแพลตฟอร์มถูกจูนเสียงมาเฉพาะทาง ให้ทั้งเสียงไร้สายที่หน่วงต่ำเป็นพิเศษ การสื่อสารเสียงโคตรชัด และโปรไฟล์เสียงที่ตั้งค่ามาอย่างจริงจังสำหรับสายแข่ง
สายแข่งไว้วางใจ BlackShark มานาน
ตระกูล BlackShark เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2012 ในเวทีแข่งขัน Battlefield และค่อยๆ สร้างชื่อจนกลายเป็นหนึ่งในหูฟังที่ถูกใช้ในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
ในเดือนกรกฎาคม 2025 BlackShark V2 Pro ถูกจัดอันดับเป็นหูฟังเบอร์หนึ่งบนเว็บ ProSettings และรุ่นใหม่ BlackShark V3 Pro ก็ถูกพัฒนาต่อยอดจากชื่อเสียงนั้นด้วยฟีเจอร์เจเนอเรชันใหม่ ที่วางตัวเป็นหูฟังหลักของนักกีฬาอีสปอร์ตระดับท็อป
จากมุมมองของทีม Esports ภายใน Razer เอง วัตถุประสงค์ของ BlackShark V3 Pro ชัดเจน: ทำให้ผู้เล่นได้เปรียบในทุกมิลลิวินาที ด้วยเสียงที่แม่นยำ คม และซัพพอร์ตสมาธิเต็มที่
เทคโนโลยีสายโปรใน BlackShark V3 Pro
ตระกูล BlackShark V3 Pro มาพร้อมสเปกที่จัดมาเพื่อการแข่งโดยเฉพาะ โดยเน้นไปที่ 4 แกนหลักคือ ความหน่วงต่ำ การสื่อสารคมชัด การตัดเสียงรบกวน และความแม่นยำเชิงตำแหน่งของเสียง
Razer HyperSpeed Wireless Gen-2 – ไร้สายหน่วงต่ำเพียง 10 มิลลิวินาที
BlackShark V3 Pro เป็นหูฟังรุ่นแรกของ Razer ที่ใช้เทคโนโลยี HyperSpeed Gen-2 ซึ่งลดค่าความหน่วงลงเหลือประมาณ 10 มิลลิวินาที ต่ำกว่าหลายแบรนด์ชั้นนำที่อยู่ราว ๆ 15 มิลลิวินาที คิดเป็นการลดลงประมาณ 33% ทำให้เสียงตอบสนองเร็วทันจังหวะเกม เหมาะกับสถานการณ์ที่การดีดเมาส์หรือกดสกิลต้องแม่นเป๊ะตามเสียงRazer HyperClear Full Band Mic – ไมค์ระดับสตูดิโอ
ไมโครโฟนถอดได้ขนาด 12 มม. ให้เสียงบันทึกใกล้เคียงระดับสตูดิโอ ด้วยอัตรา Sampling 48 kHz และลักษณะรับเสียงแบบทิศทางเดียว ทำให้เสียงสื่อสารของผู้เล่นเด่นชัดขึ้น ลดเสียงรอบข้างที่ไม่จำเป็น เหมาะกับทั้งการแข่ง การซ้อม และการสตรีมHybrid Active Noise Cancellation – ตัดเสียงรบกวนเพื่อโฟกัสสูงสุด
นี่เป็นครั้งแรกที่ตระกูล BlackShark ใส่ระบบ Hybrid ANC แบบจัดเต็ม ใช้ไมโครโฟน 4 ตัวในการตรวจจับและตัดเสียงรอบข้างอย่างชาญฉลาด เมื่อรวมกับฟองน้ำเมมโมรี่โฟมและดีไซน์แบบปิดด้านหลัง ช่วยสร้างบับเบิลส่วนตัวให้ผู้เล่นโฟกัสกับเกมได้แม้เจอเสียงดังรอบตัวNext-Gen Razer TriForce Bio-Cellulose Drivers – เสียงคมชัด รายละเอียดแน่น
ไดรเวอร์ TriForce Gen-2 ขนาด 50 มม. ที่ใช้ไดอะแฟรมไบโอเซลลูโลสบางพิเศษ ช่วยให้เสียงโปร่ง เคลียร์ และแยกความถี่ได้เป็นสัดส่วน ทั้งเสียงเท้า เสียงรีโหลด และเสียงสกิลต่าง ๆ ถูกดึงออกมาอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีการออกแบบปลั๊กไดรเวอร์ใหม่เพื่อลดการบิดเบือนฮาร์มอนิกได้มากถึง 50% พร้อมกับเพิ่มความแรงสนามแม่เหล็กขึ้นราว 75% ช่วยให้ระบุตำแหน่งศัตรูจากเสียงได้แม่นยำยิ่งขึ้นTHX® Spatial Audio พร้อม 7.1.4 (สำหรับ PC)
บน PC BlackShark V3 Pro รองรับ THX Spatial Audio พร้อมระบบเสียง 7.1.4 เพิ่มมิติแนวตั้งด้วยลำโพงเสมือนเหนือศีรษะอีก 4 จุด เมื่อใช้กับคอนเทนต์ที่รองรับ ทำให้ผู้เล่นไม่เพียงแค่ระบุทิศซ้าย–ขวา–หน้า–หลัง แต่ยังเดาได้ด้วยว่าเสียงมาจากด้านบนหรือด้านล่าง เกิดเป็นภาพเสียง 3 มิติที่คม และมีทิศทางชัดเจนมากขึ้น
ทดสอบโดยโปร ปรับแต่งจากสนามแข่งจริง
เพื่อให้หูฟังตอบโจทย์การแข่งจริง Razer นำโปรเจกต์ BlackShark V3 Pro ไปทดสอบร่วมกับนักกีฬาอีสปอร์ตชื่อดังโดยตรง ทั้งจากวงการ FPS และเกมยิงสายแข่งระดับโลก
เกมเมอร์ระดับตำนานอย่าง Nikola “NiKo” Kovač จากวงการ Counter-Strike และสมาชิกของ Team Razer รวมถึง Shotzzy ผู้เล่น Call of Duty มืออาชีพจากทีม OpTic ต่างให้ฟีดแบ็กและช่วยจูนรายละเอียดให้หูฟังรุ่นนี้เข้ากับสไตล์การแข่งขันยุคใหม่
NiKo เน้นว่าเสียงคือองค์ประกอบสำคัญในการตัดสินใจทุกช็อตในระหว่างแข่ง BlackShark V3 Pro ทำให้เขาได้ยินเสียงเล็กๆ รอบตัวได้ง่ายขึ้น เช่น การรีโหลด การก้าวเท้า หรือการย้ายตำแหน่งของศัตรู ซึ่งก่อนหน้านี้จับยากกว่านี้มาก เขาได้ลองใช้ตั้งแต่โปรโตไทป์รุ่นแรกและทำงานใกล้ชิดกับทีม Razer เพื่อปรับหูฟังให้เหมาะกับการเล่น CS2 ในระดับแข่งขัน
ในมุมของ Shotzzy เขาโฟกัสไปที่ ความคมชัดของเสียงและคุณภาพไมค์ ซึ่งต้องดีพอให้ทั้งตัวเองและทีมสื่อสารได้แม่นในทุกจังหวะ เขานำ BlackShark V3 Pro ไปใช้ทั้งตอนซ้อมและแข่งจริง พร้อมให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้หูฟังตอบโจทย์ผู้เล่นสายแข่งขันอย่างแท้จริง
จูนเสียงเฉพาะทางสำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม
Razer ไม่ได้ทำแค่รุ่นเดียวใช้ได้ทุกเครื่อง แต่ จูนเสียง BlackShark V3 Pro ให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์มโดยเฉพาะ
PC – รองรับ THX Spatial Audio แบบ 7.1.4 เน้นมิติแนวตั้งและความแม่นยำของตำแหน่งเสียง
PlayStation® – รองรับ Tempest 3D Audio เพื่อใช้ประโยชน์จากระบบเสียง 3D ภายในเครื่องของโซนี่
Xbox – รองรับ Windows Sonic ให้เสียงแบบ Spatial ที่ปรับมาให้เข้ากับระบบเสียงของ Xbox โดยตรง
สายเกมเมอร์ที่เล่นหลายแพลตฟอร์มจึงสามารถเลือกเวอร์ชันที่ตรงกับเครื่องหลักของตัวเอง โดยยังคงดีไซน์และประสบการณ์แบบ BlackShark เอาไว้ครบถ้วน
การเชื่อมต่อยืดหยุ่นได้ถึง 4 โหมด
BlackShark V3 Pro รองรับการเชื่อมต่อหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เอาไปใช้ได้ทั้งแข่ง เล่นชิล หรือพกไปต่อกับอุปกรณ์อื่น
ไร้สาย 2.4 GHz (HyperSpeed)
ไร้สาย Bluetooth
ต่อสาย USB-A
ต่อสาย 3.5 มม.
นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อ HyperSpeed 2.4 GHz และ Bluetooth พร้อมกัน ได้ในเวลาเดียวกัน เช่น เล่นเกมบน PC ผ่าน USB ดองเกิล HyperSpeed แล้วเชื่อม Bluetooth กับมือถือไว้รับสายโทรศัพท์หรือแชตเสียงไปพร้อมกันโดยไม่ต้องสลับอุปกรณ์ไปมา
โปรไฟล์เสียงสำหรับเกม FPS โดยเฉพาะ
เพื่อเอาใจสาย FPS แบบจริงจัง BlackShark V3 Pro มาพร้อม โปรไฟล์ EQ ที่ปรับแต่งมาสำหรับเกม FPS ยอดนิยมกว่า 12 เกม และยังรองรับการสร้างโปรไฟล์ EQ แบบคัสตอมได้สูงสุด 9 โปรไฟล์ ซึ่งถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำภายในหูฟังเลย
สิ่งนี้หมายความว่า ผู้เล่นสามารถเสียบหูฟังใช้งานแบบ plug-and-play โดยไม่ต้องลงซอฟต์แวร์ แล้วเลือกใช้โปรไฟล์เสียงที่เหมาะกับเกมที่เล่นได้ทันที
ขยายจักรวาล BlackShark: ไม่ได้มีแค่รุ่น Pro
นอกจากเรือธงอย่าง BlackShark V3 Pro แล้ว Razer ยังออกอีกสองรุ่นเพื่อครอบคลุมทุกระดับเกมเมอร์
Razer BlackShark V3
หูฟังไร้สายที่ใช้ไดรเวอร์ TriForce Titanium Gen-2 ขนาด 50 มม. พร้อมเสียง THX Spatial Audio และไมโครโฟน HyperClear Superwide Band
รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย HyperSpeed และ Bluetooth พร้อมกัน, การต่อสาย USB-A และการเก็บโปรไฟล์ EQ แบบออนบอร์ดได้สูงสุด 9 โปรไฟล์ มีให้เลือกสำหรับ PC, PlayStation® และ XboxRazer BlackShark V3 X HyperSpeed
หูฟังไร้สายระดับเริ่มต้นสำหรับคนที่อยากเข้าตระกูล BlackShark ในราคาที่จับต้องง่ายขึ้น มาพร้อมไดรเวอร์ TriForce Gen-2 ขนาด 50 มม., ระบบเสียง 7.1 Surround และไมโครโฟน HyperClear Cardioid
รองรับการเชื่อมต่อ HyperSpeed, Bluetooth และ USB-A มีรุ่นเฉพาะสำหรับ PC, PlayStation® และ Xbox เช่นกัน
ด้วยการปล่อยไลน์อัปนี้ออกมาพร้อมกัน Razer แสดงให้เห็นชัดว่าไม่ได้เน้นเฉพาะโปรเพลเยอร์เท่านั้น แต่ยังอยากให้เกมเมอร์ทุกระดับได้สัมผัสเอกลักษณ์เสียงแบบ BlackShark ด้วย
Razer กับวิสัยทัศน์เรื่องเสียงในอนาคตของอีสปอร์ต
การเปิดตัวตระกูล BlackShark V3 คืออีกหนึ่งก้าวของ Razer ในการยกระดับเทคโนโลยีเสียงสำหรับเกมเมอร์สายแข่งขัน ทั้งบน PC, PlayStation® และ Xbox
ในขณะที่อีสปอร์ตและการเล่นเกมข้ามแพลตฟอร์มเติบโตอย่างรวดเร็ว Razer ยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับโปรเพลเยอร์และคอมมูนิตี้ เพื่อวางมาตรฐานใหม่ให้กับ เสียงในเกมที่ต้องทั้งชัด แม่น และมีความหมายกับการตัดสินใจทุกจังหวะ
ไม่ว่าจะเป็นเสียงเท้าเบาๆ ของศัตรู เสียงเรียกเพื่อนร่วมทีม หรือเสียงสกิลปะทะกันในไฟต์สำคัญ BlackShark V3 Pro และตระกูล BlackShark V3 ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ทุกเสียงเหล่านั้นส่งถึงหูคุณอย่างชัดเจนที่สุด
ราคา และไลน์อัปที่วางจำหน่ายในไทย
รุ่นสำหรับ PC
Razer BlackShark V3 Pro – Black Edition & White Edition: ราคา 8,990 บาท
Razer BlackShark V3 – Black Edition & White Edition: ราคา 5,490 บาท
Razer BlackShark V3 X HyperSpeed – Black Edition: ราคา 3,890 บาท
ตระกูลหูฟัง Razer BlackShark V3 สำหรับ PC พร้อมวางจำหน่ายแล้ว ผ่านตัวแทนจำหน่ายซินเน็คฯ ทั่วประเทศไทย
รุ่นสำหรับ Xbox
Razer BlackShark V3 Pro for Xbox – Black Edition & White Edition
Razer BlackShark V3 for Xbox – Black Edition
Razer BlackShark V3 X HyperSpeed for Xbox – Black Edition
รุ่นสำหรับ Xbox จะมีการนำเข้ามาวางจำหน่ายผ่านตัวแทนซินเน็คฯ ทั่วไทย เร็วๆ นี้
รุ่นสำหรับ PlayStation®
Razer BlackShark V3 Pro for PlayStation® – Black Edition & White Edition
Razer BlackShark V3 for PlayStation® – Black Edition
Razer BlackShark V3 X HyperSpeed for PlayStation® – Black Edition
สำหรับ PlayStation® ตระกูล BlackShark V3 จะทยอยนำเข้ามาวางจำหน่าย ผ่านตัวแทนซินเน็คฯ ทั่วประเทศไทยในเวลาไม่นานนี้เช่นกัน
สรุปง่ายๆ ถ้าคุณคือสายอีสปอร์ตที่อยากอัปเกรดจากหูฟังธรรมดาไปสู่ระดับโปร ทั้งในแง่ความหน่วงต่ำ การตัดเสียง และมิติของเสียงในเกม ตระกูล Razer BlackShark V3 โดยเฉพาะรุ่น V3 Pro คือหนึ่งในตัวเลือกที่ออกแบบมาเพื่อคุณแบบตรงตัว

