Coke x AI: เมื่อแบรนด์ระดับโลกหันมาเอาจริงกับดาต้า
ในยุค Digital ที่ทุกอย่างหมุนเร็วจนธุรกิจตั้งตัวแทบไม่ทัน แบรนด์จะอยู่รอดเฉย ๆ ไม่ได้ ต้อง เข้าใจลูกค้าที่เปลี่ยนตลอดเวลา และขยับให้เร็วกว่าเกมในตลาด
Coca-Cola หรือที่เราคุ้นกันในชื่อ Coke คือหนึ่งในตัวอย่างระดับโลกที่ใช้ AI (Artificial Intelligence) มาเป็นอาวุธสำคัญในการพัฒนาสินค้าและสร้างแบรนด์ จนยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องดื่ม Cola ได้อย่างมั่นคง
คำถามคือ Coke ใช้ AI อย่างไร จนสามารถตอบโจทย์ตลาดได้แม่นยำขนาดนี้?
AI กับการอ่านใจลูกค้าแบบลึกกว่าที่เคย
Coke ไม่ได้มองดาต้าเป็นแค่ตัวเลข แต่ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบรอบด้าน จากหลายช่องทาง ทั้ง
Social Media
Website
แหล่งข้อมูลภายนอกอื่น ๆ ขนาดมหาศาล
AI ช่วยให้ Coke มองเห็นภาพรวมพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในระดับลึกมากขึ้น เช่น การจับสัญญาณความสนใจจากโพสต์ คอมเมนต์ คำค้นหา หรือ Hashtag บน Social Media นำมาถอดเป็น เทรนด์ใหม่ (Trend) ที่มีโอกาสเกิดจริงในตลาด
ผลลัพธ์คือ Coke สามารถ
มองเห็นโอกาสของรสชาติใหม่ ๆ ก่อนใคร
รู้ว่าในแต่ละประเทศหรือพื้นที่ ลูกค้าสนใจอะไรต่างกัน
ปรับสินค้าทันกระแส ไม่ปล่อยให้เทรนด์ผ่านไปเปล่า ๆ
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดมากคือ
Coke Freestyle – เครื่องกดน้ำอัจฉริยะ ที่ให้ลูกค้าเลือกและผสมรสชาติได้เอง มากกว่า 100 รสชาติ จากความต้องการและฟีดแบ็กของผู้บริโภคจริง ๆ
Cherry Sprite – เครื่องดื่ม Sprite ที่เพิ่มรสชาติ Cherry เข้ามา จากการมองเห็นกระแสและความสนใจเฉพาะกลุ่ม
ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่ AI ช่วยถอดเสียงของลูกค้าในโลกออนไลน์ มาเป็นอินไซต์ที่นำไปต่อยอดเป็นสินค้าใหม่ได้จริง
Machine Learning: ห้องทดลองลับของรสชาติและแพ็กเกจจิ้ง
AI ไม่ได้หยุดอยู่ที่การวิเคราะห์ข้อมูลเท่านั้น แต่ยังถูกใช้ใน กระบวนการพัฒนาสินค้าใหม่ ผ่าน Machine Learning อีกด้วย
Coke ใช้ Machine Learning เพื่อ
ประเมินความเป็นไปได้ของ รสชาติใหม่ ๆ ก่อนจะลงสนามจริง
ทดลองออกแบบ บรรจุภัณฑ์ ให้ดึงดูดลูกค้าแต่ละกลุ่ม
โดยให้ AI จำลองการตอบสนองของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายต่อ
รสชาติใหม่
ดีไซน์บรรจุภัณฑ์แบบต่าง ๆ
จากนั้นจึงใช้ผลลัพธ์มาประเมินว่า แนวทางไหน มีศักยภาพทางการตลาดสูงสุด และตอบโจทย์ความพอใจของลูกค้าได้จริง ก่อนจะตัดสินใจเปิดตัวสินค้า
ผลที่ตามมาคือ
ลดการลองผิดลองถูกแบบเดิม ๆ
ประหยัดต้นทุนการทดลองสินค้าใหม่
ตัดสินใจบนพื้นฐานดาต้า ไม่ใช่แค่สัญชาตญาณ
Customer Experience: ใช้ AI ทำให้ทุกแก้ว “ใช่” สำหรับลูกค้า
Coke มอง AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือช่วยคิดสินค้า แต่เป็นตัวช่วยในการออกแบบ ประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) แบบครบวงจร
ตัวอย่างชัด ๆ คือ Coke Freestyle ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องกดน้ำธรรมดา แต่มี AI อยู่เบื้องหลัง เพื่อ
เรียนรู้ว่าแต่ละคนชอบรสชาติแบบไหน
จดจำความชอบของลูกค้า
แนะนำการผสมรสชาติใหม่ ๆ ที่คาดว่าลูกค้าน่าจะถูกใจ
นอกจากนั้น Coke ยังใช้ AI ในการออกแบบ แคมเปญการตลาด เช่น
ปรับภาษาและข้อความให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย
เลือกโทนและรูปแบบโฆษณาที่โดนใจกลุ่มลูกค้าเฉพาะ
ผลลัพธ์คือการสื่อสารที่ ตรงใจมากขึ้น เข้าถึงได้มากขึ้น และสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงขึ้น แบบมีนัยสำคัญ
เมื่อ AI กลายเป็นพาร์ตเนอร์ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี
ถ้าสรุปให้เห็นภาพง่าย ๆ สิ่งที่ Coke ได้จากการนำ AI มาใช้ คือ
เข้าใจลูกค้าในแต่ละตลาดได้ลึกและแม่นยำขึ้น
พัฒนาสินค้าใหม่ที่ตอบเทรนด์และตอบโจทย์ลูกค้าได้ทันเวลา
มีเครื่องมือสร้างประสบการณ์ที่ดีและน่าจดจำให้กับลูกค้า
ลดต้นทุนและความเสี่ยงในการพัฒนาสินค้าใหม่ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลจนถึงการออกแบบแคมเปญการตลาด
เคสของ Coke ทำให้เห็นชัดว่า AI ไม่ได้เป็นแค่ “ของไฮเทค” เอาไว้โชว์เท่ ๆ แต่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ที่ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และการสร้างนวัตกรรมในยุค Digital อย่างแท้จริง
องค์กรที่สามารถเอา AI เข้าไปผูกกับ กิจกรรมหลัก (Key Activities) ของธุรกิจได้ จะมีโอกาส
ตอบโจทย์ตลาดได้ตรงกว่าเจ้าอื่น
สร้างแบรนด์ที่แข็งแรงและแตกต่าง
ขยับตัวได้เร็วทันต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนตลอดเวลา
แล้วธุรกิจของคุณพร้อมให้ AI เข้ามาช่วยตรงไหน?
คำถามสำคัญไม่ใช่ว่า “ควรใช้ AI หรือไม่” แต่คือ จะใช้ AI ตรงไหนให้คุ้มที่สุดกับธุรกิจของคุณ
ลองเริ่มจากการถามตัวเองว่า
คุณมีดาต้าอะไรอยู่ในมือ แต่ยังเอาไปใช้ไม่เต็มที่?
ลูกค้าของคุณกำลังส่งสัญญาณอะไรอยู่ในโลกออนไลน์ ที่คุณยังไม่ได้หยิบมาวิเคราะห์?
กระบวนการไหนในธุรกิจ ที่ยังลองผิดลองถูกแบบเดิม ซึ่ง AI อาจช่วยลดความเสี่ยงและต้นทุนได้?
จากนั้นค่อยออกแบบแผนนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจทีละก้าว เหมือนที่ Coke ทำกับการพัฒนาสินค้า แบรนด์ และประสบการณ์ลูกค้า
เพราะในเกมธุรกิจยุคนี้ ใครเข้าใจดาต้า และใช้ AI ได้ดีกว่า คนนั้นก็มีโอกาสชนะเร็วกว่า.

