ก่อนแพ็กเมกอัพ เข้ากฎสนามบินให้ได้ก่อน
การเตรียมกระเป๋าเดินทางสำหรับขึ้นเครื่องบิน โดยเฉพาะเรื่อง สกินแคร์และเครื่องสำอาง มักทำให้หลายคนปวดหัวสุดๆ
ใครเคยต้องยืนหน้าเคาน์เตอร์แล้วโดนบอกให้ทิ้งโทนเนอร์ขวดโปรด หรือครีมบำรุงราคาแรงบ้าง? ทั้งที่ใช้ไปแล้วครึ่งขวด แต่ก็ยังไม่รอดอยู่ดี
ความจริงคือ กฎของเหลวบนเครื่องบินไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องเข้าใจให้ถูก เพราะใช้มาตรฐานเดียวกันเกือบทั่วโลก ถ้ารู้หลักครั้งเดียว คราวหน้าจะจัดกระเป๋าได้ง่ายขึ้นมาก
ทำไมเรื่องเครื่องสำอางขึ้นเครื่องถึงดูยุ่งยาก
ปัญหาที่คนมักเจอกับการพกเมกอัพและสกินแคร์ขึ้นเครื่อง มีอยู่ไม่กี่ข้อ แต่ดันทำให้ต้องทิ้งของรักกันบ่อยมาก
1. สับสนว่าอะไรคือ “ของเหลว”
หลายคนเข้าใจว่าแค่ของที่เป็นน้ำใสๆ เท่านั้นที่นับเป็นของเหลว แต่ในสายการบินแล้ว ทุกอย่างที่เป็นเจล ครีม เนื้อกึ่งแข็งกึ่งเหลว ล้วนถูกนับรวมหมด เช่น
ครีมบำรุงผิวทุกชนิด
โฟมล้างหน้า เจลล้างหน้า
ลิปกลอส ลิปบาล์มเนื้อเหลวหรือเนื้อนุ่มมาก
2. มั่วเรื่องขนาดขวด
จุดที่พลาดกันบ่อยคือ
สนามบินสนใจ “ขนาดขวด” ไม่ใช่ปริมาณของที่เหลืออยู่
ถ้าขวดระบุ 150 ml ต่อให้ใช้เหลือแค่ 30 ml ก็ไม่ผ่านด่านอยู่ดี วิธีรอดทางเดียวคือ แบ่งใส่ขวดเล็กไม่เกิน 100 ml เท่านั้น
3. ไม่รู้จะใส่กระเป๋าไหน
ใส่กระเป๋าถือ: ใช้สะดวกระหว่างบิน แต่ต้องเข้า “กฎของเหลว”
ใส่กระเป๋าโหลด: ไม่ติดกฎ 100 ml แต่เสี่ยงแตก หาย หรือโดนอัดจนเละ
ถ้าไม่วางแผนดีๆ มีสิทธิ์ทั้งเสียเวลา ทั้งเสียของ
4. งงขั้นตอนตอนผ่านด่าน
ต้องใส่ถุงแบบไหน?
ต้องเอาออกจากกระเป๋าไหม?
ต้องแยกให้เจ้าหน้าที่ตรวจยังไง?
ถ้าไม่เตรียมตัวล่วงหน้า พอถึงหน้าเครื่องสแกน ทีนี้ได้วุ่นทั้งคนหน้า-คนหลังแน่นอน
กฎเหล็กของเหลวขึ้นเครื่อง: 100 ml คือเส้นตาย
ถ้าจำกฎนี้ข้อเดียวได้ คุณจะผ่านด่านความปลอดภัยได้ลื่นๆ แบบไม่ต้องลุ้น
ของเหลวทุกชิ้นต้องไม่เกิน 100 ml ต่อบรรจุภัณฑ์
ขึ้นเครื่องด้วย กระเป๋าถือ: ของเหลวทุกชนิดต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 ml / ชิ้น
ใช้กฎนี้แทบทุกประเทศ เพราะเป็นมาตรฐานสากล
ย้ำอีกครั้ง: สนใจขนาดขวด ไม่ใช่ของข้างใน
ขวด 150 ml ใช้ไปจนเหลือ 50 ml ก็ยัง ขึ้นเครื่องไม่ได้
ทางรอดคือแบ่งใส่ ขวดเดินทาง (Travel Size) ที่ระบุว่าไม่เกิน 100 ml
ต้องใส่ถุงซิปล็อกใส ขนาดไม่เกิน 1 ลิตร
รวมของเหลวทุกชิ้นที่พกขึ้นเครื่องไว้ในถุง พลาสติกใสแบบซิปล็อก
ขนาดถุงไม่เกิน ประมาณ 20x20 ซม. หรือ 1 ลิตร
1 คนใช้ได้แค่ 1 ถุง เท่านั้น
ถุงต้องปิดสนิท และมองเห็นของด้านในชัดเจน
นี่คือกฎที่ใช้มายาวนานตั้งแต่ปี 2006 และยังเข้มงวดอยู่เหมือนเดิม
อะไรบ้างที่นับเป็นของเหลวในหมวดเครื่องสำอาง
รายการที่ถูกนับเป็นของเหลว / เจล / ครีม เช่น
โทนเนอร์ น้ำตบ เอสเซนส์ เซรั่ม
ครีมบำรุงทุกชนิด รวมถึงครีมกันแดด
โฟมล้างหน้า เจลล้างหน้า คลีนซิ่งออยล์เหลว
แชมพู ครีมนวด คอนดิชันเนอร์
โลชั่นบำรุงผิวหน้าและตัว
รองพื้นเหลว คุชชั่น BB/CC ครีม
คอนซีลเลอร์เนื้อเหลว
มาสคาร่า อายไลเนอร์แบบน้ำ
ลิปกลอส ลิปเนื้อเหลว
น้ำหอมทุกชนิด
น้ำยาถอดเล็บ
เจลแต่งผม มูส วักซ์เนื้อครีมหรือเจล
ดีโอโดแรนท์แบบโรลออนหรือเนื้อเหลว
ยาทาผิวเหลว ยาสระผมเหลวที่ต้องพกติดตัว
น้ำมันหอมระเหย
ถุงซิปล็อก 1 ลิตร เพื่อนรักของสายบิวตี้บนเครื่องบิน
หลังจากแบ่งของเหลวใส่ขวดเล็กจนอยู่ในเกณฑ์ 100 ml แล้ว ขั้นต่อไปคือ จัดทุกอย่างลงถุงซิปล็อกให้เป็นระเบียบ
ถุงที่ถูกต้องหน้าตาแบบนี้
เป็น พลาสติกใส มองทะลุเห็นของข้างในได้ชัดเจน
ขนาดประมาณ ไม่เกิน 20x20 ซม. / 1 ลิตร
เป็นแบบ ซิปล็อกปิดสนิท ไม่ใช่ถุงแบบผูกปาก
1 คน ใช้ได้แค่ 1 ถุง เท่านั้น
ซื้อถุงซิปล็อกจากไหนดี
ร้านอุปกรณ์เดินทาง
ห้างสรรพสินค้า
ออนไลน์
ราคาอยู่ประมาณ 20–50 บาท หรือจะใช้ถุงซิปล็อกบ้านๆ ที่มีขนาดพอดีก็ได้ ขอแค่ใส มองเห็นของ และปิดซิปได้ดี
ตอนผ่านด่าน ต้องใช้ยังไง
เอาถุงซิปล็อก ออกจากกระเป๋าถือ วางแยกในถาดตรวจ
อย่าซ่อนไว้ในกระเป๋าลึกๆ เพราะถ้าเครื่องสแกนไม่ชัด เจ้าหน้าที่จะให้คุณรื้อกระเป๋าใหม่ เสียเวลาทั้งตัวเองและคนต่อคิว
ทริคจัดของในถุงให้เจ้าหน้าที่เลิฟ
เรียงขวดตั้งให้เห็นฉลากหรือสีของของเหลวชัดเจน
ขวดสูงไว้ด้านหลัง ขวดเตี้ยไว้ด้านหน้า
ห้ามยัดจนแน่นจนปิดซิปแทบไม่ลง
ติดสติกเกอร์หรือเทปสีบอกชื่อผลิตภัณฑ์บนขวดเล็กๆ ช่วยให้หยิบใช้ได้ไวขึ้น
คู่มือจัดกระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นเครื่องแบบ Step-by-Step
การจัดเครื่องสำอางให้ทั้ง ผ่านด่านง่าย และใช้งานสะดวกทั้งทริป ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เดินตามขั้นตอนเหล่านี้
ขั้นที่ 1: สำรวจและคัดไอเทมที่ใช้จริง
คัดให้เหลือแค่ของที่จำเป็นจริงๆ
เอาเครื่องสำอางและสกินแคร์ที่ “คิดว่าจะพก” มาวางรวมกัน
คัดออกให้เหลือแค่ ของที่จำเป็นตามจำนวนวันและกิจกรรม
คนส่วนใหญ่มักพกเกินความจำเป็น ทำให้กระเป๋าหนัก แถมจัดให้เข้าเกณฑ์ 100 ml ยากขึ้นอีก
ดูตามจำนวนวันและสไตล์ทริป
ไปแค่ 3–4 วัน: แบ่งครีมใส่ขวดเล็กหรือใช้ไซซ์ทดลองก็พอ
ไปชิลที่รีสอร์ต: แค่ครีมกันแดด ลิปบาล์ม แป้ง ติดตัวก็เอาอยู่ ไม่ต้องแบกเมกอัพฟูลเซ็ต
ไปงานประชุม/งานเลี้ยง: ค่อยจัดเมกอัพให้ครบขึ้น
เช็กว่าที่พักมีอะไรให้บ้าง
โรงแรมหลายแห่งมีแชมพู ครีมอาบน้ำ โลชั่นให้
บางที่ใช้ของคุณภาพดีจนไม่ต้องพกของตัวเองไปซ้ำ
เช็กข้อมูลล่วงหน้า จะช่วยลดของในกระเป๋าได้เยอะมาก
ขั้นที่ 2: ของเหลวทั้งหมดแบ่งใส่ขวดเล็ก
หาชุดขวดเดินทาง
หาซื้อได้จากร้านของใช้ในบ้าน ร้านเครื่องสำอาง หรือออนไลน์
ราคาโดยประมาณ 50–200 บาท/เซ็ต มักมีหลายขนาดหลายแบบในชุดเดียว
ประเภทขวดที่ควรมี
ขวดปั๊ม 30–50 ml: เหมาะกับโทนเนอร์หรือคลีนเซอร์เหลว
ขวดหยด 10–20 ml: สำหรับเซรั่มหรือน้ำมันบำรุง
ขวดบีบ 30–50 ml: ใส่ครีมหรือโลชั่น ใช้บีบออกได้เลย
ขวดสเปรย์เล็ก 30–50 ml: ใส่น้ำแร่หรือโทนเนอร์แบบสเปรย์
เทคนิคการแบ่งให้สะอาดและไม่เลอะ
ล้างและทำให้ขวดเล็กแห้งสนิทก่อนใช้
ใช้ช้อนเล็กหรือหลอดดูดช่วยตักเพื่อไม่ให้หกเลอะ
ติดชื่อผลิตภัณฑ์บนขวดทุกอัน
ตรวจฝาให้แน่นก่อนเก็บ
ใช้พลาสติกแรปหรือเทปใสพันบริเวณฝา/หัวปั๊มกันรั่ว
เมื่อเรียบร้อยแล้วค่อยนำไปใส่ถุงซิปล็อก 1 ลิตร
ขั้นที่ 3: เปลี่ยนเท่าที่ทำได้เป็น “ของแข็ง” แทนของเหลว
วิธีลัดสำหรับคนไม่อยากเหนื่อยกับกฎของเหลว คือหันมาใช้ เวอร์ชันของแข็ง ให้เยอะที่สุด
ไอเทมเครื่องสำอางแบบของแข็งที่ควรเล็ง
แชมพูบาร์ (สบู่ก้อนสำหรับสระผม)
คอนดิชันเนอร์บาร์
สบู่ล้างหน้าก้อน
ดีโอโดแรนท์แบบแท่ง
แป้งอัดแข็งทุกชนิด รวมถึงแป้งกันแดด
บลัชออน / ไฮไลต์ / คอนทัวร์แบบฝุ่น
อายแชโดว์แบบฝุ่น
ลิปสติกแท่ง
ข้อดีของการใช้ของแข็ง
ไม่ต้องกลัวเรื่อง ขนาดบรรจุภัณฑ์
ไม่ต้องใส่ถุงซิปล็อก
ส่วนใหญ่ เบากว่า และไม่เสี่ยงรั่ว
ใช้ได้นานเพราะเนื้อเข้มข้น คุ้มกับเงินที่จ่าย
ขั้นที่ 4: จัดทุกอย่างลงถุงซิปล็อกให้เนี๊ยบ
เมื่อขวด ขนาด และประเภทของพร้อมแล้ว ถึงเวลาจัดลงถุงให้สวยและตรวจง่าย
วิธีจัดให้ผ่านด่านแบบไม่ต้องถามซ้ำ
เรียงขวดตั้งให้เห็นฉลากชัด
ขวดสูงไว้ด้านหลัง เตี้ยไว้ด้านหน้า
อย่าอัดจนป่อง ปิดซิปลำบาก
ถ้าของเยอะจนล้นถุง ให้ คัดออก หรือย้ายไปไว้กระเป๋าโหลด
วางถุงซิปล็อกไว้ตรงส่วนบนของกระเป๋าถือ ให้หยิบออกได้ง่าย
อย่าลืมถุงสำรอง
เตรียมถุงซิปล็อกหรือถุงพลาสติกสำรองติดไปสัก 1–2 ใบ เผื่อกรณี
ถุงเดิมฉีกหรือแตกกลางทาง
ต้องแยกของเปียกออกจากของแห้งในกระเป๋า
ลิสต์เครื่องสำอางที่เหมาะกับทริปเที่ยวจริงๆ
การเลือกเมกอัพไปเที่ยว ไม่ใช่ดูแค่ “เล็กดี” แต่ต้อง ใช้สะดวก ทนทาน และกินพื้นที่น้อย ด้วย
น้ำหอมแบบบาล์ม & แชมพูบาร์ คู่หูลดของเหลว
น้ำหอมบาล์ม ทางเลือกใหม่ของสายบินบ่อย
น้ำหอมขวดแก้วแบบน้ำทั้งใหญ่ ทั้งหนัก แถมยังนับเป็นของเหลวเต็มๆ มีสิทธิ์แตกหรือรั่วในกระเป๋าได้ง่าย
ตัวเลือกที่น่าใช้กว่าในยุคนี้คือ น้ำหอมแบบบาล์ม
มาในรูปกึ่งแข็ง คล้ายลิปบาล์มหรือบาล์ม
บรรจุในตลับหรือกระปุกเล็กๆ
พกง่าย ไม่เสี่ยงแตก
ไม่ต้องเข้าเกณฑ์ของเหลวจุกจิกเหมือนขวดสเปรย์ใหญ่ๆ
แชมพูบาร์ นวัตกรรมเพื่อคนชอบบิน
แชมพูบาร์คือ แชมพูในรูปแบบก้อนเหมือนสบู่
ไม่ใช่ของเหลว ไม่ต้องใส่ถุงซิปล็อก
น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่
ไม่มีขวดพลาสติก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แป้งกันแดด & แป้งผสมรองพื้น: ตัวเดียวเอาอยู่
แป้งกันแดด ใช้ง่ายกว่าครีมเยอะ
ครีมกันแดดแบบขวดเล็กสามารถขึ้นเครื่องได้ก็จริง แต่ต้องเสียที่ในถุงซิปล็อก 1 ลิตร และบางทีก็ไม่สะดวกทาระหว่างวัน
แป้งกันแดด จึงเป็นคำตอบที่ดีมาก
เป็นแป้งอัดแข็ง มีค่า SPF เช่น 30–50+
เติมระหว่างวันได้ง่าย ไม่เหนียวหน้า
ไม่ต้องนับเข้าโควตาของเหลว
แป้งผสมรองพื้น: ตลับเดียวจบ
ถ้าอยากประหยัดพื้นที่แบบจริงจัง ให้เลือกใช้ แป้งผสมรองพื้น ดีๆ สักตลับ
รวมรองพื้น + แป้ง + กันแดด (ในบางรุ่น)
ไม่ต้องพกรองพื้นเหลว แป้งฝุ่น และครีมกันแดดแยกกัน
เบากว่ามาก และแพ็กง่ายกว่าเยอะ
แผ่นเช็ดทำความสะอาด: ตัวช่วยวันขี้เกียจล้างหน้า
แผ่นเช็ดเครื่องสำอาง เหมาะมากสำหรับทริปที่ต้องนั่งเครื่องนาน หรือพักในที่ที่ห้องน้ำไม่สะดวกสุดๆ
เช็ดเมกอัพออกได้เร็ว
ใช้น้ำน้อย ประหยัดเวลา
แผ่นเช็ดอื่นๆ ที่ควรมี
แผ่นซับมัน: ช่วยดูดความมันส่วนเกิน โดยไม่ทำให้เมกอัพพัง
แผ่นเปียกเช็ดมือ: ใช้ก่อนแต่งหน้า หรือหลังทานข้าว
แผ่นเช็ดตัว: เหมาะกับวันที่ไม่สะดวกอาบน้ำ แต่ยังอยากรู้สึกสดชื่น
Checklist ไอเทมไซซ์มินิที่ควรมีติดตัว
เครื่องสำอางขนาดทดลอง (Travel / Mini Size)
เหมาะกับทริป 3–7 วันมาก เพราะไม่ต้องแบ่งเองให้วุ่นวาย เช่น
เซรั่ม 10–15 ml
ครีมบำรุง 15–30 ml
สเปรย์หรือมิสต์บำรุงผิว 30–50 ml
คลีนซิ่งออยล์ไซซ์เล็ก 30 ml
เครื่องสำอางอเนกประสงค์
เน้นของที่ใช้ได้หลายจุดในชิ้นเดียว ช่วยลดของในกระเป๋าได้เยอะ
ลิปแอนด์ชีค: ใช้ได้ทั้งแก้มและปาก
BB/CC ครีม: มีทั้งกันแดด บำรุง และปรับสีผิวในตัวเดียว
พาเลตต์ตาและปาก: รวมหลายสีในตลับเดียว
มัลติสติก: ใช้เป็นบลัชออน ลิป และอายแชโดว์ได้ในแท่งเดียว
อุปกรณ์เสริมขนาดเล็กที่ไม่ควรมองข้าม
แปรงแต่งหน้าแบบพับได้หรือมีฝาปิด
ที่ดัดขนตาไซซ์มินิ
กระจกพกพา (ถ้ามีไฟยิ่งดี)
สเปรย์ล้างแปรงไซซ์เล็ก
ฟองน้ำแต่งหน้าที่จะพองตัวเมื่อโดนน้ำ (เก็บตอนแห้งในกระเป๋าได้สบาย)
แล้วถ้าอยากโหลดเครื่องสำอางลงใต้เครื่องล่ะ
หลายคนคิดว่า “งั้นโยนทุกอย่างลงกระเป๋าโหลดเลยง่ายกว่า” ซึ่งก็จริงในบางมุม แต่ก็มีเรื่องที่ต้องระวังเหมือนกัน
ข้อดีของการเก็บในกระเป๋าโหลด
ไม่ติดข้อจำกัด 100 ml
ช่วยให้กระเป๋าถือเบาโล่ง
ไม่ต้องวุ่นกับถุงซิปล็อก
เหมาะกับทริปยาวๆ 2–3 สัปดาห์ ที่ต้องใช้ของปริมาณเยอะ
ข้อเสียและสิ่งที่ต้องระวัง
เสี่ยงแตกหรือรั่วจากแรงกระแทกและแรงกดดันในท้องเครื่อง
ถ้ากระเป๋าหาย เครื่องสำอางชุดใหญ่ก็หายตามไปด้วย
หยิบใช้ระหว่างบินไม่ได้
ความเย็นหรืออุณหภูมิในช่องโหลดอาจทำให้เนื้อครีมบางตัวเปลี่ยนเนื้อหรือแยกชั้น
วิธีเตรียมเครื่องสำอางสำหรับกระเป๋าโหลด
1. หุ้มป้องกันให้แน่นหนา
ห่อขวดแต่ละชิ้นด้วยพลาสติกแรป หรือใส่ถุงซิปล็อกแยกกัน
ถ้าขวดใดแตก อย่างน้อยความเสียหายจะจำกัดอยู่ในถุง ไม่เลอะทั้งกระเป๋า
2. ใช้กระเป๋าเครื่องสำอางโดยเฉพาะ
เลือกใบที่มี ช่องกั้น และซับในกันน้ำ
ถ้ารั่ว จะเละอยู่แค่ในกระเป๋าเล็ก ไม่กระจายไปโดนเสื้อผ้าทั้งใบ
3. จัดวางตำแหน่งในกระเป๋าเดินทาง
วางกระเป๋าเครื่องสำอางไว้ กลางกระเป๋า
ใช้เสื้อผ้านุ่มๆ ล้อมรอบเป็นเหมือนเบาะกันกระแทก
หลีกเลี่ยงการวางไว้ติดขอบหรือมุมกระเป๋า
4. ตรวจฝาให้แน่นทุกชิ้น
ขันฝาให้แน่น แล้วลองเขย่าดู
ถ้าเป็นขวดปั๊มหรือสเปรย์: ล็อกหัว หรือพันเทปใสกันกดโดยไม่ตั้งใจ
5. แยกของที่แตกง่าย
ขวดแก้วหรือแพ็กเกจเปราะบางให้ห่อพิเศษ เช่น ใช้เสื้อผ้าหนาๆ หรือถุงเท้าช่วยหุ้ม
6. เตรียมถุงพลาสติกสำรอง
พกถุงเปล่าเผื่อที่ต้องแยกของเปียก/รั่วออกมาในภายหลัง
อะไรควรเก็บไว้ในกระเป๋าโหลด
แชมพูและคอนดิชันเนอร์ขวดใหญ่
โฟมล้างหน้าและโลชั่นบำรุงขนาดเต็ม
สเปรย์จัดแต่งผมไซซ์จริง
ครีมบำรุงตัวกระปุกใหญ่
น้ำยาถอดเล็บ
มีดโกน แหนบ กรรไกรไซซ์ใหญ่ (ที่อาจไม่ผ่านด่านถ้าพกขึ้นเครื่อง)
เมกอัพที่เอาไปเป็นตัวสำรอง หรือมีหลายตลับ
อะไรควรอยู่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง
ของกลุ่มนี้ควรอยู่ใกล้ตัวตลอด เพราะทั้งจำเป็นและบางชิ้นราคาแรงมาก
สกินแคร์หรือเครื่องสำอางชิ้นสำคัญที่ราคาแพง หรือหายแล้วเสียใจแน่
เซรั่มหรือครีมบำรุงที่ต้องใช้ระหว่างบิน (กันผิวแห้งบนเครื่อง)
แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สำหรับรีเฟรชตัวเองบนเครื่อง
ลิปบาล์ม กันริมฝีปากแห้ง
แผ่นมาส์กหน้า ไว้ใช้บนไฟลต์ยาว
ครีมทามือไซซ์เล็ก
การแพ็กเครื่องสำอางขึ้นเครื่องให้รอดแบบไม่ต้องลุ้น ไม่ใช่เรื่องดวง แต่คือเรื่อง เข้าใจกฎ + เลือกแพ็กอย่างฉลาด
จำ 3 เรื่องนี้ให้แม่น:
ของเหลวไม่เกิน 100 ml ต่อชิ้น
ทุกอย่างที่เป็นเจล ครีม กึ่งแข็งกึ่งเหลว = นับเป็นของเหลว
ต้องรวมทั้งหมดลงใน ถุงซิปล็อกใส 1 ลิตร แค่ 1 ถุงต่อคน
ทำได้ครบ รับรองว่า ทริปต่อไปจะไม่มีดราม่าทิ้งโทนเนอร์ขวดโปรดหน้าเคาน์เตอร์สนามบินอีกต่อไป

