รับแอปรับแอป

เครื่องสำอางขึ้นเครื่องแบบมือโปร 2569: แพ็กยังไงให้ผ่านด่านชัวร์ ไม่ต้องทิ้งของรัก

นที ศรีสุข01-31

ก่อนแพ็กเมกอัพ เข้ากฎสนามบินให้ได้ก่อน

การเตรียมกระเป๋าเดินทางสำหรับขึ้นเครื่องบิน โดยเฉพาะเรื่อง สกินแคร์และเครื่องสำอาง มักทำให้หลายคนปวดหัวสุดๆ

ใครเคยต้องยืนหน้าเคาน์เตอร์แล้วโดนบอกให้ทิ้งโทนเนอร์ขวดโปรด หรือครีมบำรุงราคาแรงบ้าง? ทั้งที่ใช้ไปแล้วครึ่งขวด แต่ก็ยังไม่รอดอยู่ดี

ความจริงคือ กฎของเหลวบนเครื่องบินไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องเข้าใจให้ถูก เพราะใช้มาตรฐานเดียวกันเกือบทั่วโลก ถ้ารู้หลักครั้งเดียว คราวหน้าจะจัดกระเป๋าได้ง่ายขึ้นมาก

ทำไมเรื่องเครื่องสำอางขึ้นเครื่องถึงดูยุ่งยาก

ปัญหาที่คนมักเจอกับการพกเมกอัพและสกินแคร์ขึ้นเครื่อง มีอยู่ไม่กี่ข้อ แต่ดันทำให้ต้องทิ้งของรักกันบ่อยมาก

1. สับสนว่าอะไรคือ “ของเหลว”

หลายคนเข้าใจว่าแค่ของที่เป็นน้ำใสๆ เท่านั้นที่นับเป็นของเหลว แต่ในสายการบินแล้ว ทุกอย่างที่เป็นเจล ครีม เนื้อกึ่งแข็งกึ่งเหลว ล้วนถูกนับรวมหมด เช่น

  • ครีมบำรุงผิวทุกชนิด

  • โฟมล้างหน้า เจลล้างหน้า

  • ลิปกลอส ลิปบาล์มเนื้อเหลวหรือเนื้อนุ่มมาก

2. มั่วเรื่องขนาดขวด

จุดที่พลาดกันบ่อยคือ

สนามบินสนใจ “ขนาดขวด” ไม่ใช่ปริมาณของที่เหลืออยู่

ถ้าขวดระบุ 150 ml ต่อให้ใช้เหลือแค่ 30 ml ก็ไม่ผ่านด่านอยู่ดี วิธีรอดทางเดียวคือ แบ่งใส่ขวดเล็กไม่เกิน 100 ml เท่านั้น

3. ไม่รู้จะใส่กระเป๋าไหน

  • ใส่กระเป๋าถือ: ใช้สะดวกระหว่างบิน แต่ต้องเข้า “กฎของเหลว”

  • ใส่กระเป๋าโหลด: ไม่ติดกฎ 100 ml แต่เสี่ยงแตก หาย หรือโดนอัดจนเละ

ถ้าไม่วางแผนดีๆ มีสิทธิ์ทั้งเสียเวลา ทั้งเสียของ

4. งงขั้นตอนตอนผ่านด่าน

  • ต้องใส่ถุงแบบไหน?

  • ต้องเอาออกจากกระเป๋าไหม?

  • ต้องแยกให้เจ้าหน้าที่ตรวจยังไง?

ถ้าไม่เตรียมตัวล่วงหน้า พอถึงหน้าเครื่องสแกน ทีนี้ได้วุ่นทั้งคนหน้า-คนหลังแน่นอน

กฎเหล็กของเหลวขึ้นเครื่อง: 100 ml คือเส้นตาย

ถ้าจำกฎนี้ข้อเดียวได้ คุณจะผ่านด่านความปลอดภัยได้ลื่นๆ แบบไม่ต้องลุ้น

ของเหลวทุกชิ้นต้องไม่เกิน 100 ml ต่อบรรจุภัณฑ์

  • ขึ้นเครื่องด้วย กระเป๋าถือ: ของเหลวทุกชนิดต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 ml / ชิ้น

  • ใช้กฎนี้แทบทุกประเทศ เพราะเป็นมาตรฐานสากล

ย้ำอีกครั้ง: สนใจขนาดขวด ไม่ใช่ของข้างใน

  • ขวด 150 ml ใช้ไปจนเหลือ 50 ml ก็ยัง ขึ้นเครื่องไม่ได้

  • ทางรอดคือแบ่งใส่ ขวดเดินทาง (Travel Size) ที่ระบุว่าไม่เกิน 100 ml

ต้องใส่ถุงซิปล็อกใส ขนาดไม่เกิน 1 ลิตร

  • รวมของเหลวทุกชิ้นที่พกขึ้นเครื่องไว้ในถุง พลาสติกใสแบบซิปล็อก

  • ขนาดถุงไม่เกิน ประมาณ 20x20 ซม. หรือ 1 ลิตร

  • 1 คนใช้ได้แค่ 1 ถุง เท่านั้น

  • ถุงต้องปิดสนิท และมองเห็นของด้านในชัดเจน

นี่คือกฎที่ใช้มายาวนานตั้งแต่ปี 2006 และยังเข้มงวดอยู่เหมือนเดิม

อะไรบ้างที่นับเป็นของเหลวในหมวดเครื่องสำอาง

รายการที่ถูกนับเป็นของเหลว / เจล / ครีม เช่น

  • โทนเนอร์ น้ำตบ เอสเซนส์ เซรั่ม

  • ครีมบำรุงทุกชนิด รวมถึงครีมกันแดด

  • โฟมล้างหน้า เจลล้างหน้า คลีนซิ่งออยล์เหลว

  • แชมพู ครีมนวด คอนดิชันเนอร์

  • โลชั่นบำรุงผิวหน้าและตัว

  • รองพื้นเหลว คุชชั่น BB/CC ครีม

  • คอนซีลเลอร์เนื้อเหลว

  • มาสคาร่า อายไลเนอร์แบบน้ำ

  • ลิปกลอส ลิปเนื้อเหลว

  • น้ำหอมทุกชนิด

  • น้ำยาถอดเล็บ

  • เจลแต่งผม มูส วักซ์เนื้อครีมหรือเจล

  • ดีโอโดแรนท์แบบโรลออนหรือเนื้อเหลว

  • ยาทาผิวเหลว ยาสระผมเหลวที่ต้องพกติดตัว

  • น้ำมันหอมระเหย

ถุงซิปล็อก 1 ลิตร เพื่อนรักของสายบิวตี้บนเครื่องบิน

หลังจากแบ่งของเหลวใส่ขวดเล็กจนอยู่ในเกณฑ์ 100 ml แล้ว ขั้นต่อไปคือ จัดทุกอย่างลงถุงซิปล็อกให้เป็นระเบียบ

ถุงที่ถูกต้องหน้าตาแบบนี้

  • เป็น พลาสติกใส มองทะลุเห็นของข้างในได้ชัดเจน

  • ขนาดประมาณ ไม่เกิน 20x20 ซม. / 1 ลิตร

  • เป็นแบบ ซิปล็อกปิดสนิท ไม่ใช่ถุงแบบผูกปาก

  • 1 คน ใช้ได้แค่ 1 ถุง เท่านั้น

ซื้อถุงซิปล็อกจากไหนดี

  • ร้านอุปกรณ์เดินทาง

  • ห้างสรรพสินค้า

  • ออนไลน์

ราคาอยู่ประมาณ 20–50 บาท หรือจะใช้ถุงซิปล็อกบ้านๆ ที่มีขนาดพอดีก็ได้ ขอแค่ใส มองเห็นของ และปิดซิปได้ดี

ตอนผ่านด่าน ต้องใช้ยังไง

  • เอาถุงซิปล็อก ออกจากกระเป๋าถือ วางแยกในถาดตรวจ

  • อย่าซ่อนไว้ในกระเป๋าลึกๆ เพราะถ้าเครื่องสแกนไม่ชัด เจ้าหน้าที่จะให้คุณรื้อกระเป๋าใหม่ เสียเวลาทั้งตัวเองและคนต่อคิว

ทริคจัดของในถุงให้เจ้าหน้าที่เลิฟ

  • เรียงขวดตั้งให้เห็นฉลากหรือสีของของเหลวชัดเจน

  • ขวดสูงไว้ด้านหลัง ขวดเตี้ยไว้ด้านหน้า

  • ห้ามยัดจนแน่นจนปิดซิปแทบไม่ลง

  • ติดสติกเกอร์หรือเทปสีบอกชื่อผลิตภัณฑ์บนขวดเล็กๆ ช่วยให้หยิบใช้ได้ไวขึ้น

คู่มือจัดกระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นเครื่องแบบ Step-by-Step

การจัดเครื่องสำอางให้ทั้ง ผ่านด่านง่าย และใช้งานสะดวกทั้งทริป ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เดินตามขั้นตอนเหล่านี้

ขั้นที่ 1: สำรวจและคัดไอเทมที่ใช้จริง

คัดให้เหลือแค่ของที่จำเป็นจริงๆ

  • เอาเครื่องสำอางและสกินแคร์ที่ “คิดว่าจะพก” มาวางรวมกัน

  • คัดออกให้เหลือแค่ ของที่จำเป็นตามจำนวนวันและกิจกรรม

คนส่วนใหญ่มักพกเกินความจำเป็น ทำให้กระเป๋าหนัก แถมจัดให้เข้าเกณฑ์ 100 ml ยากขึ้นอีก

ดูตามจำนวนวันและสไตล์ทริป

  • ไปแค่ 3–4 วัน: แบ่งครีมใส่ขวดเล็กหรือใช้ไซซ์ทดลองก็พอ

  • ไปชิลที่รีสอร์ต: แค่ครีมกันแดด ลิปบาล์ม แป้ง ติดตัวก็เอาอยู่ ไม่ต้องแบกเมกอัพฟูลเซ็ต

  • ไปงานประชุม/งานเลี้ยง: ค่อยจัดเมกอัพให้ครบขึ้น

เช็กว่าที่พักมีอะไรให้บ้าง

  • โรงแรมหลายแห่งมีแชมพู ครีมอาบน้ำ โลชั่นให้

  • บางที่ใช้ของคุณภาพดีจนไม่ต้องพกของตัวเองไปซ้ำ

เช็กข้อมูลล่วงหน้า จะช่วยลดของในกระเป๋าได้เยอะมาก

ขั้นที่ 2: ของเหลวทั้งหมดแบ่งใส่ขวดเล็ก

หาชุดขวดเดินทาง

  • หาซื้อได้จากร้านของใช้ในบ้าน ร้านเครื่องสำอาง หรือออนไลน์

  • ราคาโดยประมาณ 50–200 บาท/เซ็ต มักมีหลายขนาดหลายแบบในชุดเดียว

ประเภทขวดที่ควรมี

  • ขวดปั๊ม 30–50 ml: เหมาะกับโทนเนอร์หรือคลีนเซอร์เหลว

  • ขวดหยด 10–20 ml: สำหรับเซรั่มหรือน้ำมันบำรุง

  • ขวดบีบ 30–50 ml: ใส่ครีมหรือโลชั่น ใช้บีบออกได้เลย

  • ขวดสเปรย์เล็ก 30–50 ml: ใส่น้ำแร่หรือโทนเนอร์แบบสเปรย์

เทคนิคการแบ่งให้สะอาดและไม่เลอะ

  • ล้างและทำให้ขวดเล็กแห้งสนิทก่อนใช้

  • ใช้ช้อนเล็กหรือหลอดดูดช่วยตักเพื่อไม่ให้หกเลอะ

  • ติดชื่อผลิตภัณฑ์บนขวดทุกอัน

  • ตรวจฝาให้แน่นก่อนเก็บ

  • ใช้พลาสติกแรปหรือเทปใสพันบริเวณฝา/หัวปั๊มกันรั่ว

  • เมื่อเรียบร้อยแล้วค่อยนำไปใส่ถุงซิปล็อก 1 ลิตร

ขั้นที่ 3: เปลี่ยนเท่าที่ทำได้เป็น “ของแข็ง” แทนของเหลว

วิธีลัดสำหรับคนไม่อยากเหนื่อยกับกฎของเหลว คือหันมาใช้ เวอร์ชันของแข็ง ให้เยอะที่สุด

ไอเทมเครื่องสำอางแบบของแข็งที่ควรเล็ง

  • แชมพูบาร์ (สบู่ก้อนสำหรับสระผม)

  • คอนดิชันเนอร์บาร์

  • สบู่ล้างหน้าก้อน

  • ดีโอโดแรนท์แบบแท่ง

  • แป้งอัดแข็งทุกชนิด รวมถึงแป้งกันแดด

  • บลัชออน / ไฮไลต์ / คอนทัวร์แบบฝุ่น

  • อายแชโดว์แบบฝุ่น

  • ลิปสติกแท่ง

ข้อดีของการใช้ของแข็ง

  • ไม่ต้องกลัวเรื่อง ขนาดบรรจุภัณฑ์

  • ไม่ต้องใส่ถุงซิปล็อก

  • ส่วนใหญ่ เบากว่า และไม่เสี่ยงรั่ว

  • ใช้ได้นานเพราะเนื้อเข้มข้น คุ้มกับเงินที่จ่าย

ขั้นที่ 4: จัดทุกอย่างลงถุงซิปล็อกให้เนี๊ยบ

เมื่อขวด ขนาด และประเภทของพร้อมแล้ว ถึงเวลาจัดลงถุงให้สวยและตรวจง่าย

วิธีจัดให้ผ่านด่านแบบไม่ต้องถามซ้ำ

  • เรียงขวดตั้งให้เห็นฉลากชัด

  • ขวดสูงไว้ด้านหลัง เตี้ยไว้ด้านหน้า

  • อย่าอัดจนป่อง ปิดซิปลำบาก

  • ถ้าของเยอะจนล้นถุง ให้ คัดออก หรือย้ายไปไว้กระเป๋าโหลด

  • วางถุงซิปล็อกไว้ตรงส่วนบนของกระเป๋าถือ ให้หยิบออกได้ง่าย

อย่าลืมถุงสำรอง

เตรียมถุงซิปล็อกหรือถุงพลาสติกสำรองติดไปสัก 1–2 ใบ เผื่อกรณี

  • ถุงเดิมฉีกหรือแตกกลางทาง

  • ต้องแยกของเปียกออกจากของแห้งในกระเป๋า

ลิสต์เครื่องสำอางที่เหมาะกับทริปเที่ยวจริงๆ

การเลือกเมกอัพไปเที่ยว ไม่ใช่ดูแค่ “เล็กดี” แต่ต้อง ใช้สะดวก ทนทาน และกินพื้นที่น้อย ด้วย

น้ำหอมแบบบาล์ม & แชมพูบาร์ คู่หูลดของเหลว

น้ำหอมบาล์ม ทางเลือกใหม่ของสายบินบ่อย

น้ำหอมขวดแก้วแบบน้ำทั้งใหญ่ ทั้งหนัก แถมยังนับเป็นของเหลวเต็มๆ มีสิทธิ์แตกหรือรั่วในกระเป๋าได้ง่าย

ตัวเลือกที่น่าใช้กว่าในยุคนี้คือ น้ำหอมแบบบาล์ม

  • มาในรูปกึ่งแข็ง คล้ายลิปบาล์มหรือบาล์ม

  • บรรจุในตลับหรือกระปุกเล็กๆ

  • พกง่าย ไม่เสี่ยงแตก

  • ไม่ต้องเข้าเกณฑ์ของเหลวจุกจิกเหมือนขวดสเปรย์ใหญ่ๆ

แชมพูบาร์ นวัตกรรมเพื่อคนชอบบิน

แชมพูบาร์คือ แชมพูในรูปแบบก้อนเหมือนสบู่

  • ไม่ใช่ของเหลว ไม่ต้องใส่ถุงซิปล็อก

  • น้ำหนักเบา ประหยัดพื้นที่

  • ไม่มีขวดพลาสติก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แป้งกันแดด & แป้งผสมรองพื้น: ตัวเดียวเอาอยู่

แป้งกันแดด ใช้ง่ายกว่าครีมเยอะ

ครีมกันแดดแบบขวดเล็กสามารถขึ้นเครื่องได้ก็จริง แต่ต้องเสียที่ในถุงซิปล็อก 1 ลิตร และบางทีก็ไม่สะดวกทาระหว่างวัน

แป้งกันแดด จึงเป็นคำตอบที่ดีมาก

  • เป็นแป้งอัดแข็ง มีค่า SPF เช่น 30–50+

  • เติมระหว่างวันได้ง่าย ไม่เหนียวหน้า

  • ไม่ต้องนับเข้าโควตาของเหลว

แป้งผสมรองพื้น: ตลับเดียวจบ

ถ้าอยากประหยัดพื้นที่แบบจริงจัง ให้เลือกใช้ แป้งผสมรองพื้น ดีๆ สักตลับ

  • รวมรองพื้น + แป้ง + กันแดด (ในบางรุ่น)

  • ไม่ต้องพกรองพื้นเหลว แป้งฝุ่น และครีมกันแดดแยกกัน

  • เบากว่ามาก และแพ็กง่ายกว่าเยอะ

แผ่นเช็ดทำความสะอาด: ตัวช่วยวันขี้เกียจล้างหน้า

แผ่นเช็ดเครื่องสำอาง เหมาะมากสำหรับทริปที่ต้องนั่งเครื่องนาน หรือพักในที่ที่ห้องน้ำไม่สะดวกสุดๆ

  • เช็ดเมกอัพออกได้เร็ว

  • ใช้น้ำน้อย ประหยัดเวลา

แผ่นเช็ดอื่นๆ ที่ควรมี

  • แผ่นซับมัน: ช่วยดูดความมันส่วนเกิน โดยไม่ทำให้เมกอัพพัง

  • แผ่นเปียกเช็ดมือ: ใช้ก่อนแต่งหน้า หรือหลังทานข้าว

  • แผ่นเช็ดตัว: เหมาะกับวันที่ไม่สะดวกอาบน้ำ แต่ยังอยากรู้สึกสดชื่น

Checklist ไอเทมไซซ์มินิที่ควรมีติดตัว

เครื่องสำอางขนาดทดลอง (Travel / Mini Size)

เหมาะกับทริป 3–7 วันมาก เพราะไม่ต้องแบ่งเองให้วุ่นวาย เช่น

  • เซรั่ม 10–15 ml

  • ครีมบำรุง 15–30 ml

  • สเปรย์หรือมิสต์บำรุงผิว 30–50 ml

  • คลีนซิ่งออยล์ไซซ์เล็ก 30 ml

เครื่องสำอางอเนกประสงค์

เน้นของที่ใช้ได้หลายจุดในชิ้นเดียว ช่วยลดของในกระเป๋าได้เยอะ

  • ลิปแอนด์ชีค: ใช้ได้ทั้งแก้มและปาก

  • BB/CC ครีม: มีทั้งกันแดด บำรุง และปรับสีผิวในตัวเดียว

  • พาเลตต์ตาและปาก: รวมหลายสีในตลับเดียว

  • มัลติสติก: ใช้เป็นบลัชออน ลิป และอายแชโดว์ได้ในแท่งเดียว

อุปกรณ์เสริมขนาดเล็กที่ไม่ควรมองข้าม

  • แปรงแต่งหน้าแบบพับได้หรือมีฝาปิด

  • ที่ดัดขนตาไซซ์มินิ

  • กระจกพกพา (ถ้ามีไฟยิ่งดี)

  • สเปรย์ล้างแปรงไซซ์เล็ก

  • ฟองน้ำแต่งหน้าที่จะพองตัวเมื่อโดนน้ำ (เก็บตอนแห้งในกระเป๋าได้สบาย)

แล้วถ้าอยากโหลดเครื่องสำอางลงใต้เครื่องล่ะ

หลายคนคิดว่า “งั้นโยนทุกอย่างลงกระเป๋าโหลดเลยง่ายกว่า” ซึ่งก็จริงในบางมุม แต่ก็มีเรื่องที่ต้องระวังเหมือนกัน

ข้อดีของการเก็บในกระเป๋าโหลด

  • ไม่ติดข้อจำกัด 100 ml

  • ช่วยให้กระเป๋าถือเบาโล่ง

  • ไม่ต้องวุ่นกับถุงซิปล็อก

  • เหมาะกับทริปยาวๆ 2–3 สัปดาห์ ที่ต้องใช้ของปริมาณเยอะ

ข้อเสียและสิ่งที่ต้องระวัง

  • เสี่ยงแตกหรือรั่วจากแรงกระแทกและแรงกดดันในท้องเครื่อง

  • ถ้ากระเป๋าหาย เครื่องสำอางชุดใหญ่ก็หายตามไปด้วย

  • หยิบใช้ระหว่างบินไม่ได้

  • ความเย็นหรืออุณหภูมิในช่องโหลดอาจทำให้เนื้อครีมบางตัวเปลี่ยนเนื้อหรือแยกชั้น

วิธีเตรียมเครื่องสำอางสำหรับกระเป๋าโหลด

1. หุ้มป้องกันให้แน่นหนา

  • ห่อขวดแต่ละชิ้นด้วยพลาสติกแรป หรือใส่ถุงซิปล็อกแยกกัน

  • ถ้าขวดใดแตก อย่างน้อยความเสียหายจะจำกัดอยู่ในถุง ไม่เลอะทั้งกระเป๋า

2. ใช้กระเป๋าเครื่องสำอางโดยเฉพาะ

  • เลือกใบที่มี ช่องกั้น และซับในกันน้ำ

  • ถ้ารั่ว จะเละอยู่แค่ในกระเป๋าเล็ก ไม่กระจายไปโดนเสื้อผ้าทั้งใบ

3. จัดวางตำแหน่งในกระเป๋าเดินทาง

  • วางกระเป๋าเครื่องสำอางไว้ กลางกระเป๋า

  • ใช้เสื้อผ้านุ่มๆ ล้อมรอบเป็นเหมือนเบาะกันกระแทก

  • หลีกเลี่ยงการวางไว้ติดขอบหรือมุมกระเป๋า

4. ตรวจฝาให้แน่นทุกชิ้น

  • ขันฝาให้แน่น แล้วลองเขย่าดู

  • ถ้าเป็นขวดปั๊มหรือสเปรย์: ล็อกหัว หรือพันเทปใสกันกดโดยไม่ตั้งใจ

5. แยกของที่แตกง่าย

  • ขวดแก้วหรือแพ็กเกจเปราะบางให้ห่อพิเศษ เช่น ใช้เสื้อผ้าหนาๆ หรือถุงเท้าช่วยหุ้ม

6. เตรียมถุงพลาสติกสำรอง

  • พกถุงเปล่าเผื่อที่ต้องแยกของเปียก/รั่วออกมาในภายหลัง

อะไรควรเก็บไว้ในกระเป๋าโหลด

  • แชมพูและคอนดิชันเนอร์ขวดใหญ่

  • โฟมล้างหน้าและโลชั่นบำรุงขนาดเต็ม

  • สเปรย์จัดแต่งผมไซซ์จริง

  • ครีมบำรุงตัวกระปุกใหญ่

  • น้ำยาถอดเล็บ

  • มีดโกน แหนบ กรรไกรไซซ์ใหญ่ (ที่อาจไม่ผ่านด่านถ้าพกขึ้นเครื่อง)

  • เมกอัพที่เอาไปเป็นตัวสำรอง หรือมีหลายตลับ

อะไรควรอยู่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง

ของกลุ่มนี้ควรอยู่ใกล้ตัวตลอด เพราะทั้งจำเป็นและบางชิ้นราคาแรงมาก

  • สกินแคร์หรือเครื่องสำอางชิ้นสำคัญที่ราคาแพง หรือหายแล้วเสียใจแน่

  • เซรั่มหรือครีมบำรุงที่ต้องใช้ระหว่างบิน (กันผิวแห้งบนเครื่อง)

  • แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สำหรับรีเฟรชตัวเองบนเครื่อง

  • ลิปบาล์ม กันริมฝีปากแห้ง

  • แผ่นมาส์กหน้า ไว้ใช้บนไฟลต์ยาว

  • ครีมทามือไซซ์เล็ก

การแพ็กเครื่องสำอางขึ้นเครื่องให้รอดแบบไม่ต้องลุ้น ไม่ใช่เรื่องดวง แต่คือเรื่อง เข้าใจกฎ + เลือกแพ็กอย่างฉลาด

จำ 3 เรื่องนี้ให้แม่น:

  • ของเหลวไม่เกิน 100 ml ต่อชิ้น

  • ทุกอย่างที่เป็นเจล ครีม กึ่งแข็งกึ่งเหลว = นับเป็นของเหลว

  • ต้องรวมทั้งหมดลงใน ถุงซิปล็อกใส 1 ลิตร แค่ 1 ถุงต่อคน

ทำได้ครบ รับรองว่า ทริปต่อไปจะไม่มีดราม่าทิ้งโทนเนอร์ขวดโปรดหน้าเคาน์เตอร์สนามบินอีกต่อไป