ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันที่ดึงดูดผู้ชมหลายพันล้านคนทั่วโลก แต่ยังกลายเป็นหัวข้อศึกษาทางวิทยาศาสตร์ครั้งใหญ่ด้วย เมื่อทีมนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัย Bielefeld ประเทศเยอรมนี เปิดโครงการเชิญชวนผู้ใช้สมาร์ตวอตช์เข้าร่วมเก็บข้อมูล เพื่อศึกษาว่าการเชียร์ฟุตบอลโลกส่งผลต่อร่างกายและหัวใจของแฟนบอลอย่างไรบ้าง
โครงการดังกล่าวจะรวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ เช่น Apple Watch, Garmin, Fitbit และสมาร์ตวอตช์รุ่นอื่น ๆ ที่สามารถบันทึกข้อมูลสุขภาพได้ โดยเน้นวัดการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเต้นหัวใจ ระดับความเครียด การเคลื่อนไหวของร่างกาย และคุณภาพการนอนหลับระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026
ต้องการรู้ว่า "ฟุตบอลฟีเวอร์" ส่งผลต่อร่างกายแค่ไหน
นักวิจัยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "Football Fever" หรืออาการตื่นเต้นจากการติดตามฟุตบอล ซึ่งอาจส่งผลต่อร่างกายในระดับที่หลายคนคาดไม่ถึง
ความสนใจของโครงการเกิดขึ้นหลังจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ของมหาวิทยาลัย Bielefeld พบว่าแฟนบอลที่ติดตามการแข่งขันนัดสำคัญมีอัตราการเต้นหัวใจและระดับความเครียดสูงขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อนเริ่มแข่งขัน และบางกรณียังคงสูงต่อเนื่องแม้เกมจะจบลงแล้วก็ตาม
การศึกษาก่อนหน้าซึ่งติดตามแฟนบอลชาวเยอรมันจำนวน 229 คน พบว่าระดับความเครียดเฉลี่ยในวันแข่งขันนัดชิงชนะเลิศสูงกว่าวันปกติราว 41% ขณะที่อัตราการเต้นหัวใจเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเริ่มเกมและจังหวะสำคัญของการแข่งขัน

ผู้ชมในสนามได้รับผลกระทบมากกว่าดูผ่านจอ
ผลการวิจัยเดิมยังพบรายละเอียดที่น่าสนใจว่า แฟนบอลที่เข้าไปชมการแข่งขันในสนามมีปฏิกิริยาทางร่างกายรุนแรงกว่าผู้ที่รับชมผ่านโทรทัศน์หรือจอถ่ายทอดสด
ข้อมูลจากสมาร์ตวอตช์แสดงให้เห็นว่าอัตราการเต้นหัวใจของผู้ชมในสนามสามารถแตะระดับเฉลี่ย 94 ครั้งต่อนาที ขณะที่ผู้ชมผ่านทีวีอยู่ที่ประมาณ 79 ครั้งต่อนาที และผู้ชมตามจุดถ่ายทอดสดสาธารณะอยู่ที่ประมาณ 74 ครั้งต่อนาทีเท่านั้น
ในช่วงที่ทีมโปรดยิงประตูได้ อัตราการเต้นหัวใจของแฟนบอลในสนามยังพุ่งขึ้นไปมากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีในหลายกรณี สะท้อนให้เห็นว่าบรรยากาศการแข่งขันมีผลต่อร่างกายจริง ไม่ใช่เพียงความรู้สึกทางอารมณ์เท่านั้น
ฟุตบอลโลก 2026 เป็นโอกาสเก็บข้อมูลครั้งใหญ่
นักวิจัยมองว่าฟุตบอลโลกเป็นเวทีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการศึกษา เพราะเป็นการแข่งขันที่มีผู้ติดตามจำนวนมหาศาลจากหลากหลายประเทศ วัฒนธรรม และช่วงอายุ
การเปิดรับอาสาสมัครทั่วโลกจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเปรียบเทียบพฤติกรรมของแฟนบอลในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการดูคนเดียว ดูกับครอบครัว ดูในร้านอาหาร หรือเดินทางไปชมการแข่งขันจริงในสนาม
นอกจากนี้ข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่ยังช่วยให้นักวิจัยเห็นพฤติกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ไม่ใช่เฉพาะช่วงเวลาที่แข่งขันเท่านั้น เช่น การนอนหลับก่อนวันแข่ง การเคลื่อนไหวระหว่างวัน หรือระดับความเครียดหลังผลการแข่งขันออกมาแล้ว
สมาร์ตวอตช์กำลังกลายเป็นเครื่องมือวิจัยสำคัญ
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นบทบาทใหม่ของสมาร์ตวอตช์ในวงการวิทยาศาสตร์และสุขภาพ
เดิมทีอุปกรณ์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยติดตามการออกกำลังกาย แต่ปัจจุบันเซ็นเซอร์ด้านสุขภาพมีความแม่นยำมากขึ้นจนสามารถนำมาใช้ในการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ในสถานการณ์จริงได้ ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับ ความเครียด การออกกำลังกาย หรือแม้แต่ปฏิกิริยาทางอารมณ์ระหว่างการรับชมกีฬา
สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังแข่งขันอยู่ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โครงการนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในงานวิจัยด้านสุขภาพที่มีฐานข้อมูลจากแฟนกีฬาขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และช่วยตอบคำถามได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นในการเชียร์ทีมโปรดนั้นส่งผลต่อหัวใจและร่างกายของมนุษย์มากเพียงใดจริง ๆ
ที่มา digitaltrends


ความคิดเห็น