รับแอปรับแอป

เช็กลิสต์อาหารเสี่ยง! ของกินใกล้ตัวที่อาจพรากชีวิตสุนัขโดยที่คุณไม่รู้ตัว

ธีรเดช จิตต์ดี01-31

เข้าใจก่อนให้กิน อาหารบางอย่างคือความรักที่แฝงพิษ

การให้ขนมหรือแบ่งอาหารบนโต๊ะให้สุนัขดูเหมือนเป็นการแสดงความรักเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ในมุมมองของร่างกายสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก อาหารบางอย่างกลับทำหน้าที่เหมือน “ตัวจุดชนวนโรค” ที่ค่อย ๆ ทำร้ายจากข้างในแบบที่เราไม่ทันเห็น

สุนัขจำนวนมากเผชิญปัญหาสุขภาพจากอาหารที่มนุษย์มองว่าปลอดภัย ตั้งแต่อาการท้องเสีย อาเจียน ไปจนถึงภาวะวิกฤตที่กระทบตับ ไต และระบบประสาท ซึ่งหลายครั้งมีจุดเริ่มต้นมาจาก “ไม่รู้ว่าห้าม” มากกว่า “ตั้งใจทำร้าย”

การรู้เท่าทันว่าอะไรคืออาหารต้องห้ามสำหรับสุนัข จึงไม่ใช่เรื่องเจ้าระเบียบ แต่คือพื้นฐานของการเป็นเจ้าของที่รับผิดชอบ และช่วยยืดอายุสุนัขให้ได้อยู่กับเราไปนานที่สุด

ทำไมสุนัขกินแบบคนไม่ได้

แม้สุนัขจะอยู่กับมนุษย์มานานจนกลายเป็นสมาชิกในบ้าน แต่ระบบย่อยอาหารของมันยังคงมีโครงสร้างเฉพาะทางแตกต่างจากเราอย่างชัดเจน

ร่างกายของสุนัขถูกออกแบบมาเพื่อย่อยโปรตีนและไขมันจากแหล่งอาหารธรรมชาติได้ดี แต่กลับจัดการกับน้ำตาล เกลือ และสารปรุงแต่งต่าง ๆ ได้จำกัดกว่าเรามาก

เมื่อสุนัขได้รับสารที่ร่างกายไม่สามารถย่อย ขับ หรือเปลี่ยนรูปได้อย่างเหมาะสม สารเหล่านั้นอาจสะสมและกลายเป็นพิษต่ออวัยวะสำคัญ เช่น ตับและไต นำไปสู่โรคเรื้อรังที่ต้องรักษายาวนาน

ลักษณะสำคัญของระบบย่อยสุนัข

  • เอนไซม์ย่อยอาหารบางชนิดมีปริมาณน้อย

  • การเผาผลาญน้ำตาลทำได้จำกัด

  • ตับและไตไวต่อสารพิษและสารปรุงแต่ง

  • รูปแบบการดูดซึมสารอาหารต่างจากมนุษย์

เมื่อเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ การตัดใจไม่แบ่งอาหารบางอย่างให้สุนัขจึงไม่ใช่เรื่องใจร้าย แต่คือการปกป้องสุขภาพของเขาโดยตรง

ช็อกโกแลตและคาเฟอีน: ขนมหวานของเรา แต่อันตรายถึงชีวิตของหมา

ช็อกโกแลตคือหนึ่งในอาหารต้องห้ามอันดับต้น ๆ สำหรับสุนัข เพราะมีสารธีโอโบรมีนและคาเฟอีน สองตัวร้ายที่ร่างกายสุนัขขับออกได้ช้ากว่ามนุษย์มาก

สารเหล่านี้จะไปกระตุ้นระบบประสาทและหัวใจ ทำให้สุนัขอยู่ในภาวะตื่นตัวเกินปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ กระสับกระส่าย และหากได้รับมากพอ สามารถนำไปสู่อาการชักหรือเสียชีวิตได้

ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องกินเยอะก็อันตราย โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็ก ลูกสุนัข หรือสุนัขที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ความเสี่ยงจากช็อกโกแลตและคาเฟอีน

  • กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางอย่างรุนแรง

  • ทำให้หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดจังหวะ

  • เพิ่มโอกาสเกิดอาการสั่น ชัก หรือทรุดกะทันหัน

  • สารพิษสามารถค้างอยู่ในร่างกายสุนัขได้นานกว่ามนุษย์

ดังนั้น ขนมที่มีส่วนผสมของโกโก้ กาแฟ หรือชา ไม่ควรอยู่ในระยะเอื้อมถึงของสุนัขเลย ไม่ว่าจะในครัว หรือตามโต๊ะทำงานก็ตาม

หัวหอม กระเทียม และตระกูลอัลเลียม: ตัวการทำลายเม็ดเลือดแดง

หัวหอมและกระเทียมคือวัตถุดิบคู่ครัวของมนุษย์ แต่สำหรับสุนัขแล้ว นี่คือกลุ่มอาหารที่เสี่ยงทำให้เม็ดเลือดแดงเสียหายอย่างชัดเจน

สารประกอบในพืชตระกูลอัลเลียมสามารถทำลายโครงสร้างเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจาง สุนัขจะอ่อนแรง เหนื่อยง่าย หายใจหอบ หรือซึมผิดปกติ

อันตรายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตอนกินครั้งเดียวในปริมาณมากเท่านั้น แต่ การได้รับทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ก็สามารถสะสมจนเกิดผลเสียระยะยาวได้เช่นกัน

ผลกระทบจากหัวหอม กระเทียม และพืชตระกูลเดียวกัน

  • ทำให้เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย

  • เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง

  • สุนัขอาจซึม อ่อนแรง หรือไม่อยากเคลื่อนไหว

  • พิษสามารถสะสมจากการได้รับซ้ำ ๆ

ไม่ว่าจะเป็นหัวหอมสด หัวหอมผัด หัวหอมในซุป หรือผงกระเทียมในหมูทอด ล้วนไม่เหมาะสำหรับสุนัขทั้งสิ้น อาหารคนที่ปรุงรสแล้วจึงควรถูกกันออกจากชามข้าวหมาอย่างเด็ดขาด

องุ่น ลูกเกด และผลไม้บางชนิด: เสี่ยงไตพังแบบไม่ทันตั้งตัว

องุ่นและลูกเกดเป็นผลไม้ที่คนทานแล้วสบายใจ แต่สำหรับสุนัข กลับมีรายงานจำนวนมากเชื่อมโยงกับภาวะไตวายเฉียบพลัน แม้ว่ากลไกพิษจะยังไม่ถูกอธิบายได้ครบถ้วนก็ตาม

ประเด็นสำคัญคือ มีสุนัขหลายตัวแสดงอาการรุนแรงทั้ง ๆ ที่กินไม่มาก ทำให้ไม่สามารถใช้ “ปริมาณ” เป็นตัววัดความปลอดภัยได้เลย

นอกจากองุ่นและลูกเกดแล้ว ผลไม้บางชนิดที่มีเมล็ดแข็งหรือมีสารบางอย่าง ก็อาจสร้างปัญหาต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้ลำไส้อุดตัน หรือระคายเคืองทางเดินอาหารได้

ความเสี่ยงจากองุ่น ลูกเกด และผลไม้บางชนิด

  • เพิ่มโอกาสเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน

  • อาจมีอาการอาเจียน ท้องเสีย หรือซึมร่วมด้วย

  • ความรุนแรงของพิษไม่ขึ้นกับปริมาณเสมอไป

  • เมล็ดผลไม้บางชนิดอาจติดและทำให้ลำไส้อุดตัน

หากอยากให้สุนัขทานผลไม้ ควรเลือกชนิดที่ปลอดภัยสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ และหลีกเลี่ยงการให้แบบไม่ศึกษาให้ดีก่อน

อาหารมันจัด เค็มจัด หวานจัด: ภาระหนักของตับอ่อนและไต

อาหารทอด อาหารมันจัด และเมนูที่ปรุงรสเข้มข้น คืออีกกลุ่มที่มักถูกแบ่งให้สุนัขโดยไม่ทันคิด ทั้งที่จริงแล้วเป็นภาระหนักสำหรับระบบย่อยและอวัยวะภายในของพวกเขา

ไขมันมากเกินไปอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะตับอ่อนอักเสบ ซึ่งทำให้สุนัขเจ็บปวด ทานอาหารไม่ได้ และต้องเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิดในบางกรณี

ในขณะเดียวกัน เกลือ น้ำตาล และสารปรุงรสต่าง ๆ ยังเพิ่มภาระให้ไตและระบบเผาผลาญ ทำให้น้ำหนักเกิน ความดันเปลี่ยน และเสี่ยงโรคเรื้อรังในระยะยาว

ผลเสียจากอาหารไขมันสูงและรสจัด

  • เพิ่มโอกาสเกิดตับอ่อนอักเสบ

  • ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักกว่าปกติ

  • กระทบการทำงานของไตและความดันโลหิต

  • กระตุ้นให้เกิดภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกิน

การแบ่งอาหารจากโต๊ะให้สุนัข จึงเป็นนิสัยที่ควรเลิกอย่างจริงจัง แม้จะดูเล็กน้อย แต่ผลกระทบต่อสุขภาพเขาไม่ได้เล็กตามไปด้วยเลย

กระดูกสุกและของแข็ง: ไม่ได้เท่ แต่เสี่ยงชีวิต

ภาพสุนัขเคี้ยวกระดูกอาจดูเข้ากับสัญชาตญาณตามธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริง กระดูกสุก คือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้สุนัขต้องเข้ารพ.สัตว์บ่อยครั้ง

เมื่อกระดูกผ่านการปรุงสุก โครงสร้างจะแข็งและเปราะ แตกเป็นเสี้ยวแหลมได้ง่าย เศษเหล่านี้สามารถบาดช่องปาก คอ หลอดอาหาร กระเพาะ หรือลำไส้ได้โดยตรง และอาจทำให้เกิดภาวะลำไส้อุดตัน ซึ่งอันตรายอย่างมาก

ของแข็งอื่น ๆ ที่ไม่ได้ออกแบบมาเป็นของเคี้ยวสำหรับสุนัข ก็อาจเป็นตัวการทำให้ฟันแตกหรือสึกเร็วเกินไป

ความเสี่ยงจากกระดูกสุกและอาหารแข็ง

  • เศษกระดูกบาดช่องปากและทางเดินอาหาร

  • เสี่ยงลำไส้อุดตัน ต้องผ่าตัดช่วยชีวิตในบางกรณี

  • ทำให้ฟันแตกหรือสึกจนใช้การได้ไม่เต็มที่

  • เพิ่มโอกาสการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร

หากอยากให้สุนัขได้เคี้ยวคลายเครียด ควรเลือกของเล่นหรือขนมเคี้ยวที่ผลิตมาสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ จะปลอดภัยกว่ากระดูกในครัวอย่างเทียบกันไม่ได้

สรุป: รายชื่ออาหารต้องห้าม = บทสอบความรับผิดชอบของเจ้าของ

อาหารต้องห้ามสำหรับสุนัข ไม่ใช่แค่ลิสต์สิ่งที่ “ห้ามให้” แต่คือภาพสะท้อนว่าเราเข้าใจธรรมชาติและสรีระของเพื่อนสี่ขามากแค่ไหน

การใส่ใจว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคและภาวะแทรกซ้อนที่ไม่จำเป็น ทั้งยังช่วยยืดอายุและคุณภาพชีวิตของสุนัขให้ดีขึ้นในทุกช่วงวัย

เมื่อเจ้าของเริ่มตั้งคำถามทุกครั้งก่อนแบ่งของกินว่า “หมากินได้จริงไหม?” และเลือกให้อาหารที่ตอบโจทย์โภชนาการของสุนัขอย่างแท้จริง การดูแลสุขภาพก็จะไม่ใช่ภาระ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของความรักและความผูกพันระยะยาวระหว่างคุณกับสุนัข

ท้ายที่สุดแล้ว ความรักที่ปลอดภัยคือการรู้ว่าอะไรควรให้ และอะไรควรปฏิเสธแทนเขา แม้สุนัขจะยังคงมองจานข้าวคุณด้วยแววตาอ้อนอยู่ทุกวันก็ตาม