ทำความรู้จัก Ensure: สารอาหารสำคัญและจุดเด่น
Ensure เป็นอาหารทางการแพทย์สูตรครบถ้วนที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้รับสารอาหารและพลังงานอย่างเพียงพอ เมื่อกินอาหารปกติไม่ได้หรือได้ไม่ครบถ้วน เหมาะทั้งการดื่มเสริมมื้ออาหารหรือใช้ทดแทนมื้อหลักในบางกรณี โดยในภาพรวมมีส่วนประกอบหลักคือ
คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน ในสัดส่วนที่ถูกออกแบบตามแต่ละสูตร
วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นจำนวนมาก เช่น บางสูตรมีมากถึง 28 – 35 ชนิด
ใยอาหารและพรีไบโอติกส์ (เช่น FOS ฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์) ช่วยเรื่องสมดุลลำไส้และการขับถ่าย
จุดเด่นสำคัญของ Ensure คือ
เป็นอาหารสูตรครบถ้วน ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่ออกแบบเฉพาะกลุ่มผู้บริโภค
ดื่มง่าย รสชาติหลากหลาย มีทั้งวานิลลา สตรอว์เบอร์รี ธัญพืช กาแฟ ช็อกโกแลต ฯลฯ (ขึ้นกับแต่ละสูตร)
ใช้ได้ทั้งดื่มปกติและให้อาหารทางสายยาง ในสูตรที่ระบุว่าเหมาะกับการให้อาหารทางสายให้อาหาร
มีสูตรเฉพาะโรค เช่น เบาหวาน ไต ผู้ป่วยให้อาหารทางสายยาง ผู้มีภาวะน้ำหนักลดลง เป็นต้น
Ensure หลายสูตรยังมีการเติมสารเฉพาะ เช่น HMB (ใน Ensure Gold, Ensure Plus Advance) เพื่อช่วยลดการสลายกล้ามเนื้อ หรือมีโอเมก้า 3, 6, 9 และ MCT Oil ในสูตรที่เกี่ยวกับภาวะย่อยและดูดซึมผิดปกติ รวมถึงสูตรสำหรับผู้ป่วยเบื่ออาหารหรือโรคเรื้อรัง
ประโยชน์หลักของการดื่ม Ensure: ใครได้อะไรบ้าง?
จากข้อมูลในหลายสูตร ประโยชน์หลักของ Ensure สามารถสรุปได้เป็นประเด็นใหญ่ ๆ ดังนี้
เสริมโภชนาการเมื่อกินอาหารไม่ได้เพียงพอ
ใช้เป็นมื้อเสริมหรือมื้อทดแทนในบางมื้อ สำหรับผู้ที่ทานอาหารได้น้อย ผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุที่เสี่ยงทุพโภชนาการ
ช่วยเสริมสร้างและคงมวลกล้ามเนื้อ
หลายสูตรมีโปรตีนสูง และบางสูตรมี HMB หรือโปรตีน 3 แหล่ง (เวย์ เคซีน ถั่วเหลือง) ช่วยรักษาและเสริมมวลกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในสูตร Ensure Gold และ Ensure Plus Advance รวมถึง Prosure ที่เน้นโปรตีนสูง
ช่วยให้ระบบขับถ่ายและลำไส้ทำงานดีขึ้น
สูตรที่มีใยอาหารและพรีไบโอติกส์ เช่น FOS หรือใยอาหารจากข้าวโอ๊ต ธัญพืช และใยอาหารจากพืชในสูตร Jevity ช่วยเพิ่มกากใยในลำไส้ กระตุ้นระบบขับถ่าย และปรับสมดุลลำไส้
โภชนาการเฉพาะโรค
สูตร Glucerna SR / Glucerna Plus ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน ด้วยคาร์โบไฮเดรตย่อยช้าและดัชนีน้ำตาลต่ำ
Nepro HP และ Nepro LP ควบคุมระดับฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และโซเดียม และใช้คาร์โบไฮเดรตที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ เหมาะกับผู้ป่วยโรคไตระยะล้างไตและก่อนล้างไต
Prosure ช่วยผู้ป่วยที่น้ำหนักตัวลดลงจากโรค (เช่น โรคมะเร็ง) ด้วยโปรตีนสูงและ EPA จากน้ำมันปลา
เสริมภูมิคุ้มกันและดูแลระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
หลายสูตรมีวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามินเอ บี 6 บี 12 ซี ดี กรดโฟลิก เหล็ก สังกะสี ซีลีเนียม ฯลฯ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท กระดูก ฟัน และระบบหัวใจหลอดเลือด
โดยสรุป การดื่ม Ensure ให้ประโยชน์ในแง่การเติมเต็มสารอาหาร ช่วยฟื้นฟูร่างกาย รักษามวลกล้ามเนื้อ ควบคุมภาวะบางโรค และช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ เมื่อใช้ในกลุ่มที่เหมาะสมและตามปริมาณที่แนะนำ
ประเภทของ Ensure: เลือกสูตรที่ใช่สำหรับคุณ
จากข้อมูลที่ให้มา Ensure มีทั้งการแบ่งตาม สูตรเฉพาะโรค/กลุ่มผู้ใช้ และ รูปแบบผลิตภัณฑ์
1. แบ่งตามสูตร
1) กลุ่มสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน – Glucerna
Glucerna SR (แบบผงและน้ำ กลิ่นวานิลลา)
คาร์โบไฮเดรตย่อยช้า มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
มีโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรตครบถ้วน วิตามินและแร่ธาตุ 28 ชนิด
มีใยอาหารและ FOS ช่วยขับถ่ายและสมดุลทางเดินอาหาร
เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน ภาวะก่อนเบาหวาน เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และผู้ที่น้ำหนักเกิน
Glucerna Plus (แบบผง กลิ่นธัญพืช)
โปรตีน 3 ชนิด: เวย์ เคซีน ถั่วเหลือง
ไม่มีน้ำตาลทราย มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ
มีโอเมก้า 3, 6, 9 ใยอาหารจากข้าวโอ๊ตและ FOS ช่วยควบคุมน้ำตาลและขับถ่าย
ให้พลังงาน 180–218 kcal ต่อแก้ว (ตามปริมาณ) เหมาะเป็นมื้อเสริมหรือทดแทนบางมื้อสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
2) กลุ่มผู้ป่วยน้ำหนักลดลง / เบื่ออาหาร – Prosure
Prosure ชนิดผงและชนิดน้ำ กลิ่นวานิลลา
จุดเด่นคือโปรตีนสูง ช่วยสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
มีกรดไขมัน EPA จากน้ำมันปลา ลดการอักเสบในร่างกาย
มีวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามินอี ซี บี12 กรดโฟลิก แมกนีเซียม สังกะสี
มีพรีไบโอติกส์ในบางสูตร ช่วยระบบขับถ่าย
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่น้ำหนักลดลงจากโรค เช่น โรคมะเร็ง หรือเบื่ออาหาร ให้ทานวันละ 2 แก้วร่วมกับอาหารหลักครบ 5 หมู่ และควรใช้ภายใต้คำแนะนำแพทย์
3) กลุ่มผู้ป่วยไต – Nepro HP และ Nepro LP
Nepro HP ชนิดน้ำ กลิ่นวานิลลา
โปรตีนเพียงพอและให้พลังงานสูง
คาร์โบไฮเดรตย่อยช้า ดัชนีน้ำตาลต่ำ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ควบคุมฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม ลดภาระไต
ใช้เป็นมื้อหลักหรือมื้อเสริมได้ เหมาะกับผู้ป่วยล้างไต
Nepro LP ชนิดน้ำ กลิ่นวานิลลา
โซเดียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัสต่ำ ปรับสมดุลอิเล็กโทรไลต์ ลดการทำงานของไต
ใช้คาร์โบไฮเดรตดัชนีน้ำตาลต่ำ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล
มีโอเมก้า 3 และ MUFA สนับสนุนหัวใจและระบบไหลเวียน
เหมาะสำหรับผู้ป่วยระยะก่อนล้างไต ใช้เป็นมื้อเสริมหรือให้ทางสายอาหารภายใต้คำแนะนำแพทย์
4) กลุ่มผู้ป่วยให้อาหารทางสายยาง – Jevity และสูตรไอโซโทนิคอื่น
Jevity กลิ่นวานิลลา (แบบผง)
เป็นสูตร Isotonic ที่มี Osmolality 304 mOsm/kg ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารทางสายยาง
โปรตีนสูง (40 กรัมต่อลิตร) ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
มีแอลคาร์นิทีนและทอรีน ช่วยเผาผลาญและดูแลหัวใจ
มีใยอาหารจากพรีไบโอติกส์ ช่วยระบบขับถ่าย
ใช้เป็นอาหารมื้อหลักสำหรับผู้ป่วยให้สายยางหรือผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ควรกำหนดช่วงมื้อห่างกัน 4–6 ชั่วโมง หรือตามแพทย์สั่ง และหากผสมแล้วไม่หมดใน 24 ชม. ควรทิ้ง
5) กลุ่มคนทั่วไปและผู้สูงอายุ – Ensure Gold และสูตรสัมพันธ์
Ensure Gold (ผงชง กลิ่นวานิลลา สตรอว์เบอร์รี ธัญพืช กาแฟ ช็อกโกแลต ฯลฯ)
ลดน้ำตาลลง 18% จากสูตรเดิม
มีวิตามินและแร่ธาตุ 34 ชนิด เช่น วิตามินเอ บี6 บี12 ซี ดี กรดโฟลิก เหล็ก สังกะสี HMB และพรีไบโอติกส์
โปรตีนจากเวย์ เคซีน ถั่วเหลือง ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ
ใช้เป็นมื้อหลักหรือมื้อเสริมได้ ชงกับน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น และใช้กับผู้ป่วยให้อาหารทางสายให้อาหารได้
Ensure Gold Advance / Gold สูตรอัลมอนด์ โปรตีนธัญพืช
มี Plant-Based Protein จากธัญพืช 3 ชนิด (เช่น ถั่วเหลือง ควินัว ข้าว ตามข้อมูลสูตรหนึ่ง)
มี HMB และแคลเซียมสูง บำรุงกระดูกและกล้ามเนื้อ
มีโอเมก้า 3, 6, 9 และใยอาหารสูงจากธัญพืช ช่วยลำไส้และหัวใจหลอดเลือด
Ensure Plus Advance (ชนิดน้ำพร้อมดื่ม)
ให้พลังงาน 330 kcal/ขวด โปรตีนสูง 20 กรัม และ HMB 1.5 กรัม
มีวิตามินและแร่ธาตุ 30 ชนิด เช่น วิตามินดี แคลเซียม HMB
มีพรีไบโอติกส์ช่วยด้านลำไส้และการขับถ่าย
เหมาะสำหรับผู้ป่วยระยะพักฟื้น ผู้รักษาตัวในโรงพยาบาล ผู้สูงอายุเสี่ยงขาดสารอาหาร
6) สูตรสำหรับผู้มีปัญหาการย่อยและดูดซึม – Vital / Peptide สูตร
Vital Peptide 1.5 (ไวทอล เปปไทด์ 1.5)
รูปแบบน้ำ กลิ่นวานิลลา พลังงานสูง 300 kcal/ขวด
โปรตีนเวย์และเคซีนในรูปเปปไทด์ ย่อยและดูดซึมง่าย
มี MCT Oil ช่วยดูดซึมไขมันในผู้ที่มีปัญหาเรื่องไขมัน
ดื่มหรือให้ทางสายอาหารได้ แต่ไม่ควรให้ทางหลอดเลือดดำ ใช้ตามคำแนะนำแพทย์ เหมาะผู้ป่วยมีปัญหาการย่อยและดูดซึมอาหาร
2. แบ่งตามรูปแบบผลิตภัณฑ์
จากข้อมูล สามารถแบ่งรูปแบบของ Ensure ได้ 3 ประเภทหลัก
แบบผงชง
ละลายง่ายทั้งน้ำอุ่นและน้ำเย็น บางสูตรมีกลิ่นหอม
ใช้ชงดื่มหรือผสมในอาหารได้
หลังเปิดกระป๋องควรใช้หมดใน 3 สัปดาห์ และปิดกระป๋องให้สนิททุกครั้ง
แบบน้ำพร้อมดื่ม
สะดวก ไม่ต้องชง เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยในโรงพยาบาล ผู้ที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ
บางสูตรใช้ได้ทั้งดื่มปกติและให้ทางสายยางตามคำแนะนำแพทย์
Ensure Drink (กล่อง UHT)
เป็นเครื่องดื่มโปรตีนแบบ UHT สารอาหารครบ 5 หมู่ ให้พลังงานประมาณ 200 kcal
พกพาสะดวก แต่เมื่อเปิดแล้วควรดื่มให้หมดภายใน 24 ชม.
Ensure เหมาะกับใคร: กลุ่มเป้าหมายที่ควรพิจารณา
จากข้อมูลในบทความต่าง ๆ กลุ่มที่มักใช้ Ensure หรือสูตรในเครือ มีดังนี้
ผู้ที่ขาดสารอาหารหรือเสี่ยงทุพโภชนาการ
ผู้สูงอายุที่ทานได้น้อย หรือมีภาวะทุพโภชนาการ
ผู้ที่มีน้ำหนักลดลงโดยไม่ตั้งใจ
ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเฉพาะทาง
ผู้ป่วยเบาหวาน: แนะนำสูตร Glucerna SR หรือ Glucerna Plus และ Glucerna SR Triple Care ตามข้อมูลที่ระบุว่าสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลด้วยคาร์โบไฮเดรตย่อยช้า
ผู้ป่วยโรคไตระยะก่อนล้างไต: ใช้สูตร Nepro LP
ผู้ป่วยล้างไต: ใช้สูตร Nepro HP
ผู้ป่วยระยะพักฟื้นหรือหลังผ่าตัด
ผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาล ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหรืออุบัติเหตุที่ต้องการโปรตีนและพลังงานสูง สามารถใช้ Ensure Plus Advance หรือสูตรโปรตีนสูงอื่น ๆ ตามแพทย์แนะนำ
ผู้ป่วยให้อาหารทางสายยางหรือติดเตียง
ใช้สูตร Jevity หรือสูตร Ensure Gold บางประเภทที่ระบุว่าสามารถใช้กับการให้อาหารทางสายยางได้ ตามแพทย์หรือนักกำหนดอาหารกำหนดปริมาณและช่วงเวลา
คนทั่วไปที่ไม่มีโรคประจำตัว
สามารถดื่ม Ensure Gold หรือ Ensure Plus Advance เพื่อเสริมโภชนาการได้ โดยใช้เป็นมื้อเสริม ไม่แทนอาหารหลักทั้งสามมื้อ และต้องยังคงทานอาหารครบ 5 หมู่ให้ครบทั้งวัน
ผู้ป่วยที่มีปัญหาน้ำหนักลดลงจากโรคหนัก หรือมีปัญหาการย่อย
ใช้ Prosure (ผงหรือพร้อมดื่ม) ในกรณีน้ำหนักลดจากโรค เช่น มะเร็ง
ใช้สูตร Vital Peptide 1.5 ในผู้ป่วยที่มีปัญหาการย่อยและดูดซึม
โดยทุกกลุ่มที่มีโรคประจำตัวหรือภาวะสุขภาพเฉพาะ จำเป็นต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการดื่ม Ensure
ข้อมูลที่มีให้เน้นไปที่ข้อควรระวังสำคัญมากกว่าการระบุผลข้างเคียงโดยตรง สามารถสรุปเป็นจุดหลัก ๆ ได้ดังนี้
ผู้มีโรคประจำตัวต้องปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง
เอนชัวร์และอาหารทางการแพทย์ถูกออกแบบให้ใช้ภายใต้การดูแลแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเบาหวาน โรคไต ผู้ป่วยให้อาหารทางสายยาง หรือมีข้อจำกัดด้านโภชนาการอื่น ๆ
การเลือกสูตรผิดจากโรคประจำตัวอาจทำให้ได้รับสารอาหารบางชนิดมากหรือน้อยเกินความจำเป็น
สูตรเฉพาะบางชนิดมีข้อห้ามใช้
สูตร Prosure และ Glucerna SR ระบุว่า เด็กและผู้ที่มีภาวะกาแลคโตซีเมียไม่ควรรับประทาน และควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
ผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยงสูตรทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเบาหวาน
แนะนำให้เลือกสูตร Glucerna SR Triple Care หรือสูตรสำหรับเบาหวานโดยเฉพาะ
ไม่ควรเลือก Ensure Gold หรือสูตรอื่นที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับเบาหวาน เพราะปริมาณสารอาหารและวัตถุประสงค์การบำรุงร่างกายต่างกัน อาจทำให้ได้รับสารอาหารเกิน
การเก็บรักษาและการชงไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดการปนเปื้อน
หากชงแล้วปนเปื้อนน้ำลาย (เช่น ดื่มจากแก้วแล้วเหลือ) ควรดื่มให้หมดภายใน 1–2 ชั่วโมง
หากไม่มีการปนเปื้อนน้ำลาย สามารถแช่เย็นในภาชนะปิดมิดชิดได้ แต่ต้องดื่มให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง
ผงในกระป๋องที่เปิดแล้วควรใช้หมดภายใน 3 สัปดาห์
ปริมาณที่มากเกินไปโดยไม่จำเป็น
ในผู้ไม่มีโรคประจำตัว หากดื่มมากเกินจากที่ฉลากแนะนำ โดยไม่ได้ลดปริมาณอาหารหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อาจได้รับพลังงานและสารอาหารมากกว่าที่ร่างกายต้องการได้ แม้บทความจะไม่ได้ระบุผลข้างเคียงโดยตรง แต่ให้ความสำคัญกับการทานในปริมาณที่เหมาะสมตามฉลากและคำแนะนำแพทย์
วิธีการชงและดื่ม Ensure อย่างถูกวิธี
ข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดอยู่ในสูตร Ensure Gold ซึ่งเป็นสูตรสำหรับคนทั่วไป
1. วิธีชง Ensure Gold ต่อ 1 แก้ว
ตักผง Ensure Gold 6 ช้อนปาด ใส่แก้ว
เติมน้ำต้มสุกสะอาด 195 มล. (จะเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นก็ได้)
คนให้ละลายเข้ากันแล้วดื่มได้ทันที
2. ปริมาณที่แนะนำต่อวัน (สูตร Ensure Gold สำหรับคนทั่วไป)
ปริมาณที่แนะนำคือ 6 – 12 ช้อนปาดต่อวัน หรือประมาณ 1 – 2 แก้วต่อวัน
สามารถแบ่งดื่มเป็น 4 ครั้ง ชงครั้งละ 3 ช้อนปาด โดยยังคงปริมาณรวมต่อวันเท่าเดิม
ดื่มได้ในช่วงระหว่างมื้ออาหาร หรือใช้ทดแทนมื้ออาหารที่รับประทานได้น้อย เพื่อช่วยให้ได้รับสารอาหารเพียงพอ
3. การเลือกใช้น้ำ
ใช้น้ำต้มสุกที่สะอาดเท่านั้น
ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นได้ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นน้ำร้อน เพียงแต่ต้องเป็นน้ำที่ผ่านการต้มสุก
4. การเก็บรักษาหลังชง
หากมีการปนเปื้อนน้ำลาย เช่น ดื่มแล้วเหลือในแก้ว ควรดื่มให้หมดภายใน 1–2 ชั่วโมง
หากยังไม่ดื่มและไม่มีการปนเปื้อนน้ำลาย สามารถเก็บในภาชนะปิดมิดชิดและแช่เย็นได้ แต่ ต้องดื่มให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง
สูตรอื่นของ Ensure แนะนำให้อ่านฉลากแต่ละผลิตภัณฑ์ เพราะอาจมีวิธีชงหรือปริมาณต่อวันต่างกัน
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนตัดสินใจ
บทความเกี่ยวกับอาหารทางการแพทย์ย้ำตรงกันว่า “อาหารทางการแพทย์” เช่น Ensure ถูกออกแบบให้ใช้ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อ
มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคมะเร็ง ภาวะทุพโภชนาการรุนแรง
ต้องให้อาหารทางสายให้อาหาร (ผ่านจมูกหรือทางหน้าท้อง)
มีปัญหาการย่อยและดูดซึมสารอาหาร
จุดสำคัญคือ
ต้องประเมินความต้องการพลังงานและสารอาหารรายบุคคล เช่น ระดับโรค ความสามารถในการย่อยดูดซึม สภาพร่างกาย และกิจกรรมประจำวัน
ควรให้แพทย์หรือนักกำหนดอาหารช่วยเลือกสูตรที่สอดคล้องกับโรคประจำตัว เช่น สูตรโปรตีนต่ำสำหรับไตระยะก่อนล้างไต หรือคาร์โบไฮเดรตดัชนีน้ำตาลต่ำสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
ในกรณีผู้ไม่มีโรคประจำตัว แม้บทความจะระบุว่าสามารถดื่ม Ensure Gold และ Ensure Plus Advance ได้ แต่ก็ยังแนะนำให้ใช้เป็นมื้อเสริมร่วมกับอาหาร 3 มื้อหลักให้ครบ 5 หมู่ และควรทานให้ตรงเวลา ดังนั้น หากไม่แน่ใจเรื่องปริมาณที่เหมาะสม ก็สามารถปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการได้เช่นกัน
สรุป: สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเริ่มต้นดื่ม Ensure
สรุปจากข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ Ensure สามารถเรียบเรียงเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
Ensure คืออะไร
เป็นอาหารทางการแพทย์สูตรครบถ้วน มีทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุครบ 5 หมู่ ใช้ได้ทั้งเสริมมื้ออาหารและทดแทนบางมื้อ
จุดเด่น
มีหลายสูตรรองรับกลุ่มผู้ใช้แตกต่างกัน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยไต ผู้ป่วยให้อาหารทางสาย ผู้ที่น้ำหนักลดลงหรือขาดสารอาหาร
หลายสูตรมีสารเฉพาะ เช่น HMB, EPA, MCT Oil, พรีไบโอติกส์ ที่ช่วยเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบภูมิคุ้มกัน และลำไส้
ควรเลือกสูตรให้ตรงกับภาวะสุขภาพ
ผู้ป่วยเบาหวานควรเลือก Glucerna SR/Glucerna Plus/Glucerna SR Triple Care ไม่ควรใช้สูตรทั่วไปอย่าง Ensure Gold แทน
ผู้ป่วยไตต้องเลือกสูตร Nepro HP หรือ Nepro LP ตามระยะโรค
ผู้ป่วยให้อาหารทางสายควรเลือกสูตร Jevity หรือสูตรที่แพทย์แนะนำ
การดื่มและการชงที่ถูกต้อง
สูตร Ensure Gold สำหรับคนทั่วไป แนะนำวันละ 1–2 แก้ว (6–12 ช้อนปาด) ชงกับน้ำต้มสุก 195 มล. ต่อ 6 ช้อน
เลือกดื่มระหว่างมื้อ หรือทดแทนมื้อที่ทานได้น้อย
เก็บรักษาหลังชงอย่างเหมาะสม และอ่านฉลากสูตรอื่น ๆ ทุกครั้ง
ข้อควรระวัง
ผู้มีโรคประจำตัวต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทาน
สูตรบางชนิดห้ามใช้ในเด็กและผู้ที่มีภาวะกาแลคโตซีเมีย
ไม่ควรใช้สูตรผิดจากวัตถุประสงค์ เช่น ผู้ป่วยเบาหวานไปเลือกสูตรทั่วไป หรือผู้ป่วยไตเลือกสูตรโปรตีนสูงโดยไม่ผ่านการประเมิน
บทบาทของแพทย์และนักโภชนาการ
ช่วยประเมินปริมาณ บ่อยครั้งของการดื่ม และเลือกสูตรที่เหมาะกับโรคและภาวะโภชนาการของแต่ละคน
ช่วยวางแผนการใช้ Ensure ควบคู่กับอาหารปกติ เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนโดยไม่เกินความต้องการ
เมื่อเข้าใจประเภทสูตร จุดเด่น วิธีชง และข้อควรระวังอย่างชัดเจน การเลือกดื่ม Ensure จะช่วยเสริมโภชนาการได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และตอบโจทย์สุขภาพของแต่ละคนได้มากที่สุดภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ


ความคิดเห็น