ZestBuy

ครีมกันแดดทาตัวรับหน้าร้อน เลือกยังไงทายังไงให้เอาอยู่

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI04-16
ความสนใจกันแดด

ความสำคัญของครีมกันแดดทาตัวในหน้าร้อนและผลของแสงแดดต่อผิว

ผิวของเราต้องเผชิญกับแสงแดดทุกวัน ไม่ว่าจะเดินทางไปทำงาน ทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือแม้แต่วันที่อยู่ในบ้าน แสง UV ยังเล็ดลอดผ่านกระจกเข้ามาได้ แสงแดด โดยเฉพาะรังสี UVA และ UVB เป็นหนึ่งในตัวการหลักที่ทำให้

  • ผิวคล้ำเสีย หมอง ไม่สดใส

  • เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ

  • ผิวแห้งเสีย เสื่อมสภาพเร็ว ดูแก่ก่อนวัย

ดังนั้นจึงไม่ควรทากันแดดแค่บนใบหน้า แต่ ผิวกายก็ต้องการการปกป้องไม่แพ้กัน โดยเฉพาะหน้าร้อนที่แดดแรงและรังสี UV เข้มข้นขึ้น การใช้ครีมกันแดดทาตัวเป็น “ขั้นตอนพื้นฐาน” ที่ควรทำทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่บ้าน ออฟฟิศ หรือออกแดดจัด

ในหลายบทความยังย้ำตรงกันว่า ครีมกันแดดทาตัวในปัจจุบันมีทั้งสูตรใช้ทุกวัน เนื้อบางเบา และสูตรกันน้ำ กันเหงื่อ สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งหรือไปทะเล ทำให้เราสามารถเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และระดับแสงแดดที่ต้องเจอได้ง่ายขึ้น

ปัจจัยสำคัญในการเลือกครีมกันแดดทาตัวให้เหมาะกับผิวและกิจกรรม

จากข้อมูลหลายแหล่ง สามารถสรุปปัจจัยหลักในการเลือกครีมกันแดดทาตัวได้ดังนี้

1. ค่า SPF และ PA ต้องสอดคล้องกับการใช้งาน

  • หากอยู่ในอาคารเป็นหลัก แนะนำ SPF 30 / PA++ ขึ้นไป เพื่อกัน UVB ได้เพียงพอสำหรับแสงที่เล็ดลอดจากหน้าต่าง

  • หากออกแดดกลางแจ้งบ่อย เช่น เดินทางกลางวัน ทำงานนอกอาคาร ออกกำลังกายกลางแจ้ง แนะนำ SPF 50 หรือ SPF50+ และ PA+++ หรือ PA++++ เพื่อช่วยป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ไปทะเล ทำกิจกรรมทางน้ำ หรือเจอแดดจัดต่อเนื่อง ควรเลือก SPF50+ / PA++++ และเป็นสูตร กันน้ำ (Water-Resistant) หรือกันเหงื่อชัดเจน พร้อมทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแดดนาน

หลายผลิตภัณฑ์กันแดดทาตัวที่ถูกคัดเลือกในปี 2026 เช่น MizuMi, Biore, Clear Nose, KA, Banana Boat, Vaseline, NIVEA ล้วนใช้มาตรฐาน SPF50 หรือ SPF50+ ร่วมกับ PA+++ / PA++++ เพื่อรับมือแดดแรงได้ดี

2. ประเภทของกันแดด: Physical, Chemical และ Hybrid

ข้อมูลจาก mybest อธิบายว่าครีมกันแดดแบ่งใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภท ซึ่ง กันแดดทาตัวก็ใช้หลักเดียวกันกับกันแดดทาหน้า คือ

  • Physical Sunscreen ใช้สารอย่าง Zinc Oxide, Titanium Dioxide สร้างเกราะสะท้อนรังสี UV ไม่ซึมเข้าผิว จึงอ่อนโยน เหมาะกับผิวแพ้ง่าย แต่บางสูตรอาจหนาและวอกง่าย

  • Chemical Sunscreen ใช้สารเคมีดูดซับรังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ให้เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย สบายผิว แต่มีโอกาสระคายเคืองมากกว่า

  • Hybrid Sunscreen รวมข้อดีของทั้งสองแบบ ทั้งสะท้อนและดูดซับรังสี UV มักให้เนื้อสัมผัสบางเบา และลดโอกาสระคายเคืองได้ดีกว่า Chemical ล้วน

ในลิสต์กันแดดทาตัวปี 2026 จะเห็นทั้ง 3 แบบ เช่น

  • Banana Boat บางรุ่นเป็น Chemical Sunscreen

  • Biore UV Body Care Serum, Clear Nose UV Body Sun Serum, Puricas, POCARE, Mizumi UV Body Serum หลายตัวเป็น Hybrid Sunscreen

สำหรับคนผิวแพ้ง่าย แนะนำให้เอนเอียงไปทาง Physical หรือ Hybrid และหลีกเลี่ยงกันแดดที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารที่ก่อการระคายเคืองง่าย

3. เนื้อสัมผัสให้เหมาะกับผิวและอากาศร้อน

สภาพอากาศไทยร้อนและชื้น การเลือกเนื้อกันแดดจึงสำคัญมาก ข้อมูลจากหลายบทความสรุปได้ว่า

  • เนื้อเซรั่ม / เนื้อเจล / เนื้อน้ำ เหมาะกับหน้าร้อนและคนผิวมันหรือผิวผสม เพราะ

    • บางเบา แตกตัวเป็นน้ำ

    • ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ

    • ใช้แล้วสบายผิว เหมาะกับการทาทุกวัน

    กันแดดทาตัวยอดนิยมจำนวนมากใช้เนื้อเซรั่ม เช่น

    • MizuMi UV Bright Body Serum (เซรั่มกันแดด บางเบา ไม่เหนียว)

    • Biore UV Body Care Serum (กันแดดตัวท็อป บล็อกแดด บล็อกฝุ่น บล็อกเหนอะหนะ)

    • Vaseline Gluta-Hya Serum Burst Sunscreen (เนื้อเซรั่มแตกตัวเป็นน้ำ)

    • Clear Nose UV Body Sun Serum, Juv, Dr.PONG, Derma:B, NIVEA Body Serum ต่างก็เน้นความบางเบา

  • เนื้อโลชั่น เหมาะกับผิวธรรมดา–ผิวผสม ให้ความชุ่มชื้นพอประมาณ ซึมง่ายกว่าเนื้อครีม แต่ยังให้ฟีลบำรุงผิว

  • เนื้อครีมเข้มข้น เหมาะกับผิวแห้ง หรือใช้งานในสภาพอากาศเย็น แต่สำหรับหน้าร้อนอาจทำให้รู้สึกเหนอะหนะง่ายกว่าแบบเซรั่มหรือเจล

ข้อมูลยังแนะนำให้มองหาคำว่า Non-Greasy, Dry Touch หรือเนื้อซอฟต์โลชั่นบางเบา เพื่อให้ใช้ได้สบายในอากาศร้อน

4. คุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อ และ Anti-Pollution

กิจกรรมในหน้าร้อนมักเกี่ยวข้องกับเหงื่อและน้ำ เช่น เล่นกีฬา ว่ายน้ำ ทะเล การเลือกสูตรที่

  • กันน้ำ กันเหงื่อ ช่วยให้สารกันแดดยึดเกาะผิวได้นานขึ้น เช่น

    • Banana Boat Sport / Light As Air

    • Biore UV Body Care Serum (กันน้ำ กันเหงื่อ)

    • NIVEA Sun Protect & Moisture

    • Clear Nose UV Body Sun Serum, KA UV Shield Soft Lotion, Derma:B, Juv เป็นต้น

  • มี Anti-Pollution / Anti-Pollution Shield ช่วยลดการเกาะของฝุ่น ควัน และ PM2.5 บนผิว ซึ่งพบในหลายสูตรอย่าง Biore UV Body Care Serum และกันแดดบางรุ่นของ KA, Juv, POCARE เป็นต้น

คุณสมบัติเหล่านี้เหมาะมากสำหรับคนเมืองที่ต้องเจอทั้งแดดแรงและมลภาวะไปพร้อมกัน

5. ส่วนผสมบำรุงผิวเพิ่มเติม

นอกจากกันแดด หลายแบรนด์ยังเติมสารบำรุงให้ “ทาแล้วได้ทั้งปกป้องและบำรุง” เช่น

  • กลุ่มผิวกระจ่างใส / ลดหมองคล้ำ

    • Vitamin C, Niacinamide, GlutaGlow, กลูต้าโกลว์, อาร์บูติน

    • สารสกัด Kakadu Plum, ซากุระ, ผลไม้ Superfoods, Acerola Cherry ฯลฯ

    • ตัวอย่างเช่น Vaseline Gluta-Hya, NIVEA Extra Bright, Jabs, Puricas Rapid UV Whitening, Dr.PONG MirrorX

  • กลุ่มเพิ่มความชุ่มชื้น

    • Hyaluronic Acid, Glycerin, น้ำแร่, Double Moisture, ว่านหางจระเข้, น้ำผึ้ง

    • พบได้ใน Biore, Vaseline, NIVEA, Banana Boat บางสูตร, Derma:B เป็นต้น

  • กลุ่มปลอบประโลมผิวจากแดด

    • Aloe Vera, ใบบัวบก, Dragon’s Blood Extract

ในช่วงหน้าร้อนที่ผิวโดนแดดทำร้ายตลอดวัน การเลือกกันแดดทาตัวที่มีสารบำรุงเหล่านี้ จะช่วยให้ผิวไม่แห้งเสีย และค่อย ๆ ฟื้นสภาพให้ดูสุขภาพดีขึ้น

ประเภทครีมกันแดดทาตัวยอดนิยมและคุณสมบัติเด่น

จากหลายลิสต์รีวิวในปี 2026 สามารถจำแนกประเภทกันแดดทาตัวที่นิยมใช้ในหน้าร้อนได้ดังนี้

1. กันแดดเนื้อเซรั่มบางเบา ใช้ได้ทุกวัน

ตัวอย่างกลุ่มนี้ เช่น

  • MizuMi UV Bright Body Serum SPF50+ PA++++

    • Hybrid Sunscreen ป้องกัน UVA/UVB

    • เนื้อเซรั่ม บางเบา ไม่เหนียว ไม่ทิ้งคราบขาว

    • มี Anti-Pollution ลดการเกาะของฝุ่น

    • บำรุงด้วยซากุระและ Kakadu Plum ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ

    • สูตร 0% Alcohol

  • Biore UV Body Care Serum Intensive Aura SPF50+ PA+++

    • เนื้อเซรั่มบางเบา บล็อกแดด บล็อกฝุ่น บล็อกเหนอะหนะ

    • ปกป้อง UVA1, UVA2, UVB ด้วย SPF50+ PA+++

    • มี Anti-Pollution Shield ป้องกันมลภาวะ ฝุ่น ควัน

    • บำรุงด้วย Vitamin B3 และสารสกัดส้มยูซุ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส และ Moisturizing Pack + น้ำแร่ญี่ปุ่นช่วยให้ผิวไม่แห้งกร้าน

    • กันน้ำ กันเหงื่อ แห้งไว ไม่ทิ้งคราบ

  • Vaseline Gluta-Hya Serum Burst Sunscreen SPF50 PA+++

    • เซรั่มกันแดดแตกตัวเป็นน้ำ ซึมไว ไม่เหนียว

    • ปกป้องผิวจาก UVA1, UVA2, UVB

    • บำรุงด้วย GlutaGlow และ 4D Hyaluron ให้ผิวชุ่มชื้น ฉ่ำโกลว์ ดูกระจ่างใส

จุดร่วมของกลุ่มนี้คือ เนื้อเบา สบายผิว เหมาะกับการใช้ทุกวัน ทั้งวันอยู่บ้าน ออฟฟิศ หรือออกแดดไม่จัดมาก

2. กันแดดสายลุย กันน้ำ กันเหงื่อ เหมาะกับกลางแจ้งและกิจกรรมหนัก

  • Banana Boat Light As Air SPF50+

    • เนื้อโลชั่นบางเบา แห้งไว ให้ฟีลเหมือนไม่ได้ทา

    • ป้องกัน UVA/UVB

    • กันน้ำและเหงื่อได้สูง เหมาะกับทะเลและกีฬา

  • NIVEA Sun Protect & Moisture Sun Body Lotion SPF50 PA+++

    • เนื้อโลชั่นบางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนียว ไม่ทิ้งคราบขาว

    • เทคโนโลยี Immediate Protection กันแดดเริ่มทำงานทันทีหลังทา

    • กันน้ำ กันเหงื่อ เหมาะกับเล่นน้ำหรือเหงื่อออกมาก

    • มี Vitamin E และ Double Moisture บำรุงผิวไม่ให้แห้งกร้านจากแดด

  • Clear Nose UV Body Sun Serum SPF50+ PA++++

    • Hybrid Sunscreen ปกป้อง UVA1, UVA2, UVB

    • เนื้อเซรั่มเข้มข้นแต่บางเบา ซึมไว กันน้ำ

    • เหมาะกับคนที่ต้องการกันแดดแรงและลดความหมองคล้ำไปพร้อมกัน

กลุ่มนี้ชัดเจนว่าเหมาะกับ หน้าร้อน + กิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ไปทะเล ว่ายน้ำ วิ่ง ออกทริปกลางแดดจัด

3. กันแดดบำรุงผิวขาวโกลว์ ลดจุดด่างดำ

  • Puricas Rapid UV Whitening Perfect Repair Body Serum SPF50+ PA++++

    • เนื้อเซรั่มบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่วอก ไม่เป็นคราบ

    • มี Dragon’s Blood Extract และ Phytowhite Technology จากฝรั่งเศส ช่วยผลัดเซลล์ผิว เสริมการฟื้นฟูผิวคล้ำเสียแห้งกร้าน

    • ผสาน Vitamin C & E เหมาะมากสำหรับผิวที่มีจุดด่างดำฝังแน่น

  • Jabs Bright Booster UV Protection Body Lotion SPF50 PA+++

    • โลชั่นผสมกันแดด 2 in 1

    • มีสารสกัดจากผลไม้ วิตามิน C, E, B3 และอาร์บูติน

    • ช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดความหมองคล้ำ ให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส

  • NIVEA Extra Bright Repair & Protect / Sun Extra Protect Daily Glow Essence Serum

    • เน้น Superfoods และวิตามินเข้มข้น ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ

กลุ่มนี้เหมาะกับคนที่ “ออกแดดแล้วกลัวดำ กลัวหมอง” และต้องการให้กันแดดทำหน้าที่เสมือนโลชั่นบำรุงไปในตัว

4. กันแดดเนื้อเจลและสูตรเย็นสบายผิว

สำหรับคนที่ไม่ชอบความเหนอะหนะ หรือร้อนง่าย มีตัวเลือกที่ให้สัมผัส เย็นสบายผิว / Cooling Effect เช่น

  • Mizumi UV Cooling Body Serum (จาก mybest) บำรุงผิวด้วยว่านหางจระเข้และแตงกวา ให้ความเย็นสบายทันทีเมื่อทา

  • กันแดดบางสูตรมีคำเคลมว่าเนื้อแตกตัวเป็นน้ำ ให้ฟีลลื่น ๆ แห้งไว ช่วยให้ใช้ในหน้าร้อนได้นานโดยไม่รำคาญผิว

วิธีทาครีมกันแดดทาตัวที่ถูกต้องเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

การเลือกกันแดดดีอย่างเดียวไม่พอ ต้อง “ทาให้ถูกวิธี” ด้วย จากข้อมูล How to ในบทความแนะนำ มีหลักสำคัญดังนี้

1. ปริมาณที่ควรใช้ต่อครั้ง

  • ปริมาณแนะนำสำหรับทาทั่วร่างกายอยู่ที่ประมาณ 1 ลูกกอล์ฟ หรือ 30–35 มล. ต่อครั้ง

  • หากกะยาก สามารถแบ่งตามส่วนของร่างกาย โดยใช้ประมาณ 2 ข้อนิ้วต่อ 1 ส่วน เช่น

    • แขนซ้าย 2 ข้อนิ้ว

    • แขนขวา 2 ข้อนิ้ว

    • ขาแต่ละข้าง 2 ข้อนิ้ว

ปริมาณที่ “พอดีและทั่วถึง” จะช่วยให้ผิวได้รับการปกป้องตามค่าที่ระบุบนฉลากจริง ๆ ไม่ต่ำกว่านั้น

2. ทาก่อนออกแดดล่วงหน้า

  • ควรทากันแดด ประมาณ 15–20 นาทีก่อนออกแดด

  • เพื่อให้เนื้อกันแดดเซ็ตตัวเป็นฟิล์มเคลือบผิว ยึดเกาะได้ดีขึ้น แม้หลายสูตรจะเคลมว่ากันแดดเริ่มทำงานได้ทันที แต่การเผื่อเวลาจะช่วยให้ป้องกันได้เต็มประสิทธิภาพกว่า

3. การทาซ้ำระหว่างวัน

  • ควร ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เมื่ออยู่กลางแดด หรือเจอแดดแรงช่วง 10.00–16.00 น.

  • ควร ทาซ้ำทันทีหลังว่ายน้ำ เหงื่อออกมาก หรือเช็ดตัว เพราะสารกันแดดเสื่อมสภาพจาก UV และหลุดออกจากผิวจากเหงื่อ / การเสียดสีของเสื้อผ้า

  • ในวันที่ร้อนมาก ถ้ากังวลเรื่องเหนอะหนะ สามารถใช้ สเปรย์กันแดด ฉีดทับระหว่างวันเพื่อความรู้สึกสบายขึ้น (ข้อมูลระบุว่านี่เป็นวิธีที่สะดวกและสบายกว่าครีมในบางกรณี)

4. เคล็ดลับลดปัญหากันแดดเป็นคราบ

หากทากันแดดทาตัวแล้วชอบเป็นคราบ มีคำแนะนำดังนี้

  • ทาใน ปริมาณพอดี ไม่หนาเกินไป แล้วค่อย ๆ เกลี่ยให้ทั่วผิว

  • วอร์มเนื้อครีมบนฝ่ามือก่อนทา เพื่อให้กระจายตัวดีขึ้น

  • ทาไปใน ทิศทางเดียวกับแนวขน เพื่อลดการจับตัวเป็นคราบ

  • รอให้กันแดด เซ็ตตัวก่อนใส่เสื้อผ้า เพื่อลดโอกาสกันแดดติดเป็นคราบบนผิวหรือเสื้อ

  • เลือกสูตร เนื้อบางเบา ซึมไว ไม่วอก เช่น เนื้อเซรั่มหรือเจล

เคล็ดลับดูแลผิวช่วงหน้าร้อนนอกจากการใช้ครีมกันแดด

ข้อมูลจากหลายบทความย้ำตรงกันว่า “ครีมกันแดดอย่างเดียวไม่เพียงพอ” การป้องกันแดดที่ดีควรมาพร้อมพฤติกรรมเสริมดังนี้

  • พยายาม หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดช่วงกลางวัน หรืออยู่กลางแดดให้น้อยที่สุด โดยเฉพาะช่วง 10.00–16.00 น.

  • แต่งตัวช่วยปกป้องผิว เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หมวกปีกกว้าง หรือร่มเมื่อจำเป็น

  • เลือกกันแดด ให้เหมาะกับสภาพผิว เช่น ผิวมันเน้นเนื้อเจล/เซรั่ม ผิวแห้งเน้นเนื้อโลชั่น/ครีม ผิวแพ้ง่ายเลือกสูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์

  • ดูแลผิวหลังโดนแดดด้วยโลชั่นบำรุง สารปลอบประโลม เช่น ว่านหางจระเข้ ใบบัวบก หรือมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้น

นอกจากนี้ ตาราง “ความเข้าใจผิดเรื่องครีมกันแดด” ยังสรุปจุดสำคัญที่ควรจำให้ขึ้นใจ

  • ทุกสีผิวต้องทากันแดด ไม่ใช่แค่คนผิวขาว

  • ต้องทากันแดด ทุกวัน แม้อยู่ในบ้าน

  • ต้องทาทั้ง ผิวหน้าและผิวกาย ไม่ใช่เฉพาะใบหน้า

  • ต้อง ทาซ้ำ เมื่อเหงื่อออกหรืออยู่กลางแจ้งนาน ๆ ไม่ใช่ทาครั้งเดียวจบ

สรุป: ปกป้องผิวสวยรับหน้าร้อนด้วยครีมกันแดดที่ใช่

เมื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมด จะเห็นชัดว่า ครีมกันแดดทาตัวเป็นไอเทมจำเป็นตลอดปี โดยเฉพาะหน้าร้อน เพราะแสงแดดและรังสี UV สามารถทำร้ายผิวได้ทั้งในระยะสั้น (ผิวไหม้ แดง แห้งเสีย) และระยะยาว (หมองคล้ำ จุดด่างดำ ผิวแก่ก่อนวัย)

การปกป้องผิวให้ได้ผล ไม่ได้อยู่แค่การเลือกค่ากันแดดสูง ๆ แต่ต้อง

  1. เลือก ค่า SPF และ PA ให้เหมาะกับกิจกรรม

  2. เลือก ประเภทกันแดดและเนื้อสัมผัสให้เหมาะกับผิวและอากาศ

  3. มองหาคุณสมบัติ กันน้ำ กันเหงื่อ และ Anti-Pollution หากต้องเจอแดดแรงและมลภาวะ

  4. พิจารณา ส่วนผสมบำรุง ให้ตอบโจทย์ผิว เช่น เพิ่มความชุ่มชื้นหรือช่วยให้ผิวกระจ่างใส

  5. ทาใน ปริมาณที่เพียงพอ ทาให้ถูกวิธี และทาซ้ำอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อเลือกกันแดดทาตัวได้เหมาะกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ แล้วใช้ร่วมกับพฤติกรรมหลบแดดและการบำรุงผิวหลังแดดอย่างเหมาะสม ผิวก็จะได้รับการปกป้องครบด้าน สามารถเผยผิวสวย สุขภาพดี มั่นใจตลอดหน้าร้อน และต่อให้แดดแรงแค่ไหน ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องผิวคล้ำเสียและหมองง่ายเหมือนเดิม

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น