รับแอปรับแอป

บุกจับไลฟ์สดหนีภาษี! เปิดปฏิบัติการรวบคู่รักเมียนมาขายของออนไลน์กลางเมืองระนอง

ชานนท์ บุญส่ง01-30

ปฏิบัติการเย็นระนอง: ไลฟ์สดขายของ กลายเป็นคดีใหญ่

ช่วงเย็นวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจากกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับหลายหน่วยในพื้นที่ระนอง วางแผนปฏิบัติการเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง

ทั้งหมดนี้เริ่มจากข้อมูลเชิงลึกว่า มีการใช้บ้านพักเป็นจุดไลฟ์สดขายสินค้าออนไลน์ ลักษณะคล้ายโกดังย่อม ๆ ที่เน้นขายสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ผ่านขั้นตอนศุลกากรอย่างถูกต้อง

แผนบุกค้น: ใช้หมายศาล ปิดทางหนี

ชุดปฏิบัติการได้ประสานกำลังจากหลายหน่วยทั้งในระดับท้องที่และส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็น

  • สภ.เมืองระนอง

  • กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดระนอง

  • ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง

  • ด่านศุลกากรระนอง

ทั้งหมดร่วมกันนำหมายค้นศาลจังหวัดระนอง เลขที่ ค.5/2568 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ xxx หมู่ 4 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง ซึ่งถูกระบุเป็นจุดต้องสงสัย

การเดินเกมใช้หมายค้นอย่างเป็นทางการ ทำให้ทุกขั้นตอนแน่นหนา ปิดทุกช่องว่างทางกฎหมาย

รวบ 2 ชาวเมียนมา กลางบ้านที่กลายเป็นสตูดิโอไลฟ์สด

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว

  • น.ส.อิ อิ ข่าย

  • นายเว่น เว่น ท่อ

ทั้งสองเป็นชาวเมียนมา และถูกจับพร้อมของกลางจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับการค้าขายทางออนไลน์ และการนำเข้าสินค้าโดยไม่ถูกต้อง

ของกลางที่ตรวจยึดได้ เช่น

  • สมุดจดบันทึกรายการสินค้า 2 เล่ม

  • สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม

  • รถยนต์ยี่ห้อ Toyota รุ่น Cross ทะเบียน กง 5695 ระนอง

  • รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่น PCX ทะเบียน 1 กฉ 6811 ระนอง

  • โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง

  • สินค้าอุปโภคบริโภคจากประเทศเมียนมา รวม 97 รายการ

ทุกอย่างบ่งชี้ชัดว่า บ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นแค่ที่พัก แต่คือจุดศูนย์กลางการไลฟ์สดขายของครบวงจร

ข้อหาหนัก: ทั้งแรงงานเถื่อน ทั้งศุลกากร

เมื่อรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  • ข้อหาที่ 1: เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต

  • ข้อหาที่ 2: ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น จำหน่าย ขนย้าย หรือรับไว้ซึ่งของที่นำเข้า–ส่งออกโดยยังไม่ผ่านศุลกากร หรือเป็นของที่ต้องตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายศุลกากร

สองข้อหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะกระทบทั้งเรื่องแรงงานและระบบภาษีของประเทศโดยตรง

เปิดปากสารภาพ: ไลฟ์ผ่านแอป ขายของหนีภาษี

จากการสอบสวน น.ส.อิ อิ ข่าย ให้การยอมรับสารภาพว่า

  • สินค้าทั้งหมดรับมาจาก “แพทรัพย์บุญเรือง” โดยไม่ทราบชื่อเจ้าของชัดเจน

  • นำสินค้าเหล่านี้มาไลฟ์สดและขายผ่านแอปพลิเคชัน “ช๊อปปี้” (Shoppee)

  • ร้านค้าในระบบใช้ชื่อเป็นภาษาเมียนมา คือ “အလှကုန်”

  • มีการโพสต์ข้อความโฆษณาเพื่อกระตุ้นยอดขาย และดึงดูดลูกค้าให้สั่งซื้อสินค้า

  • ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ตรวจยึดได้เป็นพาหนะในการนำพัสดุไปส่งที่ไปรษณีย์ ส่งต่อถึงมือลูกค้า

  • ไม่สามารถแสดงเอกสารเสียภาษีสินค้ากับศุลกากรต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้เลย

สรุปง่าย ๆ คือ ใช้ไลฟ์สดเป็นหน้าร้าน ใช้โซเชียลทำการตลาด แต่ไม่ใช้ระบบภาษีของรัฐแม้แต่นิดเดียว

แรงงานกรรมกร พลิกมาเป็นแม่ค้าไลฟ์สด

น.ส.อิ อิ ข่าย ยังยอมรับเพิ่มเติมว่า เดิมทีตนมาทำงานในไทยในลักษณะงานกรรมกร ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพค้าขายในประเทศไทย

การขยับจากแรงงานใช้แรง มาเป็นแม่ค้าออนไลน์ไลฟ์สด จึงเป็นการทำงานผิดจากประเภทอาชีพที่กฎหมายอนุญาตให้คนต่างด้าวทำได้

ฝั่งของนายเว่น เว่น ท่อ กลับให้การอีกแบบ โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และยืนยันว่า

  • ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าขายของ น.ส.อิ อิ ข่าย

  • ไม่มีส่วนรู้เห็นการนำสินค้าเข้า–ออก

ประเด็นนี้จึงเป็นอีกจุดที่เจ้าหน้าที่จะต้องสืบสวนต่อเชิงลึก ว่าแท้จริงแล้วใครเป็นตัวหลัก ใครเป็นแค่ผู้พักอาศัย หรือทั้งหมดร่วมกันดำเนินกิจการ

ส่งสำนวนเดินหน้า กระบวนการกฎหมายรออยู่

หลังจากจับกุมและตรวจยึดของกลางทั้งหมดแล้ว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ส่งต่อให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระนอง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ขั้นตอนต่อจากนี้จะมีทั้ง

  • การสอบปากคำเพิ่มเติม

  • การตรวจสอบเส้นทางการเงินจากสมุดบัญชีและธุรกรรมออนไลน์

  • การประสานข้อมูลกับหน่วยงานศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง

คดีนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องไลฟ์ขายของธรรมดา แต่สะท้อนภาพใหญ่ของการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อหนีภาษี และการทำงานผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวในยุคไลฟ์สดครองเมือง

บทเรียนจากเคสนี้ สำหรับสายไลฟ์สดขายของ

สำหรับคนที่ทำหรือคิดจะทำไลฟ์สดขายสินค้า โดยเฉพาะสินค้านำเข้า เคสนี้คือสัญญาณเตือนสำคัญว่า

  • ต้องตรวจสอบ แหล่งที่มาของสินค้า ให้ชัดเจน

  • ต้องมี เอกสารการเสียภาษีและผ่านศุลกากร ครบถ้วน

  • หากเป็นคนต่างด้าว ต้องมี ใบอนุญาตทำงาน ให้ตรงกับลักษณะอาชีพที่ทำจริง

  • การใช้โซเชียลและแอปฯ ดัง ๆ ไม่ได้แปลว่าจะหลบสายตากฎหมายได้

ในยุคที่ไลฟ์สดคือเครื่องมือทำมาหากินยอดฮิต ความปังทางยอดขาย ต้องเดินคู่ไปกับความเป๊ะทางกฎหมาย ไม่อย่างนั้น จากสตูดิโอไลฟ์สด อาจกลายเป็นหลักฐานกลางสำนวนคดีได้ทุกเมื่อ