รับแอปรับแอป

จากครัว บ้านไร่ ถึงชามน้องหมา: แบรนด์ไทยใช้ซอฟต์พาวเวอร์ปั้นเรื่องราวให้โลกจำ

พงษ์เทพ อินทรชัย01-30

ซอฟต์พาวเวอร์ไทย เปลี่ยนแบรนด์ธรรมดาให้มีเรื่องเล่า

ในยุคที่คู่แข่งเต็มตลาด การมีสินค้า “ดี” อย่างเดียวไม่พออีกต่อไป แบรนด์ที่ไปได้ไกลกว่านั้นคือแบรนด์ที่มี ตัวตนชัด มีเรื่องเล่า และมีคุณค่าที่โลกอยากฟัง

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เลยสร้างโครงการบ่มเพาะแบรนด์ไทย IDEA LAB Season 8 ขึ้นมา โดยโฟกัสไปที่ธุรกิจที่เดินตามแนวคิด เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ใน 3 กลุ่มสินค้าใหญ่ ๆ คือ

  • กลุ่มนวัตกรรมอาหาร

  • กลุ่มสุขภาพและความงาม

  • กลุ่มแฟชั่นและไลฟ์สไตล์

ทั้งหมดไม่ได้พัฒนาแค่สินค้า แต่ยังถูกผลักดันให้ใช้ ภูมิปัญญาไทย + วัฒนธรรมไทย เป็น “ซอฟต์พาวเวอร์” เพื่อสร้างภาพจำในตลาดโลกแบบยั่งยืน

Explore Your Exponential Growth: โตแบบก้าวกระโดดด้วยตัวตนแบรนด์

ม.ล. ภาสกร อาภากร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า DITP อธิบายแนวคิดของโครงการว่า ปีนี้มาพร้อมธีม “Explore Your Exponential Growth” ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ

  • ค้นหา ตัวตนและอัตลักษณ์แบรนด์ ให้ชัด

  • ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ

  • เชื่อมกับเมกะเทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

  • หยิบภูมิปัญญาไทย วัฒนธรรมไทย มาสร้าง Storytelling ให้กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์

แบรนด์ที่เข้าร่วมทั้ง 15 แบรนด์จึงไม่ได้แค่เรียนคอร์สจบแล้วจบกัน แต่กำลังเดินทางสู่การมี Brand Manual หรือ “ไบเบิลของแบรนด์” ของตัวเอง เพื่อใช้เป็นคู่มือไปต่อในเวทีสากลอย่างจริงจัง

Panya Natural: จากมะรุมบ้าน ๆ สู่สกินแคร์พรีเมียมของไทย

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนพลังของภูมิปัญญาไทยได้ชัดคือ แบรนด์ “Panya Natural” แบรนด์สกินแคร์ธรรมชาติที่เอา มะรุม มายกระดับจนกลายเป็นส่วนผสมหลักระดับพรีเมียม

เส้นทางเริ่มตั้งแต่ปี 2014 เมื่อ กมลรัตน์ ลาดสีทา ลงมือศึกษาเกษตรพื้นบ้านและพืชพรรณธรรมชาติ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจด้านเกษตรและการพัฒนาชุมชน ก่อนจะนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดให้เกษตรกรในท้องถิ่น

ไฮไลต์ของแบรนด์คือ

  • น้ำมันมะรุมผสมทองคำ ที่สกัดจนได้โมเลกุลเล็กเพียง 0.25 ไมครอน

  • ผสานทองคำแท้ 99.98% ในระดับนาโน

คุณสมบัติที่ได้คือช่วยให้สารสำคัญซึมลึกลงสู่ผิว ช่วยให้ผิวแข็งแรง ลดความล้า และลดเลือนริ้วรอย จน Panya Natural กลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้านสินค้าที่ใช้มะรุมในไทย

เป้าหมายต่อไปของแบรนด์คือ

  • ปั้น “มะรุม” ให้กลายเป็น ซอฟต์พาวเวอร์ด้านสกินแคร์ของไทย

  • ขยายตลาดต่างประเทศ

  • ส่งต่อคุณค่าของสมุนไพรไทยที่คิดและทำโดยคนไทย

ปาเต๊ะ: ร้านอาหารอารมณ์ครอบครัวที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกอบอุ่นทุกคำ

“ปาเต๊ะ” ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารที่มีอายุกว่า 26 ปี แต่เป็นแบรนด์ที่สร้างจากความฝันของครอบครัวที่อยากทำร้านอาหารที่เต็มไปด้วยความสุข

ความเชื่อของแบรนด์คือ อาหารที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่รวมถึง

  • บรรยากาศในร้าน

  • ความรู้สึกอบอุ่นที่ลูกค้าได้รับ

เจนเนอเรชั่นที่สองอย่าง กฤติณ ประนุช รับช่วงต่อมาในบริบทโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จึงต้องพาแบรนด์ปรับตัวให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ลูกค้ารุ่นใหม่ แต่ยังคงความเป็น “ปาเต๊ะ” ที่ลูกค้ารักเอาไว้

กลยุทธ์สำคัญของแบรนด์คือ

  • ทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง

  • ใช้อินไซต์ลูกค้าเป็นเข็มทิศในการรีแบรนด์

เพื่อให้แบรนด์ยัง อยู่ในใจทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ในระยะยาว

ไทยเชฟ: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทยที่อยากเล่าเรื่องใหม่บนแพ็กเกจเดิม

สำหรับคนทำอาหารหรือคนชอบลองรสชาติใหม่ ๆ ในต่างประเทศ ชื่อ “ไทยเชฟ” อาจคุ้นหูมานานแล้ว แบรนด์นี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1995 ด้วยความตั้งใจจะพา รสชาติอาหารไทยไปให้คนทั่วโลกได้ลอง

  • เริ่มจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

  • เปิดตัวครั้งแรกในกัมพูชา

เมื่อเวลาผ่านมากว่า 20 ปี ไทยเชฟเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงรสชาติอาหารไทยได้ง่ายขึ้น ทั้งสะดวก รวดเร็ว และคุ้นลิ้น

ปัญหาที่ตามมาพร้อมอายุแบรนด์คือ ภาพลักษณ์อาจดู “เก่า” ไปหน่อยสำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) จึงต้องการ

  • รีแบรนด์ให้ดูร่วมสมัยขึ้น

  • แต่ยังคงเอกลักษณ์และบุคลิกความเป็นไทยเชฟ

สิ่งที่ทีมมองหาและกำลังทำคือ

  • แนวคิดแบรนด์ที่ชัดขึ้น

  • คาแรกเตอร์สินค้าที่เห็นแล้วจำได้ทันที

  • โอกาสใหม่ ๆ ในเชิงการตลาดและแบรนด์ดิ้ง

เพื่อให้ไทยเชฟยังคงเป็น ตัวแทนรสชาติไทยที่จับต้องได้ง่าย ในหลายประเทศ

JOLA: เจลลี่น้องหมาเพื่อโมเมนต์แสนสุขของสุนัขสูงวัย

สายทาสหมาและคนที่พาสุนัขเดินทางด้วยบ่อย ๆ น่าจะโดนใจแบรนด์นี้เป็นพิเศษ เพราะ “JOLA” คือแบรนด์ Instant Jelly Mix for Dogs ที่ตั้งใจสร้าง Joyful Nutritious Moments ให้สุนัขสูงวัยซึ่งเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัว

เบื้องหลังแบรนด์คือผู้ร่วมก่อตั้ง เพียงเพลง ขจรวิทย์ และ นินนาท ศิริปุณย์ ที่มองเห็นโอกาสในตลาดขนมสำหรับสุนัขสูงวัยในไทยที่มีมูลค่าถึง 2.7 พันล้านบาท แต่ยังมีสินค้าที่ตอบโจทย์จริง ๆ ไม่มากนัก

จุดเด่นของ JOLA คือ

  • เสริมวิตามินและพรีไบโอติกส์

  • เพิ่มการได้รับน้ำต่อวัน เหมาะมากสำหรับสุนัขที่ไม่ชอบดื่มน้ำหรือป่วย

  • แคลอรีต่ำ โปรตีนต่ำ ไขมันต่ำ เหมาะกับสุนัขสูงวัยหรือมีปัญหาสุขภาพ

  • วิธีให้กินง่ายมาก: แค่เติมน้ำอุ่นแล้วนำไปแช่เย็น 20 นาที ก็พร้อมเสิร์ฟ

สิ่งที่น่าสนใจคือแบรนด์ไม่ได้ขายแค่ “ขนม” แต่ขาย ความสัมพันธ์ (bonding) ระหว่างคนกับสุนัข ผ่านโมเมนต์เล็ก ๆ อย่างการให้อาหาร การดูแลสุขภาพ และการแบ่งปันเวลาร่วมกัน ซึ่งกลายมาเป็นหนึ่งในจุดขายหลักของแบรนด์

ในมุมของคนชอบพาหมาเดินทาง นี่คือไอเท็มที่ช่วยให้

  • เติมน้ำให้สุนัขได้แบบน่ากินขึ้น

  • พกพาสะดวกเวลาต้องเดินทางไกล

  • ช่วยให้สุนัขที่เบื่ออาหารหรือไม่ค่อยดื่มน้ำยอมกินง่ายขึ้น

ปลาไทยห้าดาว และ Sunny’s Farm: จากแป้งมันสู่แบรนด์ส่งออกยุคใหม่

“ปลาไทยห้าดาว” คือแบรนด์แป้งมันสำปะหลังและสาคูที่อยู่ในตลาดมาตั้งแต่ปี 1985 ปัจจุบันถูกสานต่อโดยทายาทรุ่นที่ 3 คือ ปรินทร์ และ ปภาดา กาญจนชูศักดิ์

เป้าหมายของรุ่นใหม่ไม่ได้หยุดอยู่ที่ตลาดเดิม แต่ต้องการ

  • ขยายตลาดส่งออกให้ชัดเจนขึ้น

  • พัฒนาแบรนด์ใหม่สำหรับลูกค้าต่างชาติภายใต้ชื่อ Sunny’s Farm

เมื่อเข้าไปเล่นในแต่ละภูมิภาค ก็พบว่า

  • รสนิยมและความชอบของผู้บริโภคแต่ละที่ไม่เหมือนกัน

  • ภาพลักษณ์แบรนด์และการสื่อสารต้องปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมและอินไซต์ในพื้นที่นั้น ๆ

ทิศทางที่แบรนด์กำลังทำคือ

  • นิยามตัวตนของแบรนด์ใหม่ให้ชัด ทั้งในเชิงแนวคิดและภาพลักษณ์

  • พัฒนา CI (Corporate Identity)

  • ออกแบบภาพลักษณ์ใหม่ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การตลาดระยะยาว

ทั้งหมดก็เพื่อให้ สินค้าจากมันสำปะหลังไทยและสาคูไทย มีตัวตนที่ชัดในสายตาผู้บริโภคต่างชาติ ไม่ใช่เป็นแค่ “วัตถุดิบทั่วไป” อีกต่อไป

IDEA LAB Season 8: จุดเริ่มต้นของการเติบโต ไม่ใช่เส้นชัย

สำหรับโครงการ IDEA LAB Season 8 นี่คือเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้

  • ยกระดับศักยภาพตัวเอง

  • สร้างแบรนด์ให้แข็งแรงและยั่งยืน

  • มองเห็นโอกาสในตลาดโลกผ่านมุมมองซอฟต์พาวเวอร์และความยั่งยืน

แต่การค้นหาทิศทางแบรนด์และวางกลยุทธ์ให้ชัดเจน เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น สิ่งที่ท้าทายจริง ๆ คือ

  • นำสิ่งที่วางแผนไว้ไปใช้จริงในธุรกิจ

  • ทดลอง ปรับ และต่อยอดให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้

โลกวันนี้ไม่ได้ต้องการเพียงสินค้า แต่ต้องการ แบรนด์ที่มีตัวตน มีเรื่องเล่า และเคารพโลก และโครงการแบบ IDEA LAB ก็คือแรงส่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์ไทยเดินเข้าไปยืนในเวทีโลกได้อย่างมีเสียงของตัวเอง

เมื่อซอฟต์พาวเวอร์ไทยจับมือกับความคิดสร้างสรรค์ และการมองตลาดโลกอย่างจริงจัง แบรนด์จากชุมชนเล็ก ๆ ก็มีโอกาสกลายเป็นชื่อที่ผู้คนต่างประเทศพูดถึงได้ไม่แพ้แบรนด์ระดับโลก