รับแอปรับแอป

ตั๋วรถไฟเต็มทุกเทศกาล! เปิดเหตุผลทำไมคนแห่ขึ้นรถไฟ และรัฐต้องเร่งแก้เกมเดินทางไกล

อมรรัตน์ ใจดี01-30

รถไฟฟีเวอร์! ทำไมคนไทยหันมานั่งรถไฟกันมากขึ้น

การเดินทางด้วยรถไฟกลับมาฮิตอีกครั้งแบบแรงไม่หยุด ผู้โดยสารของการรถไฟแห่งประเทศไทยพุ่งจากประมาณ 24.56 ล้านคนต่อเที่ยวในปี 2566 ขึ้นมาเป็นราว 26.84 ล้านคนในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 9.3% ภายในปีเดียว

แนวโน้มยังชี้ชัดว่าในปี 2568 ยอดผู้โดยสารจะยังคงไต่ขึ้นต่อเนื่อง ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้มาแบบฟลุค แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่ช่วยกันดันให้รถไฟกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของสายเที่ยวประหยัดและคนเดินทางทางไกล

จุดเด่นที่ทำให้รถไฟถูกใจสายเที่ยวประหยัด

เหตุผลที่คนจำนวนมากหันมาขึ้นรถไฟมากขึ้น มีหลายปัจจัยที่น่าสนใจ เช่น

  • มีรถไฟทางคู่เพิ่ม ทำให้การเดินทางเร็วขึ้นกว่าเดิม ลดปัญหารถติดบนรางและรอหลีก

  • สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นได้สะดวก ทั้งรถไฟฟ้าและการเดินทางรูปแบบต่าง ๆ

  • ราคาตั๋วประหยัดกว่าสายการบิน และคุ้มกว่าขับรถเอง โดยเฉพาะการเดินทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร

  • ความปลอดภัยดีขึ้น ทั้งด้านโครงสร้างทางรางและระบบจัดการเดินรถ

  • บรรยากาศการเดินทางสบายขึ้น กลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่การย้ายที่

สำหรับคนชอบเที่ยวแบบคุ้มค่า รถไฟจึงตอบโจทย์ทั้งเรื่องราคา ความปลอดภัย และบรรยากาศระหว่างทาง

รถไฟทางคู่และรถนอน: เปลี่ยนเกมการเดินทางไกล

การพัฒนารถไฟทางคู่ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องความเร็วเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยบนเส้นทางอีกด้วย

  • มีรั้วกั้นทั้งคนและสัตว์ ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุบนราง

  • มีทางต่างระดับ ทำให้ไม่ต้องตัดกับถนนในหลายจุด

ขณะเดียวกัน รถนอนปรับอากาศ ก็กลายเป็นพระเอกของสายเดินทางข้ามคืน เพราะให้ทั้งความสะดวกและความปลอดภัยมากขึ้น เหมาะกับคนที่อยากเซฟค่าที่พักหนึ่งคืน และตื่นมาพร้อมเที่ยวต่อได้ทันที

ปัญหาใหญ่ของคนอยากขึ้นรถไฟ: จองตั๋วไม่ได้!

แม้รถไฟจะตอบโจทย์สายประหยัดหลายด้าน แต่ปัญหาที่ตามมาแบบชัดเจนคือ “จองตั๋วยากมาก” โดยเฉพาะเส้นทางยอดฮิตที่มักเต็มอย่างรวดเร็ว เช่น

  • กรุงเทพฯ – หาดใหญ่

  • กรุงเทพฯ – เชียงใหม่

  • กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี

จำนวนตู้โดยสารในหลายขบวนยังไม่เพียงพอกับความต้องการจริง ทำให้คนจำนวนมากแม้อยากเดินทางด้วยรถไฟ แต่สุดท้ายต้องตัดใจไปใช้ทางเลือกอื่นเพราะจองไม่ทัน

เคสตัวอย่างที่สะท้อนปัญหาชัดเจน

มีกรณีตัวอย่างของการเดินทางวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่ช่วยสะท้อนภาพปัญหานี้ได้ดี ผู้โดยสารบางส่วนพยายามวางแผนเดินทางล่วงหน้าถึง 20 วัน เพื่อจองตั๋ว

แต่ผลที่ออกมากลับพบว่า

  • รถด่วนขบวนที่ 83 เส้นทาง กรุงเทพฯ – ตรัง

  • เส้นทางช่วง กรุงเทพฯ – ชุมทางทุ่งสง

  • เหลือที่นั่งเพียง 1 ที่นั่งเท่านั้น

สถานการณ์แบบนี้ชี้ให้เห็นชัดว่า ความต้องการใช้บริการรถไฟสูงกว่าศักยภาพที่ระบบรองรับอยู่มาก ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อย ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง แม้ตั้งใจวางแผนล่วงหน้าแล้วก็ตาม

ทางออกที่ถูกเสนอ: เพิ่มตู้รถไฟ จัดขบวนพิเศษ

สิ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเสนอเป็นแนวทางแก้ไขมีหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • เร่งเพิ่มจำนวนตู้โดยสาร ในขบวนที่เป็นเส้นทางยอดนิยมและมีผู้ใช้บริการหนาแน่น

  • จัดขบวนรถพิเศษช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่พุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ

  • ผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม เข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจังและมีรูปธรรม

แนวทางเหล่านี้หากทำได้ต่อเนื่อง จะช่วยให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกขึ้น และทำให้รถไฟเป็นทางเลือกหลักของการท่องเที่ยวและการเดินทางระยะไกลอย่างแท้จริง

มุมมองสายเที่ยวประหยัด: วางแผนยังไงให้มีโอกาสได้ตั๋วมากขึ้น

สำหรับคนชอบเที่ยวด้วยรถไฟ แม้ระบบจะยังมีข้อจำกัด แต่ก็ยังมีวิธีเพิ่มโอกาสให้จองตั๋วได้สำเร็จมากขึ้น เช่น

  • วางแผนเดินทางล่วงหน้าให้ไกลที่สุด โดยเฉพาะช่วงเทศกาล

  • เลือกเดินทางวันธรรมดา หากไม่จำเป็นต้องเดินทางวันหยุดยาว

  • ลองพิจารณาเที่ยวขบวนรองหรือเวลาออกเดินทางที่คนไม่นิยม

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว การพัฒนาระบบรถไฟให้ทันความต้องการจริงของคนทั้งประเทศ คือคำตอบสำคัญที่สุด เพื่อให้รถไฟเป็นตัวเลือกที่ทั้งประหยัด สะดวก และเข้าถึงได้สำหรับทุกคนที่อยากออกเดินทาง.