ก่อนบินยุโรป เช็กเงินในกระเป๋าก่อนสแกนพาสปอร์ต
การไปเที่ยวยุโรปคือทริปในฝันของใครหลายคน ทั้งเดินชมเมืองเก่า แคปวิวสวยๆ หรือกระโดดข้ามหลายประเทศในทริปเดียว แต่ก่อนจะจองตั๋ว เก็บกระเป๋าแล้วมุ่งหน้าไปสนามบิน มีอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้จองที่พัก นั่นคือ กฎเรื่องการพกเงินสดเข้า–ออกประเทศในยุโรป
หลายคนมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่บอกเลยว่า ถ้าพลาดขึ้นมา เงินอาจถูกยึด โดนค่าปรับหนัก แถมในเคสแย่สุดอาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าสหภาพยุโรปเลยก็ได้
กฎเหล่านี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน เช่น การฟอกเงิน การสนับสนุนการก่อการร้าย และการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งนักท่องเที่ยวทั่วไปก็ถูกสุ่มตรวจได้เหมือนกัน ถ้าไม่ศึกษาก่อนเดินทางอาจซวยแบบไม่ทันตั้งตัว
เพราะแบบนี้นี่แหละ ใครกำลังจะไปยุโรป ต้องรู้เรื่องการพกเงินสดให้ชัด บทความนี้จะสรุปแบบเข้าใจง่ายว่าคนไทยควรรู้อะไรบ้าง ก่อนหอบเงินขึ้นเครื่อง!
กฎใหญ่ของ EU: ตัวเลข 10,000 ยูโรที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
ภายใต้ระเบียบของสหภาพยุโรป ทุกคนที่เดินทาง เข้า หรือ ออกจากสหภาพยุโรป ถ้าพก เงินสดรวมเกิน 10,000 ยูโร (หรือเทียบเท่าในสกุลเงินอื่น) จะต้อง ยื่นแบบฟอร์มแจ้งเงินสดต่อศุลกากร ที่จุดผ่านแดน
ตรงนี้สำคัญมาก เพราะคำว่า “เงินสด” ในมุมมองของ EU ไม่ได้หมายถึงแค่แบงก์กับเหรียญที่เราคิดกันทั่วไปเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปถึงทรัพย์สินทางการเงินหลายแบบ เช่น
ธนบัตรและเหรียญที่ใช้ชำระหนี้ได้จริง
เช็คผู้ถือ (Bearer Cheques)
ตั๋วแลกเงิน (Bills of Exchange)
ตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory Notes)
ทองคำแท่งหรือเหรียญทองที่มีความบริสุทธิ์สูง
บัตรกำนัลหรือเครื่องมือชำระเงินที่ไม่ต้องระบุชื่อผู้ถือ
ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา กฎของ EU ยังขยายความหมายของ “เงินสด” ให้ครอบคลุมไปถึง คริปโตเคอร์เรนซี (Crypto-assets) หากเก็บอยู่ใน ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต แล้วพกติดตัวเดินทาง ก็อาจเข้าข่ายต้องแจ้งเช่นกัน
ถ้าไม่ปฏิบัติตามกฎ มีสิทธิ์โดนยึดเงินทันที หรือโดนปรับหนัก เพราะถูกมองว่าเสี่ยงเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรืออาชญากรรมทางการเงิน EU จึงใช้มาตรการตรวจสอบค่อนข้างจริงจังและเข้มงวด

ข้อกำหนดเหมือนกันทั้ง EU แต่รายละเอียดแต่ละประเทศอาจต่างเล็กน้อย
แม้สหภาพยุโรปจะใช้กรอบกฎหมายเดียวกันเรื่องเงินสดเกิน 10,000 ยูโร แต่ แต่ละประเทศสมาชิกอาจมีขั้นตอนหรือรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันเล็กน้อย เช่น รูปแบบฟอร์ม วิธีการแจ้ง หรือช่องทางติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพราะฉะนั้น ก่อนเดินทางควรเช็กข้อมูลเฉพาะของประเทศที่เราจะบินเข้าเป็นจุดแรกในยุโรป เพื่อจะได้เตรียมเอกสารและวางแผนการแจ้งเงินสดได้ถูกต้อง

ขั้นตอนการแจ้งเงินสดให้ถูกต้อง ทำตามนี้รอดแน่นอน
เพื่อความปลอดภัยของเงินในกระเป๋า และเพื่อไม่ให้ทริปยุโรปพังตั้งแต่หน้าเคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมือง ลองเช็กทีละข้อและทำตามขั้นตอนเหล่านี้
เช็กยอดเงินรวมก่อนเดินทาง
รวมให้หมดทั้งเงินสดทุกสกุลที่พกติดตัว ถ้าเกิน 10,000 ยูโร (หรือเทียบเท่า) ควรวางแผน แจ้งศุลกากร ตามกฎของประเทศปลายทางเตรียมเอกสารให้พร้อม
เช่น สลิปถอนเงินจากธนาคาร หนังสือเดินทาง ตั๋วโดยสาร หรือจดหมายเชิญในกรณีเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจหรือเยี่ยมญาติจัดการแบบฟอร์มแจ้งเงินสด
แบบฟอร์มมักดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ศุลกากรของประเทศนั้นๆ หรือขอรับได้ที่สนามบิน เมื่อกรอกข้อมูลครบแล้วให้แจ้งประเทศปลายทาง เจ้าหน้าที่จะอธิบายขั้นตอนที่เหลือให้เดินเข้าช่องแดง (Red Channel)
การแสดงความสุจริตใจคือหัวใจสำคัญ ให้เดินเข้าช่องแดงที่ด่านศุลกากร แล้วยื่นแบบฟอร์มพร้อมเอกสารประกอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบขอเอกสารรับรองจากเจ้าหน้าที่
หลังแจ้งเรียบร้อย อย่าลืมขอใบรับรองเก็บไว้ เผื่อใช้ยืนยันที่มาของเงินในอนาคต หรือใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ของประเทศถัดไปที่อาจมีการตรวจสอบ

ข้อควรระวังสำคัญเวลาแจ้งเงินสด
กฎพื้นฐานคือ ห้ามเล่นทริกกับเจ้าหน้าที่ เพราะถ้าถูกจับได้ มีแต่เสียกับเสีย
อย่าแยกเงินให้เพื่อนหรือครอบครัวช่วยถือ เพียงเพราะอยากเลี่ยงการแจ้งเงินกับศุลกากร แบบนี้ถือว่าเป็นการหลบเลี่ยงโดยเจตนา
ห้ามแจ้งตัวเลขไม่ตรงความจริง เช่น บอกว่าพกมาแค่ 9,000 ยูโร แต่จริงๆ มามากกว่านั้น หากถูกตรวจค้นแล้วเจอ อาจโดนยึดเงินหรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ถ้าเดินทางข้ามหลายประเทศในกลุ่มเชงเก้น (Schengen Area) ต้องรู้ให้ชัดว่าตัวเอง บินเข้า EU ครั้งแรกที่ประเทศไหน เพราะการแจ้งเงินสดจะต้องทำที่ ประเทศแรกที่เหยียบยุโรป (Point of Entry)
ถ้าฝ่าฝืนกฎเรื่องเงินสด ผลกระทบอาจแรงกว่าที่คิด

โทษจากการไม่แจ้ง หรือแจ้งข้อมูลเท็จ
การมองว่ากฎเป็นเรื่องเล็กน้อยอาจทำให้ต้องเจอผลลัพธ์ที่ไม่สนุกเลย เช่น
ถูกยึดเงินสดทันทีที่จุดตรวจ
เสียค่าปรับสูงสุดราว 50%–60% ของจำนวนเงิน ที่พกมา
ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงิน
เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา หากพบว่าเงินมีที่มาผิดกฎหมาย
ชื่ออาจถูกบันทึกในระบบของสหภาพยุโรป (เช่น EUROPOL) ทำให้การขอวีซ่าในอนาคตยากขึ้น และอาจถึงขั้นถูกปฏิเสธวีซ่าในครั้งถัดไป
ตัวอย่างเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นมาแล้ว
เพื่อให้เห็นภาพว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือในกฎหมาย ลองดูเคสที่เคยเกิดขึ้นจริง
นักท่องเที่ยวจากเอเชียคนหนึ่ง ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรสนามบินปารีส ยึดเงินสด 18,000 ยูโร เพราะไม่ได้แจ้ง แม้เงินจะมีที่มาถูกต้อง แต่ก็ยังต้องเสียค่าปรับและเข้ากระบวนการทางกฎหมาย
ที่กรุงโรม มีผู้เดินทางพก ทองคำแท่ง 2 กิโลกรัม โดยไม่แจ้งตามขั้นตอน ผลคือถูกยึด และต้องจ่ายค่าปรับกว่า 40,000 ยูโร
ทริคสำหรับนักท่องเที่ยวไทย: อยากพกเงินไปยุโรปให้ปลอดภัยต้องทำยังไง

1. ใช้ระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นพระเอกของทริป
เพื่อความสบายใจทั้งเรื่องความปลอดภัยและการผ่านด่านตรวจ แนะนำให้ใช้ บัตรเครดิตหรือเดบิตระหว่างประเทศเป็นหลัก
ก่อนเดินทาง ควร แจ้งธนาคารล่วงหน้า ว่าจะใช้บัตรที่ต่างประเทศ เพื่อลดโอกาสที่ธนาคารจะอายัดบัตรจากระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ยังสามารถพิจารณาใช้การโอนเงินผ่านระบบระหว่างประเทศ เช่น Swift หรือผู้ให้บริการโอนเงินข้ามประเทศอื่นๆ เพื่อไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมากติดตัว
2. เตรียมหลักฐานที่มาของเงินไว้เสมอ
ถ้าจำเป็นต้องพกเงินสดจำนวนมากจริงๆ การมี เอกสารยืนยันแหล่งที่มาของเงิน จะช่วยให้การอธิบายกับเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องง่ายขึ้น เช่น
ใบถอนเงินจากธนาคาร
เอกสารแสดงการขายทรัพย์สิน
หลักฐานรายได้หรือเอกสารจากนายจ้าง
จดหมายรับรองในกรณีเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ
3. เผื่อเวลาเพิ่ม เผื่อขั้นตอนแจ้งเงินหน้าด่าน
บางสนามบิน โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นที่ผู้โดยสารหนาแน่น การแจ้งเงินสดอาจใช้เวลานานกว่าที่คิด ดังนั้นนอกจากเวลาเช็กอินและโหลดกระเป๋าแล้ว ควรบวกเวลาเผื่อสำหรับขั้นตอนแจ้งเงินสด ด้วย
การเตรียมล่วงหน้าแบบนี้ช่วยลดความเครียด และไม่ต้องมาวิ่งแข่งกับเวลาเพื่อขึ้นเครื่อง
4. เข้าไปอ่านกฎจากเว็บไซต์ศุลกากรของประเทศปลายทาง
แต่ละประเทศใน EU มักมีหน้าเว็บภาษาอังกฤษอธิบายขั้นตอนการแจ้งเงินสดอย่างละเอียด ทั้งตัวอย่างฟอร์ม ขั้นตอน และช่องทางติดต่อ
การไล่อ่านข้อมูลจากแหล่งทางการจะช่วยให้เข้าใจกฎจริงๆ ของประเทศที่เราจะไป และลดความเสี่ยงจากการตีความผิด
สรุป: ยุโรปไม่ได้ห้ามพกเงินสด แต่ห้ามพกแบบไม่รู้กฎ
การเดินทางไปยุโรปไม่ใช่แค่เรื่องจองตั๋ว เลือกโรงแรม และจัดชุด OOTD เท่ๆ ลงรูป แต่ยังรวมถึง การรู้สิทธิ หน้าที่ และข้อกำหนดทางกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่อง ข้อจำกัดการพกเงินสดเข้า–ออกประเทศ
การละเมิดกฎ แม้จะดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย เช่น ไม่กรอกฟอร์ม หรือแจ้งจำนวนเงินไม่ตรงจริง อาจส่งผลให้
เงินหายไปกับค่าปรับและการยึดทรัพย์
ประวัติการเดินทางในยุโรปมีปัญหา
การขอวีซ่าในอนาคตยุ่งยากขึ้น
ทางออกที่ดีที่สุดคือ เข้าใจกฎให้ชัด เตรียมตัวให้ครบ และปฏิบัติตามอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อเราพร้อมทั้งความรู้ เอกสาร และแผนการใช้เงิน ทริปยุโรปก็จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุก ปลอดภัย และไร้กังวล สามารถเดินทางอย่างมั่นใจ พร้อมใช้เวลาไปโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือการเก็บโมเมนต์ดีๆ ในทุกเมืองที่เราไปเยือน

