ดารุมะไม่ใช่แค่ตุ๊กตา แต่คือ “เพื่อนคู่สู้ชีวิต”
ตุ๊กตาล้มลุกดารุมะคือเครื่องรางนำโชคสุดคลาสสิกของญี่ปุ่น รูปร่างกลม ๆ หน้าตาจริงจังแต่แอบน่ารัก จนกลายเป็นไอเทมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ช่วงหลังดารุมะยิ่งดังไปทั่วโลก เพราะเกมในซีรีส์เกาหลียอดฮิตระดับโลกอย่าง “Squid Game” มีแรงบันดาลใจจากเกมเด็กญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม “ดารุมะซังงะโคะรอนดะ” เลยยิ่งทำให้คนสนใจดารุมะมากขึ้นไปอีก
บทความนี้จะพาไปรู้จักดารุมะตั้งแต่ต้นกำเนิด ความหมายลึกซึ้งของคำว่า “ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง (七転八起)” วิธีวาดตาอย่างถูกต้อง ความต่างของสีและความหมาย รวมถึงแหล่งผลิตชื่อดังอย่างทาคาซากิ ชิราคาวะ ไปจนถึงวัดสำคัญที่คนญี่ปุ่นนิยมไปขอพร
ต้นกำเนิดดารุมะ และทำไมคนญี่ปุ่นถึงผูกพันกับมันมาก

สำหรับชาวญี่ปุ่น ดารุมะไม่ใช่ของแต่งบ้านธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวตั้งแต่เด็ก หนังสือภาพสำหรับเด็กมักมีดารุมะปรากฏอยู่ เกมยอดฮิตในวัยเด็กอย่าง “ดารุมะซังงะโคะรอนดะ” ก็เป็นสิ่งที่แทบทุกคนเคยเล่น
ในช่วงเลือกตั้ง เรามักเห็นภาพผู้สมัครวาดตาให้ดารุมะข้างหนึ่งเมื่อได้รับเลือก ถือเป็นภาพที่สื่อถึง คำมั่นสัญญาและความหวัง ของทั้งผู้สมัครและผู้สนับสนุน ดารุมะจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ฝังแน่นในวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นจนแทบไม่มีใครไม่รู้จัก
รากเหง้าของดารุมะ: จากพระโพธิธรรมสู่วัฒนธรรมญี่ปุ่น
ต้นแบบของดารุมะคือ ดารุมะไดชิ (達磨大師 / Bodhidharma) พระภิกษุผู้ก่อตั้งนิกายเซน ผู้เดินทางนำพุทธศาสนาจากอินเดียไปยังจีนเมื่อกว่า 1,600 ปีก่อน
ตำนานเล่าว่าเขานั่งสมาธิหันหน้าเข้ากำแพงถึง 9 ปีเพื่อแสวงหาการตรัสรู้ จิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แม้จะล้มก็ลุกขึ้นใหม่ กลายเป็นที่มาของแนวคิด “ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง” และถูกถ่ายทอดมาเป็นเครื่องรางที่ช่วยให้คนไม่ทิ้งความฝันของตัวเอง
สีแดงของดารุมะเชื่อว่าได้แรงบันดาลใจจากจีวรสีแดงของดารุมะไดชิ ส่วนที่ดูเหมือนไม่มีแขนขา แท้จริงแล้วคือร่างกายที่ถูกห่อด้วยจีวรจนกลมมน ไม่ใช่ว่าต้นฉบับไม่มีแขนขาแต่อย่างใด
ดารุมะ: เครื่องรางแห่งคำอธิษฐานและโชคดี
สำหรับคนญี่ปุ่น ดารุมะคือเครื่องรางที่ใช้ตั้งเป้าหมายและขอพรในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
สุขภาพของครอบครัว
ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
การสอบผ่าน หรือความสำเร็จด้านการศึกษา
โดยปกติ ดารุมะจะ ไม่มีตาทั้งสองข้างตอนซื้อมา เมื่อเราตั้งเป้าหมายและอธิษฐานแล้ว จึงเริ่มวาดตาข้างหนึ่งลงไป ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นเส้นทางสู่ความสำเร็จ และช่วงเวลาที่เชื่อกันว่าเหมาะสมคือภายใน 1 ปีที่เราจะพยายามให้สุดตัวเพื่อให้ฝันเป็นจริง
นอกจากนี้ สีแดงยังถูกมองว่าเป็นสีที่มีพลังปัดเป่าภัยพิบัติและโรคภัย จึงนิยมตั้งดารุมะไว้ในบ้านเพื่อ ป้องกันเคราะห์ร้ายและขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง
วิธีวาดตาดารุมะทีละขั้น: ทำให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก

หลังจากได้ดารุมะมาแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการทำ “เมะอิเระ (目入れ)” หรือการใส่ดวงตา เพราะนี่คือการใส่จิตวิญญาณและความปรารถนาของเราเข้าไปในตุ๊กตา
ใส่ตาเมื่อไหร่ก่อน–หลัง? ต้องเริ่มจากข้างไหน
หลักการทั่วไปของการใส่ตาดารุมะมีทั้งเรื่องเวลาและลำดับที่ควรรู้
ตาข้างแรก: ใส่เมื่อเราตั้งเป้าหมายชัดเจนและเอ่ยคำอธิษฐาน เป็นจุดเริ่มต้นของการมุ่งสู่ความสำเร็จ
ให้ใส่ ตาข้างซ้ายของดารุมะ (ข้างขวาของเราเมื่อมองตรง ๆ)
ขั้นตอนนี้เรียกว่า “ไคเก็น (開眼)” มีความหมายถึงการ “เปิดตา” หรือเริ่มต้นเส้นทางแห่งความปรารถนา
ตาข้างที่สอง: ใส่เมื่อคำอธิษฐานเป็นจริง หรือครบหนึ่งปีโดยผ่านพ้นมาได้อย่างปลอดภัย
ให้ใส่ ตาข้างขวาของดารุมะ (ข้างซ้ายของเราเมื่อมองตรง ๆ) อย่างตั้งใจและมีสมาธิ
โดยปกติแล้วจะใช้พู่กันและหมึกจีนในการวาดตา แต่ถ้าไม่ถนัด กลัวหมึกหกหรือเส้นไม่สวย ใช้ปากกาหมึกดำก็ได้ ใจสำคัญอยู่ที่ความตั้งใจ ไม่ใช่ความเป๊ะของเส้น
ความหมายลึก ๆ ของการวาดตา และตำแหน่งการตั้งดารุมะ
การวาดตาไม่ใช่แค่การเติมดวงตาให้ตุ๊กตา แต่คือการสร้างความรู้สึกว่า “ดารุมะกำลังจับตาดูเป้าหมายของเราอยู่” ทำให้เรามีสติและไม่ลืมว่าตัวเองสัญญาอะไรไว้
การใส่ตาครั้งแรกหรือ “ไคเก็น” คือการเปลี่ยนดารุมะจากของแต่งบ้านธรรมดา ให้กลายเป็น เครื่องรางที่มีชีวิตในใจเรา
ถ้ามีหิ้งพระ แนะนำให้ตั้งดารุมะไว้ ด้านซ้ายของหิ้งพระ (มองจากด้านหน้า)
- ถ้าไม่มีหิ้งพระ ให้ตั้งดารุมะไว้ในที่สูงกว่าระดับสายตา หรือในจุดที่มองเห็นได้บ่อย ๆ เช่น
ห้องนั่งเล่น
โต๊ะทำงาน
จุดประสงค์คือให้ดารุมะคอยเตือนใจเราอยู่เสมอว่า “อย่าลืมเป้าหมายที่ตั้งไว้”
ข้อห้ามสำคัญเกี่ยวกับดารุมะที่ไม่ควรมองข้าม
มีธรรมเนียมและความเชื่อบางอย่างเกี่ยวกับดารุมะที่ควรรู้ไว้ เพื่อไม่ให้ขัดกับความหมายเรื่อง “ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง”
ห้ามวาดตาทั้งสองข้างตั้งแต่แรก
เพราะถือว่าเราให้รางวัลตัวเองก่อนลงมือจริง ยังไม่ได้ลงแรงแต่ดันทำเหมือนสำเร็จแล้วห้ามปล่อยให้มีแค่ตาข้างเดียวแล้วไม่ทำอะไรต่อ
เหมือนเราลืมเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทิ้งความฝันตัวเองกลางทาง ถือเป็นลางไม่ดีอย่าทิ้งดารุมะทั้งที่ความปรารถนายังไม่เป็นจริง
การยอมแพ้กลางทางขัดกับจิตวิญญาณของดารุมะอย่างแรง ถ้าจะวางมือจริง ๆ ควรทำด้วยความเคารพ ไม่ใช่โยนทิ้งเหมือนขยะ
สีของดารุมะ แต่ละสีสื่ออะไรบ้าง

ดารุมะแบบดั้งเดิมคือสีแดง แต่ยุคนี้สีสันหลากหลายมาก แต่ละสีมีความหมายที่ต่างกัน ทำให้การเลือกดารุมะสนุกขึ้นเยอะ
โดยภาพรวมแล้ว สีต่าง ๆ มักถูกเชื่อมโยงกับด้านโชคลาภ สุขภาพ ความรัก การงาน หรือการปกป้องคุ้มครอง ซึ่งผู้คนจะเลือกสีให้ตรงกับสิ่งที่อยากขอในปีนั้น ๆ
จากญี่ปุ่นสู่เกาหลี: เกมดารุมะในเวอร์ชั่น “Squid Game”
ซีรีส์เกาหลี “Squid Game” สร้างกระแสถล่มทลายไปทั่วโลก ในฉากเปิดมีเกมสุดกดดันที่มีกติกาใกล้เคียงกับเกมเด็กญี่ปุ่น “ดารุมะซังงะโครอนดะ” จนทำให้หลายคนอยากรู้ว่าต้นฉบับมาจากไหน
ประโยคภาษาเกาหลีที่ได้ยินในเกมหมายความว่าอะไร
ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงขนาดยักษ์ใน “Squid Game” จะตะโกนเป็นภาษาเกาหลีว่า
“무궁화 꽃이 피었습니다 (มูกุงฮวา โกชี พีออซซึมนิดา)”
ประโยคนี้แปลว่า “ดอกมูกุงฮวาบานแล้ว” เป็นประโยคที่ใช้ในเกมเด็กเวอร์ชั่นเกาหลี ซึ่งมีรูปแบบคล้าย “ดารุมะซังงะโครอนดะ” ของญี่ปุ่นมาก
วิธีเล่นคือ
ตอน “ยักษ์” หันหลัง ผู้เล่นต้องรีบเดินหน้า
พอ “ยักษ์” หันกลับมาและพูดจบ ทุกคนต้องหยุดนิ่งทันที
ถ้าใครขยับให้เห็น ถือว่าแพ้
กติกาพื้นฐานแทบเหมือนเกมดารุมะเวอร์ชั่นญี่ปุ่น เพียงแค่เปลี่ยนประโยคที่ใช้เท่านั้น
เวอร์ชั่นต่างประเทศในเอเชีย: กติกาคล้ายกัน แต่คำพูดต่างกัน
เกมสไตล์นี้ไม่ได้มีแค่ในญี่ปุ่นหรือเกาหลี แต่ยังพบในหลายประเทศในเอเชียด้วย กติกาคล้ายกันคือเดินเมื่อผู้นำหันหลัง และต้องหยุดเมื่อหันกลับมา
ตัวอย่างคำพูดที่ใช้ในแต่ละพื้นที่ ได้แก่
ไต้หวัน: ใช้คำว่า “一二三木頭人” (1, 2, 3 คนไม้)
ฮ่องกง: ใช้คำว่า “1、2、3紅綠燈 過馬路要小心” (1, 2, 3 ไฟแดงไฟเขียว ข้ามถนนต้องระวัง)
เวียดนาม: ใช้คำว่า “一、二、三” (1, 2, 3)
จะเห็นว่าเกมเด็กที่มีกติกาเรียบง่ายแบบนี้ เชื่อมวัฒนธรรมของหลายประเทศในเอเชียเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ
ดารุมะแต่ละท้องถิ่น: หน้าตาต่างกัน ความหมายก็มีเสน่ห์ต่างกันไป
ดารุมะไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่นจะมีดีไซน์ ลักษณะใบหน้า สี และลวดลายที่แตกต่างกันไป แถมบางแบบยังแฝงสัญลักษณ์มงคลไว้แน่นมาก
ทาคาซากิ ดารุมะ (Takasaki Daruma)

ดารุมะจากทาคาซากิถือเป็น ดารุมะที่ผลิตมากที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับความนิยมสูงมาก ถึงขั้นถูกเรียกว่า “ดารุมะแห่งความโชคดี” หรือ “ดารุมะนำโชค”
รูปทรงโดยรวมกลมมน น่ารักแต่หนักแน่น
ล้มแล้วเด้งกลับขึ้นมาได้ทันที สื่อถึงจิตวิญญาณ “ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง” แบบชัดเจน
จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้ดูมั่นคง เปรียบเหมือนจิตใจที่สงบ อดทน และรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ได้ดี
ลวดลายบนใบหน้าก็แฝงความหมายมงคลเต็ม ๆ
คิ้วเป็นรูป นกกระเรียน
หนวดเหนือปากเป็นรูป เต่า
ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น นกกระเรียนและเต่าถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของอายุยืนยาว จนมีสำนวนว่า “นกกระเรียนพันปี เต่าหมื่นปี”
ชิราคาวะ ดารุมะ (Shirakawa Daruma)

ดารุมะจากชิราคาวะโดดเด่นด้วยใบหน้าที่อวบอิ่มและรูปทรงกลมมน ทั้งตัวเต็มไปด้วยสัญลักษณ์มงคลของญี่ปุ่น
คิ้วเป็นรูปนกกระเรียน
หนวดเหนือปากเป็นรูปเต่า
หนวดที่คางเป็นรูปต้นสน
หนวดที่แก้มเป็นรูปดอกบ๊วย
บริเวณด้านล่างใบหน้าแต่งลายเลียนแบบต้นไผ่
เมื่อนำทั้งหมดมารวมกันจะกลายเป็นชุดมงคล “นกกระเรียน เต่า สน ไผ่ บ๊วย” ซึ่งเป็นการออกแบบที่อัดแน่นด้วยความหมายดี ๆ
แม้สีพื้นฐานจะเป็นสีแดง แต่ปัจจุบันก็มีเวอร์ชั่นดีไซน์น่ารัก ทันสมัย ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ของทุกปี เมืองชิราคาวะจะจัดงาน “ชิราคาวะ ดารุมะอิจิ” หรือเทศกาลตลาดดารุมะขนาดใหญ่ มีผู้คนมาร่วมงานถึงราว 150,000 คน มากกว่าประชากรทั้งเมืองเกือบสองเท่า บรรยากาศคึกคักสุด ๆ
มัตสึคาวะ ดารุมะ (Matsukawa Daruma)

จุดเด่นที่สุดของมัตสึคาวะ ดารุมะคือ มีการวาดตาทั้งสองข้างไว้เรียบร้อยตั้งแต่แรก ซึ่งต่างจากดารุมะส่วนใหญ่
ตัวเป็นสีน้ำเงินเข้ม สื่อถึงท้องฟ้ากว้างใหญ่
บนลำตัววาดภาพเรือสมบัติ ถุงข้าว ท่านไดโกคุ และเครื่องรางนำโชคอีกมากมาย
การวาดตาทั้งสองข้างตั้งแต่เริ่มต้น แฝงความหมายว่า “คอยปกป้องคุ้มครองอย่างทั่วถึง”
ฮิเมะดารุมะ (Hime-daruma)

ฮิเมะดารุมะคือดารุมะที่มาในร่างของหญิงสาวสวมกิโมโน รูปร่างจะไม่กลมเต็ม ๆ เหมือนดารุมะแบบทั่วไป แต่เต็มไปด้วยความหมายด้านครอบครัวและความสุขในบ้าน
ถูกใช้เป็นเครื่องรางเพื่อ ความสุขของครอบครัวและความรุ่งเรืองของกิจการ
ลายบนกิโมโนประกอบด้วย ต้นสน ไผ่ และดอกบ๊วย
ต้นสนแทนคุณพ่อ
ดอกบ๊วยแทนคุณแม่
ไผ่แทนลูก ๆ
เป็นดารุมะที่คนรักบรรยากาศอบอุ่นในครอบครัวไม่ควรพลาด
วัดและสถานที่เกี่ยวกับดารุมะที่ต้องไปเยือนสักครั้ง
ญี่ปุ่นมีวัดและศาลเจ้าหลายแห่งที่ขึ้นชื่อเรื่องดารุมะ ทั้งในแง่การขอพรและการซื้อดารุมะแบบท้องถิ่นกลับบ้าน
วัดคัตสึโอจิ (Katsuo-ji) จังหวัดโอซาก้า


วัดคัตสึโอจิเป็นที่รู้จักในฐานะ “วัดแห่งโชคชัย (คะชิอุน)” ภายในวัดจะมีดารุมะที่ถูกวาดตาครบทั้งสองข้างและนำมาวางเรียงกันบนชั้นถวายอย่างหนาแน่น เป็นภาพที่เห็นแล้วรู้สึกถึงพลังของคำอธิษฐานมาก ๆ
ที่นี่คำว่า “ชัยชนะ” ไม่ได้หมายถึงการเอาชนะคนอื่นเท่านั้น แต่ยังสื่อถึง
การเอาชนะตัวเอง
การก้าวข้ามความอ่อนแอในใจ
จึงมีผู้คนมากมายเดินทางมาขอพรเรื่องการสอบ สุขภาพ การปัดเป่าความโชคร้าย ไปจนถึงความสำเร็จด้านกีฬาและเป้าหมายส่วนตัวอื่น ๆ
ผู้มักจะเขียนคำอธิษฐานลงบนดารุมะของวัดนี้ วาดตาข้างหนึ่ง แล้วตั้งใจลงมือทำอย่างเต็มที่เพื่อให้คำขอนั้นกลายเป็นจริง
ข้อมูลทั่วไปของวัดคัตสึโอจิ:
ที่อยู่: Katsuoji, Minoh-shi, Osaka-fu
เวลาเยี่ยมชม
วันธรรมดา / วันอาทิตย์ / วันหยุดนักขัตฤกษ์: 8.00 - 17.00 น.
วันเสาร์: 8.00 - 18.00 น.
(ปิดประตูราว 30 นาทีก่อนหมดเวลา)
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (มัธยมปลายขึ้นไป): 500 เยน
นักเรียนประถมและมัธยมต้น: 400 เยน
เด็กเล็ก: 100 เยน
ต่ำกว่า 2 ปี: ฟรี
การเดินทาง: นั่งรถบัส Hankyu จากสถานี Kita-Osaka Kyuko Minoh-Kayano
วัดโชรินซังดารุมะจิ (Shorinzan Daruma-ji) จังหวัดกุนมะ


วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะ ต้นกำเนิดของ “เอนกิดารุมะ” (縁起だるま / Engi Daruma) หรือดารุมะนำโชค
ลักษณะเด่นของเอนกิดารุมะคือ
คิ้วเป็นรูปนกกระเรียนสองตัวหันหน้าเข้าหากัน
หนวดจากจมูกถึงปากเป็นรูปเต่าและนกกระเรียนหันหน้าเข้าหากัน
ทั้งสองข้างของใบหน้ามักเขียนคำอธิษฐาน เช่น “ความปลอดภัยในครอบครัว” หรือ “ธุรกิจรุ่งเรือง”
บริเวณท้องจะเขียนคำว่า “ฟุคุอิริ (福入り)” ที่มีความหมายว่า “โชคหลั่งไหลเข้ามา”
ในบริเวณประสบการณ์วาดดารุมะภายในวัด นักท่องเที่ยวสามารถลอง วาดลวดลายดารุมะด้วยตัวเอง สร้างเป็นตุ๊กตาดารุมะชิ้นเดียวในโลกที่อัดแน่นไปด้วยความปรารถนาของตัวเอง
ข้อมูลทั่วไปของวัดโชรินซังดารุมะจิ:
ที่อยู่: 296 Hanadaka-machi, Takasaki-shi, Gunma-ken
เวลาทำการ: 9.00 - 17.00 น.
เวลาลงทะเบียนประสบการณ์วาดดารุมะ: 10.00 - 15.30 น.
การเดินทาง: นั่งแท็กซี่ประมาณ 5 นาทีจากสถานี Gumma-Yawata
ดารุมะหมดหน้าที่แล้ว ต้องทำยังไงต่อดี?
เมื่อคำอธิษฐานเป็นจริง หรือครบหนึ่งปีแล้ว คุณอาจเริ่มสงสัยว่าควรทำอย่างไรกับดารุมะที่ช่วยเฝ้าดูเราอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น ไม่ควรทิ้งดารุมะเป็นขยะทั่วไป แต่ควรปฏิบัติต่อมันด้วยความเคารพและขอบคุณ
ขั้นที่ 1: ขอบคุณจากใจ
ไม่ว่าเป้าหมายจะสมหวังหรือยังไม่สำเร็จ สิ่งแรกที่ควรทำคือ กล่าวขอบคุณดารุมะ ที่คอยมองดูและเป็นกำลังใจให้เราตลอดทั้งปี เพราะการลงมือพยายามก็มีความหมายในตัวเองอยู่แล้ว
ขั้นที่ 2: นำไปเข้าพิธี “ดารุมะคุโย” ที่วัด
วิธีที่สุภาพที่สุดคือ
นำดารุมะไปยังวัดหรือศาลเจ้าที่คุณซื้อมาตอนแรก
หรือไปวัดที่จัดงานตลาดดารุมะ (ดารุมะอิจิ)
ขอให้พระหรือนักบวชทำพิธีบูชาดารุมะ หรือ “ดารุมะคุโย (だるま供養)”
วัดและศาลเจ้าหลายแห่งจะจัดพิธีเผาดารุมะเก่า หรือ “โอตากิอาเกะ” ในช่วงงานเทศกาลใหญ่ หลังจากทำพิธีแล้ว มักจะมีธรรมเนียม ซื้อดารุมะใหม่กลับไป ตั้งเป้าหมายและขอพรสำหรับปีถัดไป
สรุป: ดารุมะคือสัญลักษณ์ของคนที่ไม่เคยยอมแพ้
ดารุมะคือเครื่องรางที่รวมทั้งความเชื่อ ความหวัง และจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่นไว้ในตัวเดียว
สื่อถึงแนวคิด “ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง”
เตือนให้เราไม่ลืมเป้าหมายที่ตั้งไว้
ให้เราได้สนุกกับการเลือก สี รูปแบบ และแหล่งผลิต ที่ตรงใจ
ถ้ามีโอกาสไปญี่ปุ่น ลองเลือกดารุมะสักตัวที่คุณรู้สึกถูกชะตา วาดตาข้างหนึ่งแล้วตั้งจิตอธิษฐานอย่างจริงใจ
ดารุมะตัวนั้นจะกลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่คอยกระซิบเตือนอยู่เสมอว่า
“จะล้มสักกี่ครั้ง ก็ยังลุกขึ้นใหม่ได้เสมอ”

