รับแอปรับแอป

เปิดตาดารุมะแล้วชีวิตจะเปลี่ยน! คู่มือสี ความหมาย และวัดดังที่สายญี่ปุ่นต้องไปสักครั้ง

พิมพ์ชนก สุขใจ01-30

ดารุมะไม่ใช่แค่ตุ๊กตา แต่คือ “เพื่อนคู่สู้ชีวิต”

ตุ๊กตาล้มลุกดารุมะคือเครื่องรางนำโชคสุดคลาสสิกของญี่ปุ่น รูปร่างกลม ๆ หน้าตาจริงจังแต่แอบน่ารัก จนกลายเป็นไอเทมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ช่วงหลังดารุมะยิ่งดังไปทั่วโลก เพราะเกมในซีรีส์เกาหลียอดฮิตระดับโลกอย่าง “Squid Game” มีแรงบันดาลใจจากเกมเด็กญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม “ดารุมะซังงะโคะรอนดะ” เลยยิ่งทำให้คนสนใจดารุมะมากขึ้นไปอีก

บทความนี้จะพาไปรู้จักดารุมะตั้งแต่ต้นกำเนิด ความหมายลึกซึ้งของคำว่า “ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง (七転八起)” วิธีวาดตาอย่างถูกต้อง ความต่างของสีและความหมาย รวมถึงแหล่งผลิตชื่อดังอย่างทาคาซากิ ชิราคาวะ ไปจนถึงวัดสำคัญที่คนญี่ปุ่นนิยมไปขอพร

ต้นกำเนิดดารุมะ และทำไมคนญี่ปุ่นถึงผูกพันกับมันมาก

สำหรับชาวญี่ปุ่น ดารุมะไม่ใช่ของแต่งบ้านธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวตั้งแต่เด็ก หนังสือภาพสำหรับเด็กมักมีดารุมะปรากฏอยู่ เกมยอดฮิตในวัยเด็กอย่าง “ดารุมะซังงะโคะรอนดะ” ก็เป็นสิ่งที่แทบทุกคนเคยเล่น

ในช่วงเลือกตั้ง เรามักเห็นภาพผู้สมัครวาดตาให้ดารุมะข้างหนึ่งเมื่อได้รับเลือก ถือเป็นภาพที่สื่อถึง คำมั่นสัญญาและความหวัง ของทั้งผู้สมัครและผู้สนับสนุน ดารุมะจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ฝังแน่นในวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นจนแทบไม่มีใครไม่รู้จัก

รากเหง้าของดารุมะ: จากพระโพธิธรรมสู่วัฒนธรรมญี่ปุ่น

ต้นแบบของดารุมะคือ ดารุมะไดชิ (達磨大師 / Bodhidharma) พระภิกษุผู้ก่อตั้งนิกายเซน ผู้เดินทางนำพุทธศาสนาจากอินเดียไปยังจีนเมื่อกว่า 1,600 ปีก่อน

ตำนานเล่าว่าเขานั่งสมาธิหันหน้าเข้ากำแพงถึง 9 ปีเพื่อแสวงหาการตรัสรู้ จิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แม้จะล้มก็ลุกขึ้นใหม่ กลายเป็นที่มาของแนวคิด “ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง” และถูกถ่ายทอดมาเป็นเครื่องรางที่ช่วยให้คนไม่ทิ้งความฝันของตัวเอง

สีแดงของดารุมะเชื่อว่าได้แรงบันดาลใจจากจีวรสีแดงของดารุมะไดชิ ส่วนที่ดูเหมือนไม่มีแขนขา แท้จริงแล้วคือร่างกายที่ถูกห่อด้วยจีวรจนกลมมน ไม่ใช่ว่าต้นฉบับไม่มีแขนขาแต่อย่างใด

ดารุมะ: เครื่องรางแห่งคำอธิษฐานและโชคดี

สำหรับคนญี่ปุ่น ดารุมะคือเครื่องรางที่ใช้ตั้งเป้าหมายและขอพรในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • สุขภาพของครอบครัว

  • ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

  • การสอบผ่าน หรือความสำเร็จด้านการศึกษา

โดยปกติ ดารุมะจะ ไม่มีตาทั้งสองข้างตอนซื้อมา เมื่อเราตั้งเป้าหมายและอธิษฐานแล้ว จึงเริ่มวาดตาข้างหนึ่งลงไป ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นเส้นทางสู่ความสำเร็จ และช่วงเวลาที่เชื่อกันว่าเหมาะสมคือภายใน 1 ปีที่เราจะพยายามให้สุดตัวเพื่อให้ฝันเป็นจริง

นอกจากนี้ สีแดงยังถูกมองว่าเป็นสีที่มีพลังปัดเป่าภัยพิบัติและโรคภัย จึงนิยมตั้งดารุมะไว้ในบ้านเพื่อ ป้องกันเคราะห์ร้ายและขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง

วิธีวาดตาดารุมะทีละขั้น: ทำให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก

หลังจากได้ดารุมะมาแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการทำ “เมะอิเระ (目入れ)” หรือการใส่ดวงตา เพราะนี่คือการใส่จิตวิญญาณและความปรารถนาของเราเข้าไปในตุ๊กตา

ใส่ตาเมื่อไหร่ก่อน–หลัง? ต้องเริ่มจากข้างไหน

หลักการทั่วไปของการใส่ตาดารุมะมีทั้งเรื่องเวลาและลำดับที่ควรรู้

  • ตาข้างแรก: ใส่เมื่อเราตั้งเป้าหมายชัดเจนและเอ่ยคำอธิษฐาน เป็นจุดเริ่มต้นของการมุ่งสู่ความสำเร็จ

    • ให้ใส่ ตาข้างซ้ายของดารุมะ (ข้างขวาของเราเมื่อมองตรง ๆ)

    • ขั้นตอนนี้เรียกว่า “ไคเก็น (開眼)” มีความหมายถึงการ “เปิดตา” หรือเริ่มต้นเส้นทางแห่งความปรารถนา

  • ตาข้างที่สอง: ใส่เมื่อคำอธิษฐานเป็นจริง หรือครบหนึ่งปีโดยผ่านพ้นมาได้อย่างปลอดภัย

    • ให้ใส่ ตาข้างขวาของดารุมะ (ข้างซ้ายของเราเมื่อมองตรง ๆ) อย่างตั้งใจและมีสมาธิ

โดยปกติแล้วจะใช้พู่กันและหมึกจีนในการวาดตา แต่ถ้าไม่ถนัด กลัวหมึกหกหรือเส้นไม่สวย ใช้ปากกาหมึกดำก็ได้ ใจสำคัญอยู่ที่ความตั้งใจ ไม่ใช่ความเป๊ะของเส้น

ความหมายลึก ๆ ของการวาดตา และตำแหน่งการตั้งดารุมะ

การวาดตาไม่ใช่แค่การเติมดวงตาให้ตุ๊กตา แต่คือการสร้างความรู้สึกว่า “ดารุมะกำลังจับตาดูเป้าหมายของเราอยู่” ทำให้เรามีสติและไม่ลืมว่าตัวเองสัญญาอะไรไว้

  • การใส่ตาครั้งแรกหรือ “ไคเก็น” คือการเปลี่ยนดารุมะจากของแต่งบ้านธรรมดา ให้กลายเป็น เครื่องรางที่มีชีวิตในใจเรา

  • ถ้ามีหิ้งพระ แนะนำให้ตั้งดารุมะไว้ ด้านซ้ายของหิ้งพระ (มองจากด้านหน้า)

  • ถ้าไม่มีหิ้งพระ ให้ตั้งดารุมะไว้ในที่สูงกว่าระดับสายตา หรือในจุดที่มองเห็นได้บ่อย ๆ เช่น
    • ห้องนั่งเล่น

    • โต๊ะทำงาน

จุดประสงค์คือให้ดารุมะคอยเตือนใจเราอยู่เสมอว่า “อย่าลืมเป้าหมายที่ตั้งไว้”

ข้อห้ามสำคัญเกี่ยวกับดารุมะที่ไม่ควรมองข้าม

มีธรรมเนียมและความเชื่อบางอย่างเกี่ยวกับดารุมะที่ควรรู้ไว้ เพื่อไม่ให้ขัดกับความหมายเรื่อง “ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง”

  • ห้ามวาดตาทั้งสองข้างตั้งแต่แรก
    เพราะถือว่าเราให้รางวัลตัวเองก่อนลงมือจริง ยังไม่ได้ลงแรงแต่ดันทำเหมือนสำเร็จแล้ว

  • ห้ามปล่อยให้มีแค่ตาข้างเดียวแล้วไม่ทำอะไรต่อ
    เหมือนเราลืมเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทิ้งความฝันตัวเองกลางทาง ถือเป็นลางไม่ดี

  • อย่าทิ้งดารุมะทั้งที่ความปรารถนายังไม่เป็นจริง
    การยอมแพ้กลางทางขัดกับจิตวิญญาณของดารุมะอย่างแรง ถ้าจะวางมือจริง ๆ ควรทำด้วยความเคารพ ไม่ใช่โยนทิ้งเหมือนขยะ

สีของดารุมะ แต่ละสีสื่ออะไรบ้าง

ดารุมะแบบดั้งเดิมคือสีแดง แต่ยุคนี้สีสันหลากหลายมาก แต่ละสีมีความหมายที่ต่างกัน ทำให้การเลือกดารุมะสนุกขึ้นเยอะ

โดยภาพรวมแล้ว สีต่าง ๆ มักถูกเชื่อมโยงกับด้านโชคลาภ สุขภาพ ความรัก การงาน หรือการปกป้องคุ้มครอง ซึ่งผู้คนจะเลือกสีให้ตรงกับสิ่งที่อยากขอในปีนั้น ๆ

จากญี่ปุ่นสู่เกาหลี: เกมดารุมะในเวอร์ชั่น “Squid Game”

ซีรีส์เกาหลี “Squid Game” สร้างกระแสถล่มทลายไปทั่วโลก ในฉากเปิดมีเกมสุดกดดันที่มีกติกาใกล้เคียงกับเกมเด็กญี่ปุ่น “ดารุมะซังงะโครอนดะ” จนทำให้หลายคนอยากรู้ว่าต้นฉบับมาจากไหน

ประโยคภาษาเกาหลีที่ได้ยินในเกมหมายความว่าอะไร

ตุ๊กตาเด็กผู้หญิงขนาดยักษ์ใน “Squid Game” จะตะโกนเป็นภาษาเกาหลีว่า

“무궁화 꽃이 피었습니다 (มูกุงฮวา โกชี พีออซซึมนิดา)”

ประโยคนี้แปลว่า “ดอกมูกุงฮวาบานแล้ว” เป็นประโยคที่ใช้ในเกมเด็กเวอร์ชั่นเกาหลี ซึ่งมีรูปแบบคล้าย “ดารุมะซังงะโครอนดะ” ของญี่ปุ่นมาก

วิธีเล่นคือ

  • ตอน “ยักษ์” หันหลัง ผู้เล่นต้องรีบเดินหน้า

  • พอ “ยักษ์” หันกลับมาและพูดจบ ทุกคนต้องหยุดนิ่งทันที

  • ถ้าใครขยับให้เห็น ถือว่าแพ้

กติกาพื้นฐานแทบเหมือนเกมดารุมะเวอร์ชั่นญี่ปุ่น เพียงแค่เปลี่ยนประโยคที่ใช้เท่านั้น

เวอร์ชั่นต่างประเทศในเอเชีย: กติกาคล้ายกัน แต่คำพูดต่างกัน

เกมสไตล์นี้ไม่ได้มีแค่ในญี่ปุ่นหรือเกาหลี แต่ยังพบในหลายประเทศในเอเชียด้วย กติกาคล้ายกันคือเดินเมื่อผู้นำหันหลัง และต้องหยุดเมื่อหันกลับมา

ตัวอย่างคำพูดที่ใช้ในแต่ละพื้นที่ ได้แก่

  • ไต้หวัน: ใช้คำว่า “一二三木頭人” (1, 2, 3 คนไม้)

  • ฮ่องกง: ใช้คำว่า “1、2、3紅綠燈 過馬路要小心” (1, 2, 3 ไฟแดงไฟเขียว ข้ามถนนต้องระวัง)

  • เวียดนาม: ใช้คำว่า “一、二、三” (1, 2, 3)

จะเห็นว่าเกมเด็กที่มีกติกาเรียบง่ายแบบนี้ เชื่อมวัฒนธรรมของหลายประเทศในเอเชียเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ

ดารุมะแต่ละท้องถิ่น: หน้าตาต่างกัน ความหมายก็มีเสน่ห์ต่างกันไป

ดารุมะไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่นจะมีดีไซน์ ลักษณะใบหน้า สี และลวดลายที่แตกต่างกันไป แถมบางแบบยังแฝงสัญลักษณ์มงคลไว้แน่นมาก

ทาคาซากิ ดารุมะ (Takasaki Daruma)

ดารุมะจากทาคาซากิถือเป็น ดารุมะที่ผลิตมากที่สุดในญี่ปุ่น และได้รับความนิยมสูงมาก ถึงขั้นถูกเรียกว่า “ดารุมะแห่งความโชคดี” หรือ “ดารุมะนำโชค”

  • รูปทรงโดยรวมกลมมน น่ารักแต่หนักแน่น

  • ล้มแล้วเด้งกลับขึ้นมาได้ทันที สื่อถึงจิตวิญญาณ “ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง” แบบชัดเจน

  • จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้ดูมั่นคง เปรียบเหมือนจิตใจที่สงบ อดทน และรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ได้ดี

ลวดลายบนใบหน้าก็แฝงความหมายมงคลเต็ม ๆ

  • คิ้วเป็นรูป นกกระเรียน

  • หนวดเหนือปากเป็นรูป เต่า

ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น นกกระเรียนและเต่าถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของอายุยืนยาว จนมีสำนวนว่า “นกกระเรียนพันปี เต่าหมื่นปี”

ชิราคาวะ ดารุมะ (Shirakawa Daruma)

ดารุมะจากชิราคาวะโดดเด่นด้วยใบหน้าที่อวบอิ่มและรูปทรงกลมมน ทั้งตัวเต็มไปด้วยสัญลักษณ์มงคลของญี่ปุ่น

  • คิ้วเป็นรูปนกกระเรียน

  • หนวดเหนือปากเป็นรูปเต่า

  • หนวดที่คางเป็นรูปต้นสน

  • หนวดที่แก้มเป็นรูปดอกบ๊วย

  • บริเวณด้านล่างใบหน้าแต่งลายเลียนแบบต้นไผ่

เมื่อนำทั้งหมดมารวมกันจะกลายเป็นชุดมงคล “นกกระเรียน เต่า สน ไผ่ บ๊วย” ซึ่งเป็นการออกแบบที่อัดแน่นด้วยความหมายดี ๆ

แม้สีพื้นฐานจะเป็นสีแดง แต่ปัจจุบันก็มีเวอร์ชั่นดีไซน์น่ารัก ทันสมัย ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ของทุกปี เมืองชิราคาวะจะจัดงาน “ชิราคาวะ ดารุมะอิจิ” หรือเทศกาลตลาดดารุมะขนาดใหญ่ มีผู้คนมาร่วมงานถึงราว 150,000 คน มากกว่าประชากรทั้งเมืองเกือบสองเท่า บรรยากาศคึกคักสุด ๆ

มัตสึคาวะ ดารุมะ (Matsukawa Daruma)

จุดเด่นที่สุดของมัตสึคาวะ ดารุมะคือ มีการวาดตาทั้งสองข้างไว้เรียบร้อยตั้งแต่แรก ซึ่งต่างจากดารุมะส่วนใหญ่

  • ตัวเป็นสีน้ำเงินเข้ม สื่อถึงท้องฟ้ากว้างใหญ่

  • บนลำตัววาดภาพเรือสมบัติ ถุงข้าว ท่านไดโกคุ และเครื่องรางนำโชคอีกมากมาย

  • การวาดตาทั้งสองข้างตั้งแต่เริ่มต้น แฝงความหมายว่า “คอยปกป้องคุ้มครองอย่างทั่วถึง”

ฮิเมะดารุมะ (Hime-daruma)

ฮิเมะดารุมะคือดารุมะที่มาในร่างของหญิงสาวสวมกิโมโน รูปร่างจะไม่กลมเต็ม ๆ เหมือนดารุมะแบบทั่วไป แต่เต็มไปด้วยความหมายด้านครอบครัวและความสุขในบ้าน

  • ถูกใช้เป็นเครื่องรางเพื่อ ความสุขของครอบครัวและความรุ่งเรืองของกิจการ

  • ลายบนกิโมโนประกอบด้วย ต้นสน ไผ่ และดอกบ๊วย

    • ต้นสนแทนคุณพ่อ

    • ดอกบ๊วยแทนคุณแม่

    • ไผ่แทนลูก ๆ

เป็นดารุมะที่คนรักบรรยากาศอบอุ่นในครอบครัวไม่ควรพลาด

วัดและสถานที่เกี่ยวกับดารุมะที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

ญี่ปุ่นมีวัดและศาลเจ้าหลายแห่งที่ขึ้นชื่อเรื่องดารุมะ ทั้งในแง่การขอพรและการซื้อดารุมะแบบท้องถิ่นกลับบ้าน

วัดคัตสึโอจิ (Katsuo-ji) จังหวัดโอซาก้า

วัดคัตสึโอจิเป็นที่รู้จักในฐานะ “วัดแห่งโชคชัย (คะชิอุน)” ภายในวัดจะมีดารุมะที่ถูกวาดตาครบทั้งสองข้างและนำมาวางเรียงกันบนชั้นถวายอย่างหนาแน่น เป็นภาพที่เห็นแล้วรู้สึกถึงพลังของคำอธิษฐานมาก ๆ

ที่นี่คำว่า “ชัยชนะ” ไม่ได้หมายถึงการเอาชนะคนอื่นเท่านั้น แต่ยังสื่อถึง

  • การเอาชนะตัวเอง

  • การก้าวข้ามความอ่อนแอในใจ

จึงมีผู้คนมากมายเดินทางมาขอพรเรื่องการสอบ สุขภาพ การปัดเป่าความโชคร้าย ไปจนถึงความสำเร็จด้านกีฬาและเป้าหมายส่วนตัวอื่น ๆ

ผู้มักจะเขียนคำอธิษฐานลงบนดารุมะของวัดนี้ วาดตาข้างหนึ่ง แล้วตั้งใจลงมือทำอย่างเต็มที่เพื่อให้คำขอนั้นกลายเป็นจริง

ข้อมูลทั่วไปของวัดคัตสึโอจิ:

  • ที่อยู่: Katsuoji, Minoh-shi, Osaka-fu

  • เวลาเยี่ยมชม

    • วันธรรมดา / วันอาทิตย์ / วันหยุดนักขัตฤกษ์: 8.00 - 17.00 น.

    • วันเสาร์: 8.00 - 18.00 น.
      (ปิดประตูราว 30 นาทีก่อนหมดเวลา)

  • ค่าเข้าชม

    • ผู้ใหญ่ (มัธยมปลายขึ้นไป): 500 เยน

    • นักเรียนประถมและมัธยมต้น: 400 เยน

    • เด็กเล็ก: 100 เยน

    • ต่ำกว่า 2 ปี: ฟรี

  • การเดินทาง: นั่งรถบัส Hankyu จากสถานี Kita-Osaka Kyuko Minoh-Kayano

วัดโชรินซังดารุมะจิ (Shorinzan Daruma-ji) จังหวัดกุนมะ

วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะ ต้นกำเนิดของ “เอนกิดารุมะ” (縁起だるま / Engi Daruma) หรือดารุมะนำโชค

ลักษณะเด่นของเอนกิดารุมะคือ

  • คิ้วเป็นรูปนกกระเรียนสองตัวหันหน้าเข้าหากัน

  • หนวดจากจมูกถึงปากเป็นรูปเต่าและนกกระเรียนหันหน้าเข้าหากัน

  • ทั้งสองข้างของใบหน้ามักเขียนคำอธิษฐาน เช่น “ความปลอดภัยในครอบครัว” หรือ “ธุรกิจรุ่งเรือง”

  • บริเวณท้องจะเขียนคำว่า “ฟุคุอิริ (福入り)” ที่มีความหมายว่า “โชคหลั่งไหลเข้ามา”

ในบริเวณประสบการณ์วาดดารุมะภายในวัด นักท่องเที่ยวสามารถลอง วาดลวดลายดารุมะด้วยตัวเอง สร้างเป็นตุ๊กตาดารุมะชิ้นเดียวในโลกที่อัดแน่นไปด้วยความปรารถนาของตัวเอง

ข้อมูลทั่วไปของวัดโชรินซังดารุมะจิ:

  • ที่อยู่: 296 Hanadaka-machi, Takasaki-shi, Gunma-ken

  • เวลาทำการ: 9.00 - 17.00 น.

  • เวลาลงทะเบียนประสบการณ์วาดดารุมะ: 10.00 - 15.30 น.

  • การเดินทาง: นั่งแท็กซี่ประมาณ 5 นาทีจากสถานี Gumma-Yawata

ดารุมะหมดหน้าที่แล้ว ต้องทำยังไงต่อดี?

เมื่อคำอธิษฐานเป็นจริง หรือครบหนึ่งปีแล้ว คุณอาจเริ่มสงสัยว่าควรทำอย่างไรกับดารุมะที่ช่วยเฝ้าดูเราอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมา

ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น ไม่ควรทิ้งดารุมะเป็นขยะทั่วไป แต่ควรปฏิบัติต่อมันด้วยความเคารพและขอบคุณ

ขั้นที่ 1: ขอบคุณจากใจ

ไม่ว่าเป้าหมายจะสมหวังหรือยังไม่สำเร็จ สิ่งแรกที่ควรทำคือ กล่าวขอบคุณดารุมะ ที่คอยมองดูและเป็นกำลังใจให้เราตลอดทั้งปี เพราะการลงมือพยายามก็มีความหมายในตัวเองอยู่แล้ว

ขั้นที่ 2: นำไปเข้าพิธี “ดารุมะคุโย” ที่วัด

วิธีที่สุภาพที่สุดคือ

  • นำดารุมะไปยังวัดหรือศาลเจ้าที่คุณซื้อมาตอนแรก

  • หรือไปวัดที่จัดงานตลาดดารุมะ (ดารุมะอิจิ)

  • ขอให้พระหรือนักบวชทำพิธีบูชาดารุมะ หรือ “ดารุมะคุโย (だるま供養)”

วัดและศาลเจ้าหลายแห่งจะจัดพิธีเผาดารุมะเก่า หรือ “โอตากิอาเกะ” ในช่วงงานเทศกาลใหญ่ หลังจากทำพิธีแล้ว มักจะมีธรรมเนียม ซื้อดารุมะใหม่กลับไป ตั้งเป้าหมายและขอพรสำหรับปีถัดไป

สรุป: ดารุมะคือสัญลักษณ์ของคนที่ไม่เคยยอมแพ้

ดารุมะคือเครื่องรางที่รวมทั้งความเชื่อ ความหวัง และจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่นไว้ในตัวเดียว

  • สื่อถึงแนวคิด “ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง”

  • เตือนให้เราไม่ลืมเป้าหมายที่ตั้งไว้

  • ให้เราได้สนุกกับการเลือก สี รูปแบบ และแหล่งผลิต ที่ตรงใจ

ถ้ามีโอกาสไปญี่ปุ่น ลองเลือกดารุมะสักตัวที่คุณรู้สึกถูกชะตา วาดตาข้างหนึ่งแล้วตั้งจิตอธิษฐานอย่างจริงใจ

ดารุมะตัวนั้นจะกลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่คอยกระซิบเตือนอยู่เสมอว่า

“จะล้มสักกี่ครั้ง ก็ยังลุกขึ้นใหม่ได้เสมอ”