ZestBuy

คู่มือสมัครไทยช่วยไทยพลัสผ่านเป๋าตัง 2026

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI05-27
ความสนใจแอปมือถือ

ไทยช่วยไทยพลัส 2026 คืออะไร และทำไมต้องสมัครผ่านแอปเป๋าตัง

โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของรัฐบาล ที่ต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งและคนละครึ่งพลัส เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ รักษากำลังซื้อของประชาชน และช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง

หัวใจของโครงการ คือการร่วมจ่ายระหว่างรัฐและประชาชนแบบ 60/40 โดย

  • รัฐช่วยจ่าย 60% ของมูลค่าสินค้า/บริการ

  • ประชาชนจ่ายเอง 40% ผ่านแอป เป๋าตัง

วงเงินรวมที่ได้รับสูงสุด 4,000 บาทต่อคน ตลอดโครงการ โดยรัฐจัดสรรให้เดือนละ 1,000 บาท รวม 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 2569) ใช้จ่ายผ่าน G-Wallet ในแอปเป๋าตังกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น

การสมัครและใช้สิทธิทั้งหมดถูกผูกกับระบบดิจิทัลของภาครัฐ จึงกำหนดให้ใช้ผ่าน แอปเป๋าตัง เป็นช่องทางหลัก ทั้งการลงทะเบียน ยืนยันตัวตน ตรวจสอบสิทธิ และใช้จ่ายจริง


เช็กล่วงหน้าก่อนสมัคร: คุณสมบัติและข้อควรรู้

ก่อนกดลงทะเบียนในเป๋าตัง ควรเช็กคุณสมบัติให้ครบ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิเปล่า ๆ โดยเงื่อนไขหลักของผู้มีสิทธิลงทะเบียน มีดังนี้

1. คุณสมบัติพื้นฐาน

  • สัญชาติไทย มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย

  • อายุอย่างน้อย 18 ปีบริบูรณ์ ณ วันลงทะเบียน

  • มี บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด ที่ยังไม่หมดอายุ

2. เงื่อนไขสำคัญที่ต้องไม่มี

  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569

  • ไม่เคยถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน จากโครงการของรัฐต่อไปนี้

    • คนละครึ่ง ระยะที่ 1–5

    • คนละครึ่งพลัส

  • ไม่อยู่ในกลุ่มถูกระงับสิทธิโครงการรัฐอื่น ๆ ตามฐานข้อมูลกลาง

3. ใครบ้างที่ลงทะเบียนไม่ได้

จากเงื่อนไขข้างต้น กลุ่มที่สมัครไม่ได้ ได้แก่

  • ผู้มีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (หรือบัตรคนจน) ณ วันที่อ้างอิง

  • ผู้ไม่มีสมาร์ตโฟน (ในส่วนโครงการไทยช่วยไทยพลัสผ่านเป๋าตัง)

  • ผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิ/เรียกเงินคืนจากคนละครึ่ง 1–5 และคนละครึ่งพลัส

หากอยู่ในกลุ่มเหล่านี้ ระบบจะขึ้นข้อความปฏิเสธสิทธิเมื่อกดลงทะเบียนในแอปเป๋าตัง


สมัครไทยช่วยไทยพลัสผ่านเป๋าตังแบบทีละขั้น

ช่วงเวลาลงทะเบียนโครงการกำหนดที่ 25–29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00–22.00 น. จำกัดสิทธิรวม 30 ล้านสิทธิ หากครบก่อนกำหนด ระบบจะปิดลงทะเบียนตามจำนวนสิทธิ

ขั้นตอนการสมัครในเป๋าตัง แยกตามประสบการณ์ใช้สิทธิเดิม ดังนี้

1. เตรียมแอปเป๋าตังและ G-Wallet ให้พร้อม

ก่อนทุกกลุ่มต้องทำเหมือนกัน คือ

  • ดาวน์โหลด/อัปเดตแอป เป๋าตัง ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

  • เปิดใช้งาน G-Wallet ให้เรียบร้อย

แอปเป๋าตังรองรับ Android 9.0 ขึ้นไป และ iOS 15.0 ขึ้นไป (ตามข้อมูลที่ระบุในคู่มือของโครงการ)

2. ผู้ที่ เคยได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส

กลุ่มนี้มีฐานข้อมูลอยู่แล้ว ขั้นตอนจะสั้นและอนุมัติไวกว่า

  1. เปิดแอป เป๋าตัง แล้วเข้าเมนู G-Wallet

  2. กดเลือกแบนเนอร์ “โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)”

  3. อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการให้ครบ จากนั้นกด “ยอมรับ” และกด “ลงทะเบียน” หรือ “ยืนยัน”

  4. ระบบจะแสดงข้อความผลการลงทะเบียนทันทีในแอป
    • หากได้สิทธิ จะขึ้นข้อความ เช่น

      “คุณได้รับสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) แล้ว เริ่มใช้สิทธิได้วันที่ 1 มิ.ย. 69”

  5. เมื่อได้สิทธิแล้ว ให้ เติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนถึงวันเริ่มใช้สิทธิ

3. ผู้ที่ ไม่เคยได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส

กลุ่มนี้ถือเป็นผู้ใช้งานใหม่ ต้องผ่านขั้นตอนลงทะเบียนเต็มรูปแบบ

  1. เปิดแอป เป๋าตัง และอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด

  2. ไปที่หน้า G-Wallet แล้วกดแบนเนอร์ “โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)”

  3. อ่านเงื่อนไขโครงการ แล้วกด ยอมรับข้อตกลง จากนั้นกด ยืนยันลงทะเบียน

  4. รอผลการลงทะเบียน
    • ระบบจะแจ้งผลผ่าน การแจ้งเตือนในเป๋าตัง และ SMS ภายใน 3 วัน

  5. เมื่อลงทะเบียนผ่านแล้ว ให้ เติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ


วิธีเช็กสถานะสิทธิไทยช่วยไทยพลัสในเป๋าตัง

หลังลงทะเบียนเสร็จ หลายคนอาจสงสัยว่า “ได้สิทธิหรือยัง” สามารถเช็กได้ง่าย ๆ จากข้อความที่ขึ้นในแอป

1. ผู้ที่เคยร่วมคนละครึ่งพลัส

  1. เข้าแอปเป๋าตัง ไปที่หน้า G-Wallet

  2. กดแบนเนอร์ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)

  3. หากขึ้นข้อความว่า

    “คุณได้รับสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) แล้ว เริ่มใช้สิทธิได้วันที่ 1 มิ.ย. 69”

ถือว่า ได้สิทธิแน่นอน และสามารถเตรียมใช้งานได้ตามกำหนด

2. ผู้ที่ไม่เคยร่วมคนละครึ่งพลัส

  1. เข้าแอปเป๋าตัง ไปที่หน้า G-Wallet

  2. กดแบนเนอร์ไทยช่วยไทยพลัส

  3. หากขึ้นข้อความว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน” ให้รอผลต่อไป ระบบจะแจ้งผ่าน

    • การแจ้งเตือนในแอปเป๋าตัง

    • SMS ภายใน 3 วัน

กรณีคุณสมบัติไม่ผ่าน สิทธิจะถูกดึงกลับ และนำไปเปิดให้คนอื่นลงทะเบียนต่อในวันถัด ๆ ไปจนถึงวันที่ 29 พ.ค. 2569 หรือจนกว่าจะครบ 30 ล้านสิทธิ

3. ข้อความรูปแบบต่าง ๆ ที่ควรรู้

หากไม่ได้รับสิทธิ ระบบอาจขึ้นข้อความลักษณะนี้

  • “ไม่สามารถลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสได้ คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ”

    • หมายถึงมีเงื่อนไขบางข้อไม่ผ่าน เช่น ถูกระงับสิทธิจากโครงการเดิม เป็นต้น

  • “คุณได้รับสิทธิเพิ่มวงเงินจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้”

    • หมายถึงเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • “ไม่สามารถลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสได้ คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ เนื่องจากคุณอายุไม่ถึง 18 ปี”

    • หมายถึงอายุยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์


ทริคกันพลาดสิทธิ: ปัญหายอดฮิตและการยืนยันตัวตน

ในวันแรกของการเปิดลงทะเบียน (25 พ.ค. 2569) ระบบมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ทำให้บางช่วงโหลดช้า แต่กระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทยระบุว่าแอปยังใช้งานได้ และพยายามขยายการรองรับการใช้งานต่อเนื่อง

1. ปัญหาสแกนใบหน้า (Face Scan) ไม่ผ่าน

เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ ผู้ได้รับสิทธิต้องพิสูจน์ตัวตนตามขั้นตอน e-KYC ที่กำหนด หากสแกนใบหน้าผ่านมือถือไม่สำเร็จ สามารถไปยืนยันตัวตนได้ที่

  • ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง

  • ตู้ ATM กรุงไทย ที่รองรับการยืนยันตัวตน (มีสัญลักษณ์ Confirm ID)

ยกเว้นผู้ที่เคยพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประชาชนกับโครงการรัฐอื่นมาก่อนผ่านธนาคารกรุงไทย สามารถข้ามขั้นตอนนี้ได้

2. ขั้นตอนยืนยันตัวตนผ่านเครื่อง ATM กรุงไทย

กรณีตู้ ATM แบบไม่มีปุ่มด้านล่าง (จอสัมผัสทั้งหมด)

  • แตะหน้าจอบริเวณแถบสีฟ้า

  • เลือกเมนู ยืนยันตัวตน / สิทธิสวัสดิการ

  • เลือก ยืนยันตัวตนธนาคารกรุงไทย

  • กดปุ่ม “รับทราบและรับรอง” เพื่อยืนยันการเป็นเจ้าของบัตร

  • เลือก “ยินยอม” ให้เปิดเผยข้อมูลเพื่อพิสูจน์ตัวตน

  • เสียบ บัตรประชาชน แล้วกด “ถัดไป”

  • รอระบบตรวจสอบข้อมูล

  • เลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” จากนั้นนำบัตรคืน และกลับไปดำเนินการต่อในแอปเป๋าตัง

กรณีตู้ ATM แบบมีปุ่มด้านล่าง

  • เลือกเมนู “ทำรายการด้วยบัตรประชาชน”

  • เลือก “บริการยืนยันตัวตน”

  • กด “รับทราบและรับรอง”

  • เลือก “ยินยอม”

  • กด “ถัดไป”

  • เสียบบัตรประชาชน แล้วกด “ถัดไป”

  • รอการตรวจสอบข้อมูล

  • เลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” แล้วกลับไปทำต่อในเป๋าตัง

3. ระบบช้า / หน่วงในวันแรก

ข้อมูลจากหลายแหล่งระบุว่าในช่วงเวลาเปิดระบบ (เช้า 06.00 น.) อาจมีอาการโหลดช้าเล็กน้อย เนื่องจากคนเข้าใช้พร้อมกันจำนวนมาก แต่ระบบไม่ล่มและยังใช้งานได้ หากไม่จำเป็นต้องรีบมาก สามารถเลือกลงทะเบียนช่วงเวลาที่คนใช้น้อยลงเพื่อลดปัญหาหน่วง


การใช้งานสิทธิไทยช่วยไทยพลัสในชีวิตจริง

เมื่อได้รับสิทธิและยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว สามารถเริ่มใช้จ่ายตามช่วงเวลาที่กำหนด

1. ช่วงเวลาใช้สิทธิ

  • ใช้จ่ายทั่วไป : 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–23.00 น.

  • ฟู้ดเดลิเวอรี : 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–21.00 น.

2. วงเงินและกติกาการใช้

  • วงเงินรวมสูงสุด 4,000 บาทต่อคน ตลอดโครงการ

  • แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท (มิ.ย.–ก.ย.)

  • จำกัดการใช้จ่ายผ่านสิทธิไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน

  • รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 1,000 บาท/เดือน หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้น จะไม่ทบไปเดือนถัดไป

  • การใช้สิทธิต้องทำภายในเวลา 06.00–23.00 น. ของแต่ละวัน (สำหรับการใช้ทั่วไป)

3. ประเภทสินค้าและร้านค้าที่ใช้ได้

ใช้ได้กับ

  • ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม รถเข็น หาบเร่ แผงลอยที่ลงทะเบียนร่วมโครงการ

  • ร้านค้า OTOP ร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านค้าชุมชน

  • สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น

  • บริการขนส่งสาธารณะบางประเภทที่เข้าร่วม

  • ผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ (ค่าอาหาร/เครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมค่าจัดส่ง)

ใช้ไม่ได้กับ

  • ร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ ร้านทำผม (บริการประเภทนี้ถูกระบุว่าไม่เข้าร่วม)

  • สลากกินแบ่งรัฐบาล

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบ

  • บัตรกำนัล บัตรเงินสด

  • การชำระเงินล่วงหน้า หรือบริการที่เป็นการจ่ายก่อนรับสินค้า/บริการในอนาคต

4. เงื่อนไขสำคัญในการใช้สิทธิ

  • ใช้จ่ายได้เฉพาะกับ ร้านค้าที่ลงทะเบียนร่วมโครงการ และใช้รับเงินผ่านแอป ถุงเงิน

  • การซื้อขายต้องเป็นการสแกน QR แบบ พบหน้ากัน (face-to-face) ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

    • ไม่สามารถใช้สิทธิผ่านช่องทางออนไลน์หรือผ่านคนกลางได้

  • ไม่สามารถ ถอนวงเงินออกมาเป็นเงินสด หรือโอนสิทธิให้ผู้อื่น

  • วงเงินในแต่ละเดือนต้องใช้ให้หมดในเดือนนั้น หากเหลือ ระบบจะดึงคืนและไม่สะสมต่อ

  • ห้ามกระทำการใด ๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินมาตรการของรัฐ

5. วิธีเติมเงินเข้า G-Wallet

ก่อนใช้สิทธิทุกครั้ง ต้องมีเงินส่วนตัวใน G-Wallet เพื่อร่วมจ่าย 40% โดยมีช่องทางเติมเงินหลัก ๆ ดังนี้

  1. เข้าแอปเป๋าตัง เลือก G-Wallet

  2. เลือกเมนู “เติมเงินเข้า G-Wallet”

  3. เลือกช่องทางเติมที่ต้องการ เช่น
    • ผ่านแบนเนอร์ Paotang Pay

    • ผ่านแบนเนอร์ Krungthai NEXT

    • ผ่านโลโก้บัญชี กรุงไทย

    • ผ่านโลโก้ธนาคารอื่นที่รองรับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไทยช่วยไทยพลัสและแอปเป๋าตัง 2026

1. ไทยช่วยไทยพลัสต่างจากคนละครึ่งอย่างไร

  • สัดส่วนช่วยจ่ายเปลี่ยนเป็น รัฐ 60% / ประชาชน 40%

  • เพิ่มวงเงินรวมสูงสุดเป็น 4,000 บาทต่อคน

  • ปรับเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อย และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

2. ต้องเป็นคนไทยเท่านั้นไหม

ใช่ ต้องมี สัญชาติไทย และมีบัตรประชาชนสมาร์ตการ์ดเพื่อใช้ยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือชาวต่างชาติ ไม่สามารถลงทะเบียนได้

3. เคยถูกระงับสิทธิจากโครงการรัฐมาก่อน สมัครได้ไหม

หากเคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจาก

  • โครงการคนละครึ่ง (ระยะที่ 1–5)

  • โครงการคนละครึ่งพลัส

จะ ขาดคุณสมบัติ ในการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) รอบนี้

4. ตรวจสอบสถานะโครงการเพิ่มเติมได้ที่ไหน

สามารถตรวจสอบข้อมูลโครงการและสถานะได้ผ่านเว็บไซต์ www.ไทยช่วยไทยพลัส.th หรือช่องทางประชาสัมพันธ์ที่หน่วยงานรัฐประกาศไว้


สรุปขั้นตอนสมัคร–เช็กสิทธิ พร้อมเช็กลิสต์สิ่งที่ควรทำทันที

เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส ลองเช็กตามลำดับนี้

1. สรุปภาพรวมขั้นตอน

  1. เช็กคุณสมบัติ – สัญชาติไทย อายุ 18+ มีบัตรประชาชน ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่ถูกระงับสิทธิจากคนละครึ่ง/คนละครึ่งพลัส

  2. เตรียมแอปเป๋าตัง – ดาวน์โหลด/อัปเดตเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G-Wallet

  3. ลงทะเบียนในช่วง 25–29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00–22.00 น.

    • เคยใช้คนละครึ่งพลัส: กดแบนเนอร์ไทยช่วยไทยพลัส ยืนยัน และเช็กผลในแอป

    • ไม่เคยใช้: กดแบนเนอร์ ยืนยัน เฝ้ารอผลผ่านแอปและ SMS ภายใน 3 วัน

  4. หากสแกนหน้าไม่ผ่าน ให้ไปยืนยันตัวตนผ่าน กรุงไทยสาขา หรือ ตู้ ATM Confirm ID

  5. เมื่อได้รับสิทธิแล้ว เติมเงินเข้า G-Wallet

  6. เริ่มใช้สิทธิ วันที่ 1 มิ.ย.–30 ก.ย. 2569 (ฟู้ดเดลิเวอรีเริ่ม 15 มิ.ย.)

  7. ใช้จ่ายกับร้านค้าที่ร่วมโครงการ ภายในวงเงิน ไม่เกิน 200 บาท/วัน และ 1,000 บาท/เดือน

2. เช็กลิสต์สั้น ๆ ที่ควรทำทันที

  • [ ] ตรวจสอบว่า ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไม่เคยถูกระงับสิทธิคนละครึ่ง

  • [ ] เตรียม บัตรประชาชน ให้พร้อมสำหรับยืนยันตัวตน

  • [ ] ตรวจสอบสมาร์ตโฟนว่า ติดตั้ง/อัปเดตเป๋าตังแล้ว และเปิดใช้ G-Wallet ได้

  • [ ] ลงทะเบียนในช่วงวันที่กำหนด ไม่รอจนวันสุดท้าย เพื่อลดความเสี่ยงระบบหน่วงหรือสิทธิเต็ม

  • [ ] หลังได้สิทธิแล้ว เติมเงินเข้า G-Wallet ให้เพียงพอ ก่อนวันเริ่มใช้สิทธิ

  • [ ] วางแผนใช้วงเงินเดือนละ 1,000 บาท ให้หมดภายในเดือน เพราะสิทธิไม่ทบไปเดือนถัดไป

ทำครบตามนี้ จะช่วยให้การสมัครและใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสผ่านแอปเป๋าตังในปี 2026 เป็นเรื่องง่าย ใช้งานได้ต่อเนื่องไม่สะดุด และไม่พลาดวงเงินสนับสนุนที่ภาครัฐเตรียมไว้สำหรับคุณ

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น