ทำไมยิ่งอายุเยอะ ข้อยิ่งพังง่าย?
เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนเริ่มรู้สึกปวดเข่า ข้อมีเสียงกร๊อบแกร๊บ เดินนาน ๆ แล้วล้า ขึ้นลงบันไดก็ไม่คล่องเหมือนเดิม สาเหตุหลักมาจาก กระดูกอ่อนและข้อต่อเริ่มเสื่อมสภาพ
ปกติแล้วกระดูกอ่อนทำหน้าที่เหมือนแผ่นกันกระแทกระหว่างกระดูก แต่เมื่อเวลาผ่านไป กระดูกอ่อนสึกหรอ พื้นผิวไม่เรียบเหมือนเดิม เมื่อเคลื่อนไหว กระดูกจึงเสียดสีกัน ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และปวด โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม
ยาบรรเทาปวดอาจช่วยลดอาการชั่วคราว แต่ถ้าต้องการดูแลข้อต่อในระยะยาว ร่างกายมักต้องการสารอาหารเฉพาะทางมากกว่าที่ได้รับจากอาหารปกติ เช่น กลุ่มคอลลาเจนและสารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมกระดูกอ่อนและลดการอักเสบ
แหล่งคอลลาเจนยอดฮิต และทางเลือกจากเปลือกไข่
ปัจจุบันคอลลาเจนมีหลากหลายแหล่งที่มา เช่น
คอลลาเจนจากวัว
คอลลาเจนจากหมู
คอลลาเจนจากปลา
แต่ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมาก นั่นคือ คอลลาเจนจากเยื่อเปลือกไข่ (Egg Shell Membrane) ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมากในงานวิจัยด้านข้อและกระดูก
Egg Shell Membrane คืออะไร?
เยื่อหุ้มเปลือกไข่ หรือ Egg shell membrane คือ เยื่อบางสีขาวที่ติดอยู่ด้านในเปลือกไข่ไก่ เมื่อผ่านกระบวนการลอกและนำไปแปรรูป จะได้เป็นผงสารสกัดที่อุดมไปด้วยสารบำรุงข้อต่อหลายชนิดในตัวเดียว
องค์ประกอบสำคัญใน Egg shell membrane ได้แก่
คอลลาเจน (Collagen) ช่วยเสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้ข้อต่อและเนื้อเยื่อ
อิลาสติน (Elastin) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
คอนดรอยตินซัลเฟต (Chondroitin Sulphate) ช่วยลดการเสียดสีในข้อต่อ ลดโอกาสการเสื่อมของข้อ
กลูโคซามีน (Glucosamine) ช่วยซ่อมแซมกระดูกอ่อนและข้อต่อที่สึกหรอ
สารสำคัญเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อดูแลโครงสร้างสำคัญของข้อ ไม่ว่าจะเป็น
กระดูกอ่อน (Cartilage)
เยื่อหุ้มข้อต่อ (Articular capsule)
เอ็นยึดข้อ (Ligaments)
ผนังและเยื่อหุ้มน้ำหล่อเลี้ยงข้อ (Synovial cavity and membrane)
เมื่อโครงสร้างเหล่านี้แข็งแรงขึ้น ข้อต่อจะเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ลดความฝืด เพิ่มความยืดหยุ่น และช่วยซัพพอร์ตการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน
ที่น่าสนใจคือ Egg shell membrane ยังสามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น (flexitarian / ovo-vegetarian) ที่ยอมรับผลิตภัณฑ์จากไข่ แต่หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ใหญ่ แล้วต้องการบำรุงข้อเพิ่มเติม
ทำความรู้จัก Collagen Type II: ตัวจริงเรื่องข้อต่อ
คอลลาเจนไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว ในร่างกายเรามีคอลลาเจนหลายแบบ และ Collagen Type II คือหนึ่งในชนิดที่มีบทบาทเด่นมากในเรื่องข้อต่อและกระดูกอ่อน
Collagen Type II เป็นคอลลาเจนที่เป็นองค์ประกอบหลักของ
กระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อ
หมอนรองกระดูกสันหลัง
จุดเด่นของ Collagen Type II คือ
ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่บริเวณข้อต่อ
ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
ช่วยเพิ่มระดับ กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของน้ำหล่อเลี้ยงข้อ
เมื่อร่างกายมี Collagen Type II เพียงพอ จะช่วยให้
กระดูกอ่อนสร้างตัวได้มีประสิทธิภาพ
มีเซลล์ใหม่มาแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพ
สมดุลของน้ำหล่อเลี้ยงข้อต่อดีขึ้น
ลดอาการปวดข้อ ข้อติด และช่วยให้เคลื่อนไหวคล่องตัวมากขึ้น
สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าดูแล Collagen Type II ดี ข้อต่อก็มีโอกาสกลับมาแข็งแรงและขยับได้ดีขึ้น
2 รูปแบบของ Collagen Type II ที่ใช้ในอาหารเสริม
Collagen Type II ที่ใช้เพื่อดูแลข้อต่อ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่
คอลลาเจนชนิดไม่ผ่านกระบวนการ (Undenatured Collagen Type II)
คอลลาเจนชนิดผ่านกระบวนการ (Denatured / Hydrolyzed Collagen Type II)
ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน เหมาะกับเป้าหมายการดูแลข้อต่อที่แตกต่างเล็กน้อย
Hydrolyzed Collagen (Denatured Collagen)
Hydrolyzed collagen คือ คอลลาเจนที่ถูกย่อยให้มีโมเลกุลเล็กลงหรือแตกเป็นชิ้นส่วนย่อย ทำให้
ละลายน้ำได้ดีขึ้น
ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมคอลลาเจนให้ร่างกายโดยรวม ทั้งผิว ข้อ และเนื้อเยื่อเชื่อมต่ออื่น ๆ
Undenatured Collagen Type II: ฟอร์มที่เลียนแบบกระดูกอ่อนจริง
Collagen Type II แบบไม่ผ่านกระบวนการ (Undenatured) จะยังคงโครงสร้างใกล้เคียงกับคอลลาเจนที่พบในกระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่า ทำให้มีคุณสมบัติเด่นในด้าน
ลดความตึงตึงแข็งของข้อ
ส่งเสริมการเคลื่อนไหวให้ลื่นไหลขึ้น
จากงานวิจัยพบว่า Undenatured Collagen Type II สามารถ
ลดอาการอักเสบในผู้ป่วยโรคไขข้อรูมาตอยด์
ช่วยยับยั้งการทำลายเซลล์กระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อ
กลไกหนึ่งที่ถูกพูดถึงในการศึกษา คือการควบคุมการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด Regulatory T lymphocyte รวมถึงการปรับสมดุลของสารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ เช่น interleukin-10 และ TGF-α จึงช่วยลดการอักเสบและอาการปวดข้อได้
พูดง่าย ๆ คือ Undenatured Collagen Type II ไม่ได้แค่เติมคอลลาเจน แต่ยังช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของข้อร่วมด้วย
Egg Shell Membrane + Collagen Type II เหมาะกับใครบ้าง?
กลุ่มคนที่อาจได้รับประโยชน์จากการเสริมสารเหล่านี้ เช่น
ผู้ที่มีอาการปวดเข่า ปวดข้อ จากการใช้งานหนักหรืออายุเพิ่มขึ้น
ผู้ที่เริ่มมีภาวะข้อเข่าเสื่อมในระยะเริ่มต้น
คนที่ต้องใช้ข้อซ้ำ ๆ เช่น นักกีฬา ผู้ใช้แรงงาน หรือคนที่ออกกำลังกายหนัก
ผู้ที่ต้องการดูแลข้อไว้ก่อนให้พร้อมใช้งานในระยะยาว
ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติแบบยืดหยุ่นที่ยังทานไข่ และมองหาอาหารเสริมบำรุงข้อที่ไม่มาจากเนื้อสัตว์ใหญ่
อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มอาหารเสริมใด ๆ โดยเฉพาะหากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควร ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคน
สารพัดงานวิจัย ที่หนุนว่ามันไม่ได้แค่กระแส
มีงานวิจัยหลายฉบับที่สนับสนุนการใช้ Egg shell membrane และ Undenatured Collagen Type II ในการดูแลข้อต่อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน พบแนวโน้มช่วยในด้าน
ลดอาการปวดข้อ
ลดการอักเสบ
เสริมความแข็งแรงของกระดูกอ่อนและโครงสร้างข้อต่อ
ช่วยเรื่องการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคข้อ
แม้งานวิจัยยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันช่วยยืนยันได้ว่า สารสกัดกลุ่มนี้มีศักยภาพจริงในการเป็นตัวช่วยดูแลข้อ ในระยะยาว
สรุป: อยากมีข้อดี ๆ ใช้งานได้นาน ต้องเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระดูกอ่อนและข้อต่อย่อมเสื่อมสภาพเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เรา ชะลอและดูแลได้
Egg shell membrane เป็นแหล่งรวมสารบำรุงข้อสำคัญ ทั้งคอลลาเจน อิลาสติน กลูโคซามีน และคอนดรอยติน ช่วยซัพพอร์ตโครงสร้างข้อต่อหลายส่วนพร้อมกัน
Collagen Type II โดยเฉพาะในรูปแบบ Undenatured มีบทบาทเด่นในการช่วยลดการอักเสบและชะลอการเสื่อมของข้อ
สำหรับสายมังสวิรัติที่ยังทานไข่ การเลือกผลิตภัณฑ์จากเปลือกไข่ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการบำรุงข้อ
ท้ายที่สุด การดูแลข้อต่อให้แข็งแรงไม่ได้มีแค่เรื่องอาหารเสริมหรือคอลลาเจนเท่านั้น แต่ควรผสมผสานกับ
การควบคุมน้ำหนักตัว
การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับข้อ
การหลีกเลี่ยงการใช้งานข้อหนักเกินไป
เมื่อโภชนาการดี การเสริมสารสำคัญเหมาะสม และการใช้ชีวิตเอื้อต่อสุขภาพข้อ ก็มีโอกาสสูงมากที่คุณจะ เก็บข้อดี ๆ ไว้ใช้ได้อีกยาวนาน

