รับแอปรับแอป

ไขข้อเสื่อมไม่ใช่จุดจบ! เปิดเคล็ดลับ Egg Shell Membrane & Collagen Type II ตัวช่วยฟื้นฟูข้อแบบสายมังสวิรัติ

อดิศร วัฒนะ01-29

ทำไมยิ่งอายุเยอะ ข้อยิ่งพังง่าย?

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนเริ่มรู้สึกปวดเข่า ข้อมีเสียงกร๊อบแกร๊บ เดินนาน ๆ แล้วล้า ขึ้นลงบันไดก็ไม่คล่องเหมือนเดิม สาเหตุหลักมาจาก กระดูกอ่อนและข้อต่อเริ่มเสื่อมสภาพ

ปกติแล้วกระดูกอ่อนทำหน้าที่เหมือนแผ่นกันกระแทกระหว่างกระดูก แต่เมื่อเวลาผ่านไป กระดูกอ่อนสึกหรอ พื้นผิวไม่เรียบเหมือนเดิม เมื่อเคลื่อนไหว กระดูกจึงเสียดสีกัน ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และปวด โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม

ยาบรรเทาปวดอาจช่วยลดอาการชั่วคราว แต่ถ้าต้องการดูแลข้อต่อในระยะยาว ร่างกายมักต้องการสารอาหารเฉพาะทางมากกว่าที่ได้รับจากอาหารปกติ เช่น กลุ่มคอลลาเจนและสารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมกระดูกอ่อนและลดการอักเสบ

แหล่งคอลลาเจนยอดฮิต และทางเลือกจากเปลือกไข่

ปัจจุบันคอลลาเจนมีหลากหลายแหล่งที่มา เช่น

  • คอลลาเจนจากวัว

  • คอลลาเจนจากหมู

  • คอลลาเจนจากปลา

แต่ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมาก นั่นคือ คอลลาเจนจากเยื่อเปลือกไข่ (Egg Shell Membrane) ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมากในงานวิจัยด้านข้อและกระดูก

Egg Shell Membrane คืออะไร?

เยื่อหุ้มเปลือกไข่ หรือ Egg shell membrane คือ เยื่อบางสีขาวที่ติดอยู่ด้านในเปลือกไข่ไก่ เมื่อผ่านกระบวนการลอกและนำไปแปรรูป จะได้เป็นผงสารสกัดที่อุดมไปด้วยสารบำรุงข้อต่อหลายชนิดในตัวเดียว

องค์ประกอบสำคัญใน Egg shell membrane ได้แก่

  • คอลลาเจน (Collagen) ช่วยเสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้ข้อต่อและเนื้อเยื่อ

  • อิลาสติน (Elastin) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

  • คอนดรอยตินซัลเฟต (Chondroitin Sulphate) ช่วยลดการเสียดสีในข้อต่อ ลดโอกาสการเสื่อมของข้อ

  • กลูโคซามีน (Glucosamine) ช่วยซ่อมแซมกระดูกอ่อนและข้อต่อที่สึกหรอ

สารสำคัญเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อดูแลโครงสร้างสำคัญของข้อ ไม่ว่าจะเป็น

  • กระดูกอ่อน (Cartilage)

  • เยื่อหุ้มข้อต่อ (Articular capsule)

  • เอ็นยึดข้อ (Ligaments)

  • ผนังและเยื่อหุ้มน้ำหล่อเลี้ยงข้อ (Synovial cavity and membrane)

เมื่อโครงสร้างเหล่านี้แข็งแรงขึ้น ข้อต่อจะเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ลดความฝืด เพิ่มความยืดหยุ่น และช่วยซัพพอร์ตการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน

ที่น่าสนใจคือ Egg shell membrane ยังสามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่รับประทานมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น (flexitarian / ovo-vegetarian) ที่ยอมรับผลิตภัณฑ์จากไข่ แต่หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ใหญ่ แล้วต้องการบำรุงข้อเพิ่มเติม

ทำความรู้จัก Collagen Type II: ตัวจริงเรื่องข้อต่อ

คอลลาเจนไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว ในร่างกายเรามีคอลลาเจนหลายแบบ และ Collagen Type II คือหนึ่งในชนิดที่มีบทบาทเด่นมากในเรื่องข้อต่อและกระดูกอ่อน

Collagen Type II เป็นคอลลาเจนที่เป็นองค์ประกอบหลักของ

  • กระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อ

  • หมอนรองกระดูกสันหลัง

จุดเด่นของ Collagen Type II คือ

  • ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่บริเวณข้อต่อ

  • ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

  • ช่วยเพิ่มระดับ กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของน้ำหล่อเลี้ยงข้อ

เมื่อร่างกายมี Collagen Type II เพียงพอ จะช่วยให้

  • กระดูกอ่อนสร้างตัวได้มีประสิทธิภาพ

  • มีเซลล์ใหม่มาแทนเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพ

  • สมดุลของน้ำหล่อเลี้ยงข้อต่อดีขึ้น

  • ลดอาการปวดข้อ ข้อติด และช่วยให้เคลื่อนไหวคล่องตัวมากขึ้น

สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าดูแล Collagen Type II ดี ข้อต่อก็มีโอกาสกลับมาแข็งแรงและขยับได้ดีขึ้น

2 รูปแบบของ Collagen Type II ที่ใช้ในอาหารเสริม

Collagen Type II ที่ใช้เพื่อดูแลข้อต่อ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ได้แก่

  • คอลลาเจนชนิดไม่ผ่านกระบวนการ (Undenatured Collagen Type II)

  • คอลลาเจนชนิดผ่านกระบวนการ (Denatured / Hydrolyzed Collagen Type II)

ทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน เหมาะกับเป้าหมายการดูแลข้อต่อที่แตกต่างเล็กน้อย

Hydrolyzed Collagen (Denatured Collagen)

Hydrolyzed collagen คือ คอลลาเจนที่ถูกย่อยให้มีโมเลกุลเล็กลงหรือแตกเป็นชิ้นส่วนย่อย ทำให้

  • ละลายน้ำได้ดีขึ้น

  • ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมคอลลาเจนให้ร่างกายโดยรวม ทั้งผิว ข้อ และเนื้อเยื่อเชื่อมต่ออื่น ๆ

Undenatured Collagen Type II: ฟอร์มที่เลียนแบบกระดูกอ่อนจริง

Collagen Type II แบบไม่ผ่านกระบวนการ (Undenatured) จะยังคงโครงสร้างใกล้เคียงกับคอลลาเจนที่พบในกระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่า ทำให้มีคุณสมบัติเด่นในด้าน

  • ลดความตึงตึงแข็งของข้อ

  • ส่งเสริมการเคลื่อนไหวให้ลื่นไหลขึ้น

จากงานวิจัยพบว่า Undenatured Collagen Type II สามารถ

  • ลดอาการอักเสบในผู้ป่วยโรคไขข้อรูมาตอยด์

  • ช่วยยับยั้งการทำลายเซลล์กระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อ

กลไกหนึ่งที่ถูกพูดถึงในการศึกษา คือการควบคุมการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด Regulatory T lymphocyte รวมถึงการปรับสมดุลของสารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ เช่น interleukin-10 และ TGF-α จึงช่วยลดการอักเสบและอาการปวดข้อได้

พูดง่าย ๆ คือ Undenatured Collagen Type II ไม่ได้แค่เติมคอลลาเจน แต่ยังช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของข้อร่วมด้วย

Egg Shell Membrane + Collagen Type II เหมาะกับใครบ้าง?

กลุ่มคนที่อาจได้รับประโยชน์จากการเสริมสารเหล่านี้ เช่น

  • ผู้ที่มีอาการปวดเข่า ปวดข้อ จากการใช้งานหนักหรืออายุเพิ่มขึ้น

  • ผู้ที่เริ่มมีภาวะข้อเข่าเสื่อมในระยะเริ่มต้น

  • คนที่ต้องใช้ข้อซ้ำ ๆ เช่น นักกีฬา ผู้ใช้แรงงาน หรือคนที่ออกกำลังกายหนัก

  • ผู้ที่ต้องการดูแลข้อไว้ก่อนให้พร้อมใช้งานในระยะยาว

  • ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติแบบยืดหยุ่นที่ยังทานไข่ และมองหาอาหารเสริมบำรุงข้อที่ไม่มาจากเนื้อสัตว์ใหญ่

อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มอาหารเสริมใด ๆ โดยเฉพาะหากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอยู่ ควร ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคน

สารพัดงานวิจัย ที่หนุนว่ามันไม่ได้แค่กระแส

มีงานวิจัยหลายฉบับที่สนับสนุนการใช้ Egg shell membrane และ Undenatured Collagen Type II ในการดูแลข้อต่อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน พบแนวโน้มช่วยในด้าน

  • ลดอาการปวดข้อ

  • ลดการอักเสบ

  • เสริมความแข็งแรงของกระดูกอ่อนและโครงสร้างข้อต่อ

  • ช่วยเรื่องการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคข้อ

แม้งานวิจัยยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันช่วยยืนยันได้ว่า สารสกัดกลุ่มนี้มีศักยภาพจริงในการเป็นตัวช่วยดูแลข้อ ในระยะยาว

สรุป: อยากมีข้อดี ๆ ใช้งานได้นาน ต้องเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้

  • เมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระดูกอ่อนและข้อต่อย่อมเสื่อมสภาพเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เรา ชะลอและดูแลได้

  • Egg shell membrane เป็นแหล่งรวมสารบำรุงข้อสำคัญ ทั้งคอลลาเจน อิลาสติน กลูโคซามีน และคอนดรอยติน ช่วยซัพพอร์ตโครงสร้างข้อต่อหลายส่วนพร้อมกัน

  • Collagen Type II โดยเฉพาะในรูปแบบ Undenatured มีบทบาทเด่นในการช่วยลดการอักเสบและชะลอการเสื่อมของข้อ

  • สำหรับสายมังสวิรัติที่ยังทานไข่ การเลือกผลิตภัณฑ์จากเปลือกไข่ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการบำรุงข้อ

ท้ายที่สุด การดูแลข้อต่อให้แข็งแรงไม่ได้มีแค่เรื่องอาหารเสริมหรือคอลลาเจนเท่านั้น แต่ควรผสมผสานกับ

  • การควบคุมน้ำหนักตัว

  • การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับข้อ

  • การหลีกเลี่ยงการใช้งานข้อหนักเกินไป

เมื่อโภชนาการดี การเสริมสารสำคัญเหมาะสม และการใช้ชีวิตเอื้อต่อสุขภาพข้อ ก็มีโอกาสสูงมากที่คุณจะ เก็บข้อดี ๆ ไว้ใช้ได้อีกยาวนาน