รับแอปรับแอป

10 เทรนด์ธุรกิจ 2026 ที่ไม่ควรพลาด: ใช้ทุน 5 แสน–2 ล้าน ปั้นโอกาสให้ติดลมบน

พัชรี ศรีสุข01-29

เปิดปี 2026: ใครอ่านเทรนด์ขาด กวาดโอกาสก่อนใคร

ปี 2026 ไม่ได้เป็นแค่ปีใหม่ แต่คือจุดเปลี่ยนของทั้งเศรษฐกิจไทยและเกมของผู้ประกอบการไทยเลยก็ว่าได้ ทั้งเทคโนโลยีที่วิ่งไว โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนเร็ว และไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ละเอียดและเลือกมากขึ้น ทำให้ธุรกิจบางประเภทกลายเป็นดาวเด่นแบบชัดเจน

ถ้าคุณมีเงินทุนอยู่ราว 500,000 – 2,000,000 บาท และกำลังมองหาโอกาสใหม่ ๆ ปีนี้คือช่วงเวลาทองในการเลือกสนามให้ถูก แล้วลงมือให้ไว

ในมุมของคนทำธุรกิจออนไลน์และ SME สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ “มีไอเดีย” แต่คือการเลือกธุรกิจที่เดินตามเทรนด์ใหญ่ของโลกและนโยบายรัฐ พร้อมต่อยอดด้วยการตลาดดิจิทัลและ AI อย่างมีแผน

ต่อไปนี้คือ 10 ธุรกิจมาแรงปี 2026 ที่มีศักยภาพเติบโตสูง พร้อมไอเดียรูปแบบธุรกิจและกรอบทุนเริ่มต้นให้คุณเอาไปต่อยอดได้ทันที

1. บริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน: ธุรกิจที่โตตามโครงสร้างสังคม

ไทยกำลังก้าวสู่ Super-Aged Society อย่างเต็มตัว ผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนแตะระดับเกือบหนึ่งในสามของประชากรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และส่วนใหญ่ต้องการใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านของตัวเองมากกว่าการย้ายไปอยู่สถานสงเคราะห์

ตลาดบริการดูแลที่บ้านจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็น ความจำเป็นของครอบครัวไทย โดยเฉพาะบ้านที่ลูกหลานต้องทำงานและไม่มีเวลาดูแลเต็มเวลา

รูปแบบธุรกิจที่ต่อยอดได้

  • บริการจัดส่งผู้ดูแล (Caregivers) เข้าไปดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ทั้งแบบรายวันและรายเดือน

  • แพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันจับคู่ผู้ดูแลกับครอบครัวที่ต้องการบริการ พร้อมระบบรีวิวและคัดกรองคุณสมบัติ

  • การผสานระบบ Telemedicine ให้แพทย์สามารถติดตามอาการจากระยะไกล เพิ่มความมั่นใจให้ครอบครัว

งบประมาณตั้งต้น

  • เริ่มได้ที่ราว 500,000 – 1,000,000 บาท สำหรับพัฒนาแพลตฟอร์ม เบื้องต้นค่าจ้างและอบรมผู้ดูแล รวมถึงการทำการตลาดออนไลน์ในพื้นที่เป้าหมาย

หัวใจของธุรกิจนี้ คือความน่าเชื่อถือ ระบบคัดกรองบุคลากร และการสื่อสารที่ทำให้ครอบครัวรู้สึกว่า “ฝากคนที่รักไว้ได้อย่างอุ่นใจ”

2. คลินิกเวลเนส & ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ: สุขภาพคือความหรูหรารูปแบบใหม่

ไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นเวทีสำคัญงานด้านสุขภาพและเวลเนสระดับโลก การจัดงานระดับสากลที่ภูเก็ตในปี 2026 ทำให้ภาพลักษณ์ไทยในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติยิ่งชัดในฐานะ ศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมจ่ายเพื่อบริการที่ผสมผสาน การพักผ่อนแบบหรูหรา กับ การดูแลสุขภาพมาตรฐานโลก

โมเดลธุรกิจที่น่าลอง

  • คลินิกเวลเนสเฉพาะทาง: เน้นเวชศาสตร์ชะลอวัย การล้างพิษ หรือวิตามินบำบัดสำหรับคนรักสุขภาพระดับพรีเมียม

  • Medical Spa: สปาที่มีทีมแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์คอยดูแลเรื่องสุขภาพควบคู่กับการผ่อนคลาย

  • ธุรกิจตัวกลางด้าน Medical Tourism: ช่วยนักท่องเที่ยววางแผนทุกขั้นตอน ตั้งแต่จองคิวแพทย์ โรงแรม ไปจนถึงบริการล่ามและดูแลระหว่างทริป

ทุนเริ่มต้นโดยประมาณ

  • คลินิกเวลเนสขนาดเล็ก: ราว 1,000,000 – 2,000,000 บาท

  • ธุรกิจตัวกลาง/เอเจนซี่จัดการทริปสุขภาพ: เริ่มได้ที่ 500,000 – 800,000 บาท

จุดแข็งสำคัญ คือการสร้างแพ็กเกจที่ชัดเจนและเล่าเรื่องได้ดี ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ทั้งชีวิตที่ดีขึ้นและประสบการณ์ที่น่าจดจำในไทย

3. สถานีชาร์จรถ EV และบริการเกี่ยวเนื่อง: เกาะคลื่นยานยนต์ไฟฟ้า

นโยบายภาครัฐที่ผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ทำให้การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จกลายเป็นดีมานด์ที่โตแบบชัดเจน และยังมี เป้าหมายขยายหัวชาร์จทั่วประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งต้องอยู่ต่างจังหวัดด้วย

นั่นหมายความว่า โอกาสไม่ได้กระจุกอยู่แค่ในกรุงเทพฯ แต่กระจายไปสู่หัวเมืองและชุมชนสำคัญทั่วประเทศ

ไอเดียต่อยอดธุรกิจ EV

  • Lifestyle Charging Hub: ทำสถานีชาร์จควบคู่กับร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ หรือโซน Co-working ให้คนรอชาร์จใช้เวลาได้คุ้มค่า

  • แฟรนไชส์สถานีชาร์จขนาดเล็ก: ติดตั้งในคอนโด โรงแรม หรืออาคารสำนักงานที่ต้องการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า

  • อู่ซ่อม EV อิสระ: เน้นงานซ่อมบำรุงรถ EV ในราคาที่แข่งขันได้ รองรับดีมานด์หลังรถไฟฟ้าเริ่มใช้มากขึ้น

กรอบเงินลงทุน

  • สถานีชาร์จขนาดกลาง: ประมาณ 800,000 – 1,500,000 บาท รวมอุปกรณ์ชาร์จและตกแต่งเบื้องต้น พร้อมโอกาสรับสิทธิประโยชน์จาก BOI

ใครมีทำเลดี มีที่จอดกว้าง และเข้าใจเทรนด์ EV ธุรกิจนี้คือจุดตั้งต้นที่น่าสนใจมากในช่วง 3–5 ปีจากนี้

4. บริการโดรนเกษตร: แก้ปัญหาขาดแรงงานในไร่นา

ภาคเกษตรไทยกำลังเจอทางตันเรื่องแรงงาน ทั้งการสูงวัยของเกษตรกร และคนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากทำงานหนักกลางแดดแบบเดิม นี่คือช่องว่างให้เทคโนโลยีโดรนเข้ามาแทนแรงงานมนุษย์ในหลายขั้นตอน

เมื่อมีนโยบายสนับสนุนค่าบริการโดรนจากภาครัฐ ก็ยิ่งทำให้ ความต้องการใช้บริการโดรนในภาคเกษตรเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

รูปแบบบริการที่ทำได้จริง

  • Drone-as-a-Service: รับจ้างบินโดรนฉีดพ่นปุ๋ย พ่นยาป้องกันศัตรูพืช หรือหว่านเมล็ดพันธุ์

  • ศูนย์ฝึกอบรมโดรน: สอนควบคุมโดรนให้เกษตรกรหรือผู้สนใจ พร้อมให้คำแนะนำด้านใบอนุญาต

  • ร้านขายและศูนย์ซ่อมบำรุงโดรน: ดูแลหลังการขาย ให้เกษตรกรใช้งานได้ต่อเนื่อง

งบตั้งต้น

  • ราว 500,000 – 1,000,000 บาท สำหรับซื้อโดรนการเกษตร 2–3 ตัว พร้อมอุปกรณ์และการตลาดในระดับท้องถิ่น โดยมีโอกาสพึ่งพาการสนับสนุนจากโครงการภาครัฐ

ถ้าคุณเชื่อในเกษตรยุคใหม่ นี่คือธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีเข้าไปแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริง

5. ธุรกิจสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม: จาก “สัตว์เลี้ยง” สู่ “สมาชิกในครอบครัว”

ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยโตต่อเนื่อง และไม่ใช่แค่โตธรรมดา แต่โตในมิติของ การมองสัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนลูก/เพื่อนสนิท หรือที่เรียกว่า Pet Humanization ทำให้เจ้าของพร้อมจ่ายมากขึ้นหลายเท่าตัวเพื่อคุณภาพชีวิตของน้อง ๆ

ตัวเลขค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อสัตว์เลี้ยงต่อปีเพิ่มสูงขึ้น และคาดว่ามูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงไทยจะทะลุหลักแสนล้านบาทในปี 2026

ไอเดียโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจ

  • อาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม: เน้น Human-grade, สูตร Grain-free หรือสูตรเฉพาะด้าน เช่น ดูแลข้อ กระดูก ผิวหนัง หรือสัตว์แพ้ง่าย

  • โรงแรมสัตว์เลี้ยงระดับหรู: มีห้องพัก สเปซเล่น กล้องวงจรปิดให้เจ้าของดูน้อง ๆ ผ่านมือถือ บริการรายวัน–รายสัปดาห์

  • สปาและ Grooming ครบวงจร: บริการอาบน้ำ ตัดแต่งขน ดูแลผิวและสุขภาพช่องปาก

  • คาเฟ่สาย Pet-friendly: ร้านอาหารหรือคาเฟ่ที่เปิดพื้นที่ให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าร้านได้ ช่วยดึงดูดกลุ่มทาสหมาแมว

ทุนเริ่มทำธุรกิจสัตว์เลี้ยง

  • ร้านอาหารสัตว์หรือคาเฟ่: ประมาณ 800,000 – 1,500,000 บาท

  • โรงแรมสัตว์เลี้ยงขนาดกลาง: อยู่ที่ราว 1,000,000 – 2,000,000 บาท

สำหรับสาย อาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) โดยเฉพาะ การโฟกัสเรื่องส่วนผสม การสื่อสารเรื่องโภชนาการ และรีวิวจากผู้ใช้จริง จะช่วยให้แบรนด์ติดใจลูกค้าได้เร็วมาก

6. อาหารสุขภาพ & โภชนาการเฉพาะบุคคล: คนกินคิดเยอะกว่าเดิม

เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้นและปัญหาสุขภาพกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มเลือกกินอย่างมีสติ ไม่ใช่แค่ “อร่อยก็พอ” แต่ต้องปลอดภัยและมีประโยชน์กับร่างกายด้วย

เทรนด์ Personalized Nutrition หรือการออกแบบโภชนาการให้สอดคล้องกับแต่ละคน กำลังมาแรงและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในไทย

แนวทางแตกไลน์ธุรกิจ

  • เครื่องดื่มฟังก์ชัน: สูตรช่วยเสริมภูมิ ช่วยนอนหลับ หรือช่วยเรื่องสมาธิและการทำงานของสมอง

  • อาหาร Plant-based: ผลิตภัณฑ์ทดแทนเนื้อสัตว์สำหรับคนที่ยังไม่มังสวิรัติเต็มตัว แต่อยากลดการกินเนื้อ (กลุ่ม Flexitarian)

  • บริการจัดส่งอาหารเฉพาะโรค: เมนูออกแบบสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต หรือผู้ป่วยมะเร็ง พร้อมบริการส่งถึงบ้าน

งบตั้งต้น

  • แบรนด์เครื่องดื่มฟังก์ชัน: เริ่มราว 500,000 – 1,000,000 บาท

  • บริการจัดส่งอาหารสุขภาพ/เฉพาะโรค: ประมาณ 800,000 – 1,500,000 บาท

ธุรกิจสายนี้ชนะได้ด้วย ความน่าเชื่อถือ + ผลลัพธ์ที่ลูกค้ารู้สึกได้จริง และการสื่อสารที่เข้าใจง่าย ไม่วิชาการจนเกินไป

7. โปรตีนจากแมลงเพื่อการส่งออก: โปรตีนอนาคตที่โลกจับตามอง

ทั่วโลกกำลังมองหาโปรตีนทางเลือกที่ยั่งยืน และ “โปรตีนจากแมลง” คือหนึ่งในคำตอบที่มาแรง ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์อาหารของมนุษย์ในบางตลาด

ไทยเองมีความได้เปรียบทั้งด้านภูมิอากาศ ความรู้ในการเพาะเลี้ยง และสถานะการเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกแมลงรายสำคัญในเอเชีย ทำให้โอกาสในการต่อยอดธุรกิจนี้มีสูงมาก

รูปแบบธุรกิจที่เหมาะกับการส่งออก

  • ฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดหรือหนอนแมลงวันลาย (BSF): แปรรูปเป็นผงโปรตีนที่ได้มาตรฐานส่งออกไปยุโรปหรือสหรัฐฯ

  • ผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำ: ใช้โปรตีนแมลงทดแทนปลาป่น ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยั่งยืน

ทุนเริ่มต้น

  • ฟาร์มขนาดกลาง: ราว 1,000,000 – 2,000,000 บาท พร้อมโอกาสขอรับการสนับสนุนจาก BOI และการทำตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจนี้เหมาะกับคนที่มองไกล คิดแบบ B2B และ Global Market มากกว่าเน้นขายปลีกในประเทศ

8. ที่ปรึกษา Cybersecurity & PDPA: เมื่อกฎหมายบังคับให้ธุรกิจต้องอัปเกม

ภัยคุกคามทางไซเบอร์ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะในโลกที่การเงิน การค้า และข้อมูลลูกค้าถูกย้ายขึ้นออนไลน์เกือบทั้งหมด ธุรกิจต่าง ๆ จึงเริ่มรู้ตัวว่า “ไม่ลงทุนเรื่องความปลอดภัยไม่ได้แล้ว”

เมื่อกฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง SME และองค์กรต่าง ๆ ยิ่งต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลระบบ

แนวทางทำธุรกิจสาย Cybersecurity

  • Managed Security Services สำหรับ SME: คิดค่าบริการรายเดือน ดูแลระบบให้ครบตั้งแต่ Monitoring ถึงแจ้งเตือนความเสี่ยง

  • บริการวางระบบให้สอดคล้อง PDPA: ทั้งเอกสาร ระบบขอและจัดการ Consent รวมถึงการอบรมทีมงานในองค์กร

  • Security Audit & Penetration Testing: ตรวจช่องโหว่ระบบก่อนโดนโจมตีจริง

งบเริ่มต้น

  • ประมาณ 500,000 – 1,000,000 บาท สำหรับซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ การอบรมทีม และการทำการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมาย

ข้อดีของธุรกิจนี้ คือดีมานด์ถูกขับเคลื่อนด้วยกฎหมายและความเสี่ยงที่เลี่ยงไม่ได้ ทำให้มีโอกาสสร้างรายได้ต่อเนื่องแบบ Subscription

9. เอเจนซี่ติดตั้ง AI และวิเคราะห์ข้อมูล: จากเทคโนโลยีเสริม สู่โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจ

ในปี 2026 AI จะไม่ใช่ของเล่นทดลองอีกต่อไป แต่กลายเป็น “ส่วนประกอบหลักของธุรกิจ” ที่ใครไม่ใช้ก็เท่ากับแข่งคนอื่นยากขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ SME จำนวนมากเริ่มทดลองใช้ AI แล้ว แต่ปัญหาคือขาดทีมงานที่เข้าใจทั้ง เทคโนโลยี + การประยุกต์ใช้จริงในธุรกิจ นี่แหละคือช่องว่างของเอเจนซี่สาย AI Implementation

โมเดลธุรกิจที่ทำได้

  • AI Implementation Agency: รับวางระบบ AI เช่น Chatbot ตอบลูกค้า ระบบช่วยทำนายยอดขาย หรือ Workflow Automation ต่าง ๆ

  • Data Analytics Service: วิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อทำ Personalized Marketing หรือแคมเปญที่แม่นขึ้น

  • การอบรมและที่ปรึกษา AI: จัดเวิร์กช็อปให้ทีมภายในองค์กรใช้ AI ได้อย่างคุ้มค่า ไม่ใช่แค่ใช้แบบเล่น ๆ

ทุนเริ่มต้น

  • ราว 500,000 – 1,000,000 บาท สำหรับเครื่องมือซอฟต์แวร์ ทีมงานคุณภาพ และการตลาดเชิง B2B

สำหรับคนที่ถนัดสายดิจิทัลและเข้าใจ Pain Point ของ SME ธุรกิจนี้สามารถสcal eได้เร็ว และต่อยอดเป็นแพ็กเกจบริการรายเดือนในระยะยาว

10. ท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ & งานอีเวนต์: นักท่องเที่ยวยอมจ่ายเพื่อ “ความรู้สึก”

ทิศทางการท่องเที่ยวไทยกำลังขยับจาก “เน้นจำนวน” ไปสู่ เน้นคุณค่า (Value over Volume) นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ยอมจ่ายแพงกว่า ถ้าแลกกับประสบการณ์ที่มีเรื่องเล่า มีเอกลักษณ์ และมีความหมายกับตัวเอง

เมื่อผนวก Soft Power ไทยเข้ากับอีเวนต์หรือเทศกาลระดับโลก ก็ยิ่งทำให้ธุรกิจที่ออกแบบ “ประสบการณ์” มีโอกาสเติบโตสูงตามไปด้วย

ทางเลือกโมเดลธุรกิจ

  • Curated Cultural Tours: ทัวร์ที่พาลงลึกวิถีชุมชน อาหารท้องถิ่น งานฝีมือ พร้อม Storytelling ที่ดี

  • MICE & Event Organizer: จัดประชุม สัมมนา หรืออีเวนต์ในเมืองท่องเที่ยว เชื่อมการทำงานกับการพักผ่อนได้ในทริปเดียว (Bleisure)

  • โปรแกรม Wellness Retreats: ผสมผสานการท่องเที่ยวกับกิจกรรมเพื่อสุขภาพแบบเข้มข้น

ทุนเริ่มต้น

  • ประมาณ 700,000 – 1,500,000 บาท สำหรับออกแบบโปรแกรม ผูก Partner กับโรงแรม/ร้านอาหาร และทำการตลาดออนไลน์

ธุรกิจสายนี้ต้องเก่งทั้งเรื่อง ดีไซน์ประสบการณ์ + สร้างแบรนด์ให้ถูกจริตกลุ่มเป้าหมาย จึงจะไปได้ไกล

เลือกธุรกิจยังไงให้ใช่ ไม่ใช่แค่วิ่งตามกระแส

การเริ่มธุรกิจในปี 2026 ไม่ใช่เรื่องของ “ใครมาก่อนชนะ” เสมอไป แต่คือ ใครอ่านคลื่นเปลี่ยนแปลงขาด และปรับตัวได้เร็วกว่า

ธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตโดดเด่นในยุคนี้มักมีคุณสมบัติร่วมกันคือ:

  1. แก้ปัญหาจริงของตลาด (Pain Point ชัดเจน)
    เช่น รับมือสังคมสูงวัย เรื่องความยั่งยืน หรือปัญหาขาดแรงงาน

  2. หนุนหลังด้วยนโยบายรัฐ
    อย่างการสนับสนุน EV, โครงการโดรนเกษตร, BOI หรือมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ ๆ

  3. ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
    ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความสะดวกสบาย และประสบการณ์ที่มีคุณค่า

สำหรับคนที่มีทุนระดับ 500,000 – 2,000,000 บาท แนวทางที่น่าพิจารณาคือ:

  • โฟกัส ธุรกิจบริการ ที่ไม่ต้องแบกสต๊อกสินค้าเยอะ เช่น Home Healthcare, Cybersecurity, AI Agency

  • เลือกธุรกิจที่มีแรงหนุนจากรัฐ เช่น บริการโดรนเกษตร หรือสถานีชาร์จ EV

  • มองหาตลาดที่เติบโตชัดเจน เช่น กลุ่มสัตว์เลี้ยงและอาหารเพื่อสุขภาพ

การตลาดดิจิทัล: ตัวคูณที่ทำให้ธุรกิจโตเร็วกว่าคู่แข่ง

ไม่ว่าคุณจะเลือกเริ่มจากธุรกิจไหน สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือ การตลาดดิจิทัลที่วางมาดีตั้งแต่ต้น เพราะของดีแต่ไม่มีใครเห็น ก็ยากจะเติบโตในเวลาที่ต้องแข่งกับทั้งแบรนด์ไทยและต่างชาติ

สิ่งที่ผู้ประกอบการยุคนี้ควรให้ความสำคัญได้แก่:

  • การวางโครงสร้างการตลาดออนไลน์ตั้งแต่ Website, Social Media, Content ไปจนถึงระบบเก็บฐานข้อมูลลูกค้า

  • การใช้ AI ช่วยทั้งเรื่อง Content, การยิงโฆษณา, การตอบแชท และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบลึก

  • การสร้างแบรนด์ให้มีเอกลักษณ์และเล่าเรื่องเก่ง เพื่อให้ลูกค้านึกถึงเราเป็นตัวเลือกแรกในหมวดหมู่นั้น ๆ

ถึงเวลาเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นธุรกิจจริง

การเริ่มธุรกิจใหม่อาจดูเสี่ยง แต่ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว การไม่เริ่มอะไรเลยก็อาจเป็นความเสี่ยงเหมือนกัน

ถ้าคุณจับเทรนด์ได้ตรง เลือกโมเดลที่เหมาะกับทุนและความถนัดของตัวเอง แล้วเสริมด้วยการตลาดดิจิทัลและการใช้ AI อย่างมีแผน โอกาสสำเร็จก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม

ปี 2026 คือจังหวะดีในการลงมือ

คำถามจึงไม่ใช่ “จะเริ่มดีไหม” แต่คือ “จะเริ่มจากธุรกิจไหน และจะเริ่มเมื่อไหร่” มากกว่า