อีกหนึ่งไอเดียที่เคยดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้นจริง เมื่อ HaloBraid หุ่นยนต์ผู้ช่วยถักเปียผม เตรียมเริ่มใช้งานในร้านเสริมสวยช่วงเดือนกันยายน 2026 โดยถูกออกแบบมาเพื่อช่วยช่างทำผมลดเวลาการถักเปียจากหลายชั่วโมงให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง พร้อมลดอาการบาดเจ็บจากการใช้งานมือซ้ำ ๆ อีกด้วย
HaloBraid เป็นผลงานของ Yinka Ogunbiyi อดีตนักศึกษาวิศวกรรมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเริ่มพัฒนาโครงการนี้หลังช่วงล็อกดาวน์ปี 2020 เมื่อเธอต้องถักเปียผมด้วยตัวเองและพบว่ากระบวนการดังกล่าวใช้เวลานานและเป็นงานที่ทำซ้ำอย่างหนัก
ไม่ได้แทนช่าง แต่เป็นผู้ช่วย
แม้หลายคนจะเรียกว่า "หุ่นยนต์ถักเปีย" แต่ HaloBraid ไม่สามารถทำผมแทนมนุษย์ทั้งหมดได้
ขั้นตอนการทำงานคือ ช่างทำผมจะเป็นผู้แบ่งผม จัดทรง และเริ่มถักเปียด้วยตัวเองก่อน เมื่อใส่ผมต่อ (Extensions) และจัดโครงสร้างเสร็จแล้ว จึงนำปลายเปียไปให้ HaloBraid ทำหน้าที่ถักต่อจนจบแทน
ด้วยวิธีนี้ หุ่นยนต์สามารถช่วยลดเวลาทำงานส่วนที่ซ้ำซาก ขณะที่ช่างยังคงควบคุมดีไซน์และรายละเอียดของทรงผมทั้งหมด

ลดเวลาถักเปียได้สูงสุด 5 เท่า
ทีมพัฒนาระบุว่า HaloBraid สามารถถักเปียแต่ละเส้นได้เร็วกว่าแรงงานคนสูงสุดประมาณ 5 เท่า
ตัวอย่างเช่น ทรง Box Braids ที่ปกติอาจใช้เวลาราว 6–8 ชั่วโมง อาจลดเหลือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง เมื่อใช้ HaloBraid ช่วยในขั้นตอนการถักเปีย
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาจริงยังขึ้นอยู่กับความยาวของผม ความซับซ้อนของทรง และประสบการณ์ของช่างแต่ละคน
ออกแบบมาเพื่อลดอาการบาดเจ็บของช่าง
เป้าหมายสำคัญของ HaloBraid ไม่ใช่แค่เพิ่มความเร็ว
Yinka Ogunbiyi อธิบายว่าช่างถักเปียจำนวนมากต้องเผชิญปัญหาอาการปวดข้อมือ เอ็นอักเสบ รวมถึงโรค Carpal Tunnel Syndrome และข้ออักเสบจากการทำงานซ้ำเป็นเวลาหลายปี
การให้หุ่นยนต์รับหน้าที่ในส่วนที่ต้องทำซ้ำจึงช่วยลดภาระทางร่างกาย ทำให้ช่างสามารถรับลูกค้าได้มากขึ้น หรือทำงานน้อยลงแต่มีรายได้ใกล้เคียงเดิม
พัฒนานานกว่า 600 ต้นแบบ
กว่าจะมาถึงเวอร์ชันพร้อมใช้งาน HaloBraid ผ่านการทดลองและปรับปรุงมากกว่า 600 ต้นแบบ ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี
ทีมพัฒนาศึกษาทั้งเครื่องถักเชือก เครื่องถักผมของเล่น และเทคนิคการถักเปียจริง เพื่อออกแบบระบบที่สามารถจัดการกับเส้นผมของคนได้อย่างนุ่มนวลโดยไม่ดึงรั้งหรือทำให้เกิดความเจ็บปวด
ร้านเสริมสวยไม่ต้องซื้อเครื่อง
อีกจุดที่น่าสนใจคือ Halo จะไม่ขายเครื่องให้ร้านเสริมสวยโดยตรง
บริษัทเลือกใช้โมเดลธุรกิจที่ให้ร้านและช่างทำผมรับเครื่องไปใช้งาน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า จากนั้น Halo จะรับส่วนแบ่งรายได้จากค่าบริการแต่ละครั้งแทน แม้จะยังไม่เปิดเผยสัดส่วนรายได้อย่างเป็นทางการก็ตาม
ปัจจุบันมีช่างทำผมกว่า 6,000 ราย ลงทะเบียนรับ HaloBraid แล้ว และยังมีรายชื่อรออีกประมาณ 5,000 ราย ในหลายเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส และชิคาโก
นักลงทุนเชื่อว่าเป็นตลาดมหาศาล
HaloBraid ได้รับเงินทุนเริ่มต้น 75,000 ดอลลาร์จากการแข่งขัน Harvard President's Innovation Challenge ก่อนจะระดมทุนเพิ่มเติมรวมกว่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหนึ่งในนักลงทุนคือ Alexis Ohanian ผู้ร่วมก่อตั้ง Reddit ซึ่งมองว่าเทคโนโลยีนี้สามารถแก้ปัญหาที่แทบไม่มีใครพัฒนา แม้อุตสาหกรรมการถักเปียจะมีความต้องการสูงทั่วโลก
AI ช่วยงาน แต่ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
แม้ HaloBraid จะช่วยถักเปียได้รวดเร็ว แต่บริษัทเน้นย้ำว่าหุ่นยนต์ยังไม่สามารถแทนช่างทำผมได้
เครื่องยังไม่สามารถแบ่งผม สร้างลวดลายคอร์นโรว์ (Cornrows) เพิ่มผมต่อ หรือออกแบบทรงผมที่ซับซ้อนได้ รวมถึงไม่สามารถสร้างประสบการณ์การพูดคุยและการดูแลลูกค้าที่เป็นเสน่ห์ของร้านเสริมสวยได้
ด้วยเหตุนี้ Halo จึงวางตำแหน่ง HaloBraid ให้เป็น "ผู้ช่วยของช่าง" มากกว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่เข้ามาแทนที่อาชีพ โดยหวังใช้เทคโนโลยีช่วยลดงานที่ซ้ำซาก เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้ทั้งช่างและลูกค้าใช้เวลาในร้านเสริมสวยน้อยลง แต่ยังคงรักษาความคิดสร้างสรรค์และทักษะของมนุษย์ไว้เหมือนเดิม
ที่มา allure


ความคิดเห็น