รับแอปรับแอป

ซัวเถา 3 วัน 2 คืน ฉบับสายกินสายชิล: เลือกฤดูให้เป๊ะ จัดทริปให้ปัง อาหารแน่นทุกมื้อ!

อารยา จิตดี01-31

ซัวเถา เมืองจีนฟีลบ้านญาติ แต่คาเฟ่และของกินคือยืนหนึ่ง

ซัวเถาไม่ใช่แค่เมืองบรรพบุรุษของหลายบ้านเท่านั้น แต่เป็นจุดหมายที่รวมทุกอย่างที่สายกินสายชิลตามหาไว้ครบ ทั้งกลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่ วิวทะเลแบบสบายตา และอาหารเฉาซานระดับตำนานที่คนรักของอร่อยต้องยกนิ้วให้

เมืองนี้ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมเฉาซานที่ยังรักษาเสน่ห์แบบดั้งเดิมไว้ ทั้งวัดเก่า บ้านโบราณ และตลาดท้องถิ่นที่คึกคักสุดๆ แถมผู้คนเป็นมิตร ค่าใช้จ่ายไม่แรงเท่าเมืองใหญ่ ทำให้บรรยากาศโดยรวมให้ฟีลเหมือนไปเที่ยวบ้านญาติที่จีนจริงๆ

ปัจจุบันมีไฟลต์บินตรงให้เลือกหลายสายการบิน แลนด์มาร์กใหม่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าอยากจัดทริปซัวเถาแบบครบเครื่อง ทั้งที่เที่ยว ที่กิน แพลนเดินทาง และงบประมาณ นี่คือคู่มือที่ตอบทุกข้อสงสัยให้คุณเตรียมพร้อมก่อนแพ็กกระเป๋า

ไปซัวเถาเดือนไหนดีที่สุด?

อากาศซัวเถาเปลี่ยนโหมดไวมาก เดี๋ยวแดด เดี๋ยวลม เดี๋ยวฝน ถ้าเลือกฤดูกาลดีๆ ทริปจะสบายขึ้นเยอะ เดินเล่นก็ชิล ถ่ายรูปก็สวย

ช่วงปังสุด: ตุลาคม – มีนาคม

ช่วงปลายปีถึงต้นปีคือเวลาโกลเด้นไทม์ของซัวเถา อากาศดี เดินเที่ยวสบาย ไม่หนาวโหดและไม่ร้อนจนหน้าเยิ้ม

  • อุณหภูมิประมาณ 16–25°C เดินเที่ยวได้ยาว ไม่เหนื่อยง่าย

  • ท้องฟ้าใส ถ่ายรูปเมืองเก่าหรือวัดต่างๆ สีสวยแบบไม่ต้องแต่งเยอะ

  • เที่ยวเกาะหนานอ้าวฟีลดี ลมเย็น น้ำทะเลใสกว่าหลายเดือนอื่น

  • กินอาหารร้อนๆ อย่างหม้อไฟเนื้อวัว ซุปกระดูกเฉาซาน หรือห่านพะโล้ จะฟินเป็นพิเศษเพราะอากาศเย็นนิดๆ

ช่วงควรเลี่ยง: มิถุนายน – กันยายน

เพราะซัวเถาเป็นเมืองชายฝั่ง กลางปีเลยมักเจออากาศเหวี่ยงสุด ทั้งฝน ลมแรง และบางปีมีไต้ฝุ่นจนเรือไปเกาะต้องหยุดวิ่ง

  • ฝนตกสุ่มเวลา เดายากมาก

  • อากาศชื้น เดินทั้งวันมีสิทธิ์เหนียวตัว

  • คลื่นทะเลแรง กิจกรรมทางน้ำและทริปไปเกาะอาจโดนยกเลิก

  • ฟ้าครึ้ม ถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยสดใส

  • แต่! ถ้าไม่กลัวฝน เน้นเที่ยวในเมือง นั่งคาเฟ่ กินของอร่อย และอยากเซฟงบ ช่วงนี้ที่พักหลายที่ราคาดีเลย

ช่วงกลางๆ ใช้ได้: เมษายน – พฤษภาคม

เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูเย็นเข้าสู่หน้าร้อน อากาศเริ่มอุ่นแต่ยังไม่ถึงขั้นอบอ้าว

  • แดดสวย เหมาะกับถ่ายรูปวิวทะเลและธรรมชาติ

  • เดินเล่นสวนสาธารณะหรือเส้นทางธรรมชาติได้แบบไม่เหนื่อยมาก

  • คนเที่ยวไม่แน่นเท่าปลายปี

  • ร้านอาหารท้องถิ่นเปิดครบ ไม่ค่อยเจอช่วงปิดปรับปรุง

10 ที่เที่ยวซัวเถา ต้องมีในแพลน!

1) ย่านเมืองเก่าซัวเถา & สวนสาธารณะเล็ก (Shantou Old Town & Xiao Gongyuan)

ย่านเมืองเก่าคือโซนที่เดินแล้วเหมือนย้อนเวลากลับไปจีนยุคคลาสสิกแบบไม่ต้องท่องประวัติศาสตร์ให้ปวดหัว อาคารแนวยุโรปผสมจีนยังคงสภาพดี เดินถ่ายรูปได้ทุกมุม คาเฟ่เท่ๆ ก็ผุดขึ้นเพียบ

สวนสาธารณะเล็ก Xiao Gongyuan อยู่ไม่ไกลจากโซนเมืองเก่า เป็นมุมพักเท้า นั่งกินไอศกรีมหรือกาแฟ แล้วดูชีวิตคนท้องถิ่นแบบเพลินๆ

  • คำแนะนำ : ไปช่วงสายถึงบ่ายแก่ แสงสวย เดินง่าย

  • ที่อยู่ : เขต Jinping เมืองซัวเถา

  • ค่าเข้าชม : ฟรี

  • เวลาทำการ : เดินได้ทั้งวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดราว 10.00–20.00 น.

2) เกาะหนานอ้าว (Nan’ao Island)

เกาะหนานอ้าวคือเหตุผลที่ทำให้หลายคนเริ่มสนใจซัวเถาแบบจริงจัง ทะเลสวย น้ำใส หาดสะอาด และมีสะพานเชื่อมจากฝั่ง เดินทางง่ายมาก อยากเล่นน้ำ ปั่นจักรยาน นั่งคาเฟ่ริมหาด หรือปีนเขาไปจุดชมวิวก็ทำได้หมด

  • คำแนะนำ : เช็กพยากรณ์อากาศก่อน เพราะบางวันลมแรง

  • ที่อยู่ : เขตกงชาง เมืองซัวเถา

  • ค่าเข้าชม : ฟรี (บางจุดบนเกาะอาจเสียเพิ่ม)

  • เวลาทำการ : 24 ชั่วโมง

3) อุทยานภูเขาเชวี่ยสือ (Queshi Scenic Area)

ใครชอบธรรมชาติแบบทางเดินไม่โหดต้องมาที่นี่ เส้นทางเลียบทะเลพร้อมวิวภูเขาหินรูปร่างแปลกตา ลมพัดเย็นๆ เดินได้เรื่อยๆ ไม่เหนื่อยมาก ไฮไลต์คือจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองซัวเถาทั้งเมือง และสะพานหินธรรมชาติที่ถ่ายรูปออกมาปังมาก คนไม่แน่นเท่าเกาะ ทำให้บรรยากาศค่อนข้างสงบ

  • คำแนะนำ : พกน้ำไปด้วย เพราะทางเดินยาวพอสมควร

  • ที่อยู่ : เขต Longhu ซัวเถา

  • ค่าเข้าชม : ฟรี

  • เวลาทำการ : 06.00–18.30 น.

4) วัดเหลามา (Lao Ma Gong)

วัดดังของชาวเฉาซานที่คนท้องถิ่นนิยมมากราบไหว้ขอพรเรื่องการงานและครอบครัว สถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมยังอยู่ครบ รายละเอียดลวดลายแน่นจนยืนมองเพลินไปเป็นชั่วโมง กลิ่นธูปและบรรยากาศสงบช่วยเติมพลังใจให้ทริปนี้รู้สึกมีความหมายขึ้นอีกระดับ

  • คำแนะนำ : แต่งกายสุภาพ ถ่ายรูปได้แต่ควรให้เกียรติผู้ที่มากราบไหว้

  • ที่อยู่ : เขต Jinping

  • ค่าเข้าชม : ฟรี

  • เวลาทำการ : 08.00–17.00 น.

5) พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติเฉาซาน (Chaoshan Revolution Museum)

ใครอยากเข้าใจภูมิภาคเฉาซานมากขึ้นควรแวะที่นี่ จัดแสดงเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญด้านประวัติศาสตร์ การเมือง และวัฒนธรรมในแบบที่ดูง่าย มีรูปเก่าและของใช้สมัยก่อนสงครามให้ชมเยอะ ภายในปรับปรุงใหม่ ดูทันสมัยกว่าที่คิด

  • คำแนะนำ : เผื่อเวลาไว้ราว 1–1.5 ชั่วโมง

  • ที่อยู่ : เขต Jinping ซัวเถา

  • ค่าเข้าชม : ฟรี

  • เวลาทำการ : 09.00–17.00 น. (ปิดวันจันทร์)

6) จุดชมวิวเชวี่ยสือ (Xue Shi Viewpoint)

จุดชมวิวบนเนินเตี้ยๆ ที่ให้ภาพเมืองซัวเถาแบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงเย็น แสงสวย ถ่ายรูปออกมาดีมาก ทางขึ้นไม่ชัน เดินไม่นานก็ถึงยอด เป็นมุมหนีความวุ่นวายในเมือง เหมาะกับสายชิล

  • คำแนะนำ : ไปก่อนพระอาทิตย์ตกสัก 30 นาที

  • ที่อยู่ : เขต Longhu

  • ค่าเข้าชม : ฟรี

  • เวลาทำการ : 06.00–19.00 น.

7) บ้านเกิดของเฉินซีฮุย (Chen Cihui Former Residence)

ที่นี่ทำให้เห็นวิถีชีวิตและบ้านไม้แบบดั้งเดิมของคนเฉาซานแบบใกล้ชิด ตัวบ้านไม่ใหญ่แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งประตู หน้าต่าง และลายแกะสลักที่แสดงให้เห็นความละเอียดของช่างในยุคก่อน เหมาะสำหรับคนที่ชอบฟีลวินเทจและบ้านเก่า

  • คำแนะนำ : เหมาะกับสายถ่ายรูปโทนย้อนยุค

  • ที่อยู่ : เขต Haojiang

  • ค่าเข้าชม : ฟรี

  • เวลาทำการ : 09.00–17.00 น.

8) เกาะมาหยู (Mayu Island)

เกาะเงียบๆ สำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายจากแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต หาดสะอาด น้ำใส และมีเส้นทางเดินชมวิวริมหน้าผาที่สวยจนรู้สึกเหมือนได้โลเคชันลับ นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ ฟีลพักผ่อนจริงจัง

  • คำแนะนำ : ร้านค้าบนเกาะมีไม่มาก ควรพกน้ำและของกินไปด้วย

  • ที่อยู่ : เขต Jinping (นั่งเรือข้ามฟากประมาณ 10 นาที)

  • ค่าเข้าชม : ฟรี (จ่ายเฉพาะค่าเรือ)

  • เวลาทำการ : 08.00–18.00 น.

9) คิงอาว เบย์ (Qing’ao Bay)

โซนอ่าวที่วิวทะเลสวยแบบไม่ต้องพยายาม หาดทรายยาว น้ำใส บรรยากาศนิ่งๆ เหมาะกับการพักสมอง ช่วงเช้าเป็นเวลาที่ดีที่สุดเพราะคนยังไม่เยอะ แถมมีคาเฟ่ริมหาดเปิดใหม่หลายร้าน ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูดี

  • คำแนะนำ : เหมาะกับเดินเล่น รับลม เน้นชิลมากกว่าเล่นน้ำ

  • ที่อยู่ : บนเกาะหนานอ้าว

  • ค่าเข้าชม : ฟรี

  • เวลาทำการ : 24 ชั่วโมง

10) เกาะกิงปอง (Jinping Island)

เกาะสำหรับคนรักธรรมชาติที่อยากได้ภาพทะเลแบบดิบๆ ไม่ปรุงแต่ง ชายฝั่งยังค่อนข้างธรรมชาติ มีทางเดินบนโขดหินและจุดชมวิวมุมสูงที่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นเงียบๆ ห่างจากความพลุกพล่าน

  • คำแนะนำ : ใส่รองเท้ากันลื่น เพราะต้องเดินบนโขดหิน

  • ที่อยู่ : เขต Jinping

  • ค่าเข้าชม : ฟรี

  • เวลาทำการ : 08.00–18.00 น.

ตัวอย่างแพลนเที่ยวซัวเถา: มีวันเดียวก็ไปได้ มีสามวันยิ่งฟิน

ซัวเถาเป็นเมืองที่เดินทางไม่ยาก สถานที่หลักอยู่ห่างกันไม่มาก รถสาธารณะและบริการเรียกรถมีให้เลือกเยอะ เลยจัดแพลนได้ทั้งแบบวันเดียวเที่ยวคุ้ม หรือ 3 วัน 2 คืนเก็บทั้งเมืองและทะเลแบบเต็มๆ

แพลน One-Day Trip: ซัวเถาในหนึ่งวันแบบไม่วิ่งแข่งกับเวลา

เหมาะกับคนเวลาน้อย แต่อยากเก็บฟีลเมืองเก่า กินของอร่อย และแวะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แนะนำใช้แท็กซี่หรือแอป Didi จะจัดเวลาได้ง่ายสุด

ช่วงเช้า: เปิดทริปที่ย่านเมืองเก่า

ย่านเมืองเก่าซัวเถา (Shantou Old Town)

  • เดินเล่นชมอาคารยุโรปผสมจีน ถ่ายรูปได้รัวๆ แทบทุกมุม

  • ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง

  • หาอะไรรองท้องง่ายๆ เช่น ขนมพื้นเมืองหรือชาเฉาซาน

  • เดินต่อไปสวนเล็ก Xiao Gongyuan ที่อยู่ใกล้ๆ

  • นั่งพักเท้า สูดอากาศสบายๆ ก่อนออกลุยช่วงต่อไป

ช่วงสาย – เที่ยง: แวะทำบุญ + กินมื้อใหญ่

วัดเหลามา (Lao Ma Gong)

  • วัดดังที่คนท้องถิ่นศรัทธา ไหว้ขอพรเรื่องงาน การเงิน และครอบครัว

  • เผื่อเวลา 30–45 นาที

  • แต่งกายสุภาพจะดีที่สุด

  • หลังไหว้พระ จัดมื้อเที่ยงแบบเฉาซานแท้ๆ เช่น ห่านพะโล้ ลูกชิ้นเนื้อทำมือ หรือหม้อไฟเนื้อวัวแบบเบาๆ

ช่วงบ่าย: ชมวิวภูเขาริมทะเล

อุทยานภูเขาเชวี่ยสือ (Queshi Scenic Area)

  • จุดเช็กอินที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักซัวเถา

  • เดินเส้นทางชมวิวเบาๆ ได้ภาพภูเขาริมทะเลสวยแบบไม่ต้องปีนเขาหนัก

ช่วงเย็น: ปิดทริปด้วยวิวเมืองจากมุมสูง

  • ขึ้นจุดชมวิวเชวี่ยสือ (Xue Shi Viewpoint)

  • ไปก่อนพระอาทิตย์ตกประมาณ 30 นาที

  • ได้รูปวิวเมืองติดทะเลแบบสวยกว่าที่คาดไว้เยอะ

  • ถ้าอยากจบทริปแบบอิ่มใจและอิ่มท้อง แนะนำหม้อไฟเนื้อวัวสไตล์เฉาซานอีกรอบ เป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด

แพลน 3 วัน 2 คืน: กิน เที่ยว คาเฟ่ ทะเล ครบสูตร

แพลนนี้เหมาะสำหรับสายเนิบ สายกิน สายคอนเทนต์ ที่อยากเก็บทั้งเมือง เกาะ คาเฟ่ และโลคอลไลฟ์สไตล์แบบไม่เร่งรีบ

Day 1: อินกับเมืองซัวเถาแบบช้าๆ แต่ครบ

ช่วงเช้า

  • เดินย่านเมืองเก่า แวะคาเฟ่ท้องถิ่น

  • ถ่ายรูปอาคารโบราณและตรอกซอกซอยที่ยังมีกลิ่นอายคลาสสิก

ช่วงเที่ยง

  • กินห่านพะโล้หรือเมนูข้าว/เส้นสไตล์เฉาซานแบบต้นตำรับ

  • ปิดท้ายด้วยของหวานทำมือจากร้านท้องถิ่น

ช่วงบ่าย

  • เที่ยวอุทยานภูเขาเชวี่ยสือ (Queshi Scenic Area)

  • ตามล่ามุมทะเลและสะพานหินธรรมชาติ

ช่วงเย็น

  • ขึ้นจุดชมวิวเชวี่ยสือ

  • ปิดวันด้วยหม้อไฟเนื้อวัวร้านดังแถว Longhu District

Day 2: เกาะหนานอ้าวเต็มวัน ฟีลทะเลเน้นๆ

ช่วงเช้า

  • ข้ามสะพานไปเกาะหนานอ้าว

  • แวะหาดแรก ถ่ายรูปกับน้ำทะเลใสๆ

ช่วงสาย – เที่ยง

  • ปั่นจักรยานรอบเกาะหรือขึ้นจุดชมวิวบนเขาตามกำลัง

  • กินอาหารทะเลสด มื้อกลางวันที่ราคาเป็นมิตรกว่าที่คิด

ช่วงบ่าย

  • เดินเล่นคิงอาว เบย์ (Qing’ao Bay)

  • แวะคาเฟ่ริมหาด นั่งดูทะเลแบบไม่รีบร้อน

ช่วงเย็น

  • นั่งดูพระอาทิตย์ตกริมชายหาด

  • เดินเล่น Night Market บนเกาะ (ถ้าวันนั้นเปิด)

  • จะกลับเข้าเมืองหรือค้างบนเกาะ 1 คืนก็ได้ ฟีลทะเลเงียบๆ คือดีมาก

Day 3: เที่ยวเบาๆ ช้อปของฝากก่อนกลับ

ช่วงเช้า

  • เลือกไปเกาะมาหยู หรือบ้านเกิดเฉินซีฮุย ตามสไตล์ที่ชอบ

  • เดินเล่น ถ่ายรูปชิลๆ

ช่วงเที่ยง

  • กินอาหารเฉาซานส่งท้าย เช่น ลูกชิ้นเนื้อทำมือ หรือก๋วยเตี๋ยวหลอดสไตล์ซัวเถา

ช่วงบ่าย

  • ช้อปของฝาก เช่น ชาเฉาซาน ขนมพื้นเมืองกลับบ้าน

  • เดินทางกลับสนามบินแบบไม่เร่งรีบ

6 เมนูซัวเถาที่ต้องกินให้ครบ!

อาหารซัวเถาคือจุดที่ทำให้หลายคนอยากกลับมาซ้ำ เมืองชายฝั่งแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบสด รสละมุน และการปรุงแบบเน้นธรรมชาติ ใครเป็นสายกินหรือชอบสำรวจวัฒนธรรมผ่านอาหาร บอกเลยว่าต้องจัดให้ครบ

1) หม้อไฟเนื้อวัว (Beef Hotpot)

หม้อไฟเนื้อสไตล์ซัวเถาเด่นตรงการใช้เนื้อสดหลายส่วน ทั้งลิ้น เนื้อสัน และเครื่องใน ลวกในหม้อซุปใสสไตล์แต้จิ๋วที่ให้ความหวานจากกระดูกแบบธรรมชาติ กินคู่กับน้ำจิ้มถั่วลิสงหอมๆ เติมพริกและผักชีเพิ่มมิติ จานนี้คือบทพิสูจน์เรื่องคุณภาพของวัตถุดิบอย่างแท้จริง

2) ก๋วยเตี๋ยวหลอดสไตล์ซัวเถา (Shantou Cheong Fun)

ต่างจากก๋วยเตี๋ยวหลอดแบบฮ่องกงตรงที่แป้งบาง นุ่ม และหอมเฉพาะตัว มักใส่กุ้งสด หมูแดง หรือหมูสับ ราดด้วยซอสซีอิ๊วหวานเค็มกำลังดี กินแล้วละมุน ไม่มันเลี่ยน เหมาะจะเป็นทั้งมื้อเช้าและของว่างระหว่างวัน

3) ห่านพะโล้ (Braised Goose)

เมนูประจำโต๊ะของคนซัวเถา ห่านคุณภาพดีตุ๋นในน้ำพะโล้เครื่องเทศหอมจนเนื้อนุ่มแต่ยังเป็นชิ้น หนังบางมันพอดี กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือเส้นหมี่ก็เข้ากัน เป็นหนึ่งในเมนูที่ถ้ามาซัวเถาแล้วไม่ลองถือว่ามาไม่ถึง

4) ลูกชิ้นเนื้อทำมือ (Handmade Beef Balls)

ลูกชิ้นเนื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด้งหอมและกลิ่นเนื้อชัด เพราะทำสดวันต่อวัน ไม่อัดแป้งจนเกินไป จะใส่ในซุปใส กินกับหมี่ซั่ว หรือรับประทานคู่หม้อไฟก็อร่อย เนื้อสัมผัสกรุบแต่นุ่ม ละเอียดกว่าแบบทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

5) หมี่ซั่วน้ำใสสไตล์แต้จิ๋ว (Teochew Clear Broth Noodles)

หมี่ซั่วเส้นเล็กลวกกำลังดี เสิร์ฟในซุปใสที่เคี่ยวจากกระดูกหมูและปลาตากแห้งสไตล์ท้องถิ่น ใส่หมูสับ ปลา และผักกุยช่ายหน่อยๆ กลิ่นหอมของน้ำซุปคือจุดขาย กินง่าย อุ่นท้อง เหมาะมากสำหรับมื้อเช้า

6) เต้าหู้ปลา (Fish Tofu)

ชื่อเรียกเต้าหู้ แต่วัตถุดิบคือเนื้อปลาบดจนเนียน นึ่งจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน คล้ายเต้าหู้ญี่ปุ่นแต่มีความหอมของปลาแบบแต้จิ๋ว นิยมใส่ในซุปหรือหม้อไฟเนื้อวัวเพื่อเพิ่มเลเยอร์รสชาติ

เที่ยวง่ายแม้ไปเอง: การเดินทางในซัวเถา

แม้ซัวเถาจะเป็นเมืองใหญ่ แต่การเดินทางถือว่าง่ายกว่าที่คิด ระบบขนส่งค่อนข้างครบ ทั้งรถบัสราคาเบาๆ แท็กซี่ และแอปเรียกรถอย่าง Didi ที่ช่วยให้เที่ยวเองได้แบบไม่ต้องง้อทัวร์ ค่าเดินทางโดยรวมก็ไม่ได้แรง ทำให้วางแผนไปทั้งในเมืองและแถบทะเลได้สบาย

ออกจากสนามบินเข้าเมืองยังไงดี?

สนามบินหลักคือ Shantou Chaoshan International Airport (SWA) แม้อยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร แต่มีตัวเลือกเดินทางหลากหลายตามงบและความรีบ

วิธีเดินทางยอดนิยม

รถบัสสนามบิน (Airport Shuttle Bus)

  • ตัวเลือกประหยัดสุด ค่าตั๋วหลักสิบหยวน

  • จอดตามจุดสำคัญในเมือง เช่น สถานีรถไฟ

  • ความถี่ประมาณทุก 20–30 นาที

  • ใช้เวลาราว 40–60 นาที แล้วแต่จราจร

  • มีที่เก็บกระเป๋าให้

แท็กซี่จากสนามบิน

  • เหมาะกับคนมีสัมภาระเยอะหรือมาถึงไฟลต์ดึก

  • มีจุดบริการหน้าสนามบิน ไม่ต้องเดินไกล

  • ราคาประมาณ 120–160 หยวน

  • ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35–45 นาที

เรียกรถผ่านแอป Didi

  • สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว เลือกประเภทรถได้ทั้งแบบประหยัดและพรีเมียม

  • ราคามักถูกกว่าแท็กซี่นิดหน่อย

  • ระบบแสดงเส้นทางชัด ไม่ต้องอธิบายทางเยอะ

  • เหมาะมากสำหรับคนเที่ยวเดี่ยวหรือกลุ่มเล็ก

รถบัสประจำทางในเมือง

ถ้าอยากลองใช้ชีวิตแบบโลคอล รถบัสคือเพื่อนคู่ใจ ราคาถูกมาก หลายสายเริ่มต้นแค่ 1–2 หยวน แต่ควรรู้เส้นทางและปลายทางให้ชัด จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ

ข้อควรรู้ก่อนขึ้นบัส

  • ให้บริการตั้งแต่เช้าจนประมาณสามทุ่ม

  • ป้ายบัสหลายจุดอยู่ใกล้ที่เที่ยวหลัก เช่น เมืองเก่า และ Queshi Scenic Area

  • ส่วนใหญ่รับจ่ายผ่าน QR Code (WeChat/Alipay) มากกว่าเงินสด

  • เหมาะกับคนที่มีเวลา ไม่ได้รีบ

ข้อดี

  • ราคามิตรภาพที่สุด

  • เส้นทางครอบคลุมหลายย่านในเมือง

ข้อเสีย

  • บางเส้นทางค่อนข้างอ้อม ต้องวางแผนล่วงหน้า

  • ช่วง Rush Hour คนอาจแน่น

แท็กซี่ & แอปเรียกรถ (Didi)

แท็กซี่และ Didi คือวิธีเดินทางยอดฮิตสำหรับคนไทย เพราะเร็ว ไม่ต้องลุ้นเรื่องหลงทาง และราคาชัดเจน

ทำไมหลายคนปลื้ม Didi?

  • ไม่ต้องพูดภาษาจีนเยอะ แค่ปักหมุดก็จบ

  • เห็นราคาก่อนกดยืนยัน ลดความกังวลเรื่องโดนคิดเกิน

  • เลือกประเภทของรถได้ (Express, Premier หรือรถใหญ่สำหรับสัมภาระเยอะ)

  • เรียกได้แทบทุกพื้นที่ รวมถึงช่วงกลางคืน

ราคาโดยประมาณ

  • วิ่งในเมือง: ประมาณ 15–35 หยวน

  • ไปจุดท่องเที่ยวหลัก เช่น จุดชมวิวเชวี่ยสือ หรือ Queshi Scenic Area: 25–50 หยวน

  • วิ่งไกลขึ้น แถวชายฝั่งหรือข้ามเขต: ราว 60–90 หยวน

เลือกพักย่านไหนในซัวเถาดี?

การเลือกที่พักในซัวเถาสำคัญกว่าที่คิด เพราะแต่ละย่านให้ฟีลไม่เหมือนกันเลย ทั้งสายคาเฟ่ สายวัฒนธรรม หรือสายทะเลมีโซนที่ตอบโจทย์ต่างกันชัดเจน

1) ย่านเมืองเก่า (Old Town): สายวัฒนธรรมต้องเลิฟ

เหมาะกับคนที่อยากซึมซับบรรยากาศเฉาซานแบบต้นฉบับ เดินออกจากโรงแรมก็เจออาคารเก่า คาเฟ่เล็กๆ ร้านค้าโลคอล และถนนเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์

จุดเด่น

  • ใกล้แลนด์มาร์กสำคัญอย่างเมืองเก่า สวนสาธารณะเล็ก และถนนคนเดิน

  • เดินเที่ยวได้ทั้งวัน แทบไม่ต้องพึ่งรถ

  • ร้านอาหารท้องถิ่นเยอะมาก ทั้งห่านพะโล้ หม้อไฟเนื้อ และร้านชา/กาแฟสไตล์เรโทร

2) ย่านใจกลางเมือง: สายสะดวกสบายทุกอย่างต้องพร้อม

ใครเน้นความสะดวก ต้องเลือกโซนนี้ เพราะเต็มไปด้วยห้าง ร้านอาหาร คาเฟ่ โมเดิร์น และซูเปอร์มาร์เก็ต การเดินทางเชื่อมต่อได้ง่ายที่สุด

จุดเด่น

  • ใกล้จุดคมนาคมหลัก ไปไหนก็สะดวก

  • ร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกเยอะมาก

  • มีที่พักหลายระดับตั้งแต่ประหยัดจนถึงโรงแรม 5 ดาว

3) เกาะหนานอ้าว (Nan’ao Island): สายทะเล สายชาร์จพลัง

เหมาะกับคนที่อยากตื่นมาเห็นทะเลทุกเช้า อยากนั่งฟังเสียงคลื่นแทนเสียงรถติด พักบนเกาะหนานอ้าวคือคำตอบ

จุดเด่น

  • บรรยากาศดีมาก เหมาะกับการฟื้นฟูร่างกายและหัวใจ

  • โรงแรมหลายที่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงชายหาด

  • อากาศสดชื่น ปราศจากความวุ่นวายแบบในเมืองใหญ่

วางแผนงบเที่ยวซัวเถา: ใช้เงินประมาณไหนถึงจะกำลังดี?

งบเที่ยวซัวเถาไม่ได้โหดอย่างที่คิด เพราะค่าครองชีพเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว หากวางแผนดีๆ สามารถเที่ยว 3 วัน 2 คืนแบบกินดี พักสบาย และเดินทางสะดวกได้ในงบที่ควบคุมได้

โดยเฉลี่ย งบ 3 วัน 2 คืนต่อคน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) มักเริ่มราว 7,500–12,000 บาท ครอบคลุมทั้งที่พัก อาหาร การเดินทางในเมือง และค่าเข้าชมสถานที่สำคัญ ส่วนใครจะเน้นประหยัดหรือจัดเต็มก็ปรับได้ตามสไตล์ตัวเอง

ค่าใช้จ่ายหลักที่ควรรู้

  • ที่พัก : ประมาณ 800–2,000 บาท/คืน สำหรับโรงแรมทำเลดีหรือใกล้โซนท่องเที่ยว

  • อาหาร : มื้อละราว 80–200 บาท ถ้าเลือกร้านดังหรือร้านเก่าแก่ อาจขยับไปที่ 200–350 บาท

  • การเดินทาง : แท็กซี่เฉลี่ย 60–120 บาท/เที่ยว รถบัสเพียง 10–20 บาท

  • ค่าเข้าชมสถานที่ : ส่วนใหญ่ไม่แพง ประมาณ 50–150 บาท/แห่ง

โดยรวมแล้ว ซัวเถาเหมาะทั้งคนงบจำกัดและคนที่อยากเที่ยวแบบสบายๆ ช้อปของฝากเล็กน้อย นั่งคาเฟ่ นอนพักดีๆ โดยไม่ต้องใช้เงินระดับเมืองท็อปฮิตของจีน

คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับซัวเถา

ไปเที่ยวซัวเถาต้องขอวีซ่าไหม?

หากเดินทางเข้าจีนเพื่อท่องเที่ยวและพำนักไม่เกิน 30 วัน ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า (ตามเงื่อนไขนโยบายปัจจุบัน ควรเช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง)

เที่ยวซัวเถาช่วงไหนดีที่สุด?

ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) และฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) เป็นช่วงที่อากาศดี เหมาะกับการเดินเที่ยวและขึ้นเกาะมากที่สุด

ที่ซัวเถาพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?

ภาษาอังกฤษอาจใช้ได้ในบางพื้นที่ เช่น โรงแรมหรือแหล่งท่องเที่ยวที่รองรับชาวต่างชาติ แต่โดยรวมยังไม่แพร่หลายมากนัก การมีแอปแปลภาษาหรือเตรียมที่อยู่/ชื่อสถานที่เป็นภาษาจีนไว้ จะช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้นมาก