ซัวเถา เมืองจีนฟีลบ้านญาติ แต่คาเฟ่และของกินคือยืนหนึ่ง
ซัวเถาไม่ใช่แค่เมืองบรรพบุรุษของหลายบ้านเท่านั้น แต่เป็นจุดหมายที่รวมทุกอย่างที่สายกินสายชิลตามหาไว้ครบ ทั้งกลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่ วิวทะเลแบบสบายตา และอาหารเฉาซานระดับตำนานที่คนรักของอร่อยต้องยกนิ้วให้
เมืองนี้ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมเฉาซานที่ยังรักษาเสน่ห์แบบดั้งเดิมไว้ ทั้งวัดเก่า บ้านโบราณ และตลาดท้องถิ่นที่คึกคักสุดๆ แถมผู้คนเป็นมิตร ค่าใช้จ่ายไม่แรงเท่าเมืองใหญ่ ทำให้บรรยากาศโดยรวมให้ฟีลเหมือนไปเที่ยวบ้านญาติที่จีนจริงๆ
ปัจจุบันมีไฟลต์บินตรงให้เลือกหลายสายการบิน แลนด์มาร์กใหม่ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าอยากจัดทริปซัวเถาแบบครบเครื่อง ทั้งที่เที่ยว ที่กิน แพลนเดินทาง และงบประมาณ นี่คือคู่มือที่ตอบทุกข้อสงสัยให้คุณเตรียมพร้อมก่อนแพ็กกระเป๋า
ไปซัวเถาเดือนไหนดีที่สุด?
อากาศซัวเถาเปลี่ยนโหมดไวมาก เดี๋ยวแดด เดี๋ยวลม เดี๋ยวฝน ถ้าเลือกฤดูกาลดีๆ ทริปจะสบายขึ้นเยอะ เดินเล่นก็ชิล ถ่ายรูปก็สวย
ช่วงปังสุด: ตุลาคม – มีนาคม
ช่วงปลายปีถึงต้นปีคือเวลาโกลเด้นไทม์ของซัวเถา อากาศดี เดินเที่ยวสบาย ไม่หนาวโหดและไม่ร้อนจนหน้าเยิ้ม
อุณหภูมิประมาณ 16–25°C เดินเที่ยวได้ยาว ไม่เหนื่อยง่าย
ท้องฟ้าใส ถ่ายรูปเมืองเก่าหรือวัดต่างๆ สีสวยแบบไม่ต้องแต่งเยอะ
เที่ยวเกาะหนานอ้าวฟีลดี ลมเย็น น้ำทะเลใสกว่าหลายเดือนอื่น
กินอาหารร้อนๆ อย่างหม้อไฟเนื้อวัว ซุปกระดูกเฉาซาน หรือห่านพะโล้ จะฟินเป็นพิเศษเพราะอากาศเย็นนิดๆ
ช่วงควรเลี่ยง: มิถุนายน – กันยายน
เพราะซัวเถาเป็นเมืองชายฝั่ง กลางปีเลยมักเจออากาศเหวี่ยงสุด ทั้งฝน ลมแรง และบางปีมีไต้ฝุ่นจนเรือไปเกาะต้องหยุดวิ่ง
ฝนตกสุ่มเวลา เดายากมาก
อากาศชื้น เดินทั้งวันมีสิทธิ์เหนียวตัว
คลื่นทะเลแรง กิจกรรมทางน้ำและทริปไปเกาะอาจโดนยกเลิก
ฟ้าครึ้ม ถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยสดใส
แต่! ถ้าไม่กลัวฝน เน้นเที่ยวในเมือง นั่งคาเฟ่ กินของอร่อย และอยากเซฟงบ ช่วงนี้ที่พักหลายที่ราคาดีเลย
ช่วงกลางๆ ใช้ได้: เมษายน – พฤษภาคม
เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูเย็นเข้าสู่หน้าร้อน อากาศเริ่มอุ่นแต่ยังไม่ถึงขั้นอบอ้าว
แดดสวย เหมาะกับถ่ายรูปวิวทะเลและธรรมชาติ
เดินเล่นสวนสาธารณะหรือเส้นทางธรรมชาติได้แบบไม่เหนื่อยมาก
คนเที่ยวไม่แน่นเท่าปลายปี
ร้านอาหารท้องถิ่นเปิดครบ ไม่ค่อยเจอช่วงปิดปรับปรุง
10 ที่เที่ยวซัวเถา ต้องมีในแพลน!
1) ย่านเมืองเก่าซัวเถา & สวนสาธารณะเล็ก (Shantou Old Town & Xiao Gongyuan)
ย่านเมืองเก่าคือโซนที่เดินแล้วเหมือนย้อนเวลากลับไปจีนยุคคลาสสิกแบบไม่ต้องท่องประวัติศาสตร์ให้ปวดหัว อาคารแนวยุโรปผสมจีนยังคงสภาพดี เดินถ่ายรูปได้ทุกมุม คาเฟ่เท่ๆ ก็ผุดขึ้นเพียบ
สวนสาธารณะเล็ก Xiao Gongyuan อยู่ไม่ไกลจากโซนเมืองเก่า เป็นมุมพักเท้า นั่งกินไอศกรีมหรือกาแฟ แล้วดูชีวิตคนท้องถิ่นแบบเพลินๆ
คำแนะนำ : ไปช่วงสายถึงบ่ายแก่ แสงสวย เดินง่าย
ที่อยู่ : เขต Jinping เมืองซัวเถา
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาทำการ : เดินได้ทั้งวัน ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดราว 10.00–20.00 น.
2) เกาะหนานอ้าว (Nan’ao Island)
เกาะหนานอ้าวคือเหตุผลที่ทำให้หลายคนเริ่มสนใจซัวเถาแบบจริงจัง ทะเลสวย น้ำใส หาดสะอาด และมีสะพานเชื่อมจากฝั่ง เดินทางง่ายมาก อยากเล่นน้ำ ปั่นจักรยาน นั่งคาเฟ่ริมหาด หรือปีนเขาไปจุดชมวิวก็ทำได้หมด
คำแนะนำ : เช็กพยากรณ์อากาศก่อน เพราะบางวันลมแรง
ที่อยู่ : เขตกงชาง เมืองซัวเถา
ค่าเข้าชม : ฟรี (บางจุดบนเกาะอาจเสียเพิ่ม)
เวลาทำการ : 24 ชั่วโมง
3) อุทยานภูเขาเชวี่ยสือ (Queshi Scenic Area)
ใครชอบธรรมชาติแบบทางเดินไม่โหดต้องมาที่นี่ เส้นทางเลียบทะเลพร้อมวิวภูเขาหินรูปร่างแปลกตา ลมพัดเย็นๆ เดินได้เรื่อยๆ ไม่เหนื่อยมาก ไฮไลต์คือจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองซัวเถาทั้งเมือง และสะพานหินธรรมชาติที่ถ่ายรูปออกมาปังมาก คนไม่แน่นเท่าเกาะ ทำให้บรรยากาศค่อนข้างสงบ
คำแนะนำ : พกน้ำไปด้วย เพราะทางเดินยาวพอสมควร
ที่อยู่ : เขต Longhu ซัวเถา
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาทำการ : 06.00–18.30 น.
4) วัดเหลามา (Lao Ma Gong)
วัดดังของชาวเฉาซานที่คนท้องถิ่นนิยมมากราบไหว้ขอพรเรื่องการงานและครอบครัว สถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิมยังอยู่ครบ รายละเอียดลวดลายแน่นจนยืนมองเพลินไปเป็นชั่วโมง กลิ่นธูปและบรรยากาศสงบช่วยเติมพลังใจให้ทริปนี้รู้สึกมีความหมายขึ้นอีกระดับ
คำแนะนำ : แต่งกายสุภาพ ถ่ายรูปได้แต่ควรให้เกียรติผู้ที่มากราบไหว้
ที่อยู่ : เขต Jinping
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาทำการ : 08.00–17.00 น.
5) พิพิธภัณฑ์การปฏิวัติเฉาซาน (Chaoshan Revolution Museum)
ใครอยากเข้าใจภูมิภาคเฉาซานมากขึ้นควรแวะที่นี่ จัดแสดงเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญด้านประวัติศาสตร์ การเมือง และวัฒนธรรมในแบบที่ดูง่าย มีรูปเก่าและของใช้สมัยก่อนสงครามให้ชมเยอะ ภายในปรับปรุงใหม่ ดูทันสมัยกว่าที่คิด
คำแนะนำ : เผื่อเวลาไว้ราว 1–1.5 ชั่วโมง
ที่อยู่ : เขต Jinping ซัวเถา
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาทำการ : 09.00–17.00 น. (ปิดวันจันทร์)
6) จุดชมวิวเชวี่ยสือ (Xue Shi Viewpoint)
จุดชมวิวบนเนินเตี้ยๆ ที่ให้ภาพเมืองซัวเถาแบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงเย็น แสงสวย ถ่ายรูปออกมาดีมาก ทางขึ้นไม่ชัน เดินไม่นานก็ถึงยอด เป็นมุมหนีความวุ่นวายในเมือง เหมาะกับสายชิล
คำแนะนำ : ไปก่อนพระอาทิตย์ตกสัก 30 นาที
ที่อยู่ : เขต Longhu
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาทำการ : 06.00–19.00 น.
7) บ้านเกิดของเฉินซีฮุย (Chen Cihui Former Residence)
ที่นี่ทำให้เห็นวิถีชีวิตและบ้านไม้แบบดั้งเดิมของคนเฉาซานแบบใกล้ชิด ตัวบ้านไม่ใหญ่แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งประตู หน้าต่าง และลายแกะสลักที่แสดงให้เห็นความละเอียดของช่างในยุคก่อน เหมาะสำหรับคนที่ชอบฟีลวินเทจและบ้านเก่า
คำแนะนำ : เหมาะกับสายถ่ายรูปโทนย้อนยุค
ที่อยู่ : เขต Haojiang
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาทำการ : 09.00–17.00 น.
8) เกาะมาหยู (Mayu Island)
เกาะเงียบๆ สำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายจากแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต หาดสะอาด น้ำใส และมีเส้นทางเดินชมวิวริมหน้าผาที่สวยจนรู้สึกเหมือนได้โลเคชันลับ นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ ฟีลพักผ่อนจริงจัง
คำแนะนำ : ร้านค้าบนเกาะมีไม่มาก ควรพกน้ำและของกินไปด้วย
ที่อยู่ : เขต Jinping (นั่งเรือข้ามฟากประมาณ 10 นาที)
ค่าเข้าชม : ฟรี (จ่ายเฉพาะค่าเรือ)
เวลาทำการ : 08.00–18.00 น.
9) คิงอาว เบย์ (Qing’ao Bay)
โซนอ่าวที่วิวทะเลสวยแบบไม่ต้องพยายาม หาดทรายยาว น้ำใส บรรยากาศนิ่งๆ เหมาะกับการพักสมอง ช่วงเช้าเป็นเวลาที่ดีที่สุดเพราะคนยังไม่เยอะ แถมมีคาเฟ่ริมหาดเปิดใหม่หลายร้าน ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูดี
คำแนะนำ : เหมาะกับเดินเล่น รับลม เน้นชิลมากกว่าเล่นน้ำ
ที่อยู่ : บนเกาะหนานอ้าว
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาทำการ : 24 ชั่วโมง
10) เกาะกิงปอง (Jinping Island)
เกาะสำหรับคนรักธรรมชาติที่อยากได้ภาพทะเลแบบดิบๆ ไม่ปรุงแต่ง ชายฝั่งยังค่อนข้างธรรมชาติ มีทางเดินบนโขดหินและจุดชมวิวมุมสูงที่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นเงียบๆ ห่างจากความพลุกพล่าน
คำแนะนำ : ใส่รองเท้ากันลื่น เพราะต้องเดินบนโขดหิน
ที่อยู่ : เขต Jinping
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาทำการ : 08.00–18.00 น.
ตัวอย่างแพลนเที่ยวซัวเถา: มีวันเดียวก็ไปได้ มีสามวันยิ่งฟิน
ซัวเถาเป็นเมืองที่เดินทางไม่ยาก สถานที่หลักอยู่ห่างกันไม่มาก รถสาธารณะและบริการเรียกรถมีให้เลือกเยอะ เลยจัดแพลนได้ทั้งแบบวันเดียวเที่ยวคุ้ม หรือ 3 วัน 2 คืนเก็บทั้งเมืองและทะเลแบบเต็มๆ
แพลน One-Day Trip: ซัวเถาในหนึ่งวันแบบไม่วิ่งแข่งกับเวลา
เหมาะกับคนเวลาน้อย แต่อยากเก็บฟีลเมืองเก่า กินของอร่อย และแวะไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แนะนำใช้แท็กซี่หรือแอป Didi จะจัดเวลาได้ง่ายสุด
ช่วงเช้า: เปิดทริปที่ย่านเมืองเก่า
ย่านเมืองเก่าซัวเถา (Shantou Old Town)
เดินเล่นชมอาคารยุโรปผสมจีน ถ่ายรูปได้รัวๆ แทบทุกมุม
ใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง
หาอะไรรองท้องง่ายๆ เช่น ขนมพื้นเมืองหรือชาเฉาซาน
เดินต่อไปสวนเล็ก Xiao Gongyuan ที่อยู่ใกล้ๆ
นั่งพักเท้า สูดอากาศสบายๆ ก่อนออกลุยช่วงต่อไป
ช่วงสาย – เที่ยง: แวะทำบุญ + กินมื้อใหญ่
วัดเหลามา (Lao Ma Gong)
วัดดังที่คนท้องถิ่นศรัทธา ไหว้ขอพรเรื่องงาน การเงิน และครอบครัว
เผื่อเวลา 30–45 นาที
แต่งกายสุภาพจะดีที่สุด
หลังไหว้พระ จัดมื้อเที่ยงแบบเฉาซานแท้ๆ เช่น ห่านพะโล้ ลูกชิ้นเนื้อทำมือ หรือหม้อไฟเนื้อวัวแบบเบาๆ
ช่วงบ่าย: ชมวิวภูเขาริมทะเล
อุทยานภูเขาเชวี่ยสือ (Queshi Scenic Area)
จุดเช็กอินที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักซัวเถา
เดินเส้นทางชมวิวเบาๆ ได้ภาพภูเขาริมทะเลสวยแบบไม่ต้องปีนเขาหนัก
ช่วงเย็น: ปิดทริปด้วยวิวเมืองจากมุมสูง
ขึ้นจุดชมวิวเชวี่ยสือ (Xue Shi Viewpoint)
ไปก่อนพระอาทิตย์ตกประมาณ 30 นาที
ได้รูปวิวเมืองติดทะเลแบบสวยกว่าที่คาดไว้เยอะ
ถ้าอยากจบทริปแบบอิ่มใจและอิ่มท้อง แนะนำหม้อไฟเนื้อวัวสไตล์เฉาซานอีกรอบ เป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด
แพลน 3 วัน 2 คืน: กิน เที่ยว คาเฟ่ ทะเล ครบสูตร
แพลนนี้เหมาะสำหรับสายเนิบ สายกิน สายคอนเทนต์ ที่อยากเก็บทั้งเมือง เกาะ คาเฟ่ และโลคอลไลฟ์สไตล์แบบไม่เร่งรีบ
Day 1: อินกับเมืองซัวเถาแบบช้าๆ แต่ครบ
ช่วงเช้า
เดินย่านเมืองเก่า แวะคาเฟ่ท้องถิ่น
ถ่ายรูปอาคารโบราณและตรอกซอกซอยที่ยังมีกลิ่นอายคลาสสิก
ช่วงเที่ยง
กินห่านพะโล้หรือเมนูข้าว/เส้นสไตล์เฉาซานแบบต้นตำรับ
ปิดท้ายด้วยของหวานทำมือจากร้านท้องถิ่น
ช่วงบ่าย
เที่ยวอุทยานภูเขาเชวี่ยสือ (Queshi Scenic Area)
ตามล่ามุมทะเลและสะพานหินธรรมชาติ
ช่วงเย็น
ขึ้นจุดชมวิวเชวี่ยสือ
ปิดวันด้วยหม้อไฟเนื้อวัวร้านดังแถว Longhu District
Day 2: เกาะหนานอ้าวเต็มวัน ฟีลทะเลเน้นๆ
ช่วงเช้า
ข้ามสะพานไปเกาะหนานอ้าว
แวะหาดแรก ถ่ายรูปกับน้ำทะเลใสๆ
ช่วงสาย – เที่ยง
ปั่นจักรยานรอบเกาะหรือขึ้นจุดชมวิวบนเขาตามกำลัง
กินอาหารทะเลสด มื้อกลางวันที่ราคาเป็นมิตรกว่าที่คิด
ช่วงบ่าย
เดินเล่นคิงอาว เบย์ (Qing’ao Bay)
แวะคาเฟ่ริมหาด นั่งดูทะเลแบบไม่รีบร้อน
ช่วงเย็น
นั่งดูพระอาทิตย์ตกริมชายหาด
เดินเล่น Night Market บนเกาะ (ถ้าวันนั้นเปิด)
จะกลับเข้าเมืองหรือค้างบนเกาะ 1 คืนก็ได้ ฟีลทะเลเงียบๆ คือดีมาก
Day 3: เที่ยวเบาๆ ช้อปของฝากก่อนกลับ
ช่วงเช้า
เลือกไปเกาะมาหยู หรือบ้านเกิดเฉินซีฮุย ตามสไตล์ที่ชอบ
เดินเล่น ถ่ายรูปชิลๆ
ช่วงเที่ยง
กินอาหารเฉาซานส่งท้าย เช่น ลูกชิ้นเนื้อทำมือ หรือก๋วยเตี๋ยวหลอดสไตล์ซัวเถา
ช่วงบ่าย
ช้อปของฝาก เช่น ชาเฉาซาน ขนมพื้นเมืองกลับบ้าน
เดินทางกลับสนามบินแบบไม่เร่งรีบ
6 เมนูซัวเถาที่ต้องกินให้ครบ!
อาหารซัวเถาคือจุดที่ทำให้หลายคนอยากกลับมาซ้ำ เมืองชายฝั่งแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบสด รสละมุน และการปรุงแบบเน้นธรรมชาติ ใครเป็นสายกินหรือชอบสำรวจวัฒนธรรมผ่านอาหาร บอกเลยว่าต้องจัดให้ครบ
1) หม้อไฟเนื้อวัว (Beef Hotpot)
หม้อไฟเนื้อสไตล์ซัวเถาเด่นตรงการใช้เนื้อสดหลายส่วน ทั้งลิ้น เนื้อสัน และเครื่องใน ลวกในหม้อซุปใสสไตล์แต้จิ๋วที่ให้ความหวานจากกระดูกแบบธรรมชาติ กินคู่กับน้ำจิ้มถั่วลิสงหอมๆ เติมพริกและผักชีเพิ่มมิติ จานนี้คือบทพิสูจน์เรื่องคุณภาพของวัตถุดิบอย่างแท้จริง
2) ก๋วยเตี๋ยวหลอดสไตล์ซัวเถา (Shantou Cheong Fun)
ต่างจากก๋วยเตี๋ยวหลอดแบบฮ่องกงตรงที่แป้งบาง นุ่ม และหอมเฉพาะตัว มักใส่กุ้งสด หมูแดง หรือหมูสับ ราดด้วยซอสซีอิ๊วหวานเค็มกำลังดี กินแล้วละมุน ไม่มันเลี่ยน เหมาะจะเป็นทั้งมื้อเช้าและของว่างระหว่างวัน
3) ห่านพะโล้ (Braised Goose)
เมนูประจำโต๊ะของคนซัวเถา ห่านคุณภาพดีตุ๋นในน้ำพะโล้เครื่องเทศหอมจนเนื้อนุ่มแต่ยังเป็นชิ้น หนังบางมันพอดี กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือเส้นหมี่ก็เข้ากัน เป็นหนึ่งในเมนูที่ถ้ามาซัวเถาแล้วไม่ลองถือว่ามาไม่ถึง
4) ลูกชิ้นเนื้อทำมือ (Handmade Beef Balls)
ลูกชิ้นเนื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด้งหอมและกลิ่นเนื้อชัด เพราะทำสดวันต่อวัน ไม่อัดแป้งจนเกินไป จะใส่ในซุปใส กินกับหมี่ซั่ว หรือรับประทานคู่หม้อไฟก็อร่อย เนื้อสัมผัสกรุบแต่นุ่ม ละเอียดกว่าแบบทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
5) หมี่ซั่วน้ำใสสไตล์แต้จิ๋ว (Teochew Clear Broth Noodles)
หมี่ซั่วเส้นเล็กลวกกำลังดี เสิร์ฟในซุปใสที่เคี่ยวจากกระดูกหมูและปลาตากแห้งสไตล์ท้องถิ่น ใส่หมูสับ ปลา และผักกุยช่ายหน่อยๆ กลิ่นหอมของน้ำซุปคือจุดขาย กินง่าย อุ่นท้อง เหมาะมากสำหรับมื้อเช้า
6) เต้าหู้ปลา (Fish Tofu)
ชื่อเรียกเต้าหู้ แต่วัตถุดิบคือเนื้อปลาบดจนเนียน นึ่งจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน คล้ายเต้าหู้ญี่ปุ่นแต่มีความหอมของปลาแบบแต้จิ๋ว นิยมใส่ในซุปหรือหม้อไฟเนื้อวัวเพื่อเพิ่มเลเยอร์รสชาติ
เที่ยวง่ายแม้ไปเอง: การเดินทางในซัวเถา
แม้ซัวเถาจะเป็นเมืองใหญ่ แต่การเดินทางถือว่าง่ายกว่าที่คิด ระบบขนส่งค่อนข้างครบ ทั้งรถบัสราคาเบาๆ แท็กซี่ และแอปเรียกรถอย่าง Didi ที่ช่วยให้เที่ยวเองได้แบบไม่ต้องง้อทัวร์ ค่าเดินทางโดยรวมก็ไม่ได้แรง ทำให้วางแผนไปทั้งในเมืองและแถบทะเลได้สบาย
ออกจากสนามบินเข้าเมืองยังไงดี?
สนามบินหลักคือ Shantou Chaoshan International Airport (SWA) แม้อยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร แต่มีตัวเลือกเดินทางหลากหลายตามงบและความรีบ
วิธีเดินทางยอดนิยม
รถบัสสนามบิน (Airport Shuttle Bus)
ตัวเลือกประหยัดสุด ค่าตั๋วหลักสิบหยวน
จอดตามจุดสำคัญในเมือง เช่น สถานีรถไฟ
ความถี่ประมาณทุก 20–30 นาที
ใช้เวลาราว 40–60 นาที แล้วแต่จราจร
มีที่เก็บกระเป๋าให้
แท็กซี่จากสนามบิน
เหมาะกับคนมีสัมภาระเยอะหรือมาถึงไฟลต์ดึก
มีจุดบริการหน้าสนามบิน ไม่ต้องเดินไกล
ราคาประมาณ 120–160 หยวน
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35–45 นาที
เรียกรถผ่านแอป Didi
สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว เลือกประเภทรถได้ทั้งแบบประหยัดและพรีเมียม
ราคามักถูกกว่าแท็กซี่นิดหน่อย
ระบบแสดงเส้นทางชัด ไม่ต้องอธิบายทางเยอะ
เหมาะมากสำหรับคนเที่ยวเดี่ยวหรือกลุ่มเล็ก
รถบัสประจำทางในเมือง
ถ้าอยากลองใช้ชีวิตแบบโลคอล รถบัสคือเพื่อนคู่ใจ ราคาถูกมาก หลายสายเริ่มต้นแค่ 1–2 หยวน แต่ควรรู้เส้นทางและปลายทางให้ชัด จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ
ข้อควรรู้ก่อนขึ้นบัส
ให้บริการตั้งแต่เช้าจนประมาณสามทุ่ม
ป้ายบัสหลายจุดอยู่ใกล้ที่เที่ยวหลัก เช่น เมืองเก่า และ Queshi Scenic Area
ส่วนใหญ่รับจ่ายผ่าน QR Code (WeChat/Alipay) มากกว่าเงินสด
เหมาะกับคนที่มีเวลา ไม่ได้รีบ
ข้อดี
ราคามิตรภาพที่สุด
เส้นทางครอบคลุมหลายย่านในเมือง
ข้อเสีย
บางเส้นทางค่อนข้างอ้อม ต้องวางแผนล่วงหน้า
ช่วง Rush Hour คนอาจแน่น
แท็กซี่ & แอปเรียกรถ (Didi)
แท็กซี่และ Didi คือวิธีเดินทางยอดฮิตสำหรับคนไทย เพราะเร็ว ไม่ต้องลุ้นเรื่องหลงทาง และราคาชัดเจน
ทำไมหลายคนปลื้ม Didi?
ไม่ต้องพูดภาษาจีนเยอะ แค่ปักหมุดก็จบ
เห็นราคาก่อนกดยืนยัน ลดความกังวลเรื่องโดนคิดเกิน
เลือกประเภทของรถได้ (Express, Premier หรือรถใหญ่สำหรับสัมภาระเยอะ)
เรียกได้แทบทุกพื้นที่ รวมถึงช่วงกลางคืน
ราคาโดยประมาณ
วิ่งในเมือง: ประมาณ 15–35 หยวน
ไปจุดท่องเที่ยวหลัก เช่น จุดชมวิวเชวี่ยสือ หรือ Queshi Scenic Area: 25–50 หยวน
วิ่งไกลขึ้น แถวชายฝั่งหรือข้ามเขต: ราว 60–90 หยวน
เลือกพักย่านไหนในซัวเถาดี?
การเลือกที่พักในซัวเถาสำคัญกว่าที่คิด เพราะแต่ละย่านให้ฟีลไม่เหมือนกันเลย ทั้งสายคาเฟ่ สายวัฒนธรรม หรือสายทะเลมีโซนที่ตอบโจทย์ต่างกันชัดเจน
1) ย่านเมืองเก่า (Old Town): สายวัฒนธรรมต้องเลิฟ
เหมาะกับคนที่อยากซึมซับบรรยากาศเฉาซานแบบต้นฉบับ เดินออกจากโรงแรมก็เจออาคารเก่า คาเฟ่เล็กๆ ร้านค้าโลคอล และถนนเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์
จุดเด่น
ใกล้แลนด์มาร์กสำคัญอย่างเมืองเก่า สวนสาธารณะเล็ก และถนนคนเดิน
เดินเที่ยวได้ทั้งวัน แทบไม่ต้องพึ่งรถ
ร้านอาหารท้องถิ่นเยอะมาก ทั้งห่านพะโล้ หม้อไฟเนื้อ และร้านชา/กาแฟสไตล์เรโทร
2) ย่านใจกลางเมือง: สายสะดวกสบายทุกอย่างต้องพร้อม
ใครเน้นความสะดวก ต้องเลือกโซนนี้ เพราะเต็มไปด้วยห้าง ร้านอาหาร คาเฟ่ โมเดิร์น และซูเปอร์มาร์เก็ต การเดินทางเชื่อมต่อได้ง่ายที่สุด
จุดเด่น
ใกล้จุดคมนาคมหลัก ไปไหนก็สะดวก
ร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกเยอะมาก
มีที่พักหลายระดับตั้งแต่ประหยัดจนถึงโรงแรม 5 ดาว
3) เกาะหนานอ้าว (Nan’ao Island): สายทะเล สายชาร์จพลัง
เหมาะกับคนที่อยากตื่นมาเห็นทะเลทุกเช้า อยากนั่งฟังเสียงคลื่นแทนเสียงรถติด พักบนเกาะหนานอ้าวคือคำตอบ
จุดเด่น
บรรยากาศดีมาก เหมาะกับการฟื้นฟูร่างกายและหัวใจ
โรงแรมหลายที่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงชายหาด
อากาศสดชื่น ปราศจากความวุ่นวายแบบในเมืองใหญ่
วางแผนงบเที่ยวซัวเถา: ใช้เงินประมาณไหนถึงจะกำลังดี?
งบเที่ยวซัวเถาไม่ได้โหดอย่างที่คิด เพราะค่าครองชีพเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว หากวางแผนดีๆ สามารถเที่ยว 3 วัน 2 คืนแบบกินดี พักสบาย และเดินทางสะดวกได้ในงบที่ควบคุมได้
โดยเฉลี่ย งบ 3 วัน 2 คืนต่อคน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) มักเริ่มราว 7,500–12,000 บาท ครอบคลุมทั้งที่พัก อาหาร การเดินทางในเมือง และค่าเข้าชมสถานที่สำคัญ ส่วนใครจะเน้นประหยัดหรือจัดเต็มก็ปรับได้ตามสไตล์ตัวเอง
ค่าใช้จ่ายหลักที่ควรรู้
ที่พัก : ประมาณ 800–2,000 บาท/คืน สำหรับโรงแรมทำเลดีหรือใกล้โซนท่องเที่ยว
อาหาร : มื้อละราว 80–200 บาท ถ้าเลือกร้านดังหรือร้านเก่าแก่ อาจขยับไปที่ 200–350 บาท
การเดินทาง : แท็กซี่เฉลี่ย 60–120 บาท/เที่ยว รถบัสเพียง 10–20 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ : ส่วนใหญ่ไม่แพง ประมาณ 50–150 บาท/แห่ง
โดยรวมแล้ว ซัวเถาเหมาะทั้งคนงบจำกัดและคนที่อยากเที่ยวแบบสบายๆ ช้อปของฝากเล็กน้อย นั่งคาเฟ่ นอนพักดีๆ โดยไม่ต้องใช้เงินระดับเมืองท็อปฮิตของจีน
คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับซัวเถา
ไปเที่ยวซัวเถาต้องขอวีซ่าไหม?
หากเดินทางเข้าจีนเพื่อท่องเที่ยวและพำนักไม่เกิน 30 วัน ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า (ตามเงื่อนไขนโยบายปัจจุบัน ควรเช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทางทุกครั้ง)
เที่ยวซัวเถาช่วงไหนดีที่สุด?
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) และฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) เป็นช่วงที่อากาศดี เหมาะกับการเดินเที่ยวและขึ้นเกาะมากที่สุด
ที่ซัวเถาพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?
ภาษาอังกฤษอาจใช้ได้ในบางพื้นที่ เช่น โรงแรมหรือแหล่งท่องเที่ยวที่รองรับชาวต่างชาติ แต่โดยรวมยังไม่แพร่หลายมากนัก การมีแอปแปลภาษาหรือเตรียมที่อยู่/ชื่อสถานที่เป็นภาษาจีนไว้ จะช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้นมาก

