เปิดใช้งาน watchOS 11 แล้วดียังไงบ้าง?
เช็กลิสต์แบบจัดเต็มของ ฟีเจอร์เด็ดบน watchOS 11 ที่ออกแบบมาให้คนใช้ Apple Watch ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ทั้งเรื่องสุขภาพ ฟิตเนส การออกกำลังกาย และความสะดวกในทุกกิจวัตรประจำวัน
ในรุ่นล่าสุดนี้ Apple Watch มาพร้อมหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ดีไซน์บางลง น้ำหนักเบาลงราว 10% ช่วยให้ใส่สบายขึ้นในทุกสถานการณ์ เสียงสนทนาดีขึ้นแม้อยู่ในที่ที่มีเสียงดัง และยังสามารถเล่นสื่อผ่านลำโพงในตัวได้ทันที
ยังมาพร้อมฟีเจอร์สายสุขภาพขั้นกว่าทั้งการแจ้งเตือนภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เกจวัดความลึก เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิน้ำ และการใช้งานในน้ำที่มั่นใจมากกว่าเดิม เหมาะทั้งสายดำน้ำ ว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมทางน้ำทุกแบบ

รุ่นที่รองรับ watchOS 11
watchOS 11 ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังรองรับอุปกรณ์หลายรุ่นที่ใช้งานอยู่แล้ว เพียงใช้คู่กับ iPhone ที่รองรับ iOS 18 ก็อัปเดตไปด้วยกันได้เลย
รองรับการใช้งานร่วมกับ:
iPhone Xs หรือใหม่กว่า
iPhone SE (รุ่นที่ 2 หรือใหม่กว่า)
และต้องใช้ร่วมกับ Apple Watch รุ่นใดรุ่นหนึ่งต่อไปนี้:
Apple Watch Series 6
Apple Watch Series 7
Apple Watch Series 8
Apple Watch Ultra
เรียกได้ว่าใครที่ยังใช้รุ่นยอดนิยมหลายรุ่นอยู่ ก็ยังได้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ไปใช้งานครบถ้วน

สุขภาพและความแข็งแรง: บริหารร่างกายแบบมีข้อมูลรองรับ
หมวดสุขภาพบน watchOS 11 ถูกยกระดับให้ฉลาดขึ้นและละเอียดขึ้น เพื่อให้คุณ รู้ทันสัญญาณร่างกายของตัวเองทุกวัน
มีแอปสัญญาณชีพใหม่ที่ช่วยรวมข้อมูลสำคัญระหว่างการนอน เช่น อัตราการเต้นหัวใจ อัตราการหายใจ อุณหภูมิข้อมือ ระยะเวลาการนอน และค่าออกซิเจนในเลือด
ถ้าค่าต่าง ๆ เบี่ยงเบนจากช่วงปกติ ระบบจะแจ้งเตือนพร้อมคำแนะนำ เพื่อให้คุณสังเกตความผิดปกติได้เร็วขึ้น
สำหรับคนที่ตั้งครรภ์ก็มีการดูแลที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น:
เมื่อลงข้อมูลการตั้งครรภ์ในแอปสุขภาพบน iPhone หรือ iPad แอปติดตามรอบเดือนจะช่วยแสดงอายุครรภ์และวันที่ตั้งครรภ์ ทำให้ติดตามช่วงเวลาสำคัญได้ง่าย
ด้านการติดตามการนอนก็ละเอียดขึ้นกว่าเดิม:
Apple Watch สามารถตรวจจับการหายใจระหว่างนอนหลับ และหากพบสัญญาณที่เข้าข่ายภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับในระดับปานกลางถึงรุนแรง ก็จะแจ้งเตือนให้ทราบ
ฟีเจอร์นี้รองรับบน Apple Watch Series 9, Apple Watch Series 10 และ Apple Watch Ultra 2
สรุปคือ watchOS 11 ทำให้ Apple Watch กลายเป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพเชิงลึก ที่ไม่ได้แค่เก็บตัวเลข แต่ช่วยเตือนให้คุณใส่ใจตัวเองทันเวลา

กิจกรรมและฟิตเนส: ออกกำลังกายฉลาดขึ้น ไม่ใช่แค่หนักขึ้น
สายออกกำลังกายและสายฟิตหุ่นจะชอบหมวดนี้เป็นพิเศษ เพราะ watchOS 11 เพิ่มความสามารถในการวางแผนและประเมินการเทรนได้แม่นขึ้น
การแบ่งช่วงออกกำลังกายในสระ
Apple Watch จะช่วยกำหนดช่วงของการออกกำลังกายและช่วงฟื้นตัวในสระให้อัตโนมัติ
เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนช่วง นาฬิกาจะสั่นเตือนให้รู้ทันที
ยังแสดงข้อมูลว่าช่วงปัจจุบันเหลืออีกเท่าไหร่ และกิจกรรมถัดไปคืออะไร ทำให้ซ้อมได้ตามแผนแบบไม่ต้องคอยมองนาฬิกาตลอดเวลา
ประเมินความหนักหลังออกกำลังกายคาร์ดิโอ
หลังจบเซสชันคาร์ดิโอ จะมีข้อมูลใหม่ในสรุปการออกกำลังกาย ช่วยให้คุณประเมินว่าเทรนหนักแค่ไหน
ระบบจะประเมินจากหลายปัจจัย ทั้งอัตราการเต้นหัวใจ ค่า VO2 max และข้อมูลส่วนบุคคลอย่างอายุ ส่วนสูง น้ำหนัก
วิเคราะห์ผลในระยะยาว
ในแอปกิจกรรม คุณสามารถดูความเข้มข้นและระยะเวลาของการออกกำลังกายแต่ละครั้ง
ใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อดูว่าร่างกายตอบสนองอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป และใช้ในการวางแผนเทรนให้เหมาะกับเป้าหมาย เช่น การเตรียมตัวสำหรับงานวิ่งหรือการแข่งขันสำคัญ
ปรับวงแหวนกิจกรรมได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม
ปรับเป้าหมายวงแหวนกิจกรรมให้ต่างกันตามแต่ละวันในสัปดาห์ได้ เช่น วันทำงานเน้นเบา วันหยุดเพิ่มเป้าหมาย
เมื่อต้องการพักก็สามารถ “พักวงแหวน” เป็นช่วงเวลาได้ เช่น 1 วัน 1 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น โดยไม่ต้องรู้สึกผิดกับสถิติสะสม
และยังมีรางวัลเมื่อสามารถปิดวงแหวนต่อเนื่องกันได้ยาวที่สุด เพิ่มแรงจูงใจให้กลับมาออกกำลังกายต่อเนื่อง

หน้าปัดนาฬิกาและการปรับแต่ง: ให้ข้อมือบอกสไตล์ของคุณ
watchOS 11 เพิ่มลูกเล่นด้านหน้าปัดให้คนรักการแต่งนาฬิกาสนุกกับการเปลี่ยนลุคมากขึ้น
หน้าปัดใหม่ สีสันจัดเต็ม
หน้าปัด ฟลักซ์ (Flux) เพิ่มตัวเลขและสีสันสดใส ดูโดดเด่นและทันสมัย
หน้าปัดที่เล่นกับแสงบนพื้นผิวโลหะสไตล์ดิจิทัล ช่วยให้ข้อมือดูเท่ในทุกมุม
หน้าปัด Pride ได้แรงบันดาลใจจากธงสีรุ้ง เปลี่ยนเป็นไฟนีออนสีสวยเหมาะกับสายแฟและสายคาแรกเตอร์จัดเต็ม
หน้าปัดรูปภาพที่ใช้ AI ช่วยเลือกภาพให้
หน้าปัดรูปภาพเวอร์ชันใหม่ใช้ AI ในการค้นหาภาพจากคลังรูป และเลือกภาพที่เหมาะสุดให้โดยอิงจากคุณภาพ การจัดองค์ประกอบ และการจัดเฟรม
คุณสามารถเลือกแนวภาพที่ต้องการได้ เช่น คนที่รัก สัตว์เลี้ยง หรือวิวธรรมชาติที่ชอบเป็นพิเศษ
ปรับสไตล์เพิ่มเติมได้ทั้งรูปแบบตัวเลข เวลา ฟอนต์ และสี ให้ตรงกับสไตล์ของตัวเอง
วิดเจ็ตซ้อนอัจฉริยะและกิจกรรมสด
ข้อมูลสำคัญสามารถถูกดึงขึ้นมาแสดงบนหน้าปัดผ่าน วิดเจ็ตซ้อนอัจฉริยะ และกิจกรรมสด
ระบบจะเพิ่มวิดเจ็ตให้แบบอัตโนมัติตามเวลา วันที่ ตำแหน่งที่ตั้ง และกิจกรรมสดที่ดึงมาจาก iPhone
ข้อมูลที่แสดงได้ เช่น สภาพอากาศ ความหนักเบาของการฝึก รูปภาพ ระยะทาง และชื่อเพลงที่กำลังเล่น
เข้าถึงรายการล่าสุดจากแอปต่าง ๆ ที่ใช้งานบ่อยได้ถึง 3 รายการอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเปิดแอปทีละตัว

ความสะดวกในการเชื่อมต่อ: ใช้ชีวิตดิจิทัลแบบมือเดียวก็เอาอยู่
หมวดนี้คือหัวใจของคนที่ใช้ Apple Watch เป็นผู้ช่วยในชีวิตประจำวัน watchOS 11 ทำให้การเชื่อมต่อกับคนรอบตัวและอุปกรณ์ต่าง ๆ ลื่นไหลกว่าที่เคย
แตะสองครั้ง ใช้งานได้ด้วยมือเดียว
การแตะสองครั้งบนหน้าจอช่วยให้คุณควบคุม Apple Watch ได้สะดวกขึ้นในหลายสถานการณ์ เช่น มือถือติดของหรือกำลังถือแก้วกาแฟอยู่
ใช้เลื่อนดูแอปต่าง ๆ อย่างแอปสภาพอากาศ หรือทำคำสั่งด่วนในแอปที่รองรับได้ทันที
ช่วยให้การใช้งานในชีวิตจริงง่ายขึ้นโดยไม่ต้องง้อทั้งสองมือตลอดเวลา
ปุ่มแอ็คชั่นบน Apple Watch Ultra ที่ทำได้มากกว่าเดิม
สำหรับผู้ใช้ Apple Watch Ultra ทุกรุ่น สามารถตั้งค่าปุ่มแอ็คชั่นให้เรียกใช้คำสั่งใหม่ ๆ ได้หลากหลายขึ้น
ตัวอย่างเช่น ตั้งให้เปิดแอปแปลภาษา เริ่มบันทึกเสียงใหม่ หรือเรียกการทำงานอื่น ๆ ที่สำคัญกับคุณ
หากต้องการสลับฟังก์ชันอย่างรวดเร็ว สามารถกดปุ่มแอ็คชั่นค้างไว้เพื่อเลือกคำสั่งอื่นแบบทันที
เช็คอินให้คนที่ห่วงคุณรู้ว่าปลอดภัยแล้ว
คุณสามารถตั้งให้ Apple Watch แจ้งเพื่อนหรือคนในครอบครัวอัตโนมัติเมื่อไปถึงปลายทาง ที่กำหนด
เริ่มเช็คอินได้จากในแอปข้อความ พร้อมระบุปลายทางหรือเวลาที่คาดว่าจะถึง
หรือจะเริ่มเช็คอินจากแอปออกกำลังกายก็ได้ เหมาะสำหรับการออกไปวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง
แปลภาษาบนข้อมือ
มีแอปแปลภาษาที่มาพร้อม Apple Watch รองรับมากถึง 20 ภาษา
ดูคำแปลได้ทั้งแบบพูดใส่นาฬิกา หรือพูดตามคำบอก
สามารถกดให้ Apple Watch ออกเสียงคำแปล และปรับให้พูดช้าลงหากต้องการฝึกออกเสียงตาม
ภาพรวมแล้ว watchOS 11 ทำให้ Apple Watch กลายเป็นผู้ช่วยรอบด้านจริง ๆ ทั้งดูแลสุขภาพ ช่วยเทรนออกกำลังกาย ปรับลุคให้เข้ากับสไตล์ และเชื่อมต่อกับคนรอบตัวได้สะดวกขึ้นในทุกจังหวะของชีวิต

