Burberry ยอดขายไตรมาสแรก เติบโต 5% แตะ 445 ล้านปอนด์ จากแรงหนุนของลูกค้า Gen Z และสินค้าซิกเนเจอร์ พร้อมเดินหน้าขยายแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ที่มิลาน
Burberry ยอดขายไตรมาสแรก โต 5% Gen Z หนุนแบรนด์ฟื้นตัว
Burberry ยอดขายไตรมาสแรก กลับมาเติบโตอย่างน่าจับตา หลังแบรนด์แฟชั่นลักชัวรีสัญชาติอังกฤษเปิดเผยผลประกอบการสำหรับไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ซึ่งครอบคลุมช่วง 3 เดือนก่อนสิ้นสุดวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 445 ล้านปอนด์ หรือราว 2 หมื่นล้านบาท
ผลประกอบการครั้งนี้สะท้อนสัญญาณเชิงบวกของตลาดสินค้าลักชัวรีที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะแรงสนับสนุนจากผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z และความนิยมของสินค้าซิกเนเจอร์อย่าง Trench Coat, ผ้าพันคอ และกระเป๋า ซึ่งกลับมาได้รับความสนใจจากลูกค้าทั่วโลกอีกครั้ง
Burberry ฟื้นตัวจากสินค้าซิกเนเจอร์และฐานลูกค้ารุ่นใหม่
ผลประกอบการล่าสุดถือเป็นข่าวดีของ Burberry หลังอุตสาหกรรมลักชัวรีทั่วโลกต้องเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดขาย คือการกลับมาของสินค้ากลุ่มไอคอนิกของแบรนด์ ได้แก่
Trench Coat
ผ้าพันคอ Burberry
กระเป๋ารุ่นซิกเนเจอร์
เสื้อผ้าชั้นนอก (Outerwear)
โดยเฉพาะเสื้อผ้าชั้นนอกที่กลายเป็นสินค้าทำยอดขายดีที่สุดของแบรนด์ในไตรมาสนี้

แคมเปญ Portraits of Icon ช่วยสร้างกระแส
Burberry ระบุว่าแคมเปญ Portraits of Icon มีส่วนสำคัญในการผลักดันยอดขาย โดยการนำเสนอสินค้าคลาสสิกของแบรนด์ในมุมมองร่วมสมัย ทำให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้มากขึ้น
กลยุทธ์ดังกล่าวยังช่วยตอกย้ำจุดแข็งของ Burberry ในฐานะแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่สามารถปรับภาพลักษณ์ให้ทันกับเทรนด์แฟชั่นในปัจจุบัน
Gen Z กลายเป็นกำลังหลักของยอดขาย
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือบทบาทของผู้บริโภค Gen Z หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 1997–2012 ซึ่ง Burberry ระบุว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของยอดขายในไตรมาสแรก
โดยเฉพาะใน ประเทศจีน กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่มีอัตราการจับจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนว่าผู้บริโภครุ่นใหม่ยังคงให้ความสำคัญกับสินค้าแบรนด์หรูที่มีเอกลักษณ์และคุณค่าด้านงานฝีมือ
พฤติกรรมของ Gen Z ยังแตกต่างจากผู้บริโภครุ่นก่อน เพราะไม่ได้เลือกซื้อสินค้าจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องราวของแบรนด์ ความยั่งยืน และดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน
ยอดขายเติบโตในหลายภูมิภาค
ข้อมูลจาก Burberry ระบุว่าแต่ละภูมิภาคมีผลการดำเนินงานแตกต่างกัน ดังนี้
อเมริกา เติบโต 12%
จีนแผ่นดินใหญ่ เติบโต 9%
เอเชีย-แปซิฟิก เติบโต 3%
อเมริกากลายเป็นตลาดที่เติบโตดีที่สุดของแบรนด์ ขณะที่จีนยังคงเป็นตลาดสำคัญของสินค้าลักชัวรี แม้เศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงฟื้นตัว
ยุโรปและตะวันออกกลางยังเผชิญแรงกดดัน
แม้ภาพรวมจะเป็นบวก แต่ Burberry ยังเผชิญความท้าทายในบางภูมิภาค
ยอดขายใน ยุโรป ตะวันออกกลาง อินเดีย และแอฟริกา ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัทระบุว่าสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของสงครามและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อการท่องเที่ยว การจับจ่ายของผู้บริโภค และบรรยากาศทางเศรษฐกิจในหลายประเทศ
อย่างไรก็ตาม หากไม่นับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว ยอดขายของภูมิภาคนี้จะลดลงเพียง 1% เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าธุรกิจยังมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง

ผู้บริหารเผยยอดขายเติบโตทุกหมวดครั้งแรกในรอบ 3 ปี
Josh Schulman ผู้บริหารของ Burberry เปิดเผยว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ที่บริษัทสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้ในทุกหมวดสินค้า
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนว่ากลยุทธ์การกลับมาเน้นสินค้าซิกเนเจอร์ของแบรนด์เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจน
แทนที่จะมุ่งพัฒนาสินค้าแฟชั่นตามกระแสเพียงอย่างเดียว Burberry เลือกให้ความสำคัญกับจุดแข็งดั้งเดิมของแบรนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคจดจำและให้คุณค่า
เดินหน้าขยายแฟล็กชิปสโตร์ที่มิลาน
หลังผลประกอบการออกมาเป็นบวก Burberry ยังประกาศแผนลงทุนต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิด แฟล็กชิปสโตร์สูง 4 ชั้น บนถนน Via Montenapoleone เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี
ร้านแห่งใหม่นี้มีกำหนดเปิดให้บริการภายใน ไตรมาส 2 ของปี 2027
การลงทุนครั้งนี้สะท้อนว่าบริษัทยังคงเชื่อมั่นในตลาดลักชัวรีระดับโลก และต้องการสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านพื้นที่ค้าปลีกที่ผสมผสานแฟชั่น งานออกแบบ และบริการระดับพรีเมียม

วิเคราะห์แนวโน้มตลาดลักชัวรี
ผลประกอบการของ Burberry สะท้อนแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นหรูในปี 2026 คือการที่ผู้บริโภคกลับมาให้ความสนใจกับ สินค้าคลาสสิก (Timeless Products) มากกว่าสินค้าที่เปลี่ยนแปลงตามกระแสแฟชั่นอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน กลุ่ม Gen Z ก็กำลังกลายเป็นกำลังซื้อสำคัญของตลาดลักชัวรีทั่วโลก ส่งผลให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องปรับกลยุทธ์ทั้งด้านการสื่อสาร การออกแบบ และการสร้างประสบการณ์ให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภครุ่นใหม่
หาก Burberry ยังคงรักษาสมดุลระหว่างการต่อยอดมรดกของแบรนด์และการสร้างนวัตกรรมใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่จะรักษาการเติบโตและแข่งขันในตลาดลักชัวรีระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่ง


ความคิดเห็น