เมื่อสาวม้าจากจอเกม กระโดดลงสนามจริง
แฟนเกมและสายคอสเพลย์จาก Uma Musume Pretty Derby หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่า สาวม้า รวมพลกันแน่นราชกรีฑาสโมสร เพื่อไปเชียร์ ม้าแข่งของจริง แบบติดขอบสนาม เปลี่ยนบรรยากาศสนามแข่งม้าให้กลายเป็นงานแฟนมีตระดับย่อม ๆ
นี่ไม่ใช่แค่การไปดูแข่งม้าธรรมดา แต่เป็นการรวมพลังของเกม, คอสเพลย์ และกีฬาในโลกจริง ที่โคจรมาชนกันแบบลงล็อกสุด ๆ
ควีนส์คัพที่กลายเป็นอีเวนต์สายโอตะ
งานนี้เกิดขึ้นในศึกชิงถ้วย Queen’s Cup วันที่ 3 สิงหาคม 2568 ซึ่งมียอดผู้เข้าชมรวม 3,914 คน ในจำนวนนั้นมีแฟนเกมและสายคอสเพลย์มาร่วมแจมมากกว่า 450 คน เรียกว่าเป็นกองเชียร์สาวม้าที่มาสร้างสีสันให้กับวงการ ม้าแข่งไทย แบบเต็มแรง
บรรยากาศบนอัฒจันทร์เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ เสียงหัวเราะ และสีสันของวิก ผมยาว หูม้า และเครื่องแต่งกายที่หยิบแรงบันดาลใจมาจากตัวละครในเกม ผสมกับความจริงจังของการแข่งขันระดับถ้วยใหญ่ กลายเป็นฟีลแปลกใหม่แต่โคตรลงตัว
จากเกมมือถือ สู่แรงดึงดูดสู่สนามแข่งม้าจริง
Uma Musume Pretty Derby หลังจากปล่อยเวอร์ชันภาษาอังกฤษได้ไม่นาน ก็กลายเป็นกระแสแรงไปทั่วโลก และเฉพาะในไทยเองก็มีแฟนคลับแน่นพอตัว
สำหรับหลายคน แรกเริ่มรู้จักกีฬาแข่งม้าจากในเกมเท่านั้น แต่ครั้งนี้คือการก้าวออกจากจอมือถือ มาดู กีฬาแข่งม้าในชีวิตจริง ครั้งแรกในชีวิต
แฟน ๆ หลายคนเล่าว่า บรรยากาศในสนามจริงทั้งเสียงฝีเท้าม้า กลิ่นหญ้า ลมปะทะหน้า และเสียงคนเชียร์พร้อมกัน มันให้ความรู้สึกคนละโลกกับการกดสกิลอยู่บนหน้าจอ แต่เชื่อมโยงกันอย่างประหลาด เหมือนตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของเกมที่ชื่นชอบ
โมเมนต์ประวัติศาสตร์: เมื่อคอสเพลย์ลงสนามแข่งจริง
ไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือช่วง หลังการแข่งขันในตอนเย็น ที่ผู้จัดตัดสินใจเปิดสนามหญ้าจริง ให้เหล่าคอสเพลย์ สาวม้า ลงไปวิ่ง เล่น และถ่ายรูปกันบนลู่วิ่งของสนามแข่งม้า
นี่ถูกมองว่าเป็น ครั้งแรกของโลก ที่สนามแข่งม้าอนุญาตให้กลุ่มแฟนคลับและคอสเพลย์ลงไปทำกิจกรรมบนสนาม ในวันที่มีการแข่งขันจริง
ในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา เคยมีการเปิดสนามให้แฟน ๆ ลงไปร่วมกิจกรรม
แต่จะเปิดเฉพาะวันที่สนามไม่มีโปรแกรมแข่งม้า
การเปิดพื้นที่ในครั้งนี้จึงสะท้อนว่า วงการ ม้าแข่งไทย เริ่มเปิดรับวัฒนธรรมสมัยใหม่ และกล้าที่จะจับมือกับ Pop-Culture เพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้คนดู
ม้าแข่งตัวจริงก็ชื่อไม่ธรรมดา
ไม่ใช่แค่คนแต่งคอสที่โดดเด่น แต่ม้าลงแข่งในงานนี้ก็ชื่อจัดจ้านไม่แพ้กัน หลายชื่อทั้งจำง่ายและมีคาแรกเตอร์ชัดเจนสุด ๆ เช่น
สตาร์ออฟอีสาน
มิโตมะ
เดอะบอย
บลูอาย
ฌองเซลิเซ่
มังกรโอฬาร
ครับนาย
ชื่อม้าแต่ละตัวช่วยเพิ่มความอินให้กับแฟนเกมและคนดู เพราะฟังแล้วชวนให้นึกถึงตัวละคร, สตอรี่ หรือภาพลักษณ์ในหัวทันที ยิ่งเชียร์ก็ยิ่งสนุก
เมื่อ Pop-Culture กลายเป็น Soft Power ให้กีฬาไทย
ปรากฏการณ์สาวม้าบุกสนามครั้งนี้คือเคสตัวอย่างชัด ๆ ว่า Pop-Culture, วิดีโอเกม และคอมมูนิตี้ของแฟน ๆ สามารถกลายเป็น Soft Power ที่ทรงพลังได้จริง
ดึงคนรุ่นใหม่ให้สนใจ กีฬาแบบดั้งเดิม อย่างม้าแข่ง
เปลี่ยนสนามแข่งม้าให้กลายเป็นพื้นที่พบปะของหลายคอมมูนิตี้
ทำให้ภาพลักษณ์ของกีฬาเดิม ๆ ดูเข้าถึงง่ายและสนุกขึ้น
นี่คือการเชื่อมสองโลกเข้าหากันอย่างลงตัว จากโลกเสมือนของเกม สู่สนามจริงที่มีกลิ่นหญ้าและเสียงฝีเท้าม้าเป็นฉากหลัง และอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันให้ กีฬาแข่งม้าในไทย กลับมาถูกพูดถึงและได้รับความนิยมในวงกว้างมากขึ้นในอนาคต
ถ้าวันหนึ่งสนามแข่งม้าไทยมีโซนแฟนอีเวนต์สายเกม–คอสเพลย์เป็นประจำ งานนี้อาจถูกมองว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นก็ได้

