HER HYNESS: คลีนบิวตี้ฝีมือคนไทยที่คิดไกลเกินแค่ “กันแดด”
HER HYNESS (เฮอ ไฮเนส) คือแบรนด์คลีนบิวตี้ฝีมือคนไทยที่ไม่ได้มีแค่ “HER” คนเดียวอยู่เบื้องหลัง แต่เกิดจากทีมผู้ก่อตั้ง 3 คน ที่แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งสายบิวตี้และสายการเงินระดับโลก
ทีมนี้มีทั้งพื้นฐานการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกลุ่ม Ivy League อย่าง Harvard, Wharton และ Cornell พร้อมประสบการณ์การทำงานในองค์กรยักษ์ใหญ่ระดับโลก จึงไม่ใช่แค่แบรนด์สกินแคร์ทั่วไป แต่เป็นแบรนด์ที่ถูกคิดและสร้างขึ้นบนมาตรฐานระดับโกลบอลตั้งแต่วันแรก
ในเวลาเพียง 8 ปี HER HYNESS เติบโตสู่แบรนด์คลีนบิวตี้ระดับพันล้าน ด้วยหัวใจคือ สกินแคร์คลีนบิวตี้ที่ผ่านการทดสอบทางคลินิก (Clinically-proven clean beauty) เน้นประสิทธิภาพสูงสำหรับผิวแพ้ง่าย และยืนหยัดเรื่อง Sustainable beauty ปราศจากสารเคมีอันตรายกว่า 2,100 ชนิด ตามมาตรฐานยุโรป
แบรนด์เชื่อว่า ถ้าของดีจริง คุณภาพจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภครักและบอกต่อเอง และนั่นคือเหตุผลที่ HER HYNESS ถูกยอมรับจากทั้งผู้ใช้จริง ห้าง และสื่อต่างๆ ทั้งด้านยอดขายและคุณภาพ
ที่สำคัญ HER HYNESS ไม่ได้สร้างมาเพื่อผู้หญิงเท่านั้น แต่ตั้งใจเป็นแบรนด์สำหรับ คนทุกเพศ ที่อยากมีผิวแข็งแรงอย่างยั่งยืน
5 กลยุทธ์ที่พา HER HYNESS สู่แบรนด์คลีนบิวตี้พันล้าน

HER HYNESS ไม่ได้โตแบบฟลุค แต่เติบโตจากกลยุทธ์ที่ชัดเจนและคิดไกลตั้งแต่ต้น แยกออกมาได้เป็น 5 กลยุทธ์หลัก ดังนี้
1. Think Ahead Positioning: วาง Brand Position ให้พร้อมโตระดับโลก
HER HYNESS เลือกจับ Positioning เป็น “Clinically proven clean beauty” ตั้งแต่วันเริ่มต้น เพราะผู้ก่อตั้งเคยคลุกคลีในอุตสาหกรรมบิวตี้ระดับโลกมาก่อน จึงมองเห็นเทรนด์ระยะยาวของตลาดได้ชัด
ข้อมูลจาก Euromonitor ปี 2025 ยิ่งตอกย้ำว่าแบรนด์คิดมาถูกทาง เพราะเทรนด์ “คลีนบิวตี้” และ “การทดสอบมาตรฐานคลินิก” กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
สัดส่วนผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการผ่านการทดสอบมาตรฐานคลินิกเพิ่มจาก 13% (ปี 2019) เป็น 18% (ปี 2023)
ความสนใจต่อ “ส่วนผสม” ของผลิตภัณฑ์ก็เพิ่มจาก 13% เป็น 18% ในช่วงเวลาเดียวกัน
40% ของผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับ “คลีนบิวตี้” เป็นกลุ่มที่ดูแลผิวเป็นกิจวัตร ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์สูงสุด
ประเทศที่มีสัดส่วนผู้บริโภคสายคลีนบิวตี้สูง ได้แก่ อินโดนีเซีย (59%) อินเดีย (57%) ไทย (56%) และแอฟริกาใต้ (53%)
พฤติกรรมการซื้อเน้นการอ่านฉลากส่วนผสม การมั่นใจในมาตรฐานการทดสอบ การเชื่อผู้เชี่ยวชาญ และการศึกษาข้อมูลจริงจังก่อนตัดสินใจซื้อ
48% ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติระดับพรีเมียมของผลิตภัณฑ์ และ 47% ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์พรีเมียมของแบรนด์
Positioning นี้จึงไม่ใช่แค่คำสวย ๆ แต่ส่งผลโดยตรงต่อ การพัฒนาสูตร การสื่อสาร และดีไซน์แพ็กเกจจิ้ง ให้ดูและรู้สึกเป็นโกลบอลแบรนด์ตั้งแต่วันแรก
2. Beyond Standard: ทำเกินมาตรฐานเพื่อสร้าง Iconic Products
HER HYNESS ไม่วิ่งแข่งที่ “ความเร็วออกสินค้า” แต่เดิมพันที่ “คุณภาพ” แบบทำเกินมาตรฐานทุกขั้นตอน
สินค้าแต่ละตัวใช้เวลา R&D อย่างต่ำ 12 เดือน
ทดสอบสูตรมากกว่า 40–50 สูตร ก่อนจะสรุปเป็นสูตรจำหน่ายจริง
ผ่านการทดสอบจากแล็บมาตรฐานทั้งในไทยและต่างประเทศ
ทั้งหมดนี้เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยจริง ๆ จนสามารถกลายเป็น ไอคอนโปรดักต์ (Iconic Products) ของแบรนด์ในระยะยาว
3. Seamless Brand Experience: ประสบการณ์แบรนด์ต้องลื่นไหลทุกช่องทาง
HER HYNESS ไม่ฝากอนาคตไว้กับช่องทางขายใดช่องทางเดียว แต่เลือกสร้าง Brand Experience แบบไร้รอยต่อ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
วางขายครบเกือบทุกแพลตฟอร์ม และร้านบิวตี้สโตร์ชั้นนำทั่วประเทศ
บริหารพอร์ตสินค้าทั้งออนไลน์–ออฟไลน์ให้สมดุล
ทำให้ไม่ว่าผู้บริโภคจะอยู่ในจุดไหนของเส้นทางการซื้อ ก็จะเจอ “ตัวตนของแบรนด์” ที่ชัดเจนเหมือนกัน
เป้าหมายคือให้ผู้บริโภครู้สึกว่า ไม่ว่าจะพบ HER HYNESS ที่ไหน ประสบการณ์ที่ได้คือแบรนด์เดียวกันอย่างแท้จริง
4. Fan-Driven Growth: ให้ลูกค้าตัวจริงเป็นคนขับเคลื่อนแบรนด์
HER HYNESS เชื่อในพลังของ “เสียงจากผู้ใช้จริง” มากกว่าการโหมโฆษณาแบบท็อปดาวน์
คอนเทนต์เกี่ยวกับแบรนด์ส่วนใหญ่เกิดจาก
รีวิวจากผู้ใช้จริง
แชทพูดคุยประสบการณ์การใช้
โพสต์จากลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ
รวมถึง Influencer ระดับโลกที่ “เลือกใช้เอง” ไม่ใช่แค่เพราะการจ้างงาน
ผลลัพธ์คือแบรนด์ถูกสร้างบน ความน่าเชื่อถือจากประสบการณ์จริง และกลายเป็นแบรนด์ที่ ขับเคลื่อนด้วยแฟนตัวจริง อย่างแท้จริง
5. Teamwork with Global Mindset: ทีมไทยที่คิดและทำงานแบบโกลบอล
เบื้องหลัง HER HYNESS คือทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ และมีประสบการณ์จากองค์กรชั้นนำระดับโลกในหลากหลายประเทศ
ผู้ก่อตั้งหลักมาจากสายบิวตี้ระดับโลก เคยทำงานกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ทั้งในสิงคโปร์ ไทย และจีน
หุ้นส่วนอีกรายมีพื้นฐานสายการเงินระดับโลก จากสถาบันการเงินชั้นนำในนิวยอร์กและฮ่องกง
อีกคนมาจากสถาบันการเงินแนวหน้าที่ฮ่องกง ไต้หวัน และจีน
ทั้ง 3 คนดึงความรู้และมาตรฐานจากองค์กรระดับโลก มาวางเป็นฐานให้ HER HYNESS เติบโตด้วย Global Standard และ Global Mindset พร้อมถ่ายทอดวัฒนธรรมการทำงานแบบโกลบอลให้ทีมงานในไทย
ทีมจึงเดินด้วยหลักคิด “Think Global, Act Local” คือคิดและวางกลยุทธ์แบบแบรนด์ระดับโลก แต่ปรับใช้ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนไทยจริง ๆ
จากคลีนบิวตี้สู่ “กันแดดอัจฉริยะ” ที่กล้าท้าแดด 6 ชั่วโมง

หัวใจของการตอกย้ำความเป็นแบรนด์คลีนบิวตี้ระดับโลกของ HER HYNESS คือการเปิดตัวนวัตกรรมกันแดดใหม่ “UV Adapt Hya Water Sunscreen SPF50+ PA++++”
จุดขายไม่ได้อยู่แค่ค่ากันแดดสูง แต่คือเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ Smart UV Adapt™ ที่ถูกพัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาพฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่ที่ “ไม่ชอบทากันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง”
ผลิตภัณฑ์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนที่ต้องใช้ชีวิตกลางแดด แต่ไม่อยากวุ่นวายเติมกันแดดบ่อย ๆ โดยมีจุดเด่นคือ
*ช่วยให้ผิวสร้าง “ระบบกันแดดตามธรรมชาติ” ได้เองยาวนานสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง
ไม่ได้แค่ปกป้อง แต่ยังฟื้นฟูกลไกผิวให้แข็งแรงจากภายในอย่างยั่งยืน
สอดคล้องกับเป้าหมายการขยายตลาดกันแดดของแบรนด์ให้เติบโตมากกว่า 100%
ตลาดกันแดดในไทยมีมูลค่าประมาณ 6.1 พันล้านบาท และเติบโต 6% ในช่วงปี 2021–2024 ซึ่งทำให้กันแดดตัวนี้ไม่ใช่แค่สินค้าใหม่ แต่คือ เกมเชนเจอร์ของแบรนด์
Smart UV Adapt™: เทคโนโลยีที่เปลี่ยนกันแดดให้เป็น “ระบบเสริมภูมิคุ้มกันผิว”

เบื้องหลังคำว่า Smart UV Adapt™ ไม่ใช่แค่คำโปรย แต่คือเทคโนโลยีที่ใช้หลักการ Skin Microbiome Science ทำงานร่วมกับ แบคทีเรียดี (Probiotics) บนผิว
เทคโนโลยีนี้ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างสารหนึ่งชื่อว่า Urolithin A ซึ่งเป็นสารชีวโมเลกุลที่มีคุณสมบัติเด่นหลายด้าน ได้แก่
ลดความเสียหายของเซลล์ผิวจากรังสี UV
เติมพลังงานให้เซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเองจากความเสียหายที่เกิดจากแสงแดด
ลดการเสื่อมสลายของ Collagen และ Elastin ในชั้นผิว
เป็นกลไกที่ทำงาน จากภายในผิว ไม่ใช่แค่เคลือบผิวด้านนอก
ปลอดภัยสำหรับผิวแพ้ง่าย
เมื่อผิวสามารถผลิต Urolithin A ได้อย่างต่อเนื่อง ก็เหมือนผิวมี “ระบบกันแดดธรรมชาติ” ที่ทำงานเสริมไปพร้อมกับสารกันแดดที่ทาอยู่ ทำให้ผิวสามารถปกป้องตัวเองจากแสงแดดได้ยาวนานสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง ต่อเนื่อง*
นวัตกรรมนี้ผ่านการทดสอบทั้ง in vitro และ in vivo ใน 4 ห้องแล็บมาตรฐานสากล และยังถูกออกแบบให้เป็นสูตรที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย เพราะ
ไม่มีสารระคายเคืองกว่า 18 ชนิด
ใช้เนื้อสัมผัสแบบ Light Watery บางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะ
ปกป้องผิวจากทั้ง UVA1, UVA2, UVB, Blue Light และฝุ่น PM2.5
จุดแข็งจริง ๆ ของกันแดดตัวนี้จึงไม่ใช่แค่ค่า SPF แต่คือ “การบูสต์กลไกธรรมชาติของผิวให้แข็งแรงขึ้นเอง”
EMPOWER YOUR SKIN, EMBRACE THE SUN: กันแดดที่ไม่ได้แค่กัน แต่ให้คุณกล้าใช้ชีวิต
แนวคิดเบื้องหลัง Smart UV Adapt™ คือคอนเซ็ปต์ “EMPOWER YOUR SKIN, EMBRACE THE SUN” หรือการเสริมพลังกลไกธรรมชาติของผิว เพื่อให้คนสามารถใช้ชีวิตใต้แสงแดดได้อย่างมั่นใจ
HER HYNESS ไม่ได้มองกันแดดเป็นแค่ “เกราะป้องกัน” อีกต่อไป แต่เลื่อนบทบาทให้กลายเป็น “ระบบเสริมภูมิคุ้มกันผิว” ที่ทำงานร่วมกับผิว ไม่ใช่แค่เคลือบผิวไว้เฉย ๆ
พร้อมกันนี้ แบรนด์ยังเปิดตัว หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก เพื่อสะท้อนภาพผู้หญิงยุคใหม่ที่
กล้าเป็นตัวของตัวเอง
มีความคิดเป็นของตัวเอง
มองโลกในมุมที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรอบข้าง
การดึงแบรนด์แอมบาสเดอร์ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เพื่อสีสันของแคมเปญ แต่เป็นการยกระดับการสื่อสารของแบรนด์ให้ชัดขึ้นว่า HER HYNESS กำลังพูดกับคนยุคใหม่ที่ กล้าคิด กล้าเลือก และใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ พร้อมส่งต่อพลังนั้นให้ทุกคนกล้าเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด
สรุป: กันแดดสายคลีนที่คิดไกลกว่าคำว่า “ปกป้อง”
HER HYNESS UV Adapt HYA Water Sunscreen SPF50+ PA++++ ไม่ได้เป็นแค่กันแดดใหม่ในตลาด แต่คือผลลัพธ์จาก
กลยุทธ์ Think Global, Act Local ที่ใช้จริงมาแล้ว 8 ปี
Brand Position ที่ชัดเจนในฐานะ Clinically-proven clean beauty
R&D ที่ทำเกินมาตรฐาน เพื่อสร้างโปรดักต์คุณภาพจริง
การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยเสียงจากลูกค้าตัวจริง
ทีมงานที่มี Global Mindset และยึดมาตรฐานระดับสากล
สินค้าตัวนี้มีออกมาสองขนาด เพื่อให้เลือกใช้ได้ตามไลฟ์สไตล์
ขนาด 30 ml ราคา 1,190 บาท
ขนาด 50 ml ราคา 1,690 บาท
สำหรับคนที่กำลังมองหากันแดดที่ไม่ได้แค่ “กัน” แต่ช่วย เสริมภูมิคุ้มกันผิวจากภายใน และตอบโจทย์คนที่ไม่ชอบทาซ้ำบ่อย ๆ นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่ออกแบบมาสำหรับคุณโดยเฉพาะ
หมายเหตุ: ประสิทธิภาพ 6 ชั่วโมงอ้างอิงจากผลการทดสอบของ 1% SMART UV ADAPT™ ในผลิตภัณฑ์ HER HYNESS UV ADAPT HYA WATER SUNSCREEN จากห้องปฏิบัติการทางชีววิทยาและพิษวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งพบว่าสามารถช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดดีที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดตามธรรมชาติ (Lactobacillus plantarum) ภายใต้รังสียูวีต่อเนื่องนาน 6 ชั่วโมง

