รับแอปรับแอป

แลนด์ดิ้งยังไงให้ผิวไม่พัง! ทริคดูแลผิวบนเครื่องบินแบบครบทุกสเต็ป

ธีรพล สุขเกษม01-29

แลนด์ดิ้งทั้งที ผิวต้องสวยเหมือนนอนเต็ม 8 ชั่วโมง

ขึ้นเครื่องบินทีไร ผิวแห้ง หน้าล้า ปากลอก แต่งหน้าก็ไม่ติด ถ่ายรูปก็ไม่มั่นใจ? ถ้าใครกำลังเจอปัญหานี้อยู่ มาลองเปลี่ยนไฟลท์ถัดไปให้เป็นทริปกู้ผิวกันสักครั้งดู

บทความนี้จะพาไปดูว่า ผิวเราต้องเจออะไรบนเครื่องบินบ้าง พร้อมทริคดูแลผิวระหว่างบิน สิ่งที่ควรเลี่ยง และ 4 STEP ฟื้นฟูผิวหลังแลนดิ้งแบบจัดเต็ม แต่ทำตามได้จริง

เป้าหมายคือแลนดิ้งพร้อมผิวเนียนใส สดชื่นเหมือนเพิ่งตื่นจากการพักผ่อนดี ๆ ไม่ใช่เพิ่งลงจากไฟลท์ยาวหลายชั่วโมง

ทำไมผิวถึงพังง่ายเวลาอยู่บนเครื่องบิน

ต้องเข้าใจก่อนว่า สภาพอากาศบนพื้นดินกับบนเครื่องบินคือคนละโลกกันเลย โดยเฉพาะเรื่อง “ความชื้นในอากาศ” ที่มีผลกับผิวแบบจัง ๆ

บนพื้นดิน ความชื้นสัมพัทธ์จะอยู่ราว ๆ 40 - 60% แต่ในห้องโดยสารเครื่องบิน ความชื้นจะดรอปลงเหลือประมาณ 10 - 20% เท่านั้น

ความชื้นที่ต่ำขนาดนี้ทำให้ผิวของเรา สูญเสียน้ำได้ไวขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้

  • ผิวขาดน้ำง่าย

  • ผิวแห้งตึง ลอกเป็นขุย

  • ผิวดูหมอง ไม่สดใส

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าขึ้นเครื่องแบบไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย มีโอกาสสูงมากที่ผิวจะพังตั้งแต่ยังไม่ทันถึงที่หมาย

ทริคดูแลผิวบนเครื่องบินให้สวยยันแลนดิ้ง

อยากให้ผิวรอดจากไฟลท์ยาว ๆ ไม่ยากอย่างที่คิด แค่ปรับสกินแคร์รูทีนบนเครื่องให้ตรงจุด และให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาดและความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ

1. มือสะอาดก่อน แตะต้องหน้าเสมอ

ภายในเครื่องบินมีเชื้อโรคและสิ่งสกปรกซ่อนอยู่เต็มไปหมด ทั้งที่วางแขน หัวเข็มขัดนิรภัย ช่องเก็บของด้านหน้า ฯลฯ ซึ่งเราเผลอไปจับแบบไม่รู้ตัวตลอดไฟลท์

ก่อนเริ่มรูทีนสกินแคร์บนเครื่องจึงควร

  • ใช้ทิชชูเปียกเช็ดมือ

  • ตามด้วยเจลแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้ออีกครั้ง

แค่ขั้นตอนเล็ก ๆ นี้ ก็ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวจากมือที่สกปรกไปสัมผัสใบหน้าได้เยอะมาก

2. ใช้มาสก์หน้าแบบไฮโดรเจล ไม่ดูดน้ำออกจากผิว

เรื่อง “มาสก์หน้าบนเครื่องบิน” กลายเป็นดราม่าเบา ๆ บนโซเชียล บางคนบอกว่าดี บางคนบอกว่าทำให้ผิวแห้งกว่าเดิม

ความจริงคือ มาสก์หน้าได้ แต่ต้องเลือกชนิดให้ถูก

ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำว่า หากจะมาสก์หน้าบนเครื่อง ให้เลือกเป็น Hydrogel Mask (แผ่นมาสก์แบบไฮโดรเจล) เพราะมีข้อดีคือ

  • เนื้อเจลแนบสนิทกับผิวหน้าได้ดี

  • ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น

  • ลดการระเหยของสารบำรุงและน้ำจากผิว

จุดสำคัญคือ มันจะไม่ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวเหมือนชีตมาสก์ที่บางและแห้งง่ายเกินไปในอากาศแห้งจัดแบบบนเครื่องบิน

3. ล็อกความชุ่มชื้นด้วย Occlusive Moisturizers

เมื่ออากาศแห้งจัด ผิวจะระเหยน้ำออกไปเร็วขึ้น การทาแค่เซรั่มหรือครีมเบา ๆ อาจยังไม่พอ ต้องมีตัวช่วยเคลือบผิวเพิ่ม

ลองมองหามอยส์เจอไรเซอร์ชนิด Occlusive ที่มีคุณสมบัติ

  • สร้างฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวชั้นบนสุด

  • ช่วยล็อกความชุ่มชื้นไม่ให้ระเหยง่าย

  • เสริมเกราะป้องกันผิวชั่วคราวระหว่างไฟลท์

ใครผิวขาดน้ำง่ายหรือผิวแห้งมาก ตัวนี้คือไอเทมที่ไม่ควรมองข้ามเวลาอยู่บนเครื่องบิน

4. อย่าลืมผิวรอบดวงตาที่บอบบางกว่าใคร

ผิวรอบดวงตาบางและเซนซิทีฟกว่าส่วนอื่นบนหน้า พออยู่ในอากาศแห้งนาน ๆ จะยิ่งแห้งง่าย เสี่ยง

  • ริ้วรอยเล็ก ๆ โผล่มาให้ตกใจ

  • ใต้ตาคล้ำ ดูล้า เหมือนพักผ่อนไม่พอ

แนะนำให้ใช้อายครีมที่มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื้น เช่น

  • กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid)

  • สควาเลน (Squalane)

  • เซราไมด์ (Ceramide)

ถ้าเลือกแบบหัวลูกกลิ้งหรือหัวนวดเหล็กจะยิ่งดี เพราะช่วย

  • ลดการสัมผัสผิวโดยตรงจากนิ้วมือ

  • มอบความรู้สึกเย็นสบาย ผ่อนคลาย

  • ช่วยลดอาการบวมรอบดวงตา

5. ปากต้องรอด ด้วยลิปมาสก์

ริมฝีปากคือจุดที่เผยความแห้งได้ชัดมาก ยิ่งอยู่บนเครื่องบินที่อากาศแห้งจัด ปากแห้ง ลอก แตก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นง่ายสุด ๆ

เพื่อให้ปากนุ่มชุ่มชื้นตลอดไฟลท์ แนะนำให้

  • ทาลิปมาสก์เนื้อเข้มข้นเคลือบริมฝีปาก

  • เลือกสูตรที่ช่วยฟื้นบำรุงริมฝีปากแห้งกร้านแบบล้ำลึก

  • เติมความชุ่มชื้นระหว่างไฟลท์ได้ตามต้องการ

ทิปส์เล็ก ๆ: ทาลิปมาสก์ให้หนากว่าปกติเล็กน้อยก่อนหลับบนเครื่อง ตื่นมาปากจะนุ่มฟูขึ้นแบบสัมผัสได้

3 สิ่งที่ควรเลี่ยงบนเครื่อง ถ้าไม่อยากให้ผิวพัง

รู้วิธีบำรุงแล้ว มาดูฝั่งสิ่งที่ควรเลี่ยงกันบ้าง เพราะบางพฤติกรรมก็ทำร้ายผิวแบบไม่รู้ตัว

1. เปิดม่านหน้าต่างท้าแดดตลอดไฟลท์

การเปิดหน้าต่างตอนเครื่องขึ้นและลงเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่ไม่ควรเปิดค้างไว้ทั้งไฟลท์ โดยเฉพาะช่วงที่แดดแรงมาก ๆ

เหตุผลคือ กระจกหน้าต่างเครื่องบินส่วนใหญ่ กรองได้แค่รังสี UVB แต่แทบไม่สามารถกัน รังสี UVA ที่ทำร้ายผิวลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ได้ดีเท่าไร

ผลที่ตามมาคือ

  • ริ้วรอยมาไวขึ้น

  • ผิวหย่อนคล้อยเร็ว

  • ระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปวิวเมฆสวย ๆ แนะนำให้ลดม่านลงบ้าง ผิวจะได้ไม่โดนแดดเล่นงานตลอดไฟลท์

2. แต่งหน้าแน่นบนเครื่องบิน

ในห้องโดยสารที่ความชื้นต่ำ ผิวมักเผชิญภาวะขาดน้ำ พอผิวขาดน้ำ ต่อมไขมันใต้ผิวก็จะผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อชดเชย

พอความมันบนผิวเพิ่ม + เมคอัพหนา ๆ + อากาศแห้ง = โอกาสอุดตันก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ถ้าไม่อยากเสี่ยงสิวขึ้นหลังลงเครื่อง แนะนำว่า

  • พยายามขึ้นเครื่องด้วยหน้าเปลือยผิวหรือเมคอัพเบามาก ๆ

  • เน้นสกินแคร์บำรุงให้ผิวแข็งแรงก่อน

แล้วค่อยไปแต่งหน้าจัดเต็มตอนใกล้ถึงจุดหมายจะดีกับผิวกว่าเยอะ

3. ดื่มแอลกอฮอล์บนเครื่อง

ถึงจะดูเป็นโมเมนต์ชิล ๆ แต่การดื่มแอลกอฮอล์บนเครื่องบินทำให้ร่างกาย สูญเสียน้ำมากขึ้น และเกิดภาวะขาดน้ำได้ง่าย

เมื่อร่างกายขาดน้ำ ต่อให้เราบำรุงผิวดีแค่ไหน ผิวก็ยัง

  • ดูแห้งกร้าน

  • ขาดความชุ่มชื้นจากภายใน

ลองสลับจากแอลกอฮอล์เป็นน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มไม่หวานมากแทน ผิวและร่างกายจะขอบคุณคุณมากในระยะยาว

4 STEP ฟื้นฟูผิวหลังแลนดิ้งให้กลับมาปัง

ลงเครื่องแล้วภารกิจยังไม่จบ แนะนำให้มีรูทีนเล็ก ๆ เพื่อรีเซ็ตผิวจากมลภาวะและอากาศแห้งบนเครื่องบิน โดยเน้นเรื่องความสะอาดและการเติมความชุ่มชื้นเป็นหลัก

STEP 1: ทำความสะอาดผิวหน้าแบบ Double Cleansing

เครื่องบินคือแหล่งรวมเชื้อโรคและฝุ่นที่เราแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สิ่งแรกที่ควรทำหลังแลนดิ้งคือ ล้างหน้าให้สะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้

แนะนำใช้วิธี Double Cleansing

  • เริ่มจากคลีนซิ่งออยล์หรือคลีนซิ่งบาล์มบนผิวหน้าแห้ง เพื่อสลายกันแดด ความมัน และสิ่งสกปรก

  • จากนั้นล้างออก แล้วตามด้วยโฟมล้างหน้าหรือเจลล้างหน้าบนผิวเปียกอีกครั้ง

แค่สองสเต็ปนี้ก็ช่วยให้ผิวสะอาดล้ำลึกขึ้น ลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันได้มาก

STEP 2: สครับผิวหน้าอย่างเบามือ

อากาศแห้งบนเครื่องบินทำให้ผิวขาดน้ำได้ง่าย ต่อมไขมันจึงมักผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติเพื่อชดเชย โดยเฉพาะคนผิวมันและผิวผสมจะเจอปัญหาหน้ามันเยิ้มแบบชัดเจน

ความมันส่วนเกิน + เซลล์ผิวที่ตายแล้ว = รูขุมขนอุดตันได้ง่าย

หลังลงเครื่อง ล้างหน้าอย่างเดียวอาจยังไม่สะอาดพอ จึงควร

  • สครับผิวหน้าอย่างอ่อนโยน

  • เน้นช่วยเคลียร์รูขุมขนและสิ่งสกปรกตกค้าง

  • ขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพที่เกาะอยู่บนผิว

ทำให้ผิวใสขึ้น และลดโอกาสเกิดสิวอุดตันตามมา

STEP 3: เติมความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์

ต่อให้จะแลนดิ้งแล้ว แต่ผิวก็ยังต้องการการเติมน้ำอย่างจริงจังเหมือนตอนอยู่บนเครื่องบิน

หลังล้างหน้าและสครับเรียบร้อยแล้ว ให้ลงสกินแคร์ตามปกติ แล้วปิดท้ายด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง เช่น

  • ผิวมัน: เน้นเนื้อเจลหรือโลชั่นที่บางเบา ไม่อุดตัน

  • ผิวผสม: ทาบางส่วนเบา บางส่วนเข้มข้นตามความแห้งของผิว

  • ผิวแห้ง: ใช้ครีมเนื้อเข้มข้นช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น

ยิ่งผิวชุ่มชื้นดี เมคอัพเที่ยวต่อไปยิ่งติดทนและเนียนสวยขึ้น

STEP 4: อย่าลืมล็อกผิวด้วยครีมกันแดด

หลังแลนดิ้ง ส่วนใหญ่เรามักต้องออกไปเจอแดด เจอมลภาวะต่อทันที ดังนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ครีมกันแดด

แนะนำให้

  • ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป

  • ทาก่อนออกแดดประมาณ 15 - 30 นาที

  • หากต้องอยู่กลางแดดนาน ควรทาซ้ำทุก ๆ 2 ชั่วโมงเพื่อให้การปกป้องมีประสิทธิภาพ

กันแดดที่ดีคือด่านสำคัญในการปกป้องผิวจากความหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย โดยเฉพาะหลังจากผิวเพิ่งผ่านการโบยบินมาหลายชั่วโมง

สรุป: สายเดินทางบ่อย ผิวก็ยังสวยได้

ใครที่ต้องขึ้นเครื่องบินเป็นประจำ ไม่ว่าจะบินใกล้หรือบินไกล แค่ปรับรูทีนเล็กน้อยตามทริคเหล่านี้ ก็ช่วยให้ผิว

  • ไม่แห้งกร้านง่าย

  • ลดโอกาสการเกิดสิวและการอุดตัน

  • แลนด์ดิ้งพร้อมผิวเนียนใส ดูฟู เหมือนพักผ่อนมาเต็มอิ่ม

ครั้งหน้าขึ้นเครื่อง ลองเตรียมสกินแคร์สำหรับไฟลท์ให้พร้อม แล้วเปลี่ยนที่นั่งบนเครื่องให้กลายเป็น “สปาเคลื่อนที่” สำหรับผิวดูสักทริป คุณอาจจะหลงรักการดูแลผิวบนเครื่องบินมากกว่าที่คิดก็ได้