รับแอปรับแอป

อัปเกรดชีวิตทาสแมว! 5 เครื่องให้อาหารแมวอัจฉริยะที่คุ้มสุดในปี 2025 เลือกยังไงให้ตรงสไตล์น้องและเจ้าของ

ภาคภูมิ ศรีสุข01-31

เปิดโหมดทาสแมวยุคดิจิทัล

สำหรับคนเลี้ยงแมวที่ต้องออกจากบ้านบ่อย ทำงานยาว หรือชอบเดินทาง แต่ก็ยังเป็นห่วงว่าน้องจะได้กินข้าวตรงเวลาหรือเปล่า เครื่องให้อาหารแมวอัตโนมัติ คือไอเทมที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นแบบรู้สึกได้จริง

คุณสามารถตั้งเวลา คุมปริมาณ และเช็กสถานะการกินของน้องได้แบบเป๊ะๆ ไม่ต้องกลัวลืม ไม่ต้องรีบกลับบ้าน แถมยังช่วยดูแลสุขภาพน้องแมวในระยะยาวได้ด้วย

บทความนี้รวม เครื่องให้อาหารแมวตัวท็อปขายดีในไทย 5 รุ่น พร้อมแนวทางเลือกให้เหมาะทั้งกับไลฟ์สไตล์ของคุณและนิสัยของน้องแมว

วิธีเลือกเครื่องให้อาหารแมวให้ตรงจริตทั้งคนทั้งแมว

คำถามยอดฮิตที่ทาสแมวทุกคนต้องเจอคือ: “เครื่องให้อาหารแมว ยี่ห้อไหนดี?”

คำตอบไม่มีสูตรตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับ วิถีชีวิตของเจ้าของ + พฤติกรรมของแมว เป็นหลัก โดยมีปัจจัยที่ควรเช็กให้ครบดังนี้

  • ขนาดความจุถังอาหาร
    บ้านไหนมีแมวหลายตัว หรือชอบออกทริปยาวๆ แนะนำความจุอย่างน้อยประมาณ 4 ลิตรขึ้นไป จะได้ไม่ต้องเติมบ่อย

  • ระบบการตั้งเวลาให้อาหาร
    ถ้าบ้านคุณมีแมวที่กินเป็นเวลาชัดเจน ควรเลือกรุ่นที่ตั้งได้หลายมื้อในหนึ่งวัน ยิ่งปรับละเอียดได้ยิ่งดี

  • การควบคุมผ่านแอป
    ทาสแมวสายทำงานหรือออกนอกบ้านบ่อยควรเน้นรุ่นที่ควบคุมผ่านมือถือได้ จะสั่งให้อาหารเพิ่ม หรือตั้งตารางจากข้างนอกก็ทำได้สบาย

  • ฟังก์ชันกล้อง / เสียงบันทึก
    ถ้าคุณเป็นสายคิดถึงน้องแมวตลอดเวลา รุ่นที่มีกล้องหรือเสียงเรียกตอนให้อาหารจะช่วยให้หายคิดถึงไปได้เยอะ

  • ราคา + การรับประกัน +บริการหลังการขาย
    เลือกแบรนด์ที่มีการรับประกันชัดเจน และมีอะไหล่หรือศูนย์บริการรองรับในไทย จะได้ใช้นานๆ แบบสบายใจ

รวม 5 เครื่องให้อาหารแมวสุดฮิต ที่ทาสทั่วไทยเทใจให้

1. Petkit Fresh Element SOLO – สวย ฉลาด จบในแอปเดียว

สายมินิมอลที่ชอบดีไซน์สวย ฟังก์ชันครบ และอยากคุมทุกอย่างผ่านมือถือ Petkit Fresh Element SOLO (Global Version) คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก

จุดเด่นที่น่าสนใจ

  • สั่งงานผ่านแอปอัจฉริยะ รองรับทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth
    เชื่อมกับแอป PETKIT ได้เสถียร ตั้งตารางมื้ออาหารได้หลายมื้อต่อวัน หรือกดให้อาหารเพิ่มจากระยะไกลได้ทันที

  • ดีไซน์กะทัดรัด + ถาดสแตนเลสเกรดอาหาร
    ขนาดตัวเครื่องไม่กินพื้นที่ ฐานเอียงเล็กน้อยช่วยให้น้องกินสบาย ถาดเป็นสแตนเลสปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง ถอดล้างง่าย

  • ฝาปิดซีล 3 ชั้น + ถุงดูดความชื้น
    ช่วยกันอากาศและความชื้น ทำให้อาหารเม็ดสดใหม่กรอบนาน เหมาะกับอาหารเม็ดขนาดเล็ก–กลาง

  • รองรับไฟบ้าน + แบตเตอรี่สำรอง
    มีช่องใส่ถ่าน AAA เป็นแบตสำรอง เผื่อกรณีไฟดับ น้องก็ยังไม่พลาดมื้อสำคัญ

  • ปรับวิธีจ่ายอาหารได้ 3 แบบ

    • ตั้งอัตโนมัติผ่านแอป

    • กดปุ่มที่ตัวเครื่อง

    • สั่งจ่ายแบบทันทีผ่านมือถือ

  • วัสดุแข็งแรง ถอดล้างง่าย
    ตัวเครื่องใช้วัสดุคุณภาพดีอย่าง ABS + สแตนเลส พร้อมสายไฟถักกันถูกกัด

2. Xiaomi Mijia Smart Pet Feeder 2 – ทาสสายเสียวไฟดับ ต้องมี

ใครมองหาเครื่องให้อาหารแมวที่เน้นความเสถียร ฟังก์ชันฉลาด และการแจ้งเตือนผ่านแอปแบบจัดเต็ม Xiaomi Mijia Smart Pet Feeder 2 คือสายฮาร์ดเวิร์กที่ไว้ใจได้มาก

จุดเด่นที่น่าโดน

  • ควบคุมผ่านแอป MIJIA
    ตั้งเวลาและปริมาณอาหารแต่ละมื้อได้ละเอียด ใช้งานผ่านมือถือได้ต่อเนื่อง แม้คุณจะไม่อยู่บ้านหลายวัน

  • มีเซ็นเซอร์เช็กระดับอาหาร + แจ้งเตือนอัตโนมัติ
    ถ้าอาหารใกล้หมด หรือระบบมีปัญหา แอปจะแจ้งเตือนทันที ไม่ต้องกลัวน้องอดข้าวแบบไม่รู้ตัว

  • ระบบจ่ายอาหารลื่นไหล + ใบพัดซิลิโคนคุณภาพดี
    ลดปัญหาอาหารติดขัด เหมาะสำหรับอาหารเม็ดที่ต้องการความต่อเนื่อง

  • กันชื้น 3 ชั้นเต็มระบบ
    ทั้งถังซีล 360°, ถาดดูดความชื้น และช่องจ่ายแบบปิด ช่วยให้อาหารแห้งเสมอ

  • แหล่งพลังงานคู่ + แบตเตอรี่สำรอง
    ใช้ได้ทั้งไฟบ้านและถ่าน AA ทำให้เครื่องยังทำงานต่อได้แม้ไฟดับหรือเน็ตหลุด

  • ถังความจุ 3.6 ลิตร
    รองรับการใช้งานกับแมวหรือหมาเล็กได้หลายวันต่อการเติมหนึ่งครั้ง เหมาะกับคนที่ไม่อยากเติมบ่อย

  • วัสดุปลอดภัย + ถาดสแตนเลส 304
    ถอดล้างง่าย สะอาด และปลอดภัยกับน้องแบบหายห่วง

3. Petoneer Nutri Vision – ตั้งเวลาเป๊ะ พร้อมกล้องเช็กอาหารในเครื่อง

ถ้าคุณอยาก “เช็กทุกอย่างได้จากมือถือ” ไม่ใช่แค่ตั้งเวลาให้อาหาร แต่ยังอยากดูสถานะภายในเครื่องแบบเรียลไทม์ Petoneer Nutri Vision 3.7L เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

จุดเด่นที่ช่วยให้ทาสสบายใจขึ้นเยอะ

  • ตั้งเวลาแม่นยำ + กดให้อาหารเพิ่มได้ทันที
    คุมได้ทั้งบนตัวเครื่องและผ่านแอป ตั้งมื้อได้หลายครั้งต่อวัน

  • รองรับแอปหลายแพลตฟอร์ม
    ใช้ได้ทั้งบน iOS / Android และทำงานร่วมกับ Amazon Alexa

  • เซ็นเซอร์อัจฉริยะ 2 ชั้น
    คอยตรวจระดับอาหาร และเช็กว่ามีเม็ดอาหารติดค้างในช่องจ่ายหรือไม่

  • ใบพัด Triple Anti-Jam หมุนกลับอัตโนมัติ
    ลดโอกาสอาหารติดขัด จ่ายได้เนียนทุกมื้อ

  • กล้อง Nutri Vision ตรวจอาหารในถังแบบเรียลไทม์
    เปิดแอปแล้วดูได้เลยว่าในถังเหลือแค่ไหน ไม่ต้องเปิดฝาเช็กบ่อย

  • ความจุ 3.7 ลิตร
    เหมาะสำหรับบ้านที่มีแมวหรือสุนัขตัวเล็ก–กลาง ใช้ได้หลายวันต่อการเติม

  • รองรับ Power Bank เป็นไฟสำรอง
    เสียบแบตพกพาไว้ด้านหลัง เผื่อกรณีไฟดับก็ยังให้อาหารต่อได้

  • ถังถอดล้างง่าย
    แยกออกมาทำความสะอาดได้สะดวก ช่วยให้ดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก

4. HHOLOVE Smart Pet Feeder 6L – ความจุโหด พร้อมกล้องถ่ายชามอาหาร

ใครที่ต้องการความอุ่นใจแบบจัดเต็ม ทั้งเรื่องปริมาณอาหารและการเช็กว่าชามว่างหรือยัง HHOLOVE Smart Pet Feeder 6L คือสายหนักแน่นที่ตอบโจทย์สุด

ไฮไลต์เด่นของรุ่นนี้

  • กล้องดูชามอาหารแบบเรียลไทม์
    หลังจ่ายอาหาร ระบบสามารถส่งภาพในชามผ่านแอป HHOLOVE ให้ดูได้ เห็นชัดว่าน้องได้มื้ออาหารเรียบร้อย

  • ดีไซน์ป้องกันอาหารติดขัดขั้นสูง
    ออกแบบมุมลาดเอียง 45° ร่วมกับเซ็นเซอร์คู่ ช่วยลดปัญหาอาหารค้างในทางจ่าย

  • ถังใหญ่จุใจ 6 ลิตร
    เหมาะมากสำหรับบ้านที่มีหลายตัว หรือคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลเรื่องเติมอาหาร

  • ถุงดูดความชื้น + ระบบซีลสุญญากาศ
    รักษาความกรอบของอาหารเม็ด ลดกลิ่นอับและความชื้นสะสม

  • ถาดอาหารสแตนเลส ถอดล้างง่าย
    รองรับเม็ดอาหารประมาณ 2–13 มม. ไม่เป็นสนิม และช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาคางดำในแมว

  • ตั้งเวลาได้สูงสุด 4 มื้อต่อวัน
    ปรับปริมาณได้หลายระดับ ตั้งแต่เบาๆ ไปจนถึงมื้อจัดเต็ม

  • ใช้ได้ทั้งไฟ USB และแบตเตอรี่สำรอง
    หากไฟดับ เครื่องจะสลับไปใช้โหมดแบตเตอรี่อัตโนมัติ ทำให้มื้ออาหารของน้องไม่สะดุด

ควบคุมผ่านแอปได้ง่าย

รองรับทั้ง iOS และ Android แค่เชื่อมต่อ Wi-Fi ก็ ตั้งเวลา ตรวจเช็กสถานะ และรับการแจ้งเตือนได้จากมือถือทันที

5. Rojeco อัตโนมัติ WiFi – ใช้ได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ใครอยู่หอ อยู่คอนโด หรือบ้านเน็ตไม่เสถียรแต่ก็ยังอยากใช้เครื่องให้อาหารแมวอัจฉริยะ Rojeco รุ่น WiFi นี้ เหมาะมาก เพราะใช้งานได้ทั้งแบบผ่านแอปและแบบไม่ต้องพึ่งเน็ต

จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้ยืดหยุ่นสุดๆ

  • ควบคุมผ่านแอป หรือใช้แบบออฟไลน์ก็ได้
    เวอร์ชัน Wi-Fi ตั้งได้สูงสุด 10 มื้อต่อวันผ่านแอป ส่วนโหมดออฟไลน์จะกดตั้งผ่านตัวเครื่องได้ 4 มื้อต่อวัน

  • ตารางให้อาหารเก็บไว้ในตัวเครื่อง
    ตั้งครั้งเดียว ระบบจะจำไว้ให้อัตโนมัติ ต่อให้เน็ตล่มก็ยังจ่ายตามเวลาเดิม

  • รองรับ Hotspot + Wi-Fi 2.4G
    ถ้าที่บ้านไม่มีเน็ตถาวร ใช้ hotspot จากมือถือมาตั้งค่าได้เลย

  • ปรับปริมาณอาหารละเอียดได้สูงสุด 60 ส่วนต่อมื้อ
    เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมโภชนาการจริงจัง ลดโอกาสให้อาหารมากไปหรือน้อยไป

  • ถังความจุ 4 ลิตร
    เหมาะทั้งสำหรับบ้านที่มีแมวหลายตัว หรือเลี้ยงหมาพันธุ์เล็ก ไม่ต้องเติมบ่อย

  • วัสดุปลอดภัย + ถอดล้างง่าย
    ตัวเครื่องผลิตจาก ABS / SUS 304 / PC แข็งแรง ทำความสะอาดไม่ยุ่งยาก

  • แหล่งจ่ายไฟ 2 ระบบ
    ใช้ได้ทั้งปลั๊กไฟบ้านและถ่าน AA เผื่อกรณีไฟดับหรือย้ายที่ตั้งเครื่อง

ทำไมทาสยุคนี้แทบทุกบ้านควรมีเครื่องให้อาหารแมว

ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ ตารางชีวิตเปลี่ยนทุกวัน แต่แมวยังคงต้องกินให้เป็นเวลา เครื่องให้อาหารแมวอัตโนมัติ เลยกลายเป็นตัวช่วยหลักของทาสยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของแมวโดยตรงด้วย

1. คุมปริมาณอาหารได้เป๊ะ ลดปัญหาอ้วนเกินหรือผอมเกิน

การตักให้อาหารด้วยมือ บางครั้งมากเกิน บางครั้งน้อยไปจนส่งผลต่อสุขภาพได้ เครื่องอัตโนมัติช่วยให้คุณ ล็อกปริมาณต่อมื้อ ได้ตามที่สัตวแพทย์แนะนำ ป้องกันทั้งน้ำหนักเกินและขาดสารอาหาร

2. เหมาะกับคนที่ไม่อยู่บ้านเป็นเวลานาน

คนทำงานออฟฟิศ คนเดินทางบ่อย หรือใครที่บางวันกลับดึกมาก เครื่องให้อาหารแมวจะช่วย ตั้งเวลาให้อาหารล่วงหน้า ได้ ทำให้น้องยังได้กินตรงเวลาแม้ไม่มีคนอยู่บ้าน

3. ลดความกังวลของเจ้าของแบบเห็นได้ชัด

หลายคนพอออกจากบ้านทีไรก็คิดถึงแต่น้องแมวว่าจะหิวไหม เครื่องพวกนี้ช่วยลดความกังวลได้เยอะ เพราะคุณรู้แน่ว่า ทุกมื้อถูกจ่ายตามเวลาที่ตั้งไว้

4. ตอบโจทย์แมวที่ต้องการการดูแลพิเศษ

สำหรับแมวที่ต้องควบคุมอาหาร เช่น

  • แมวอ้วนที่ต้องลดน้ำหนัก

  • แมวมีโรคประจำตัวที่ต้องทานให้เป็นเวลา

เครื่องให้อาหารช่วยให้คุณ กำหนดเวลาและปริมาณได้ตรงตามคำแนะนำของหมอ แบบไม่พลาด

5. ลดความสับสน เรื่องแย่งกินและกินถี่เกินไป

บ้านที่มีหลายตัวมักเจอปัญหาบางตัวกินบ่อย บางตัวไม่ทันกิน การตั้งเวลาให้ชัดเจนช่วยให้แมวเรียนรู้จังหวะมื้ออาหาร ทำให้ การกินเป็นระบบมากขึ้น และลดการแย่งกันโดยไม่จำเป็น

แนะนำรุ่นน่าใช้เพิ่มเติม สำหรับสายฟังก์ชันจัดเต็ม

นอกจาก 5 รุ่นหลักที่เล่าไปแล้ว ยังมีอีกหลายเครื่องให้อาหารแมวที่ฟังก์ชันแน่นมาก เหมาะกับคนที่ชอบอะไรล้ำๆ หรือเน้นกล้องและแอปเป็นพิเศษ

เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ 5L Smart Pet Feeder (มี Wi-Fi + กล้อง)

รุ่นนี้เหมาะสำหรับทาสที่ต้องการทั้งความสะดวกและความสบายใจเรื่องการเฝ้าดูน้องแบบใกล้ชิด

สิ่งที่โดนใจ

  • ควบคุมผ่านแอปมือถือ
    แค่ติดตั้งแอปก็สั่งงานได้เลย จะตั้งเวลาให้อาหาร หรือกดจ่ายแบบสดๆ จากที่ไหนก็ได้

  • มีกล้องในตัวดูสดได้ตลอดเวลา
    เปิดแอปแล้วดูได้เลยว่าน้องมากินหรือยัง นอนอยู่ไหน ได้ฟีลเหมือนมีกล้องวงจรปิดส่วนตัวให้น้อง

  • ถังความจุ 5 ลิตร
    รองรับบ้านที่มีหลายตัว หรือคนที่ไม่สะดวกเติมอาหารบ่อยๆ

  • ชามอาหารถอดล้างง่าย
    มีทั้งแบบพลาสติกและสแตนเลสให้เลือก ทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นสนิม

  • ดีไซน์กะทัดรัด + ฐานกันลื่น
    ตั้งไว้มุมไหนก็เข้ากับบ้านได้ แถมฐานกันลื่นช่วยให้เครื่องไม่ล้มง่ายเวลาแมวซน

เครื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ ความจุ 3 ลิตร (รองรับ Wi-Fi)

สายมินิมอลแต่ยังอยากได้ฟังก์ชันครบ รุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ลงตัวทั้งด้านราคาและความสามารถ

จุดเด่นที่ทำให้น่าใช้

  • เชื่อมต่อ Wi-Fi และควบคุมผ่านแอปได้
    ตั้งเวลาและปริมาณได้ละเอียดผ่านมือถือ รองรับการใช้งานในหลายเครือข่าย

  • ความจุ 3 ลิตร ใช้ได้หลายวัน
    เหมาะกับแมวหรือหมาขนาดเล็ก–กลาง หรือบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงไม่เยอะมาก

  • วัสดุ PP น้ำหนักเบา ปลอดภัย
    เคลื่อนย้ายสะดวก และเป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง

  • ชามสแตนเลสถอดล้างง่าย
    ลดการสะสมของแบคทีเรีย ทำให้น้องกินได้อย่างมั่นใจ

  • รองรับทั้งไฟบ้านและแบตเตอรี่
    ใช้งานได้ต่อเนื่องแม้ไฟดับ เพียงใส่แบตสำรองไว้

ระบบการให้อาหารแบบแม่นยำ

  • ตั้งเวลาให้อาหารวันละหลายครั้ง

  • ปรับปริมาณได้ตามต้องการ

  • แนะนำใช้กับอาหารเม็ดแห้งขนาดประมาณ 5–10 มม. เพื่อให้การจ่ายลื่นไหล

หมายเหตุ: ไม่ควรใส่อาหารเปียก เพื่อลดโอกาสอุดตันในระบบ

PETKIT Yumshare Dual-Hopper With Camera – สายบ้านหลายตัวต้องเลิฟ

ถ้าบ้านคุณเลี้ยงหลายตัว หรือให้อาหารสองสูตร รุ่นนี้คือที่สุดของความยืดหยุ่น ทั้งฟังก์ชันกล้อง AI และถังแยกสองช่อง

จุดเด่นแบบจัดเต็ม

  • กล้อง AI ดูน้องแบบ Live + คุยโต้ตอบได้
    เปิดดูภาพสด พูดคุยกับน้องผ่านแอปได้ทันที

  • AI บันทึกคลิปอัตโนมัติ
    ระบบจะเลือกช็อตน่ารักๆ ของน้องมาตัดต่อให้ พร้อมแชร์ลงโซเชียลได้เลย

  • บันทึกเฉพาะสัตว์เลี้ยงเพื่อความเป็นส่วนตัว
    ถ้าเป็นคนเดินผ่าน กล้องจะไม่บันทึก

  • กล้องมุมกว้าง 140° + อินฟราเรดมองกลางคืน
    เห็นทั้งตัวน้องและปริมาณอาหารแม้ในที่แสงน้อย

  • ถังแยก 2 ช่อง (2 ลิตร + 3 ลิตร)
    ใส่อาหารคนละสูตร คนละตัว หรือแบ่งเม็ดคนละขนาดได้

  • ชามเคลือบเทฟล่อนจากสเตนเลส 304
    ล้างง่าย ไม่มัน ไม่คราบ

  • ซีล 3 ชั้น + ถุงดูดความชื้น
    ช่วยรักษาความสดของอาหารเม็ดได้อย่างดี

  • จ่ายอาหารได้ 3 รูปแบบ

    • กดที่ตัวเครื่อง

    • สั่งผ่านแอป

    • ตั้งเวลา (เลือกจ่ายจากช่องไหน หรือผสมก็ได้)

  • พลังงานสำรองใช้ได้ยาวนาน
    ใส่ถ่านขนาดใหญ่เพื่อให้ใช้งานต่อเนื่องแม้ไฟดับหลายวัน

เครื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยงอัตโนมัติ Wi-Fi – ทาสสายสมาร์ตโฮมต้องส่อง

รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ชอบควบคุมทุกอย่างผ่านมือถือ และอยากได้ฟังก์ชันอัตโนมัติเต็มรูปแบบ

จุดเด่นที่น่าสะสมเข้าบ้าน

  • ควบคุมผ่านแอป (Tuya/Smart Life)
    ใช้งานร่วมกับระบบบ้านอัจฉริยะได้สะดวก และรองรับการสั่งงานด้วยเสียง

  • ตั้งเวลาได้สูงสุด 10 มื้อต่อวัน
    ปรับปริมาณต่อมื้อได้ละเอียด เหมาะกับการคุมโภชนาการ

  • ยังคงทำงานอัตโนมัติ แม้ไม่มี Wi-Fi
    ตารางที่ตั้งไว้จะถูกเก็บในตัวเครื่อง ใช้ได้ต่อเนื่องแม้เน็ตหลุด

  • แจ้งเตือนอาหารใกล้หมดผ่านแอป
    ลดโอกาสลืมเติม เพราะมีระบบเตือนให้

  • ตัวเครื่องถอดล้างง่าย
    ออกแบบมาเพื่อความสะอาดและสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยง

  • แหล่งจ่ายไฟ 2 ระบบ
    ใช้ได้ทั้งไฟบ้านและถ่านสำรอง AA

PETKIT Yumshare SOLO With Camera – ผู้ช่วยทาสแมวแบบครบวงจร

รุ่นนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งเครื่องให้อาหาร + กล้อง AI + แอปดูแลครบระบบในเครื่องเดียว

ไฮไลต์ที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่น

  • ดูและคุยกับน้องแบบ Real-Time
    กล้องความคมชัดสูง มุมมองกว้าง พร้อมเสียงสองทาง

  • กล้อง AI จับเฉพาะสัตว์เลี้ยง
    ช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวภายในบ้าน

  • บันทึกวิดีโออัตโนมัติ พร้อมแชร์ได้ทันที
    ระบบจะเลือกช็อตดีๆ ของน้องและตัดต่อให้เลย

  • อินฟราเรดมองกลางคืน
    เช็กได้ว่าน้องมากินหรือยัง แม้ปิดไฟ

  • ตั้งเวลาเปิด–ปิดกล้องได้
    เลือกได้ตามความสะดวกของเจ้าของ

  • ถังอาหารเคลือบเทฟล่อน + ซีล 3 ชั้น
    ช่วยรักษาความสด และทำความสะอาดง่าย

  • จ่ายอาหารได้ 3 วิธี

    • กดจากตัวเครื่อง

    • ผ่านแอป

    • ตั้งเวลาอัตโนมัติ

  • แอปควบคุมได้ครบทุกอย่าง
    ตั้งเวลา ดูสถิติ แจ้งเตือนเมื่ออาหารหรือแบตเตอรี่น้อยลง

  • รองรับถ่านสำรองหลายก้อน
    ให้มั่นใจว่าต่อให้ไฟดับ น้องก็ยังมีมื้ออาหารแน่นอน

สรุป: เลือกเครื่องให้อาหารแมวยังไงให้โดนใจทั้งบ้าน

การมี เครื่องให้อาหารแมวอัตโนมัติ ไม่ได้แค่ช่วยประหยัดเวลา แต่ยังช่วยให้การดูแลน้องแมวเป็นระบบมากขึ้น ทั้งเรื่องเวลา ปริมาณ และสุขภาพโดยรวม

ถ้าคุณยังลังเลว่า เครื่องให้อาหารแมว ยี่ห้อไหนดี ให้ลองเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า:

  • คุณออกจากบ้านบ่อยแค่ไหน?

  • อยากคุมผ่านแอปหรือไม่?

  • บ้านมีแมวกี่ตัว?

  • ต้องคุมโภชนาการเชิงสุขภาพเป็นพิเศษไหม?

เมื่อรู้สไตล์ตัวเองและนิสัยน้องแล้ว ค่อยเลือกรุ่นที่ตรงกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เท่านี้คุณก็จะได้เครื่องให้อาหารแมวที่ ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกของเจ้าของ และความสุขของน้องแมว ในระยะยาวแล้ว