รับแอปรับแอป

นักท่องเที่ยวจีนหายไปไหน? ผ่าลึกเหตุผลที่ไทยเริ่มไม่ใช่ตัวเลือกแรก

กรกนก พันธุ์ดี01-31

ทำไมนักท่องเที่ยวจีนถึงไม่หลั่งไหลเข้าไทยเหมือนเดิม?

การรอให้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวแล้วหวังว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาเองอาจไม่พออีกต่อไป สำหรับประเทศไทย คำว่าปรับตัวอย่างมีสติ กลายเป็นคำสำคัญในยุคที่โซเชียลมีเดียสามารถทำลายภาพลักษณ์ประเทศได้ในเสี้ยววินาที

หากไทยไม่เร่งยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยว บริการ และความปลอดภัย จาก “สวรรค์ของการท่องเที่ยว” อาจค่อย ๆ กลายเป็นเพียงตำนานที่เรียกคืนไม่ได้อีกแล้ว

ปัจจัยหลักที่ทำให้จีนเมินไทย

จำนวนชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบตรงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เคยพึ่งพาตลาดจีนอย่างหนัก เบื้องหลังตัวเลขที่หายไป มีปัจจัยซ้อนกันหลายชั้น

1. ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยที่ถูกสั่นคลอน

หนึ่งในสาเหตุแรก ๆ ที่ทำให้คนจีนลังเลคือ ความกังวลเรื่องความปลอดภัยและบรรยากาศทางสังคมในไทย

  • คลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่คนจีนถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นมิตรในไทยถูกแชร์วนซ้ำบนโซเชียลจีน

  • กรณีเจ้าหน้าที่แสดงท่าทีแข็งกร้าวหรือขาดความเป็นมืออาชีพต่อชาวจีนยิ่งตอกย้ำภาพลบ

  • ร้านค้าและผู้ประกอบการบางส่วนถูกมองว่ามี ท่าทีไม่เป็นมิตรหรือเลือกปฏิบัติต่อคนจีน

เมื่อความรู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่เป็นที่ต้อนรับเริ่มฝังอยู่ในใจนักท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ประเทศปลายทางก็ถูกลดอันดับลงทันที

2. ระบบราชการและการบริการภาครัฐที่ยังไม่ทันเกม

แม้ไทยจะมีมาตรการอย่าง Visa Exemption หรือ Visa on Arrival แต่ในมุมมองของนักท่องเที่ยวจีน ความยุ่งยากก็ยังเป็นอุปสรรคใหญ่

  • ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองที่ล่าช้าและไม่เอื้อต่อการเดินทางสะดวก

  • การขาดมาตรการเชิงรุกในการสร้างความเชื่อมั่นหลังโควิด-19

  • การสื่อสารเชิงนโยบายที่ไม่ชัดเจนและไม่ต่อเนื่อง

เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งที่ลงทุนหนักทั้งด้านอำนวยความสะดวกและการประชาสัมพันธ์ ไทยจึงเริ่มถูกมองว่า “ตามไม่ทัน” ความคาดหวังของนักท่องเที่ยวยุคใหม่

3. เศรษฐกิจจีนชะลอ คู่แข่งรุกหนัก

อีกปัจจัยสำคัญคือ ภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ทำให้คนจีนใช้จ่ายท่องเที่ยวอย่างระมัดระวังมากขึ้น ทุกทริปต้องคุ้ม ทุกบาทต้องคิด

ขณะเดียวกัน ประเทศคู่แข่งอย่าง

  • เวียดนาม

  • มาเลเซีย

  • ญี่ปุ่น

  • เกาหลีใต้

ต่างเร่งทำการตลาดเข้าหาคนจีนอย่างจริงจัง ทั้งในด้านภาพลักษณ์ ความปลอดภัย ความใหม่ของจุดหมาย และคุณภาพบริการ

ผลลัพธ์คือหลายประเทศกลายเป็น ตัวเลือกที่สดใหม่และน่าลองมากกว่าไทย ในสายตานักท่องเที่ยวจีนยุคนี้

4. แผลเป็นจากทัวร์ราคาถูกและประสบการณ์แย่

ปัญหา “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” และแพ็กเกจราคาถูก เคยสร้างบาดแผลใหญ่ให้กับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในหมู่นักท่องเที่ยวจีน

นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่เคยมาไทยผ่านทัวร์ลักษณะนี้มักเจอประสบการณ์ไม่ดี เช่น

  • ถูกบังคับหรือหลอกล่อให้ซื้อของราคาแพงเกินจริง

  • ได้รับบริการต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งด้านที่พัก อาหาร และการบริการ

เมื่อประสบการณ์ไม่ดีถูกเล่าต่อในวงกว้าง ก็เกิดเป็นคำเตือนในสังคมจีนว่า “อย่าไปไทยผ่านทัวร์ราคาถูก” ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นในไทยโดยตรง

ปัญหาเชิงระบบที่กัดกร่อนความเชื่อมั่น

เมื่อมองในภาพใหญ่ ปัจจัยต่าง ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดด ๆ แต่ทับซ้อนกันจนกลายเป็น วิกฤตความเชื่อมั่น ที่ยากจะแก้ด้วยมาตรการระยะสั้นเพียงไม่กี่อย่าง

ไทยเริ่มถูกมองว่าแพงขึ้น แต่ไม่คุ้มเท่าเดิม

ช่วงหลังมานี้ เสน่ห์ความ “คุ้มค่า” ของการเที่ยวไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะ

  • ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับบางช่วง

  • ผลกระทบจากสงครามการค้าและภาวะเศรษฐกิจโลก

  • ต้นทุนการเดินทางและค่าใช้จ่ายในไทยที่ขยับสูงขึ้น

เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน บางประเทศให้ประสบการณ์ที่ “รู้สึกคุ้มกว่า” ทั้งในด้านราคา ความแปลกใหม่ และการบริการ

ภาพลักษณ์ “ที่เดิม ๆ” และขาดการพัฒนา

ไทยยังถูกมองว่าเป็นจุดหมายยอดนิยมก็จริง แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เริ่มถูกมองว่า ซ้ำซาก ไม่ค่อยมีอะไรใหม่

  • แหล่งเที่ยวหลายแห่งขาดการพัฒนาหรือไม่ได้ยกระดับประสบการณ์ตามยุคสมัย

  • ระบบขนส่งและการเดินทางบางพื้นที่ยังไม่สะดวกเท่าที่ควร

  • คุณภาพการบริการและทัศนคติของผู้ให้บริการบางส่วนเสื่อมถอยลง

ในยุคที่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ต้องการประสบการณ์ที่แปลกใหม่ มีเรื่องเล่า มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน ไทยจึงเริ่มเสียเปรียบ

พลังของข่าวลบบนโซเชียลจีน

สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ ข่าวลือและข่าวจริงที่ถูกขยายบนแพลตฟอร์มจีน เช่น Weibo และ Xiaohongshu

กรณีต่าง ๆ เช่น

  • เหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม แม้จะมีสาเหตุจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้าน

  • ข่าวนักท่องเที่ยวจีนถูกเชิญตัวไปสอบสวนในประเด็นที่เกี่ยวกับวีซ่าหรือทัวร์เถื่อน

แม้หลายเรื่องยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน แต่เมื่อถูกโยงเข้ากับภาพ

  • ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่น่าไว้วางใจ

  • บรรยากาศการบังคับใช้กฎหมายที่ดูเข้มงวดแบบเลือกปฏิบัติ

ก็ยิ่งสร้างความไม่สบายใจให้ประชาชนจีนจำนวนมาก

พร้อมกันนั้น สังคมไทยเองก็ไม่ควรเหมารวมว่าบริษัทหรือแรงงานจีนด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็น “กลุ่มสีเทา” ทั้งหมด เพราะไทยยังต้องการการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะในโครงการที่เกี่ยวข้องกับ

  • เศรษฐกิจ AI

  • รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • พลังงานสะอาดและพลังงานสีเขียว

ซึ่งล้วนสอดคล้องกับนโยบายไทยที่ต้องการเป็นศูนย์กลางการผลิต EV ในภูมิภาคนี้ การรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัย ความโปร่งใส และบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อการลงทุนจึงสำคัญอย่างยิ่ง

ฟื้นความเชื่อมั่น: ไทยต้องเปลี่ยนมากกว่าพูด

การแก้ปัญหานักท่องเที่ยวจีนหาย ไม่ใช่แค่การลด แลก แจก แถมหรือจัดโปรโมชันท่องเที่ยวชั่วคราว แต่ต้อง ปฏิรูปเชิงระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใหม่อย่างจริงจัง

1. เปิดใจกว้างและลงทุนในคน

ในทุกสังคมมีทั้งคนดีและไม่ดี ไทยเองก็เช่นกัน แต่หากต้องการเดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน คนไทยจำเป็นต้อง

  • เปิดกว้างต่อความร่วมมือกับต่างชาติในทุกมิติ

  • พัฒนาการศึกษาและทุนมนุษย์ให้รองรับนวัตกรรมใหม่ ๆ

  • สร้างบุคลากรที่เข้าใจทั้งมิติเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวสมัยใหม่

การลงทุนในคนวันนี้คือการสร้างฐานของเศรษฐกิจท่องเที่ยวและการค้าของไทยในวันหน้า

2. จัดการข่าวลืออย่างโปร่งใส

ในยุคข้อมูลไหลเวียนเร็ว ความโปร่งใสในการสื่อสารคือหัวใจสำคัญ

  • หน่วยงานรัฐควรมีระบบตอบสนองต่อข่าวลือหรือข่าวลบอย่างรวดเร็วและชัดเจน

  • ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเชิงรุก แทนการปล่อยให้การตีความฝ่ายเดียวบนโซเชียลมีเดีย

ยิ่งสื่อสารช้า ยิ่งตอกย้ำความไม่เชื่อมั่น และทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหายเกินกว่าจะประเมินได้

3. ฟื้นเสน่ห์ท่องเที่ยวไทยจากรากฐาน

วิกฤตในวันนี้สะท้อนปัญหาที่ซ้อนทับกันหลายชั้น ได้แก่

  • วิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ที่บั่นทอนเสน่ห์หลักของไทย

  • ต้นทุนท่องเที่ยวที่สูงขึ้นแต่ความคุ้มค่ากลับลดลง

  • บริการที่ไม่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเจเนอเรชันใหม่

  • การแข่งขันรุนแรงจากจุดหมายอื่นในภูมิภาค

หากไทยต้องการดึงนักท่องเที่ยวจีนให้กลับมา ต้องเริ่มจากการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ เช่น

  • จัดการเรื่องความปลอดภัยอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่มาตรการบนกระดาษ

  • ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่เอาเปรียบทั้งนักท่องเที่ยวและคนไทย

  • ยกระดับมาตรฐานการบริการ ตั้งแต่สนามบิน ร้านอาหาร โรงแรม ไปจนถึงระบบขนส่งท้องถิ่น

  • เดินเกม การตลาดเชิงสร้างสรรค์ ที่ชูเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไทย ไม่ใช่แค่ขายทะเล วัด หรือช้อปปิงแบบเดิม ๆ

จากวิกฤตสู่โอกาส: ไทยจะกลับมาเป็นตัวเลือกแรกได้หรือไม่?

วิกฤตนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่คือกระจกสะท้อนให้ไทยเห็นว่า แรงดึงดูดเดิม ๆ ไม่เพียงพออีกแล้ว

หากประเทศไทยกล้าปฏิรูปอย่างจริงจัง ทั้งด้านความปลอดภัย ระบบบริการ นโยบายรัฐ และการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไทยก็ยังมีศักยภาพเต็มเปี่ยมที่จะกลับมาเป็นจุดหมายในฝันของคนจีน

แต่ถ้าเลือกปล่อยให้ปัญหาสะสมแล้วหวังพึ่งชื่อเสียงเก่า ๆ วันหนึ่งคำว่า “สวรรค์ของการท่องเที่ยว” อาจเหลือเพียงแค่คำเล่าขานในอดีตเท่านั้น