ZestBuy

คู่มือรองเท้า adidas เลือกยังไงให้คุ้ม

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI06-17

รองเท้า adidas เลือกยังไงให้เหมาะ ใส่วิ่งก็ได้ ใส่เที่ยวก็ดี

1. ทำไมรองเท้า adidas ถึงฮิตในไทย และจุดเด่นของแบรนด์

adidas เป็นหนึ่งในแบรนด์สปอร์ตที่โดดเด่นเรื่อง สมรรถนะ (Performance) + ความสบาย + ดีไซน์ ในคู่เดียว จากข้อมูลของแบรนด์เอง เน้นชัดมากว่าเกียร์ทุกชิ้นไม่ว่าจะรองเท้า เสื้อผ้า หรืออุปกรณ์กีฬา ถูกออกแบบมาสำหรับทั้งนักกีฬาและคนทั่วไปที่อยากรู้สึกสบายในชีวิตประจำวัน

หัวใจหลักของรองเท้า adidas คือ

  • เน้น รองรับแรงกระแทกและความสบาย เท้า เวลาเดิน–วิ่งนาน ๆ

  • ใส่ได้ทั้ง เล่นกีฬาและใส่ลำลอง ตามสไตล์ Athleisure

  • มีเทคโนโลยีรองเท้าวิ่งหลากหลาย เช่น โฟมรับแรงกระแทกระดับสูง พื้นยางเกาะถนนดี อัปเปอร์ระบายอากาศ

  • มีรุ่นให้เลือกกว้างมาก ตั้งแต่คนเริ่มออกกำลังกาย ไปจนถึงนักวิ่งจริงจังและนักกีฬาแข่งขัน

ในไทยจึงเห็นคนใส่ adidas ได้ทุกที่ตั้งแต่ฟิตเนส ทางเดินห้าง ไปจนถึงใส่เที่ยวต่างประเทศ เพราะเป็นรองเท้าที่ “ใส่ได้นาน ไม่เมื่อยเท้า” และยังดูดีในทุกลุค


2. ประเภทของรองเท้า adidas ที่คนไทยนิยม

จากภาพรวมข้อมูลจะเห็นประเภทหลัก ๆ ที่คนใช้กันเยอะคือ

2.1 รองเท้าวิ่ง (Running)

เป็นไลน์ที่ข้อมูลละเอียดที่สุดในเอกสาร เช่นตระกูล Adizero, Ultraboost, Supernova, Ultrarun, Pureboost ซึ่งโดดเด่นเรื่อง

  • การซัพพอร์ตแรงกระแทก (Lightstrike Pro, Dreamstrike+, Bounce 2.0, Boost ฯลฯ)

  • น้ำหนักเบา ใส่วิ่งได้นาน

  • ใส่เดินเที่ยวหรือทริปที่ต้องเดินเยอะได้สบาย

2.2 สนีกเกอร์ / ไลฟ์สไตล์ (Sneakers)

แม้ข้อมูลจะโฟกัสรองเท้าวิ่ง แต่หน้าเว็บ adidas ระบุชัดว่าแบรนด์เน้นทั้ง Sneakers, Activewear และ Sporting Goods ครอบคลุมรองเท้าลำลองที่ใส่ทุกวันได้ เช่นกลุ่มดีไซน์คลาสสิกอย่าง Stan Smith และสไตล์แฟชั่น Adizero บางรุ่นที่คนเอามาใส่เที่ยว

2.3 รองเท้าแตะ และรองเท้ากีฬาเฉพาะทาง

ในข้อมูลจะพูดถึงเกียร์สำหรับกีฬาหลายประเภท เช่น วิ่ง บาส ฟุตบอล ยิม และการออกกำลังกายกลางแจ้ง แสดงว่ารองเท้าของ adidas มีทั้ง

  • รองเท้าฟุตบอล

  • รองเท้าสำหรับเทรนนิ่งในยิม

  • รองเท้าสำหรับกีฬาเฉพาะทางอื่น ๆ

แม้รายละเอียดรุ่นจะไม่ได้ลงลึก แต่ทำให้เห็นว่าแบรนด์ออกแบบรองเท้าให้ตรงตามชนิดกีฬาอย่างชัดเจน


3. รุ่นรองเท้า adidas ยอดฮิต และจุดเด่นการใช้งาน

จากข้อมูลที่มี สามารถสรุปรุ่นเด่นที่น่าสนใจได้ดังนี้ (โฟกัสรองเท้าวิ่งที่ใส่วิ่ง–เที่ยวได้จริง)

3.1 Adizero SL2 – Daily Trainer เบา นุ่ม ใส่วิ่ง–เที่ยวได้

  • ประเภท: รองเท้าวิ่ง (Daily Trainer)

  • วัสดุ: พื้นยาง ตัวรองเท้ามีวัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 20%

  • อัปเปอร์: ผ้าตาข่าย ระบายอากาศดี

  • น้ำหนัก: 235 กรัม

จุดเด่นการใช้งาน

  • ออกแบบมาเป็น Daily Trainer เน้น ความนุ่มและสบายเท้า

  • ใช้โฟม Lightstrike Pro ช่วยซับแรงกระแทกดี เหมาะกับ

    • คนชอบเข้ายิม

    • วิ่งเบา ๆ ทุกวัน

    • เดินออกกำลังกาย

  • เหมาะมากกับการเป็น รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศ/ทริปเดินเยอะ เพราะเดินสบายขึ้นชัดเจน

  • มีสีแยกชาย–หญิง ผู้หญิงโทนสดใส ผู้ชายโทนเข้มเท่ ๆ

3.2 4DFWD x STRUNG 4D – ดีไซน์ล้ำ พื้น 4D ซัพแรงขั้นสุด

  • ประเภท: รองเท้าวิ่ง

  • วัสดุ: พื้นยาง Continental™, ตัวรองเท้ามีวัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 20%

  • อัปเปอร์: STRUNG ไร้ตะเข็บ

จุดเด่นการใช้งาน

  • พื้นชั้นกลางขึ้นรูปแบบ 3 มิติ (4DFWD) ออกแบบมาเพื่อช่วยรับแรงกระแทกและทำให้วิ่งมั่นคง

  • น้ำหนักเบา เหมาะกับคนที่

    • วิ่งนาน

    • วิ่งใช้ความเร็ว

  • พื้นยาง Continental™ เกาะถนนยอดเยี่ยม เหมาะทั้งวิ่งจริงจังและใส่เดินบนพื้นลื่น

  • ดีไซน์โดดเด่นมาก เหมาะกับคนที่อยากได้รองเท้าวิ่งที่เป็นทั้ง Performance + แฟชั่น

3.3 Ultraboost 5 – สายซัพพอร์ตจัดเต็มสำหรับเดิน–วิ่งระยะไกล

  • ประเภท: รองเท้าวิ่ง

  • วัสดุ: พื้นยาง Continental™, วัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 20%

  • น้ำหนัก: 292 กรัม

จุดเด่นการใช้งาน

  • ขึ้นชื่อเรื่อง ซัพพอร์ตเท้าสุด ๆ โดยเฉพาะคนที่เดินระยะไกลหรือมีก้าวเดินต่อวันเยอะ

  • ใช้ Boost รุ่นที่เบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา ช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดีมากไม่ว่าจะวิ่งบนลู่หรือพื้นถนน

  • มี Torsion System เพิ่มความมั่นคง ทำให้ลงน้ำหนักได้เรียบสบาย

  • เหมาะกับ

    • คนที่เดินหรือยืนนาน

    • นักวิ่งที่เน้นความนุ่มและความสบายมากกว่าน้ำหนักเบาสุด

3.4 Ultraboost 5x – อัปเกรดจาก Ultraboost 5 ให้เบาขึ้น ลุคแฟชั่นขึ้น

  • ประเภท: รองเท้าวิ่ง

  • วัสดุ: พื้นยาง Continental™, วัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 20%

  • อัปเปอร์: Primeknit

  • น้ำหนัก: 275 กรัม (เบากว่า Ultraboost 5 ประมาณ 17 กรัม)

จุดเด่นการใช้งาน

  • อัปเปอร์ Primeknit ระบายอากาศดีและกระชับเท้าเป็นพิเศษ

  • ใช้ทั้ง Torsion System และ Molded External Heel ช่วยให้

    • ก้าวเท้าได้สั้นลง

    • วิ่งได้เร็วขึ้น

    • รู้สึกเบากว่ารุ่นปกติ

  • เหมาะกับ

    • สายวิ่งจริงจังที่อยากได้รองเท้าซัพพอร์ตดีแต่ยังเบา

    • คนที่เดินทริปวันละ 10,000 ก้าวขึ้นไป

    • คนหา รองเท้าวิ่งใส่เที่ยว เพราะดีไซน์จัดว่าสวยมาก

3.5 Ultrarun 5 – ตัวคุ้ม ราคาย่อมเยา

  • ประเภท: รองเท้าวิ่ง

  • วัสดุ: พื้น Adiwear, วัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 20%

  • อัปเปอร์: ผ้าตาข่าย

  • น้ำหนัก: 324 กรัม

จุดเด่นการใช้งาน

  • ราคาไม่เกิน 3,000 บาท จัดว่า “เบาราคา” เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพ

  • ใช้เทคโนโลยี Bounce 2.0 รับแรงกระแทกได้ดี น้ำหนักเบาพอสมควร

  • มีแผ่นรอง OrthoLite® เพิ่มความสบาย

  • เหมาะกับคนที่ต้องการ

    • รองเท้าวิ่งคู่แรกของ adidas

    • ใส่ทั้งวิ่งเบา ๆ เดินไกล และใส่เที่ยว

    • เน้น “คุ้มค่าราคา” เป็นหลัก

3.6 Supernova Prima – Daily Trainer ระดับพรีเมียม

  • ประเภท: รองเท้าวิ่ง

  • วัสดุ: พื้นล่าง Lighttraxion, พื้นกลาง Dreamstrike+

  • อัปเปอร์: ผ้าตาข่าย

  • น้ำหนัก: 290 กรัม

จุดเด่นการใช้งาน

  • พื้นล่าง Lighttraxion ช่วยยึดเกาะพื้นดี ทำให้วิ่งได้มั่นคงและไม่เสียความเร็ว

  • พื้นกลาง Dreamstrike+ ซัพพอร์ตแรงกระแทกได้ดีมาก

  • ซัพพอร์ตวิ่งเร็วได้ แต่ยังใส่เที่ยวได้เพราะดีไซน์และสีสวย

  • ราคาอยู่ราว 6,000 บาท แต่มีโปรผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตบางเจ้า ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้น

3.7 Adizero Prime X 2.0 STRUNG – รองเท้าวิ่งสายล้ำ เทคโนโลยีจัดเต็ม

  • ประเภท: รองเท้าวิ่ง

  • วัสดุ: แกน LIGHTSTRIKE Pro แบบใหม่ขนาบด้วยคาร์บอนสองแผ่น, พื้นล่าง Continental™, อัปเปอร์มีวัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 50%

  • อัปเปอร์: STRUNG

  • น้ำหนัก: 305 กรัม

จุดเด่นการใช้งาน

  • ใช้ LIGHTSTRIKE PRO 3 ชั้น สูงประมาณ 50 มม. ให้ฟีลนุ่ม เด้ง ซัพแรงกระแทกยอดเยี่ยม

  • มีแกนส่งแรงระหว่างโฟม ทำให้สัมผัสเวลาลงเท้านุ่มเป็นพิเศษแต่ยังมีแรงส่ง

  • เหมาะมากกับคนที่

    • ลงน้ำหนักเท้าแรง ๆ

    • อยากได้รองเท้า “วิ่งเร็ว + หน้าตาแฟชั่น” ในคู่เดียว


สรุป

จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นภาพชัดว่า รองเท้า adidas ในปัจจุบันไม่ได้เป็นแค่รองเท้ากีฬา แต่คือ ไอเทม Work–to–Gym–to–Trip ใส่ได้ตั้งแต่เช้าถึงค่ำโดยไม่เมื่อยเท้า หากสรุปรุ่นน่าซื้อแยกตามความต้องการได้คร่าว ๆ ดังนี้

  • สายคุ้ม เน้นราคาไม่แรง แต่ Performance ดี

    • Ultrarun 5, Pureboost 5, Supernova Rise 3

  • สายวิ่ง–เที่ยว ใส่เดินทั้งวัน

    • Adizero SL2, Ultraboost 5, Ultraboost 5x, Supernova Prima

  • สายสปีด / อยากสัมผัสรองเท้าแข่ง

    • Adizero EVO SL, Adizero Takumi Sen 10, ADIZERO ADIOS PRO 3, Adizero Prime X 2.0 STRUNG, 4DFWD x STRUNG 4D

แนวทางเลือกให้คุ้มสำหรับผู้อ่าน

  1. เริ่มจาก จุดประสงค์หลัก (วิ่งเบา, วิ่งเร็ว, เดินเที่ยว, ทริปต่างประเทศ ฯลฯ)

  2. เลือกรุ่นที่ ฟีลพื้นตรงใจ (นุ่มเด้ง vs แน่นมั่นคง)

  3. วัดเท้าเป็นเซนติเมตร เผื่อหน้าเท้าเล็กน้อย และถ้าเป็นไปได้ให้ลองที่หน้าร้าน

  4. ซื้อจาก แหล่งที่เชื่อถือได้ / Official Store เพื่อมั่นใจว่าได้ของแท้

  5. ใช้สิทธิ์จาก บัตรเครดิตหรือโปรผ่อน 0% ถ้ามี เพื่อให้ได้รุ่นที่ดีขึ้นในงบที่รับได้

เมื่อเลือกได้ตรงกับการใช้งานจริง และดูแลรักษาอย่างเหมาะสม รองเท้าคู่หนึ่งจาก adidas สามารถอยู่กับเราได้ยาว ๆ ทั้งตอนวิ่ง ออกกำลังกาย เดินทาง และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างคุ้มค่า

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น