รับแอปรับแอป

เจาะลึก LA GLACE เมคอัพ Gen Z จากบลัชดำไวรัลสู่เป้ารายได้ 2 พันล้านและเข้าตลาดหุ้น

อภิชาติ สุนทร02-01

LA GLACE แบรนด์เมคอัพสาย Underground ที่โตแบบไม่มีกั๊ก

LA GLACE แบรนด์เมคอัพที่ครองใจเด็กนักเรียน นักศึกษา และสาย Gen Z กำลังเร่งสปีดครั้งใหญ่ในปี 2568 ตั้งเป้าดันรายได้ขึ้นแตะระดับ พันล้านบาท พร้อมปูทางสู่ตลาดต่างประเทศ และวางหมุดหมายใหญ่คือการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 3 ปี โดยมองรายได้รวมแตะ 2,000 ล้านบาท เป็นจุดเช็กพอยต์สำคัญ

เบื้องหลังแบรนด์ไม่ได้มีแค่ความฮิตบนโซเชียล แต่คือการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งยอดขายและการขยายช่องทางจัดจำหน่ายที่เดินเกมอย่างจริงจังและเป็นระบบ

จากแบรนด์วัยรุ่นออนไลน์ สู่การปักธงในหน้าร้านทั่วประเทศ

ช่วงแรก LA GLACE เป็นที่รู้จักผ่านโลกออนไลน์ก่อน ด้วยกระแสไวรัลและการเป็นเมคอัพขวัญใจสายเรียน–สายเด็กมหา’ลัย จนทำยอดขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์หลายช่องทางแบบถล่มทลาย

เมื่อแบรนด์เริ่มติดตลาด บริษัทไม่หยุดแค่ช่องทางออนไลน์ แต่ขยับขยายสู่หน้าร้านออฟไลน์ โดยกระจายสินค้าเข้าไปในร้านค้าปลีกและ Beauty Store ชั้นนำ อาทิ

  • Watsons

  • Beautrium

  • EVEANDBOY

  • Konvy

  • รวมถึง 7-Eleven กว่า 100 สาขา

และในปีนี้มีเป้าหมายชัดเจนคือ ดันสินค้าเข้า 7-Eleven ให้ครบทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าหยิบซื้อได้ง่ายที่สุดในชีวิตประจำวัน

การรุกทั้งออนไลน์และออฟไลน์แบบคู่ขนาน ทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตต่อเนื่องหลายปีติดกัน

โตแบบขั้นบันได จากหลักแสนสู่หลักร้อยล้าน

ตัวเลขรายได้และกำไรของบริษัทในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนการเติบโตที่หวือหวาอย่างชัดเจน

  • ปี 2561 รายได้ 664,000 บาท กำไรสุทธิ 145,000 บาท

  • ปี 2562 รายได้ 6.39 ล้านบาท กำไร 512,000 บาท

  • ปี 2563 รายได้ 16.90 ล้านบาท กำไร 3.19 ล้านบาท

  • ปี 2564 รายได้ 13.21 ล้านบาท กำไร 1.1 ล้านบาท

  • ปี 2565 รายได้ 39.9 ล้านบาท กำไร 1.65 ล้านบาท

  • ปี 2566 รายได้ 401.2 ล้านบาท กำไร 108.1 ล้านบาท

  • ปี 2567 รายได้ 420 ล้านบาท กำไรสุทธิ 37.7 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่าจุดพลิกเกมจริงๆ อยู่ที่ปี 2566 ที่ยอดขายทะยานขึ้นไปมากกว่า 400 ล้านบาท การเติบโตระดับหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ในปีเดียว คือสัญญาณชัดว่าแบรนด์ไม่ได้ดังแค่กระแส แต่เริ่มกลายเป็น ตัวจริงในตลาดเมคอัพไทย

บลัชดำ & คอนซีลเลอร์จิ๋ว: คู่หู Product Hero ที่พาแบรนด์แตกแตน

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่รายได้พุ่งแบบก้าวกระโดดมาจาก Product Hero ที่แจ้งเกิดได้อย่างสวยงามในปี 2566 ได้แก่

  • “บลัชดำ” ไอเท็มไวรัลที่สร้างกระแสถล่มโซเชียล ทำยอดขายทะลุ 1.5 ล้านชิ้น

  • LA GLACE MINI AIRY SKIN CONCEALER คอนซีลเลอร์จิ๋วแต่ปกปิดแน่น ที่ขายได้มากกว่า 1.5 ล้านชิ้น เช่นกัน

สองไอเท็มนี้กลายเป็นจุดขายหลักที่พาแบรนด์ทะลุเพดาน เติบโตแบบ ก้าวกระโดดระดับ 1,000% ในปีเดียว และกลายเป็นสัญลักษณ์ของ LA GLACE ในสายตาคนรักเมคอัพหลายคน

2568 เล็งแตะพันล้าน ด้วย Daily Toner Pads ตัวเต็งรุ่นใหม่

สำหรับปี 2568 บริษัทตั้งเป้าดันรายได้ให้แตะระดับ 1,000 ล้านบาท โดยยังคงให้ “บลัชดำ” เป็นหนึ่งในพระเอกหลักของยอดขาย

แต่ที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือ Product Hero ตัวใหม่อย่าง LA GLACE DAILY TONER PADS แผ่นโทนเนอร์บำรุงผิวหน้าก่อนแต่งหน้า ที่เปิดตัวปุ๊บก็กระแสฟีเวอร์ปั๊บ

เพียงแค่เปิดขายผ่านการไลฟ์ 4 ชั่วโมงแรก ก็สามารถทำยอดขายไปได้มากกว่า 31 ล้านบาท และทั้งปีคาดว่าแค่ตัวนี้ตัวเดียวอาจสร้างยอดขายถึง 600–700 ล้านบาท

เมื่อรวมกับยอดขายจาก “บลัชดำ” และเมคอัพตัวอื่นๆ คาดว่ายอดรวมจะขยับขึ้นไปมากกว่าปีละ 300–400 ล้านบาท ส่งให้เป้ารายได้ระดับพันล้านไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

ทำไม LA GLACE ถึงขึ้นแท่น Trendsetter วงการเมคอัพไทย

แบรนด์ไม่ได้มองตัวเองแค่ผู้ขายเครื่องสำอาง แต่ตั้งใจเป็น เครื่องมือในการสร้างความมั่นใจให้ทุกคน ผ่านการแต่งหน้าและการดูแลตัวเองตั้งแต่สเต็ปแรกของสกินแคร์

หัวใจหลักของแบรนด์คือ สินค้าทุกชิ้นต้องช่วย ซัพพอร์ตการแต่งหน้าจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่สวยแค่บนโฆษณา แต่ต้องใช้ได้จริง เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนแต่งหน้าในทุกวัน

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้ LA GLACE แตกต่าง คือการยืนหนึ่งในสาย Underground Beauty หรือความสวยแบบไร้กรอบ ไม่ยึดติดกับบิวตี้สแตนดาร์ดเดิมๆ สนับสนุนให้ทุกคนสนุกกับการทดลองลุคใหม่ๆ ในแบบของตัวเอง

จุดแข็งอีกด้านคือคอมมูนิตี้ของแบรนด์ที่แน่นและแข็งแรง ทำให้ LA GLACE เติบโตไปพร้อมกับเทรนด์การแต่งหน้าที่เปลี่ยนตลอดเวลาได้อย่างยั่งยืน

เกมรุกสู่ต่างประเทศ: ใช้ฮ่องกงเป็นประตูตีตลาดจีน

แผนเติบโตของ LA GLACE ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในไทย แต่เตรียมเดินเกมบุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังในช่วงปี 2569–2571 โดยโฟกัสทั้ง

  • ตลาดเอเชีย

  • ตะวันออกกลาง

  • ยุโรป

  • สหรัฐอเมริกา

หมุดหมายแรกที่วางไว้คือ ฮ่องกง เพราะมองว่าเป็น Gateway สำคัญสู่ลูกค้า Gen Z ในจีนแผ่นดินใหญ่ หากปักธงที่นี่ได้สำเร็จ ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายแบรนด์เข้าไปในตลาดจีนที่มีศักยภาพสูงมาก

เป้าหมายใหญ่ 3 ปี: รายได้ 2,000 ล้าน และเข้าตลาดหลักทรัพย์

ในอีก 3 ปีข้างหน้า แบรนด์ตั้งเป้าชัดเจนว่า ภายในปี 2571 จะต้องมียอดขายรวมจากทั้งในและต่างประเทศแตะระดับ 2,000 ล้านบาท

เหตุผลเบื้องหลังเป้านี้ ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขสวย แต่คือการเตรียมความพร้อมสำหรับการ นำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ (SET)

เพื่อไปให้ถึงจุดนั้น บริษัทเริ่มวางระบบด้านการเงินและบัญชีตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อ

  • เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน

  • ยกระดับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์

  • ดึงดูดคนเก่งๆ เข้ามาเสริมทีมให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

  • เปิดโอกาสในการลงทุนร่วมกับแบรนด์ที่มีศักยภาพ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายพอร์ตของ LA GLACE ให้หลากหลายขึ้น

ทีมวัยเฉลี่ย 25 ปี ที่เข้าใจ Gen Z แบบอินไซด์จริง

หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ LA GLACE จับจังหวะตลาดได้แม่น คือการมีทีมงานที่ อายุเฉลี่ยเพียง 25 ปี ซึ่งเป็นวัยเดียวกับกลุ่มลูกค้าหลักอย่าง Gen Z

นั่นหมายความว่า ทีมงานไม่ได้แค่เดาใจลูกค้า แต่ รู้จริงว่าคนรุ่นใหม่ต้องการอะไร ทั้งในแง่เทรนด์การแต่งหน้า ไอเท็มที่กำลังมาแรง โทนสีที่คนอยากลอง ไปจนถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าคาดหวังจากแบรนด์หนึ่งแบรนด์

นอกจากนี้ แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับระบบการดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ทั้ง ก่อนและหลังการขาย สร้างความรู้สึกว่า LA GLACE ไม่ได้ขายแค่เมคอัพ แต่ขายความมั่นใจและประสบการณ์ที่ดีในการเป็นลูกค้า

สรุป: จากบิวตี้ไวรัลสู่แบรนด์มหาชนในอนาคต

หากมองภาพรวม LA GLACE คือเคสตัวอย่างของแบรนด์เมคอัพที่เริ่มจากการเข้าใจ อินไซต์ของ Gen Z ผสมกับการสร้างคอมมูนิตี้ที่แน่น และการพัฒนาสินค้าที่กลายเป็น Product Hero ระดับล้านชิ้น

เมื่อจับคู่กับการวางกลยุทธ์ขยายช่องทางขายอย่างจริงจัง ทั้งออนไลน์–ออฟไลน์ การขยายสู่ต่างประเทศ และการวางเป้าชัดเจนไปจนถึงการเข้าตลาดหุ้น ทำให้ LA GLACE ไม่ใช่แค่ “แบรนด์ดังในโซเชียล” แต่กำลังเดินหน้าไปสู่การเป็น แบรนด์เมคอัพระดับภูมิภาคที่น่าจับตาที่สุดแบรนด์หนึ่งในยุคนี้