รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ศิลปินลูกทุ่งเพชรบุรี สู่เกียรติยศศิลปินแห่งชาติ
“รุ่งเพชร แหลมสิงห์” หรือ พันตรี ประพัชศักดิ์ จันทร์เปล่ง นักร้องเพลงลูกทุ่งเสียงอมตะชาวจังหวัดเพชรบุรี เจ้าของบทเพลงดัง “ฝนเดือนหก” ได้รับการประกาศยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2567 สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงลูกทุ่ง)
การได้รับการเชิดชูเกียรติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงรางวัลชีวิตของศิลปินคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของบทเพลงลูกทุ่งไทย ที่ฝังอยู่ในความทรงจำของคนไทยหลายยุคหลายสมัย
การคัดเลือกศิลปินแห่งชาติประจำปี 2567
หลังการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ณ กระทรวงวัฒนธรรม มีการพิจารณาคัดเลือกบุคคลผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่า เพื่อเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติใน 3 สาขา ได้แก่
สาขาทัศนศิลป์
สาขาวรรณศิลป์
สาขาศิลปะการแสดง
ในปีพุทธศักราช 2567 มีรายชื่อผู้ถูกเสนอชื่อเข้ารับการพิจารณาเป็นศิลปินแห่งชาติ ทั้งสิ้น 1 พระองค์ และ 573 คน ครอบคลุมทุกสาขา
รายชื่อผู้ได้รับการยกย่องในปี 2567
สาขาทัศนศิลป์
ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี (จิตรกรรม) ซึ่งได้รับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ”
นายผ่อง เซ่งกิ่ง (จิตรกรรม)
รองศาสตราจารย์ วิวัฒน์ เตมียพันธ์ (สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น)
นายสมลักษณ์ ปันติบุญ (เครื่องปั้นดินเผา)
สาขาวรรณศิลป์
นายเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์
สาขาศิลปะการแสดง
นายนฤพนธ์ ดุริยพันธ์ (ดนตรีไทย – ขับร้อง)
นายปกรณ์ พรพิสุทธิ์ (นาฏศิลป์ไทย – โขน ละคร)
นายวิโรจน์ อยู่สวัสดิ์ (นาฏศิลป์ไทย – โขนลิง)
นายดนู ฮันตระกูล (ดนตรีไทยสากล)
พันตรี ประพัชศักดิ์ จันทร์เปล่ง (นักร้องเพลงลูกทุ่ง)
นางนันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์)
เกียรติยศในนามศิลปินแห่งชาติ
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสนำศิลปินแห่งชาติ ปี 2567 เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เพื่อรับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติ ตามวันเวลาและโอกาสที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ต่อไป
ปัจจุบันมีศิลปินที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ. 2528 – 2566 รวม 367 คน และในปี 2567 เพิ่มอีก 1 พระองค์ และ 10 คน รวมทั้งสิ้น 1 พระองค์ และ 377 คน แบ่งออกเป็น 3 สาขา คือ
สาขาทัศนศิลป์ 1 พระองค์ 112 คน
สาขาวรรณศิลป์ 65 คน
สาขาศิลปะการแสดง 200 คน
จากบางตะบูนสู่เวทีประเทศ: ชีวิตก่อนเป็น “รุ่งเพชร แหลมสิงห์”
“รุ่งเพชร แหลมสิงห์” มีชื่อเดิมว่า นายวสันต์ จันทร์เปล่ง ปัจจุบันใช้ชื่อว่า ประพัชศักดิ์ จันทร์เปล่ง เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2485 ที่ตำบลบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
ครอบครัวของเขาทำอาชีพเย็บจากมุงหลังคา มีพี่น้อง 3 คน เขาเป็นลูกคนกลาง และที่บ้านเรียกเขาว่า “ญวน” เป็นชื่อเล่นในวัยเด็ก
ช่วงประถมศึกษาเรียนที่โรงเรียนบ้านสามแพรก ตำบลบางตะบูน จากนั้นเมื่อจบชั้น ป.4 จึงเข้ามาศึกษาต่อชั้น ม.1 ที่โรงเรียนศึกษาปัญญา อำเภอเมืองเพชรบุรี โดยอาศัยอยู่ที่วัดลาดในฐานะเด็กวัด ช่วยพระออกบิณฑบาตก่อนจะไปโรงเรียนทุกวัน
จุดเริ่มต้นของนักร้องลูกทุ่งประจำโรงเรียน
ระหว่างที่ศึกษาอยู่โรงเรียนศึกษาปัญญา เขาได้เป็น นักร้องเพลงลูกทุ่งประจำโรงเรียน ออกไปร้องเพลงตามงานต่าง ๆ ตามที่มีผู้ว่าจ้าง ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้ได้ฝึกฝนประสบการณ์การแสดงต่อหน้าผู้คนจริง
หลังจากจบชั้น ม.6 เขาศึกษาต่อชั้น ม.7 ที่โรงเรียนปริยัติรังสรรค์ และต่อชั้น ม.8 ที่โรงเรียนพรหมานุสรณ์ โรงเรียนประจำจังหวัดเพชรบุรี ในช่วงนี้ยังคงเป็นนักร้องประจำวงดนตรีของโรงเรียนศึกษาปัญญาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อจบชั้น ม.8 เขาตัดสินใจเดินเส้นทางรับราชการ โดยสมัครสอบเข้าเป็น นักเรียนนายสิบทหารบก เมื่อปี พ.ศ. 2506 และสอบได้เป็นลำดับที่ 14 สังกัดเหล่าแพทย์ ก่อนจะจบออกมาประจำหน่วยทหารเสนารักษ์ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์
จากเวทีประกวดสู่ชื่อ “รุ่งเพชร แหลมสิงห์”
แม้จะรับราชการทหาร แต่ความรักในเสียงเพลงไม่เคยหายไป เขายังคงมุ่งมั่นบนเส้นทางนักร้อง และได้สมัครเป็นนักร้องประจำวงดนตรีของ ครูพยงค์ มุกดา หลังชนะการประกวดเมื่อปี พ.ศ. 2504
เขาอยู่กับวงครูพยงค์ได้ราว 1 ปี ก่อนย้ายไปอยู่วงรวมดาวกระจาย ของ ครูสำเนียง ม่วงทอง ในช่วงนี้เองที่เขาได้รับชื่อในวงการว่า “รุ่งเพชร แหลมสน” ซึ่งเป็นชื่อที่ครูสำเนียงตั้งให้
ความผิดพลาดที่กลายเป็นชื่อที่ทั้งประเทศจดจำ
ต่อมาเมื่อได้มีโอกาสบันทึก แผ่นเสียง แผ่นแรก ปรากฏว่าชื่อที่ถูกพิมพ์ลงบนแผ่นเสียงนั้นสะกดผิด จาก “แหลมสน” กลายเป็น “แหลมสิงห์”
แม้ชื่อนี้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเพชรบุรีโดยตรง เพราะแหลมสิงห์อยู่ที่จังหวัดจันทบุรี แต่ด้วยความหมายที่ดีของคำว่า “สิงห์” ทำให้เขาเลือกใช้ชื่อนี้ต่อ และกลายเป็นชื่อที่แฟนเพลงลูกทุ่งทั้งประเทศรู้จัก
แผ่นเสียงเพลงแรก ที่เขาบันทึกคือเพลง “งามเหลือเกิน” แต่งโดย ธร เมธา ก่อนจะมาดังทะลุฟ้าในเพลง “ฝนเดือนหก” ผลงานการประพันธ์ของครูไพบูลย์ บุตรขัน ตามมาด้วยเพลงดังอย่าง “คืนฝนตก” และเพลงอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน
ด้วยเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์และผลงานที่ครองใจคนฟังมายาวนาน ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน ศิลปินนักร้องเพลงลูกทุ่งชั้นแนวหน้าของเมืองไทย อย่างแท้จริง
ชีวิตหลังเกษียณ: จากนายทหารพันตรีสู่ชีวิตสงบเรียบง่าย
รุ่งเพชรเกษียณอายุราชการในยศ พันตรี สังกัดสุดท้ายคือกองบัญชาการทหารสูงสุด เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545
หลังเกษียณ เขาใช้ชีวิตอย่างสงบที่จังหวัดนนทบุรี โดย ยึดหลักธรรมะในการครองชีวิต ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว และยังคงรับงานร้องเพลงเป็นระยะ ๆ พร้อมทั้งมีลูกชายทั้ง 2 คนร่วมขึ้นเวทีร้องเพลงด้วย เป็นภาพที่ทั้งงดงามและอบอุ่นสำหรับแฟนเพลงที่ได้เห็น
ผลงานเพลงที่ตราตรึงในความทรงจำ
ผลงานเพลงของรุ่งเพชร แหลมสิงห์ มีจำนวนมากและหลากหลายอารมณ์ หลายเพลงยังถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนถึงปัจจุบัน ตัวอย่างบทเพลงที่โดดเด่น เช่น
รักเธอจนเซ่อ
หนึ่งนาทีที่พบเธอ
ขนมจีนน้ำยา
นั่งคิดนอนคิด
ทุ่งเศรษฐี
เสียงหวาน
คู่เหมาะ คู่เจาะ
ฝนเดือนหก
คืนฝนตก
น้ำลงเดือนยี่
แล้วแต่วาสนา
โชครัก
หมอดูเนื้อคู่
แม่เดือนแรม
เมื่อเดือนสิบสอง
งูกินหาง
มอญซ่อนผ้า
ตำข้าวเม่า
กุหลาบเมาะลำเริง
แต่ละเพลงไม่เพียงเป็นความบันเทิง หากยังสะท้อนวิถีชีวิต ความรัก ความหวัง และความรู้สึกของผู้คนในยุคสมัยนั้นได้อย่างลึกซึ้ง
บทสรุป: ศิลปินแห่งชาติที่มาพร้อมตำนานบนแผ่นเสียง
เส้นทางชีวิตของ “รุ่งเพชร แหลมสิงห์” คือเรื่องราวของเด็กบ้าน ๆ จากบางตะบูน ที่ฝ่าฟันจากเวทีร้องเพลงประจำโรงเรียน สู่การเป็นนายทหารยศพันตรี และกลายเป็น ตำนานลูกทุ่งไทย ที่มีบทเพลงบันทึกอยู่บนแผ่นเสียงและในหัวใจของคนฟัง
การได้รับการยกย่องเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงลูกทุ่ง) คืออีกหนึ่งหลักไมล์สำคัญ ที่ยืนยันว่า เสียงร้องและผลงานของเขาได้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไปแล้วอย่างสมบูรณ์
ทุกครั้งที่เสียงเพลง "ฝนเดือนหก" ดังขึ้น คือการรำลึกถึงศิลปินผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า

