ภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงไทย: โตแรงไม่แผ่ว
ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยปี 2025 เติบโตแข็งแรง มูลค่าทะลุราว 71,000 ล้านบาท ขยายตัวประมาณ 7% และยังมีแนวโน้มโตต่อเนื่องในระยะยาว
มีการประเมินว่าภายในปี 2030 มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยอาจพุ่งแตะ 123,916 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 11.7% จากแรงสนับสนุนของเทรนด์ใหญ่ทั้ง Pet Humanization และ Urbanization ที่ทำให้คนมองสัตว์เลี้ยงเป็น “สมาชิกในบ้าน” มากขึ้น ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงธรรมดา
เบื้องหลังตัวเลขนี้มาจากฐานสัตว์เลี้ยงจำนวนมหาศาลกว่า 21 ล้านตัว ซึ่งส่วนใหญ่คือ
สุนัขประมาณ 14 ล้านตัว
แมวประมาณ 7 ล้านตัว
ที่น่าสนใจคือเทรนด์ เลี้ยงแมวเติบโตโดดเด่น เพราะแมวตัวไม่ใหญ่ ดูแลง่าย และเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่อยู่คอนโดหรือทาวน์โฮม
ทำไมตลาดสัตว์เลี้ยงถึงโต? คำตอบคือ “longevity + คุณภาพชีวิต”
เจ้าของสัตว์เลี้ยงวันนี้ไม่ได้คิดแค่ “เลี้ยงให้รอด” แต่กำลังมองไปไกลถึง อายุยืน (longevity) และ คุณภาพชีวิตที่ดี ของน้องหมา น้องแมว ทำให้พร้อมจ่ายเพื่อของดี บริการดี และการรักษาที่ได้มาตรฐาน
ตลาดเลยไม่ได้โตจากจำนวนสัตว์เลี้ยงอย่างเดียว แต่โตจาก มูลค่าการดูแลต่อหนึ่งตัว ที่สูงขึ้นด้วย
โดยสามารถสรุปแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดได้ 4 ข้อสำคัญ คือ
1. Longevity Care: อยากให้อยู่ด้วยกันนานที่สุด
เจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลแบบระยะยาว ตั้งแต่การป้องกัน การตรวจสุขภาพ ไปจนถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัย
เลือกใช้บริการโรงพยาบาลสัตว์ที่มีความเชี่ยวชาญ
พร้อมจ่ายเพื่อการรักษาที่ทำให้น้องอายุยืนและคุณภาพชีวิตดี
ยิ่งสัตว์เลี้ยงแข็งแรงและอายุยืน ตลาดก็ยิ่งเติบโตตาม
2. Growing Data: ข้อมูลเยอะ ดูแลง่าย ตัดสินใจแม่น
วันนี้เจ้าของเข้าถึงข้อมูลเรื่องการเลี้ยงสัตว์ได้มากกว่าสมัยก่อนมาก ไม่ว่าจะเป็น
วิธีการรักษาและดูแลสุขภาพ
การเลือกอาหารและอาหารเสริมที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย
อุปกรณ์และของใช้ที่ปลอดภัย เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง
ข้อมูลที่มากขึ้นช่วยให้เจ้าของ ตัดสินใจได้ดีขึ้น และยอมลงทุนกับสิ่งที่ “เหมาะและคุ้ม” กับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง
3. Smart Consumers: เจ้าของฉลาดเลือก
เจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ได้ซื้อเพราะ “ถูกและคุ้ม” อย่างเดียว แต่เริ่มให้ความสำคัญกับ
คุณภาพสินค้าและบริการ
มาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัย
แบรนด์ที่เชื่อถือได้ และมีผู้เชี่ยวชาญรองรับ
ผู้บริโภคยิ่งฉลาด ตลาดคุณภาพสูงก็ยิ่งเติบโต เพราะของดีมีโอกาสมากขึ้น
4. Business Become Pet-Friendly: ธุรกิจหันมาโอบกอดสัตว์เลี้ยง
หลายธุรกิจเริ่มปรับตัวให้ Pet-Friendly มากขึ้น ทั้ง
คาเฟ่และร้านอาหารที่เปิดรับสัตว์เลี้ยง
โรงแรมและที่พักที่ต้อนรับเจ้าของพร้อมน้องหมาแมว
ศูนย์การค้าและสถานที่ต่าง ๆ ที่เริ่มเปิดพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าไปใช้บริการ
นี่คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตลาดสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่ “ตลาดอาหารกับของใช้” แต่ขยายไปถึง ไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ ด้วย
ก้าวสู่ยุค Clinical Outcome: รักษาให้ดีขึ้น วัดผลได้จริง
เพื่อตอบโจทย์เจ้าของที่อยากให้น้องอยู่กับเราอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี แนวทางการดูแลในโรงพยาบาลสัตว์ก็ยกระดับขึ้นเช่นกัน โดยมีเป้าหมายไปสู่การเป็น “The Best Clinical Outcome” คือไม่ใช่แค่รักษาได้ แต่ต้องรักษา ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง
โรงพยาบาลสัตว์ขนาดใหญ่เริ่มนำ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการแพทย์ เข้ามาช่วยในการตรวจ วินิจฉัย และรักษาอย่างแม่นยำ พร้อมอัปเกรดบางสาขาไปสู่การเป็น Smart Hospital ที่ผสานทั้ง
ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย
การออกแบบพื้นที่ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้
การพัฒนาบุคลากรและทีมสัตวแพทย์เฉพาะทาง
แนวทางนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่สาขาเดียว แต่มีแผนจะอัปเกรดเพิ่มอีกหลายสาขา ตามมาพร้อมการขยายเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขยายเครือข่าย: จากในประเทศสู่ระดับภูมิภาค
เพื่อรองรับจำนวนสัตว์เลี้ยงและความต้องการบริการคุณภาพสูง มีการวางแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบ
การเปิดสาขาใหม่เอง
การร่วมทุน (Joint Venture)
การจับมือกับคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์อื่นๆ เพื่อสร้างเครือข่ายและแบ่งปันองค์ความรู้
ปัจจุบันมีสาขารวมกว่า 20 แห่งขึ้นไป และยังเตรียมเปิด คลินิกรักษาสัตว์ต้นแบบ ร่วมกับสถาบันการแพทย์และมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรม การรักษา และการบริการชุมชนรอบข้าง
นอกจากนี้ยังเริ่มมองไปสู่การขยายสาขาใน ต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน เพื่อสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลสัตว์ระดับมาตรฐานสากล รองรับความต้องการที่ขยายตัวในระดับภูมิภาค ปัจจุบันมีการเปิดสาขาในต่างประเทศแล้วบางแห่ง และมีแผนจะต่อยอดเพิ่มเติม
Synergy for Best Outcome: เมื่อหลายอุตสาหกรรมหันมารักสัตว์เลี้ยงไปด้วยกัน
เพื่อให้การดูแลสัตว์เลี้ยงครอบคลุมทุกมิติ หลายองค์กรเริ่มจับมือกันภายใต้แนวคิด “Synergy for Best Outcome” คือรวมจุดแข็งแต่ละฝั่งเข้าด้วยกัน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงและเจ้าของได้ประโยชน์สูงสุด
ตัวอย่างความร่วมมือที่ช่วยผลักดันตลาด ได้แก่
ด้านอสังหาริมทรัพย์
ร่วมออกแบบโครงการบ้านและคอนโดให้ Pet-Friendly ตั้งแต่ดีไซน์แปลนไปจนถึงการเลือกวัสดุ
จัดพื้นที่ส่วนกลางและกิจกรรมเพื่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
มีการจัดตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงถึงโครงการ สร้างคอมมูนิตี้คนรักสัตว์
การเงินและประกัน
บัตรเครดิตบางค่ายเพิ่ม สิทธิประโยชน์หมวดสัตว์เลี้ยง อย่างจริงจัง
แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่ยอดใช้จ่ายหมวดสัตว์เลี้ยงผ่านบัตรยังเติบโต เพราะเจ้าของ ลดอย่างอื่นได้ แต่ไม่ลดงบดูแลน้อง
บริษัทประกันภัยออกแบบ ประกันสัตว์เลี้ยง ที่ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งด้านสุขภาพ การรักษา และบริการเสริม (Wellness) เพื่อให้เจ้าของอุ่นใจในทุกสถานการณ์
ด้านการท่องเที่ยว
ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ Pet-Friendly เปิดโอกาสให้เจ้าของพาน้อง ๆ เดินทางไปเที่ยวด้วยกันได้มากขึ้น
ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อปรับตัวให้รองรับสัตว์เลี้ยงได้จริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณา
ด้านสังคมและจิตอาสา
ร่วมมือกับมูลนิธิและองค์กรที่ช่วยเหลือสัตว์ถูกทอดทิ้ง
สนับสนุนการดูแล รักษา และหาบ้านใหม่ให้สัตว์ที่ไม่มีเจ้าของอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมทั้งหมดนี้สะท้อนว่า สัตว์เลี้ยงกำลังถูกยกระดับสถานะเป็น “คนสำคัญของครอบครัว” อย่างแท้จริง
เป้าหมายต่อไป: เติบโต 100% และยืนหนึ่งด้านการดูแลสัตว์เลี้ยงครบวงจร
จากการขยายสาขา การจับมือกับพันธมิตร และการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาใช้ ทำให้ธุรกิจบริการด้านสัตว์เลี้ยงตั้งเป้า เติบโตด้านรายได้ถึง 100% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า
จุดแข็งสำคัญคือ
เป็นเครือข่ายโรงพยาบาลสัตว์ขนาดใหญ่ มีสาขาครอบคลุม
มีทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา รองรับทั้งเคสทั่วไปและเคสซับซ้อน
พร้อมรับการส่งต่อจากคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์อื่น ๆ
เดินหน้าพัฒนาระบบและบริการให้ครบวงจรและยั่งยืน
สรุป: ตลาดนี้ไม่ใช่แค่ “ธุรกิจสัตว์เลี้ยง” แต่มันคือ “ธุรกิจครอบครัว”
ถ้ามองเผิน ๆ ตัวเลขแสนล้านอาจดูเหมือนแค่ตลาดหนึ่งเซกเมนต์ แต่ถ้าซูมใกล้ ๆ จะเห็นว่า ทุกบาทที่เจ้าของยอมจ่าย แปลว่าเขาอยากให้น้องอยู่กับเขาไปนานที่สุดและมีชีวิตที่ดีที่สุด
คนให้ความสำคัญกับ longevity และคุณภาพชีวิต
ธุรกิจต้องยกระดับมาตรฐานและผลลัพธ์การรักษา
หลายอุตสาหกรรมเริ่มหันมาจับมือกันเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงให้ครบทุกด้าน
สำหรับคนรักหมาแมว นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า อนาคตของน้อง ๆ จะเต็มไปด้วยโอกาสในการได้รับการดูแลที่ดีขึ้นทุกวัน และสำหรับคนที่คิดจะเข้ามาทำธุรกิจในตลาดนี้ นี่คือหนึ่งในสนามที่ทั้ง โตกว่าเดิม และจริงจังกว่าเดิม อย่างไม่ต้องสงสัย

