กระแสข่าวของ iPhone 18 Pro เริ่มชัดขึ้นอีกครั้ง โดยรอบล่าสุดมีข้อมูลจากนักวิเคราะห์ระบุว่า ปีนี้ Apple อาจอัปเกรด “ชิปไร้สาย” ถึงสองส่วนในรุ่นเรือธง ทั้งโมเด็ม 5G รุ่นใหม่ C2 และชิปเครือข่ายไร้สาย N2 ที่เป็นตัวสืบทอดจาก N1 นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า Dynamic Island จะเล็กลง, ชิปประมวลผลจะขยับไปสู่ระดับ 2 นาโนเมตร, และกล้องอาจได้ฟีเจอร์ รูรับแสงปรับได้ (Variable Aperture)
ทั้งหมดนี้หมายความว่าอะไร และส่งผลอย่างไรกับผู้ใช้ทั่วไป มาดูรายละเอียดแบบเข้าใจง่ายกัน
อัปเกรดชิปไร้สาย 2 จุดใน iPhone 18 Pro
รายงานจากนักวิเคราะห์ Jeff Pu แห่ง GF Securities (ซึ่งถูกเผยแพร่ผ่าน MacRumors) ระบุว่า Apple เตรียมนำชิปไร้สายรุ่นใหม่มาใช้กับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max โดยมีการอัปเกรด 2 ส่วนหลัก ได้แก่
โมเด็ม 5G รุ่นใหม่ C2
ชิปเครือข่ายไร้สาย N2
1) C2 โมเด็ม 5G ของ Apple เอง
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Apple เตรียมเลิกใช้โมเด็ม 5G จาก Qualcomm ใน iPhone 18 ทุกรุ่น และหันมาใช้ C2 baseband chip ที่พัฒนาภายในบริษัทเอง
คำว่า “Baseband” คือชิปที่ทำหน้าที่จัดการสัญญาณเครือข่ายมือถือ เช่น 4G และ 5G หาก Apple ใช้ C2 จริง จะถือเป็นการเดินหน้าแยกตัวจาก Qualcomm อย่างจริงจัง
สิ่งที่น่าสนใจคือ C2 คาดว่าจะรองรับทั้ง:
mmWave 5G (ความเร็วสูงมากในพื้นที่จำกัด)
sub-6GHz 5G (ครอบคลุมกว้างกว่า แต่ความเร็วต่ำกว่า mmWave)
หากข้อมูลนี้ถูกต้อง จะเป็นครั้งแรกที่ Apple นำการเชื่อมต่อ 5G ความเร็วสูงระดับ ultra-high speed มาใช้ผ่านชิปที่พัฒนาเองเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ C2 ยังถูกคาดว่าจะผลิตด้วยกระบวนการ 4 นาโนเมตรของ TSMC ซึ่งช่วยเรื่องความประหยัดพลังงาน ทำให้ใช้งาน 5G ได้นานขึ้นโดยไม่กินแบตมากเกินไป
2) N2 ชิปเครือข่ายไร้สายรุ่นใหม่
อีกจุดหนึ่งที่ถูกพูดถึงคือ N2 wireless networking chip ซึ่งเป็นตัวสืบทอดจาก N1
ก่อนหน้านี้ Apple เคยระบุว่า N1 ช่วยเพิ่ม:
ประสิทธิภาพโดยรวม
ความเสถียรในการใช้งานฟีเจอร์อย่าง Personal Hotspot
ความน่าเชื่อถือของ AirDrop
อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดไม่ได้อธิบายว่า N2 จะพัฒนาไปในทิศทางใด หรือมีฟีเจอร์ใหม่อะไรบ้าง
แม้จะยังไม่มีรายละเอียดเชิงเทคนิค แต่ถ้ามองจากแนวทางของ Apple การอัปเกรดชิปเครือข่ายไร้สายมักเกี่ยวข้องกับ:
ความเร็วในการรับส่งข้อมูล
ความเสถียรของสัญญาณ
การจัดการพลังงานที่ดีขึ้น
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป นี่อาจหมายถึง AirDrop ที่เร็วขึ้น ฮอตสปอตที่นิ่งขึ้น และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Apple ภายในระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ราบรื่นกว่าเดิม
Dynamic Island อาจเล็กลงถึง 35%
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ที่ถูกพูดถึงซ้ำหลายรอบคือ Dynamic Island ที่เล็กลง
รายงานระบุว่า Apple มีแนวโน้มจะย้ายระบบ Face ID และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องไปไว้ใต้แผงจอ OLED มากขึ้น ทำให้พื้นที่ด้านหน้าจอถูกใช้งานได้เต็มกว่าเดิม
มีการคาดการณ์ว่า Dynamic Island อาจเล็กลงได้ถึง 35%
ผลที่ตามมาคือ:
สัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง (Screen-to-body ratio) สูงขึ้น
พื้นที่แสดงผลมากขึ้น
ดีไซน์ดูสะอาดตาและใกล้เคียง “จอเต็ม” มากขึ้น
สำหรับคนที่รอ iPhone แบบไร้รอยบากและเกือบเต็มจอ ข่าวนี้ถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ใกล้ความจริงมากขึ้น

A20 Pro ชิป 2 นาโนเมตรครั้งแรกของ Apple
นอกจากชิปไร้สายแล้ว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ยังถูกคาดว่าจะใช้ A20 Pro ซึ่งอาจเป็นชิปตัวแรกของ Apple ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร
เทคโนโลยี 2nm หมายถึงการย่อขนาดทรานซิสเตอร์ให้เล็กลงกว่าเดิม ทำให้:
ใส่ทรานซิสเตอร์ได้มากขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล
ลดการใช้พลังงานต่อหน่วยประสิทธิภาพ
หากข้อมูลนี้เป็นจริง iPhone 18 Pro จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของชิปมือถือ ที่เน้นทั้งแรงและประหยัดพลังงานมากขึ้นไปอีกขั้น
กล้องอาจมาพร้อมรูรับแสงปรับได้
อีกฟีเจอร์ที่ถูกพูดถึงคือ Variable Aperture หรือรูรับแสงที่ปรับได้
ปกติแล้วสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่จะมีค่ารูรับแสงคงที่ เช่น f/1.8 หรือ f/1.6 แต่เทคโนโลยีนี้จะเปิดทางให้ปรับรูรับแสงได้ตามสถานการณ์
ตัวอย่างเช่น:
เปิดรูรับแสงกว้างในที่แสงน้อย เพื่อรับแสงมากขึ้น
ปรับให้แคบลงในที่แสงจ้า เพื่อควบคุมความคมชัดและระยะชัดลึก
ผลลัพธ์คือภาพถ่ายที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะในงานถ่ายภาพระดับกึ่งมืออาชีพ
กำหนดเปิดตัว และรุ่นอื่นที่อาจมา
รายงานระบุว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนกันยายน ตามรอบปกติของ Apple
นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงความเป็นไปได้ของ iPhone Fold ที่อาจเปิดตัวภายในปีเดียวกัน แต่ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมในรายงานนี้
ทำไมข่าว iPhone 18 Pro ถึงสำคัญ?
1. เป็นจุดเปลี่ยนด้านชิปไร้สายของ Apple
การใช้ C2 แทน Qualcomm อย่างเต็มตัว หมายถึง Apple ควบคุมฮาร์ดแวร์หลักได้มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อ:
การจัดการพลังงาน
การปรับแต่งซอฟต์แวร์ให้เข้ากับฮาร์ดแวร์
ความสามารถใหม่ ๆ ในอนาคต
2. การลดขนาด Dynamic Island คือก้าวสู่จอเต็มรูปแบบ
การซ่อน Face ID ใต้จอมากขึ้น แสดงว่า Apple กำลังเดินหน้าไปสู่ดีไซน์ที่หน้าจอไร้สิ่งรบกวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
3. 2 นาโนเมตร = ก้าวกระโดดด้านประสิทธิภาพ
ถ้า A20 Pro เป็น 2nm จริง จะเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญ เพราะเป็นการยกระดับทั้งพลังประมวลผลและความประหยัดพลังงานพร้อมกัน
สรุปภาพรวมข่าวลือ iPhone 18 Pro
อัปเกรดชิปไร้สาย 2 จุด: C2 5G modem และ N2 networking chip
C2 รองรับทั้ง mmWave และ sub-6GHz 5G
ผลิตด้วยกระบวนการ 4nm เพื่อความประหยัดพลังงาน
Dynamic Island อาจเล็กลงถึง 35%
ใช้ชิป A20 Pro เทคโนโลยี 2 นาโนเมตร
อาจมาพร้อมกล้องรูรับแสงปรับได้
คาดเปิดตัวเดือนกันยายน
ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงข่าวลือจากนักวิเคราะห์ และยังไม่มีการยืนยันจาก Apple อย่างเป็นทางการ แต่ถ้าข้อมูลเหล่านี้เป็นจริง iPhone 18 Pro อาจเป็นหนึ่งในรุ่นที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในมากที่สุดในรอบหลายปี ทั้งด้านชิป เครือข่าย และดีไซน์หน้าจอ

