โรงงานยางยุคใหม่ ใจกลางเซี่ยงไฮ้
นครเซี่ยงไฮ้กลายเป็นเวทีสำคัญอีกครั้ง เมื่อมิชลิน กรุ๊ป (Michelin Group) เปิดตัว “โรงงานแห่งอนาคต” แห่งแรกของโลก พร้อมเม็ดเงินลงทุนกว่า 3 พันล้านหยวน หรือราว 1.34 หมื่นล้านบาท
โรงงานใหม่แห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นสายการผลิตยางรถยนต์ที่ล้ำสมัย เน้นความยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของจีนที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด
นี่ไม่ใช่แค่โรงงานยางธรรมดา แต่คือแพลตฟอร์มการผลิตอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มตัว
จากผู้เล่นต่างชาติ สู่กำลังหลักตลาดยางไฮเอนด์จีน
มิชลินเริ่มเข้ามาปักหมุดในตลาดจีนตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 และค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
วันนี้มิชลินไม่ใช่แค่แบรนด์ต่างชาติในจีน แต่ครองส่วนแบ่งตลาดยางสำหรับยานยนต์พลังงานใหม่ระดับไฮเอนด์ในจีนมากกว่าร้อยละ 30 และเป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์รายสำคัญของผู้ผลิตรถยนต์ภายในประเทศจำนวนมาก
การตั้งโรงงานแห่งอนาคตในเซี่ยงไฮ้ จึงเป็นสัญญาณชัดเจนว่าจีนคือสมรภูมิยุทธศาสตร์ของมิชลินในระยะยาว
ยาง 1 เส้น ทุก 36 วินาที: ความเร็วที่มาพร้อมความยืดหยุ่น
หัวใจของโรงงานนี้คือไลน์การผลิตที่ใช้เครื่องจักรรุ่นล่าสุดของมิชลิน ซึ่งถูกออกแบบให้ตอบสนองตลาดยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความเร็วและความยืดหยุ่น
จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
สามารถผลิตยางได้ 1 เส้นทุกๆ 36 วินาที
รองรับการสั่งผลิตล็อตเล็ก เริ่มต้นเพียง 100 เส้น
ราว 70% ของกำลังการผลิต จะโฟกัสไปที่ยางสำหรับยานยนต์พลังงานใหม่
รูปแบบการผลิตแบบนี้เปิดทางให้มิชลินตอบสนองคำสั่งซื้อเฉพาะทางหรือรุ่นพิเศษได้คล่องตัวขึ้น ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของยุคที่รถไฟฟ้าและ NEV มีโมเดลหลากหลายและเปลี่ยนเร็ว
ส่งมอบไวขึ้นสองเท่า กำลังผลิตแตะเกือบ 10 ล้านเส้นต่อปี
ในด้านประสิทธิภาพซัพพลายเชน โรงงานแห่งอนาคตช่วยลดเวลาเชื่อมต่อระหว่างคำสั่งซื้อกับการส่งมอบได้อย่างชัดเจน
ระยะเวลาตั้งแต่รับออร์เดอร์จนถึงส่งมอบ ลดจาก 10 วัน เหลือเพียง 5 วัน
การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้ ทำให้สามารถผลิตยางเพิ่มได้อีกราว 1 ล้านเส้นต่อปี
จากเดิม 8.5 ล้านเส้นต่อปี ขยับขึ้นเป็น 9.5 ล้านเส้นต่อปี
ผลลัพธ์คือห่วงโซ่การผลิตที่ตอบสนองตลาดได้เร็วขึ้น ลดสต็อกค้าง ลดความเสี่ยง และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารคำสั่งซื้อ
AI ขึ้นแท่นตัวเอก จัดการโรงงานทั้งระบบ
หนึ่งในแกนกลางของโรงงานแห่งอนาคตแห่งนี้ คือการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการยกระดับการบริหารจัดการและการผลิต
AI ถูกนำมาใช้เพื่อ:
วิเคราะห์และปรับแต่งกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
บริหารจัดการไลน์ผลิตหลายรูปแบบที่ต้องรองรับทั้งออร์เดอร์เล็กและออร์เดอร์ใหญ่
ตรวจสอบ คาดการณ์ และลดปัญหาขัดข้องของเครื่องจักร
สำหรับคนทำงานยุคใหม่ โรงงานแบบนี้คือเคสศึกษาชั้นดีของการนำ AI มาใช้
แทนที่ AI จะเข้ามา “แย่งงานคน” มันกลับเข้ามาเป็นเครื่องมือเพิ่มพลังในการทำงาน ให้โรงงานทั้งระบบทำงานได้ฉลาดและลื่นไหลกว่าเดิม
โรงงานสีเขียว: พลังงานหมุนเวียนและห่วงโซ่รักษ์โลก
นอกจากเรื่องประสิทธิภาพแล้ว โรงงานแห่งนี้ยังถูกออกแบบให้สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนในทุกมิติ
ตามข้อมูลของบริษัท โรงงานนี้มีเป้าหมายสำคัญดังนี้:
ใช้ พลังงานหมุนเวียน 100% ในการดำเนินงาน
ปรับใช้แนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต
ลดการปล่อยของเสียและการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น
นี่คือภาพของโรงงานที่ไม่ได้มองแค่ตัวเลขกำไร แต่มองไปถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
หมุดหมายสำคัญในยุทธศาสตร์ยานยนต์พลังงานใหม่ของจีน
ในมุมยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค โรงงานแห่งอนาคตของมิชลินในจีนสะท้อนว่าบริษัทกำลังเดินเกมยาวในตลาดนี้
ผู้บริหารของมิชลินในภูมิภาคเกรตเตอร์ไชน่าและมองโกเลีย ระบุว่า โรงงานแห่งนี้เป็นก้าวสำคัญในพันธกิจระยะยาวของบริษัทในจีน ทั้งในมิติของการเติบโตเชิงคุณภาพ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
เมื่อนำทุกชิ้นส่วนมาต่อภาพรวม ภาพที่ได้คือโรงงานที่ไม่ได้แค่ผลิตยาง แต่คือ “แพลตฟอร์มยุทธศาสตร์” เพื่อรองรับคลื่นยานยนต์พลังงานใหม่ที่กำลังเปลี่ยนโลกทั้งใบ

