รับแอปรับแอป

เมื่อการวิ่งเปลี่ยนเป็นพลังให้ชีวิต : บรรยากาศงาน MU Charity 2025 ที่นักวิ่งต้องอยากไปสักครั้ง

ณรงค์เดช สุขุม01-29

Love Life Run: วิ่งเพื่อตัวเอง แล้วส่งต่อเพื่อคนอื่น

เช้าวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ลานมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสนามวิ่งที่อบอวลไปด้วยพลังดี ๆ จากงานเดิน – วิ่งการกุศล “MU Charity 2025: Love Life Run”

งานนี้ไม่ใช่แค่งานวิ่งธรรมดา แต่เป็นกิจกรรมการกุศลที่จัดขึ้นเพื่อระดมทุนเข้ามูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล และกองทุนสุขภาพนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อช่วยสนับสนุนทั้งด้านการศึกษาและค่ารักษาพยาบาลให้กับนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

ทุกก้าวที่วิ่ง จึงไม่ใช่แค่เพื่อสุขภาพของตัวเอง แต่ยังต่อชีวิตและโอกาสให้ผู้อื่นด้วย

พลังจากชาวมหิดลและนักวิ่งกว่า 1,600 คน

งานนี้มีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลเข้าร่วมอย่างคับคั่ง พร้อมด้วยนักวิ่งสายสุขภาพและสายบุญรวมแล้วกว่า 1,600 คน

บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสันของเสื้อวิ่ง เสียงพูดคุยทักทาย และความตื่นเต้นก่อนปล่อยตัวที่ทำให้รู้เลยว่านี่คือหนึ่งในงานวิ่งการกุศลที่ทุกคนตั้งใจมาจริง ๆ

  • มีทั้งนักวิ่งสายแข่งขันจริงจัง และสายชิลที่มาเดิน – วิ่งรับบรรยากาศ

  • มีทั้งนักศึกษา ศิษย์เก่า บุคลากร และคนทั่วไปที่อยากร่วมทำบุญผ่านการวิ่ง

  • ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือ วิ่งให้เต็มที่ และส่งต่อพลังให้กลับไปยังนักศึกษาที่ต้องการความช่วยเหลือ

เส้นชัยที่มากกว่าคำว่าชนะ

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือประเภท Mini Marathon ระยะ 10.5 กิโลเมตร ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานถ้วยรางวัลประเภท Overall สำหรับผู้ชนะชายและหญิง

ผู้เข้าเส้นชัยที่ทำเวลาได้ดีที่สุดในรายการนี้ ไม่เพียงคว้าถ้วยเกียรติยศอันทรงคุณค่า แต่ยังกลายเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นทั้งด้านสุขภาพและจิตใจ ที่สะท้อนความหมายของคำว่า “Love Life Run” อย่างแท้จริง

จากนั้นบนเวทีมีพิธีมอบรางวัลให้กับนักวิ่งในรุ่นอายุต่าง ๆ ทั้งชายและหญิง ไล่ตั้งแต่

  • รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี

  • 18 – 29 ปี

  • 30 – 39 ปี

  • 40 – 49 ปี

  • 50 – 59 ปี

  • 60 ปีขึ้นไป

ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไร ถ้ารักการวิ่ง งานนี้มีพื้นที่ให้ทุกคนได้ปล่อยของอย่างเต็มที่

วิ่งมาราธอนของชีวิต เริ่มจากก้าวแรกบนถนนจริง

แม้งาน MU Charity 2025 จะไม่ใช่มาราธอนระยะไกลสุดคลาสสิก 42.195 กิโลเมตร แต่สำหรับใครหลายคน มันคือ “มาราธอนของใจ” ที่เริ่มจากการสมัคร ต่อด้วยการซ้อม และจบลงที่การก้าวข้ามเส้นชัยพร้อมรอยยิ้ม

เพราะทุกงานวิ่ง คือสนามซ้อมให้เราเรียนรู้ตัวเอง

  • ซ้อมวินัยผ่านการตื่นเช้า

  • ซ้อมใจให้ไม่ถอดใจกลางทาง

  • ซ้อมกายให้พร้อมรับระยะที่ไกลขึ้นในอนาคต

ใครที่ฝันอยากวิ่งมาราธอนจริงจัง งานวิ่งการกุศลแบบนี้คือจุดเริ่มต้นที่ดี ทั้งได้ประสบการณ์งานวิ่ง ได้เพื่อนใหม่สายสุขภาพ และยังได้ทำบุญไปในตัว

ภาพบรรยากาศที่เล่าเรื่องได้มากกว่าคำพูด

ภาพนักวิ่งกำลังเร่งฝีเท้าเข้าเส้นชัย เสียงเชียร์จากเพื่อนร่วมงานและเพื่อนร่วมทีม สีหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อและรอยยิ้ม ล้วนเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้งานนี้น่าจดจำยิ่งขึ้น

เส้นชัยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและรางวัล

ช่วงพิธีมอบรางวัลคืออีกหนึ่งโมเมนต์ที่สะท้อนให้เห็นเสน่ห์ของงานวิ่งการกุศลแบบนี้ได้ชัดเจนที่สุด

  • ผู้ชนะในแต่ละรุ่นอายุ ได้รับถ้วยรางวัลและเหรียญเกียรติยศ

  • ผู้เข้าร่วมทุกคนได้ของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้าน

  • แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ความภูมิใจที่ได้วิ่งเพื่อเปลี่ยนพลังของตัวเอง ให้กลายเป็นความหวังของใครบางคน

ถ้าคุณรักการวิ่ง…งานแบบนี้ไม่ควรพลาด

สำหรับสายวิ่งมาราธอนหรือสายฟันงานวิ่งตามมหาวิทยาลัยและองค์กรใหญ่ ๆ งานอย่าง MU Charity คือสนามวิ่งที่น่าเก็บสะสมในประสบการณ์ชีวิตมาก

เพราะมันไม่ได้มีแค่ระยะทางให้คุณพิชิต แต่ยังมี

  • เรื่องราวเบื้องหลังที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

  • บรรยากาศอบอุ่นแบบครอบครัวชาวมหาวิทยาลัย

  • ความรู้สึกดี ๆ ที่อยู่กับเรานานกว่าความล้าในวันแข่ง

บางครั้ง เราไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วที่สุด แต่แค่ไม่หยุดวิ่ง และแบ่งปันพลังให้คนอื่นได้ ก็ถือว่าชนะในเกมของตัวเองแล้ว

ถ้าเจองาน “Love Life Run” หรือกิจกรรมวิ่งการกุศลลักษณะนี้ในปีต่อ ๆ ไป ลองกดสมัคร แล้วให้รองเท้าวิ่งคู่โปรดของคุณช่วยบันทึกอีกหนึ่งเส้นทางที่ทั้งดีต่อหัวใจและดีต่อสังคมไปพร้อมกัน