ไทยช่วยไทยพลัส 2026 กับผู้ถือบัตรคนจน
1. ภาพรวมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 2026 และกลุ่มเป้าหมาย
โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 2026 เป็นมาตรการของรัฐที่ต่อยอดจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ และรักษากำลังซื้อของประชาชน จากผลกระทบวิกฤตราคาพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีรายได้ต่อเนื่อง
โครงการใช้รูปแบบ ร่วมจ่าย 60/40 คือ รัฐช่วยออก 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” โดย
จำกัดสิทธิกลุ่มคนทั่วไป 30 ล้านสิทธิ
กลุ่มเปราะบางดูแลผ่าน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ประมาณ 13.18 ล้านคน
วงเงินช่วยเหลือฝั่งร่วมจ่ายรวม 4,000 บาทต่อคน แบ่งจ่าย เดือนละ 1,000 บาท 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 2569)
นอกจากนี้ ในข่าวบางชุดยังระบุว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสแบ่งเป็น 2 ระยะ (มิ.ย.–ก.ค. และ ส.ค.–ก.ย.) รวม 4 เดือน วงเงินรวม 4,000 บาทเช่นกัน และย้ำว่า สิทธิไม่ทบไปเดือนถัดไป หากใช้ไม่หมดในเดือนนั้น
จุดต่างจากโครงการเดิม
พัฒนาจาก คนละครึ่ง / คนละครึ่งพลัส โดยเพิ่มสัดส่วนรัฐช่วยเป็น 60% (จากเดิม 50%)
ระยะเวลาการใช้สิทธินานขึ้น เป็น 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 2569)
เชื่อมเข้ากับมาตรการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้รับเงินเติมบัตรโดยตรง ไม่ต้องร่วมจ่าย
กลุ่มเป้าหมายหลักจึงแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ
ประชาชนทั่วไป (ไม่มีบัตรสวัสดิการฯ) – ลงทะเบียนเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” วงเงินรวม 4,000 บาท
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) – ได้รับเงินเติมบัตรเพิ่ม เดือนละ 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน นาน 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 2569) ใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้าและช่องทางตามบัตร โดยไม่ต้องร่วมจ่าย 40%
2. มีบัตรคนจนอยู่แล้ว ได้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสอัตโนมัติหรือไม่
ข้อมูลจากหลายแหล่งข่าวสรุปตรงกันว่า
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ “ไม่ต้องลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส (60/40)”
สิทธิของกลุ่มนี้เป็นการ เติมเงินเข้าในบัตรโดยตรง เดือนละ 700 บาทเพิ่มจาก 300 บาทเดิม รวม 1,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 2569)
สามารถใช้ได้ตามเงื่อนไขบัตรสวัสดิการฯ เช่น ใช้ที่ร้านธงฟ้า ไม่ต้องร่วมออกเงินสมทบเหมือนกลุ่ม 60/40
อย่างไรก็ตาม ในอีกชุดข้อมูลจากกระทรวงการคลังมีการระบุแนวทางเพิ่มว่า
จะใช้โอกาสโครงการนี้ “คัดกรองผู้มีรายได้น้อย” ในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ
หากตรวจพบว่ามีรายได้ เกิน 100,000 บาทต่อปี อาจมีการ ตัดสิทธิรับสวัสดิการรัฐ 100% แล้วโยกไปใช้สิทธิแบบประชาชนทั่วไป (ร่วมจ่าย 60/40 ผ่านเป๋าตัง)
แต่ทั้งนี้ ยังมีการย้ำในบางข่าวว่า
ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ ที่ ไม่ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสรอบนี้ (ในฝั่งประชาชนทั่วไป) จะ ยังใช้สิทธิบัตรเดิม 300 บาท/เดือน ต่อไป การตัดสิทธิ์หรือไม่ขึ้นอยู่กับ ฝ่ายนโยบายพิจารณาขั้นสุดท้าย
สรุปคือ
ผู้มีบัตรคนจน ได้สิทธิแบบแยกต่างหาก ผ่านบัตรสวัสดิการฯ โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียนในแอปฯ เป๋าตัง สำหรับโครงการ 60/40
แต่สิทธิจะผูกกับการตรวจสอบคุณสมบัติด้านรายได้ตามเงื่อนไขของบัตรสวัสดิการฯ
3. คุณสมบัติผู้มีสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 2026 และการทบทวนสิทธิผู้ถือบัตรคนจน
3.1 กลุ่มคนทั่วไป (โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40)
คุณสมบัติหลัก ที่ปรากฏซ้ำในหลายแหล่งข่าว ได้แก่
เป็นผู้มี สัญชาติไทย
มีอายุ ตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
มี บัตรประจำตัวประชาชน
ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569
ไม่เคยถูก สศค. ระงับสิทธิ หรือเรียกเงินคืน จากโครงการรัฐก่อนหน้า ได้แก่
คนละครึ่ง ระยะที่ 1–5
คนละครึ่งพลัส
กลุ่มนี้จะได้รับสิทธิร่วมจ่าย 60/40 วงเงิน 4,000 บาท (1,000 บาท/เดือน 4 เดือน) ผ่าน G-Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง
3.2 กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)
ข้อมูลเกี่ยวกับ รายได้และการคัดกรอง มีระบุไว้บางส่วนว่า
กระทรวงการคลังจะใช้โครงการนี้ ทบทวนฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อย ซึ่งไม่ได้อัปเดตมาตั้งแต่ปี 2565
หากตรวจพบว่าผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ มี รายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
อาจถูก ตัดสิทธิรับเงินสวัสดิการรัฐ 100%
และปรับสถานะให้ไปใช้สิทธิแบบกลุ่มคนทั่วไปในโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)
อีกด้านหนึ่ง มีข้อมูลระบุว่าใน ระยะที่ 2 (ส.ค.–ก.ย. 2569) จะมีการสรุปเกณฑ์ใหม่ของผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ หากไม่ผ่านเกณฑ์บัตรฯ รอบใหม่ อาจต้องไปใช้เงื่อนไขร่วมจ่าย 60/40 เหมือนคนทั่วไป
สำหรับ กลุ่มอาชีพหรือประเภททรัพย์สิน รายละเอียดเชิงลึกไม่ได้ถูกระบุในชุดข้อมูลนี้ มีเพียงความชัดเจนเรื่อง รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ในการพิจารณาคุณสมบัติผู้มีรายได้น้อย
4. ขั้นตอนเช็กสิทธิไทยช่วยไทยพลัสผ่านแอปฯ เป๋าตัง
การเช็กสิทธิและลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส (สำหรับกลุ่มคนทั่วไป 60/40) ทำผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ซึ่งใช้ G-Wallet เป็นกระเป๋าเงินกลาง
4.1 การเตรียมตัวเบื้องต้น
ดาวน์โหลด / อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
เปิดใช้งาน G-Wallet ให้เรียบร้อย
เตรียมบัตรประชาชนสำหรับยืนยันตัวตน หากยังไม่เคยยืนยันในโครงการรัฐใดมาก่อน
4.2 เมนูสิทธิใหม่ “ไทยช่วยไทยพลัส”
บนหน้าแอปฯ เป๋าตังจะมี แบนเนอร์หรือรูปโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ปรากฏทั้งในหน้าแรก และ/หรือหน้า G-Wallet โดย
ผู้ที่ เคยได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส มาก่อน
เข้าแอปฯ เป๋าตัง
กดแบนเนอร์ “โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)”
อ่านเงื่อนไข และกด ยืนยันลงทะเบียน / ยืนยันสิทธิ
รอผลผ่านการแจ้งเตือนในแอปฯ เป๋าตัง
ผู้ที่ ไม่เคยรับสิทธิคนละครึ่งพลัส
เข้าแอปฯ เป๋าตัง
กดแบนเนอร์ “โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)”
กดยอมรับเงื่อนไข และกรอกข้อมูลที่จำเป็น
รอผลการลงทะเบียนผ่าน แจ้งเตือนในแอปฯ + SMS ภายใน 3 วัน
4.3 การยืนยันตัวตน
ผู้ได้รับสิทธิจะต้อง พิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน
หากเคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนในโครงการอื่นของรัฐ หรือผ่านช่องทาง ธ.กรุงไทยแล้ว ไม่ต้องยืนยันซ้ำ
- หากยังไม่เคยยืนยัน สามารถดำเนินการได้ที่
สาขาธนาคารกรุงไทย พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง
ตู้ ATM กรุงไทยที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID
มีการอธิบายขั้นตอนกดเมนูที่ตู้ ATM โดยสรุปคือ
เลือกเมนูยืนยันตัวตน / สิทธิสวัสดิการ
กดรับทราบและรับรองการเป็นเจ้าของบัตร
เสียบบัตรประชาชน รอระบบตรวจสอบ
เมื่อเสร็จสิ้นให้กลับไปดำเนินการต่อในแอปฯ เป๋าตัง
4.4 ข้อความกรณีไม่ได้รับสิทธิ
หากลงทะเบียนแล้วไม่ได้รับสิทธิ ระบบอาจแสดงข้อความ เช่น
“คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ” – ไม่เข้าเงื่อนไขที่กำหนด
“คุณได้รับสิทธิเพิ่มวงเงินจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้” – เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ
กรณีอายุไม่ถึง 18 ปี จะมีข้อความแจ้งว่าอายุไม่ถึงเกณฑ์
5. วิธีใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสผ่านเป๋าตังในชีวิตประจำวัน
เมื่อได้รับสิทธิแล้ว สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–23.00 น. โดยหลักการใช้คือ
เข้าแอปฯ เป๋าตัง
เลือกแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ใน G-Wallet
เติมเงินเข้า G-Wallet (เพื่อเป็นส่วนที่ประชาชนต้องจ่าย 40%)
ใช้แอปฯ สแกน QR กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ “ถุงเงิน”
ใช้ซื้ออะไรได้บ้าง
จากข้อมูลที่สอดคล้องกัน โครงการอนุญาตให้ใช้สิทธิได้กับ
ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
ร้านค้าสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าทั่วไป
ร้านธงฟ้า ร้านชุมชน ร้าน OTOP
บริการขนส่งสาธารณะบางประเภท (ตามที่กำหนดในโครงการ)
การสั่งอาหารผ่าน Food Delivery Platform ที่เข้าร่วม ตั้งแต่ 15 มิ.ย.–30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00–21.00 น. โดยรัฐช่วยเฉพาะค่าอาหาร/เครื่องดื่ม ไม่รวมค่าจัดส่ง
สิ่งที่ใช้ไม่ได้
สินค้า/บริการที่ถูกระบุชัดว่า ห้ามใช้สิทธิ เช่น
สลากกินแบ่งรัฐบาล
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
ร้านนวด สปา ทำเล็บ ทำผม (ตามบางชุดข้อมูล)
บัตรกำนัล (Gift Voucher/Gift Card)
บัตรเงินสด (Cash Card)
การจ่ายล่วงหน้า (Prepaid) หรือรูปแบบที่ไม่ใช่การซื้อขายสินค้า/บริการจริง ณ จุดชำระ
ห้ามแลกเป็นเงินสด หรือทอนเป็นเงินสดทุกรณี
เงื่อนไขการใช้วงเงิน
รัฐช่วยจ่าย ไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน และ ไม่เกิน 1,000 บาท/คน/เดือน
วงเงินสิทธิ ไม่สามารถถอนเป็นเงินสด และ โอนไม่ได้
วงเงินที่เหลือในเดือนใด ไม่ทบไปเดือนถัดไป
6. หากไม่ได้รับสิทธิอัตโนมัติ ต้องทำอย่างไร
ในข้อมูลที่มีอยู่ ไม่มีขั้นตอนอุทธรณ์เฉพาะ สำหรับผู้ถูกปฏิเสธสิทธิไทยช่วยไทยพลัสโดยตรง แต่สามารถสรุปแนวทางจากเงื่อนไขและช่องทางที่ระบุไว้ได้ดังนี้
ตรวจสอบคุณสมบัติซ้ำ
อายุไม่ถึง 18 ปี
มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ในฐานข้อมูล ณ 18 พ.ค. 2569
เคยถูกระงับสิทธิ/ถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งหรือคนละครึ่งพลัส
ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวในเป๋าตัง
เลขบัตรประชาชน ชื่อ–นามสกุล ตรงตามทะเบียนราษฎร
กรณีปัญหาการยืนยันตัวตน
ติดต่อ ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา หรือใช้ตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID เพื่อช่วยยืนยันตัวตนอีกครั้ง
ส่วนการตรวจสอบข้อมูลกับกรมสรรพากรหรือหน่วยงานอื่นเพื่ออุทธรณ์สิทธิ ไม่ได้มีรายละเอียดเชิงขั้นตอน ปรากฏในข้อมูลชุดนี้ มีเพียงการระบุว่ากระทรวงการคลังจะใช้ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐตรวจสอบสิทธิผู้รับโครงการ
7. เปรียบเทียบไทยช่วยไทยพลัสกับโครงการรัฐอื่นที่ใช้เป๋าตัง
ข้อมูลที่มี นำไปเปรียบเทียบได้ชัดเจนหลัก ๆ กับ โครงการคนละครึ่ง / คนละครึ่งพลัส ดังนี้
| หัวข้อ | ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) | คนละครึ่ง / คนละครึ่งพลัส |
|----------------------|------------------------------------------|----------------------------------------|
| สัดส่วนร่วมจ่าย | รัฐ 60% / ประชาชน 40% | รัฐ 50% / ประชาชน 50% |
| วงเงินรวมต่อคน | 4,000 บาท (1,000 บาท × 4 เดือน) | ประมาณ 2,000–2,400 บาท (ส่วนใหญ่ 2 เดือน) |
| ระยะเวลาใช้สิทธิ | 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 2569) | ส่วนใหญ่ 2 เดือนต่อเฟส |
| อายุขั้นต่ำ | 18 ปีขึ้นไป | 16 ปีขึ้นไป (ในบางเฟสคนละครึ่ง) |
| กลุ่มที่ลงทะเบียนได้ | คนทั่วไปที่ไม่มีบัตรสวัสดิการฯ และไม่ถูกระงับสิทธิเดิม | ประชาชนทั่วไปตามเกณฑ์แต่ละเฟส |
| แอปฯ ที่ใช้ | เป๋าตัง (G-Wallet + ร้านถุงเงิน) | เป๋าตัง (เหมือนกัน) |
สำหรับโครงการอื่นอย่าง เราชนะ ไม่มีรายละเอียดอยู่ในข้อมูลชุดนี้ จึงไม่สามารถเปรียบเทียบเชิงตัวเลขได้ แต่ในภาพรวม ไทยช่วยไทยพลัสยังคงใช้โครงสร้าง “เงินอัดฉีดผ่านเป๋าตัง” ใกล้เคียงกับมาตรการเดิม
8. สรุปข้อควรรู้สำหรับผู้มีบัตรคนจน และการเตรียมตัว
สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ข้อมูลสำคัญจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 2026 มีดังนี้
ไม่ต้องลงทะเบียนในแอปฯ เป๋าตัง เพื่อรับสิทธิ 60/40
จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มในบัตรสวัสดิการฯ 700 บาท/เดือน รวมกับเดิม 300 บาท เป็น 1,000 บาท/เดือน นาน 4 เดือน (มิ.ย.–ก.ย. 2569)
เงินในบัตรของกลุ่มนี้ ใช้จ่ายได้ทันที ตามเงื่อนไขร้านธงฟ้าและช่องทางตามระบบบัตรสวัสดิการฯ ไม่ต้องออกเงินสมทบ
วงเงินแต่ละเดือน ไม่สะสมไปเดือนถัดไป หากใช้ไม่หมดจะหมดสิทธิในส่วนนั้น
กระทรวงการคลังจะใช้โครงการนี้ ตรวจสอบคุณสมบัติด้านรายได้ หากพบว่ารายได้เกิน 100,000 บาท/ปี อาจถูกตัดสิทธิบัตรฯ และปรับไปใช้สิทธิแบบคนทั่วไป (ร่วมจ่าย 60/40)
คำแนะนำในการเตรียมตัว
ผู้ถือบัตรคนจน
ติดตามข่าวจากกระทรวงการคลังและหน่วยงานรัฐ เรื่อง เกณฑ์รายได้ และการทบทวนสิทธิ
ใช้วงเงินบัตรสวัสดิการฯ ที่ได้รับเพิ่มอย่างรอบคอบ เพราะไม่ทบไปเดือนต่อไป
ผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการฯ ที่อยากใช้สิทธิ 60/40
ตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองให้ตรงเงื่อนไข (สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่มีบัตรสวัสดิการฯ ไม่ถูกระงับสิทธิคนละครึ่งเดิม)
ดาวน์โหลดและเตรียมแอปฯ เป๋าตัง + ยืนยันตัวตน ให้พร้อมก่อนช่วงลงทะเบียน 25–29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00–22.00 น.
วางแผนการใช้สิทธิ 1,000 บาทต่อเดือนให้หมดภายในเดือน เพื่อไม่ให้เสียโอกาส
โดยรวมแล้ว ไทยช่วยไทยพลัส 2026 เป็นมาตรการที่จัดโครงสร้าง ต่างกันตามฐานะและสถานะบัตรสวัสดิการฯ ผู้ถือบัตรคนจนถูกดูแลผ่านการเติมเงินบัตร ขณะที่คนทั่วไปใช้สิทธิร่วมจ่ายผ่านเป๋าตัง ผู้มีบัตรคนจนจึงควรติดตามข่าวการทบทวนสิทธิและใช้วงเงินที่ได้รับอย่างเหมาะสมควบคู่กันไป


ความคิดเห็น