ภาพรวมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 2026 คืออะไร ใครมีสิทธิ และต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” เป็นมาตรการที่รัฐร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในอัตรา รัฐ 60% – ประชาชน 40% สำหรับการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ผ่านการจ่ายเงินด้วย G-Wallet ในแอปฯ “เป๋าตัง” เท่านั้น
วงเงินสนับสนุนไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน
ไม่เกิน 1,000 บาท/คน/เดือน
รวมตลอดโครงการ 4 เดือน = สูงสุด 4,000 บาท/คน
ใช้สิทธิได้ระหว่าง 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น.
ใช้ผ่านฟู้ดเดลิเวอรีได้ระหว่าง 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น.
กรณีมีสิทธิคงเหลือในแต่ละเดือน จะไม่ทบไปเดือนถัดไป
โครงการนี้ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตราคาพลังงาน และพยุงกำลังซื้อของประชาชน โดยครอบคลุมประชาชนรวมกว่า 43 ล้านคน แบ่งเป็น
กลุ่มเปราะบางที่ใช้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ราว 13.18 ล้านคน (รับสิทธิผ่านระบบบัตรสวัสดิการฯ ไม่ต้องลงทะเบียนในเป๋าตัง)
กลุ่มประชาชนทั่วไป (ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) ไม่เกิน 30 ล้านสิทธิ ลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง
ช่วงลงทะเบียนประชาชนทั่วไป
ลงทะเบียนได้วันที่ 25 – 29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00 – 22.00 น.
จำนวนจำกัด 30 ล้านสิทธิ หากครบก่อนถึงวันสุดท้าย ระบบจะปิดลงทะเบียนทันที
คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียนในเป๋าตัง
สัญชาติไทย
อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
มีบัตรประจำตัวประชาชน
ไม่เคยถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน จากโครงการรัฐ ได้แก่ คนละครึ่ง ระยะที่ 1–5 และคนละครึ่งพลัส
ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลกระทรวงการคลัง ณ 18 พ.ค. 2569
ผู้ที่ ไม่สามารถ ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสได้ ได้แก่
ผู้ที่อายุ ไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์
ผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผู้ที่ ไม่มีสมาร์ทโฟน
ก่อนเริ่มใช้สิทธิ ผู้ได้รับสิทธิจะต้อง ตรวจสอบสิทธิคงเหลือ และอ่านเงื่อนไขการใช้สิทธิ ในแบนเนอร์โครงการบนแอปฯ เป๋าตังให้ครบถ้วน
เตรียมความพร้อมก่อนสมัคร: โหลด–อัปเดตเป๋าตัง ยืนยันตัวตน และเช็กสิทธิของตัวเอง
1. ดาวน์โหลดและอัปเดตแอปฯ “เป๋าตัง”
กรณีไม่เคยใช้เป๋าตัง หรือใช้เวอร์ชันเก่า ต้องดาวน์โหลด/อัปเดตให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
ขั้นตอนดาวน์โหลด
เปิด App Store (iPhone) หรือ Google Play / Play Store (Android)
พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง”
กด GET หรือ “ติดตั้ง” เพื่อดาวน์โหลด
เงื่อนไขการรองรับอุปกรณ์ (ตามข้อมูลบางแหล่งอาจต่างเวอร์ชันเล็กน้อย)
iPhone: iOS 15.0 ขึ้นไป
Android: มีข้อมูลทั้ง 9.0+ และ 10.0+ (ให้ยึดตามสโตร์ขณะดาวน์โหลดจริง)
2. สมัครใช้งานแอปฯ เป๋าตัง (สำหรับผู้ไม่เคยสมัครมาก่อน)
เปิดแอปฯ “เป๋าตัง”
เมื่ออ่านคำอธิบายขั้นตอนการสมัครแล้ว ให้กด “ถัดไป”
ปิด Wi‑Fi ขณะสมัคร (เงื่อนไขกำหนดไม่ให้ใช้ Wi‑Fi)
หน้า การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (KYC Consent) กด ยินยอมและยืนยัน
หน้าขอความยินยอมตรวจสอบเบอร์มือถือ กด ยินยอม
กรอก เลขบัตรประชาชน และ เบอร์มือถือ ที่ใช้งานปัจจุบัน
รอรับ รหัส OTP ทาง SMS และกรอกในแอปฯ
กรอกข้อมูลบัตรประชาชน หรือเลือกดึงข้อมูลผ่านแอปฯ ThaID
กด เตรียมสแกนใบหน้า แล้วดำเนินการสแกนใบหน้าตามคำแนะนำบนหน้าจอ
ตั้งรหัส PIN 6 หลัก สำหรับเข้าใช้งานเป๋าตัง
ยืนยันรหัส PIN อีกครั้ง
อ่าน ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้เป๋าตัง ติ๊กยอมรับ และกด “ตกลง”
ใส่รหัส PIN เพื่อเข้าใช้งานแอปฯ
ระบบถามเปิดใช้ Biometric (สแกนหน้า/นิ้ว) จะเปิดเลยหรือกดข้ามก็ได้
หน้าจอ การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เลือกให้ความยินยอมทันที หรือภายหลัง (ระบบจะแจ้งเตือนอีกครั้งภายใน 7 วัน)
เมื่อเสร็จแล้ว จะเข้าสู่หน้าหลักแอปฯ เป๋าตัง พร้อมใช้งานเพื่อไปลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส
3. การยืนยันตัวตนเพิ่มเติม (กรณีสแกนหน้าไม่ผ่าน)
โครงการกำหนดให้ผู้ได้รับสิทธิ ต้องพิสูจน์และยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ โดยใช้บัตรประชาชนตัวจริง ผ่านช่องทางของธนาคารกรุงไทย ดังนี้
สาขาธนาคารกรุงไทย (พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง)
ตู้ ATM กรุงไทยที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID
ยกเว้นผู้ที่เคยพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประชาชนในโครงการรัฐอื่นของธนาคารกรุงไทยมาก่อนแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำซ้ำ
3.1 ขั้นตอนยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM กรุงไทย (หน้าจอไม่มีปุ่มด้านล่าง)
ไม่ต้องใช้บัตร ATM ให้แตะที่แถบสีฟ้าบนหน้าจอ
เลือกเมนู ยืนยันตัวตน / สิทธิสวัสดิการ
เลือก ยืนยันตัวตนธนาคารกรุงไทย
กดปุ่ม “รับทราบและรับรอง” เพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของบัตร
เลือก “ยินยอม” ให้เปิดเผยข้อมูลเพื่อพิสูจน์ตัวตน
เสียบ บัตรประชาชน แล้วกด “ถัดไป”
รอการตรวจสอบข้อมูล
เลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” นำบัตรออก แล้วกลับไปดำเนินการต่อในแอปฯ เป๋าตัง
3.2 ขั้นตอนยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM กรุงไทย (หน้าจอมีปุ่มด้านล่าง)
เลือกเมนู “ทำรายการด้วยบัตรประชาชน”
เลือก “บริการยืนยันตัวตน”
กด “รับทราบและรับรอง” ยืนยันว่าเป็นเจ้าของบัตร
เลือก “ยินยอม” เปิดเผยข้อมูลเพื่อพิสูจน์ตัวตน
กดปุ่ม “ถัดไป”
เสียบบัตรประชาชน แล้วกด “ถัดไป”
รอระบบตรวจสอบข้อมูล
เลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” นำบัตรออก แล้วกลับไปดำเนินการต่อในแอปฯ เป๋าตัง
ขั้นตอนลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 2026 บนเป๋าตังแบบทีละขั้น
การลงทะเบียนแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก
ผู้เคยรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” แล้ว
ผู้ไม่เคยรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส”
1) ขั้นตอนสำหรับผู้ที่เคยรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส”
ขั้นตอนโดยสรุปจากหลายแหล่งข้อมูลมีรายละเอียดตรงกัน ดังนี้
อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G-Wallet
เข้าแอปฯ “เป๋าตัง”
กดแบนเนอร์ “โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)”
อ่านรายละเอียด ข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการ ให้ครบ แล้วกด “ลงทะเบียน” หรือ ยืนยันสิทธิ
ระบบจะแจ้งผลการลงทะเบียนผ่าน การแจ้งเตือนในแอปฯ เป๋าตัง
เมื่อได้รับสิทธิแล้ว ให้ เติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ
เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น.
สามารถตรวจสอบประวัติการใช้สิทธิและยอดคงเหลือได้ในแอปฯ เป๋าตัง (ในหน้าหลักของโครงการ)
เมื่อยืนยันสิทธิสำเร็จ ระบบจะแสดงหน้าจอข้อความประมาณว่า
“คุณได้รับสิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) แล้ว เริ่มใช้สิทธิได้วันที่ 1 มิ.ย. 69”
2) ขั้นตอนสำหรับผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส”
ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง เป็นเวอร์ชันล่าสุด และ เปิดใช้งาน G-Wallet
เข้าแอปฯ เป๋าตัง แล้วกดแบนเนอร์ “โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)”
อ่านและ ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข จากนั้นกด ยืนยันลงทะเบียน
- ระบบจะแจ้งผลการลงทะเบียนผ่าน
การแจ้งเตือนในแอปฯ เป๋าตัง
และ SMS ภายใน 3 วัน
เมื่อได้รับสิทธิแล้ว ให้ เติมเงินเข้า G-Wallet ก่อนเริ่มใช้จ่าย
เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น.
ตรวจสอบประวัติการใช้สิทธิและยอดสิทธิคงเหลือได้ในแอปฯ เป๋าตัง
ข้อความตัวอย่างเมื่อ “ไม่ได้รับสิทธิ”
กรณีลงทะเบียนไม่ผ่าน แอปฯ อาจขึ้นข้อความลักษณะต่างกันตามสาเหตุ เช่น
“ไม่สามารถลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสได้ คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ”
เกิดจากคุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์โครงการ (เช่น ไม่ผ่านเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง)
“คุณได้รับสิทธิเพิ่มวงเงินจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้”
เนื่องจากเป็นผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
“ไม่สามารถลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสได้ คุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ เนื่องจากคุณอายุไม่ถึง 18 ปี”
กรณี อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
วิธีใช้เงินไทยช่วยไทยพลัส: สแกนจ่าย ใช้สิทธิก่อนเงินตัวเอง ร้านค้าที่ร่วมรายการ และข้อควรระวัง
1. ขั้นตอนการสแกนจ่ายที่หน้าร้าน
การใช้สิทธิโครงการผ่าน G-Wallet ในแอปฯ เป๋าตังมีขั้นตอนดังนี้
เปิดแอปฯ “เป๋าตัง”
เลือกแบนเนอร์ โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40)
กดปุ่ม สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ
สแกน QR ร้านค้าถุงเงิน ที่เข้าร่วมโครงการ
ตรวจสอบยอดเงินที่ต้องชำระ (หลังหักสิทธิร่วมจ่าย 60/40 แล้ว)
กดปุ่ม ยืนยัน เพื่อชำระเงิน
หากเงินใน G-Wallet ไม่เพียงพอ แอปฯ จะให้ เติมเงินผ่านบัญชีกรุงไทย หรือช่องทางเติมเงินที่รองรับ
ใส่รหัส PIN เป๋าตัง 6 หลัก เพื่อยืนยันการจ่าย
สามารถ บันทึกสลิป การทำรายการไว้เป็นหลักฐาน
2. การใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรี
สามารถสั่งอาหาร/เครื่องดื่มจากร้านที่เข้าร่วมโครงการผ่าน แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ที่ได้รับอนุมัติ
ชำระเงินผ่าน G-Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง
ใช้สิทธิได้ระหว่าง 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น.
รัฐสนับสนุนเฉพาะค่าอาหาร/เครื่องดื่มเท่านั้น
ไม่รวม ค่าจัดส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ห้ามรับเงินทอนเป็นเงินสด หรือประโยชน์อื่นใด นอกจากการสั่งอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี
การซื้อ–ขายต้องเป็น ธุรกรรมจริง ผู้ซื้อและผู้ขายต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน และไม่อยู่สถานที่เดียวกันในลักษณะหลอกธุรกรรม
3. ประเภทสินค้าที่ “ใช้สิทธิได้”
สามารถใช้สิทธิได้กับร้านค้า/สินค้า/บริการที่เข้าร่วม เช่น
ร้านอาหาร
ร้านเครื่องดื่ม
รถเข็นอาหารที่เข้าร่วม
ร้าน OTOP
สินค้าทั่วไป
บริการขนส่งสาธารณะ (ที่เข้าร่วมโครงการ)
4. ประเภทสินค้าที่ “ใช้สิทธิไม่ได้”
ไม่สามารถใช้สิทธิซื้อสินค้าหรือบริการดังต่อไปนี้
ร้านนวด
สปา
ร้านทำเล็บ
ร้านทำผม
สลากกินแบ่ง
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
บัตรกำนัล
บัตรเงินสด
บริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็น การชำระค่าสินค้า/บริการล่วงหน้า
5. เงื่อนไขและข้อควรระวังสำคัญ
ผู้ใช้สิทธิต้อง ตรวจสอบสิทธิคงเหลือและเงื่อนไขการใช้สิทธิ ก่อนใช้ครั้งแรก
การซื้อ–ขายสินค้า/บริการ ต้องเป็นการทำธุรกรรมและสแกน QR แบบ พบหน้า (face-to-face) ระหว่างผู้ซื้อ–ผู้ขาย
ไม่อนุญาตให้ทำผ่านช่องทางออนไลน์ หรือคนกลาง ในกรณีซื้อ–ขายปกติ
ใช้สิทธิได้เฉพาะช่วงเวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน (ส่วนฟู้ดเดลิเวอรี 06.00 – 21.00 น.)
ห้ามผู้เข้าร่วมโครงการกระทำการใด ๆ ที่ สร้างความเข้าใจผิด หรือก่ออุปสรรคต่อการดำเนินมาตรการของรัฐ
วิธีเติมเงิน G-Wallet และการเช็กสิทธิ คงเหลือ ประวัติการใช้จ่าย
1. วิธีเติมเงินเข้า G-Wallet
เข้า หน้าแรกแอปฯ เป๋าตัง เลือกเมนู G-Wallet
เลือกเมนู “เติมเงินเข้า G-Wallet”
- เลือกช่องทางเติมเงินที่ต้องการ (ทำได้ 24 ชั่วโมง ตามข้อมูลบางแหล่ง)
เติมผ่าน Banner Paotang Pay
เติมผ่าน Banner Krungthai NEXT
เติมผ่านโลโก้ บัญชีกรุงไทย
เติมผ่านโลโก้ กรุงไทย (หรือธนาคารอื่นๆ) ตามที่ระบบรองรับ
เมื่อเติมเงินเสร็จ ยอดเงินจะปรากฏใน G-Wallet เพื่อใช้ร่วมกับสิทธิ 60/40 ได้ทันทีในช่วงเวลาที่กำหนด
2. การเช็กยอดสิทธิ คงเหลือ และประวัติการใช้จ่าย
จากข้อมูลโครงการ ระบุแนวทางโดยรวมว่า
ผู้ได้รับสิทธิสามารถ ตรวจประวัติการใช้สิทธิและยอดสิทธิคงเหลือบนแอปฯ เป๋าตัง ได้
ข้อมูลเหล่านี้จะแสดงในหน้าหลักของแบนเนอร์โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ภายในแอปฯ
ผู้ใช้ควรเปิดเข้าดูเป็นระยะ เพื่อวางแผนใช้สิทธิไม่ให้เกินวงเงิน 200 บาท/วัน และ 1,000 บาท/เดือน
3. ระยะเวลาหมดอายุสิทธิ
สิทธิใช้ได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569
วงเงินสิทธิรัฐที่กันไว้ให้แต่ละเดือน หาก ใช้ไม่หมดในเดือนนั้น จะไม่ทบไปเดือนถัดไป
ดังนั้นควรใช้สิทธิตามช่วงเวลาที่กำหนดในแต่ละเดือนให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายของตนเอง
รวมปัญหายอดฮิตของมือใหม่ (จากข้อมูลในบทความ) และแนวทางตรวจสอบ
ข้อมูลที่มีระบุสัญญาณปัญหาหลัก ๆ และข้อควรระวัง แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงเทคนิคในทุกกรณี อย่างไรก็ตาม สามารถสรุปประเด็นสำคัญที่ควรตรวจสอบได้ดังนี้
1. ลงทะเบียนไม่ผ่าน / ขึ้นข้อความปฏิเสธสิทธิ
ให้ตรวจสอบจากข้อความที่ระบบแจ้ง
กรณีขึ้นว่า “คุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไข”
อาจเกิดจากไม่เข้าเกณฑ์อายุ 18 ปีขึ้นไป หรือเคยถูกระงับสิทธิจากโครงการรัฐเดิม หรือมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
กรณีขึ้นว่า “คุณได้รับสิทธิเพิ่มวงเงินจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว…”
แสดงว่าอยู่ในกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำในไทยช่วยไทยพลัสได้
กรณีขึ้นข้อความเกี่ยวกับ อายุไม่ถึง 18 ปี
แปลว่าคุณยังไม่ถึงเกณฑ์อายุ ณ วันลงทะเบียน
2. ปัญหายืนยันตัวตน/สแกนหน้า
บางรายประสบปัญหา สแกนใบหน้าไม่สำเร็จ สามารถดำเนินการยืนยันตัวตนใหม่ผ่าน
สาขาธนาคารกรุงไทย (พร้อมบัตรประชาชน)
หรือตู้ ATM กรุงไทยที่รองรับ Confirm ID ตามขั้นตอนที่ระบุข้างต้น
3. ปัญหาใช้งานแอปฯ ช่วงคนใช้จำนวนมาก
จากเสียงสะท้อนบนโซเชียล พบว่าช่วงเปิดลงทะเบียนวันแรก ระบบโดยรวมราบรื่น แอปฯ ไม่ล่ม แต่บางช่วงมีอาการ “ช้า” หรือ “โหลดนาน” ผู้ใช้หลายรายยังสามารถลงทะเบียนสำเร็จได้ภายในไม่กี่นาที
ในกรณีระบบโหลดช้าชั่วคราว ผู้ใช้อาจลอง
ออกจากแอปฯ แล้วเข้าใหม่ภายหลัง
ตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของตนเอง
(บทความไม่ให้รายละเอียดเชิงเทคนิคมากกว่านี้ จึงไม่ขอสรุปเกินข้อมูลที่มี)
4. เตือนภัยมิจฉาชีพ
มีการรายงานว่า มีมิจฉาชีพส่ง ลิงก์ปลอม หรือ SMS หลอกขอข้อมูลส่วนบุคคล โดยอ้างชื่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส หน่วยงานรัฐและสื่อได้ออกมาเตือนให้ระมัดระวัง
ผู้ใช้ควรดำเนินการเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทยพลัสผ่าน แอปฯ “เป๋าตัง” และช่องทางทางการของรัฐเท่านั้น
ทริกการบริหารสิทธิไทยช่วยไทยพลัสให้คุ้มค่า (อิงจากกรอบเงื่อนไขโครงการ)
แม้ข้อมูลต้นฉบับไม่ได้สรุปเป็น “ทริก” โดยตรง แต่จาก โครงสร้างสิทธิและเงื่อนไข สามารถรวบรวมจุดที่ควรให้ความสำคัญได้ ดังนี้
วางแผนใช้สิทธิรายเดือน
เนื่องจากสิทธิรัฐให้ไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน และไม่ทบเดือนถัดไป การรู้ยอดคงเหลือในแอปฯ และทยอยใช้กับรายจ่ายจำเป็น จะช่วยไม่ให้สิทธิสูญเปล่า
จำกัดวงเงินต่อวัน
สิทธิร่วมจ่ายสูงสุด 200 บาท/วัน การซื้อในแต่ละวันควรวางแผนไม่เกินกรอบนี้ หากซื้อเกิน ระบบจะให้จ่ายส่วนต่างด้วยเงินตนเองเต็มจำนวน
เลือกใช้ในร้าน/สินค้าที่เข้าร่วมจริง
ตรวจสอบหน้าร้านว่ามีแอปฯ “ถุงเงิน” และเข้าร่วมโครงการหรือไม่
หลีกเลี่ยงการใช้กับสินค้าที่โครงการไม่รองรับ เช่น สลากกินแบ่ง แอลกอฮอล์ ยาสูบ นวด สปา ทำผม ทำเล็บ บัตรเงินสด/กำนัล และการจ่ายล่วงหน้า
ใช้ช่วงเวลาที่ระบบเปิดให้ใช้สิทธิเท่านั้น
จ่ายหน้าร้าน: 06.00 – 23.00 น.
ฟู้ดเดลิเวอรี: 06.00 – 21.00 น.
ติดตามประวัติการใช้สิทธิในแอปฯ เป๋าตัง
เพื่อรู้ว่าใช้ไปเท่าไร เหลือวงเงินอีกเท่าไรในแต่ละเดือน ช่วยวางแผนใช้สิทธิให้เต็มประสิทธิภาพภายในกรอบเดือนนั้น ๆ
(ข้างต้นเป็นการ สรุป–ย่อยจากโครงสร้างเงื่อนไขที่ระบุในข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำเชิงคาดเดาเกินข้อมูลที่มี)
สรุปขั้นตอนสำคัญสำหรับมือใหม่ และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในการใช้เป๋าตังและสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 2026
สรุปขั้นตอนหลักสำหรับผู้เริ่มต้น
ตรวจสอบคุณสมบัติ ว่าตรงตามเงื่อนไขโครงการ (สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ถูกระงับสิทธิจากโครงการเดิม ฯลฯ)
ดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ “เป๋าตัง” และสมัครใช้งาน พร้อมเปิดใช้ G-Wallet
หากไม่เคยพิสูจน์ตัวตน หรือสแกนหน้าไม่ผ่าน ให้ไปยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนที่ ธนาคารกรุงไทย หรือ ตู้ ATM Confirm ID
ลงทะเบียนโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ผ่านแบนเนอร์ในแอปฯ ช่วงวันที่ 25 – 29 พ.ค. 2569 เวลา 06.00 – 22.00 น.
รอผลตรวจสอบสิทธิผ่าน แจ้งเตือนในแอปฯ และ/หรือ SMS
เมื่อได้สิทธิแล้ว ให้ เติมเงินเข้า G-Wallet
เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569 (06.00 – 23.00 น.) และสำหรับฟู้ดเดลิเวอรี 15 มิ.ย. – 30 ก.ย. (06.00 – 21.00 น.)
ใช้สิทธิโดย สแกนจ่ายร้านถุงเงิน หรือใช้กับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ
ตรวจสอบ สิทธิคงเหลือและประวัติการใช้จ่าย ในแอปฯ อย่างสม่ำเสมอ
ความปลอดภัยในการใช้แอปฯ เป๋าตังและสิทธิไทยช่วยไทยพลัส
จากข้อมูลในบทความและคำเตือนที่ปรากฏ สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
ดำเนินการลงทะเบียน–ใช้สิทธิ เฉพาะผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” และช่องทางทางการของรัฐเท่านั้น
ระวัง SMS หรือข้อความที่ส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว โดยอ้างชื่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส
ห้ามเปิดเผย รหัส PIN เป๋าตัง ให้ผู้อื่นทราบ
ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนเฉพาะที่ ธนาคารกรุงไทย หรือ ตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID ตามที่โครงการกำหนด
ปฏิบัติตาม เงื่อนไขการใช้สิทธิ อย่างเคร่งครัด เช่น ไม่ทำรายการหลอกซื้อ–ขาย ไม่ให้คนอื่นสวมสิทธิแทน
เมื่อติดตามขั้นตอนและเงื่อนไขจากข้อมูลข้างต้นอย่างเป็นลำดับ ผู้ใช้มือใหม่ก็สามารถลงทะเบียนและใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ปี 2026 ผ่านแอปฯ เป๋าตังได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ภายในกรอบที่โครงการกำหนดโดยไม่ต้องพึ่งข้อมูลนอกเหนือจากที่ระบุในเอกสารอ้างอิงนี้


ความคิดเห็น