คู่มือเลือกรองพื้น Maybelline ให้ตรงผิวและลุคที่ต้องการ
ทำความเข้าใจสีผิวและอันเดอร์โทนของคุณ
พื้นฐานของการเลือกรองพื้นที่ดี เริ่มจากการเข้าใจ สีผิว (skin tone) และ อันเดอร์โทน (undertone) ของตัวเองก่อน เพราะต่อให้เลือกรองพื้นที่ดังแค่ไหน แต่ถ้าเฉดสีและโทนไม่สัมพันธ์กับผิวจริง ก็มีโอกาส “หน้าลอย เทา หรือหมอง” ได้ง่ายมาก
ดูสีผิวจริงและตำแหน่งที่ใช้เทสต์
แนะนำให้ดูผิว จริงแบบเปลือยผิว ไม่ลงเมคอัพ
ตำแหน่งที่เหมาะในการเทสต์รองพื้นให้ใกล้เคียงสีผิวที่สุด คือ
บริเวณ คอ หรือ
แนวสันกราม
เฉดที่ใช่จะ กลมกลืน ไปกับผิว ไม่ทำให้หน้าขาวลอย และไม่ทำให้ผิวดูคล้ำกว่าจริง
ถ้าทดสอบแล้วเห็น
มีคราบสีขาวเคลือบผิว → สีอ่อนเกินไป
ผิวดูหม่นหรือเข้มมาก → สีเข้มเกินไป
ยังมีกรณีที่ใบหน้าขาวกว่า หน้าอกหรือช่วง body เพราะทากันแดดที่หน้าเป็นประจำ เมคอัพอาร์ทิสต์มีมุมมองว่า รองพื้นไม่จำเป็นต้องตรงสีผิวหน้าเป๊ะ ๆ เสมอไป แต่ควร ทำให้ผิวโดยรวมดูสวยกลมกลืน กับทั้งตัว โดยเฉพาะคนที่หน้าอกแทนกว่าหน้า หากไม่แน่ใจ ให้ เลือกเฉดที่เข้มกว่าหน้าเล็กน้อย ดีกว่าอ่อนไป เพราะสีอ่อนเกินจะทำให้ “หน้าลอยและดูแห้งกร้าน” ตลอดเวลา

เช็กอันเดอร์โทนผิว
อันเดอร์โทนคือโทนสีพื้นลึก ๆ ใต้ผิว ช่วยให้เลือกรองพื้นได้ตรงกว่าแค่ดูผิวคล้ำ–ขาว
วิธีดูอันเดอร์โทนจากข้อมูลที่มี ได้แก่
ดูโทนโดยรวมของผิวเปลือย
ผิวออก สีทอง / เหลือง → โทนผิวอุ่น (Warm)
ผิวออก สีชมพู / ดอกกุหลาบ → โทนผิวเย็น (Cool)
เห็นได้ทั้งสองอย่างผสมกัน → โทนผิวกลาง (Neutral)
ดูสีเส้นเลือด
เส้นเลือดออก ม่วงเข้มหรือสีน้ำเงิน → มีแนวโน้มโทนเย็น
เส้นเลือดออก เขียว ๆ → มีแนวโน้มโทนอุ่น
บางผลิตภัณฑ์รองพื้นจะมี ตัวอักษรกำกับอันเดอร์โทน เช่น
N = Neutral (โทนกลาง)
W = Warm (โทนอุ่น)
C = Cool (โทนเย็น)
ตัวอย่างเช่น NC20 จะอยู่ในกลุ่มโทนกลาง–เย็น เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นต้นด้วย N มักเหมาะกับคนโทนกลาง, C สำหรับโทนเย็น, W สำหรับโทนอุ่น
รู้จักกลุ่มผลิตภัณฑ์รองพื้น Maybelline ยอดนิยม
ข้อมูลที่มีระบุรองพื้น Maybelline ที่ถูกพูดถึงในหลายบริบท ทั้งในด้านสูตรและผลลัพธ์งานผิว ได้แก่
Maybelline Fit Me
มีทั้งแบบ รองพื้นขวด และแบบ ซองใน 7-11 (ราคาแบบซอง 49 บาท)
มีสูตรที่ถูกพูดถึงสำหรับผิวผสม–มัน เช่น
Fit Me Matte & Poreless Foundation
ถูกแนะนำเป็นตัวเลือกที่ “ปลอดภัย” สำหรับคน ผิวผสม
ให้ความชุ่มชื้น ช่วยกักเก็บความชื้น
ดูดซับน้ำมันส่วนเกินบริเวณ ทีโซน
ยังมีการกล่าวถึง แป้งผสมรองพื้น Maybelline New York Fit Me Matte + Poreless ว่าเหมาะกับผิวแพ้ง่ายเพราะไม่มีพาราเบนและสารระคายเคืองบางชนิด
Maybelline New York Superstay Lumi - Matte Foundation
อยู่ในกลุ่ม รองพื้นเนื้อแมตต์ ที่บางเบา
ให้ฟินิช แมตต์มีมิติ ไม่หน้าแบน
เนื้อเกลี่ยง่าย ไม่หนักหน้า แต่ปกปิดดี
ช่วยล็อคผิวให้สวยเป๊ะได้นานถึง 30 ชั่วโมง
กันน้ำ กันเหงื่อ
มี SPF16 ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟินิชผิวแมตต์บางเบา มีมิติ
รองพื้นเมเบอลีน “ฝาม่วง” (Superstay กลุ่มเดียวกัน)
มีรีวิวเจาะเฉดสี เบอร์ 110 และ 111 ว่า
เหมาะกับ ผิวผสม–ผิวมัน
ติดทนนานถึง 30 ชั่วโมง (สอดคล้องกับ Superstay Lumi-Matte)
ความเห็นต่อเฉดสี
เบอร์ 110 : ลงบนหน้าแล้วค่อนข้างขาวเกินไป แม้รอให้ดรอปสีแล้วก็ยังดูขาวสำหรับบางคน
เบอร์ 111 : ช่วงแรกลงจะใกล้เคียง 110 แต่พอทิ้งไว้สักพัก สีดรอปแล้ว พอดีกว่า เพราะติดเหลืองนิด ๆ ทำให้กลืนผิวมากขึ้น
ผู้รีวิวมองว่า 111 ไม่ได้เหลืองจัด แต่ค่อนข้างอยู่ในกลุ่ม neutral undertone
ราคาอยู่ช่วง 250–390 บาท (ขึ้นกับโปร)
แนะนำให้ เตรียมผิวให้ชุ่มชื้น ก่อน โดยเฉพาะผิวผสม–มัน

เทคนิคเลือกเฉดสีรองพื้น Maybelline ให้เป๊ะ
การเลือกเฉดรองพื้น Maybelline ให้เหมาะ ต้องดู สามปัจจัยหลัก จากข้อมูลที่มี คือ
ประเภทผิว
อันเดอร์โทนผิว
งานผิว (ฟินิช) ที่ต้องการ
เลือกจากประเภทผิว
จากแนวทางรวม ๆ เรื่องการเลือกรองพื้น
ผิวมัน
เหมาะกับ
รองพื้นสูตรน้ำแบบ ไม่มีน้ำมัน (Oil-free)
รองพื้นหรือแป้งผสมรองพื้นที่มีส่วนผสมดูดซับความมัน
รองพื้นที่มีแร่ธาตุจากธรรมชาติ ช่วยซับความชื้นและลดความมันวาว
สำหรับ Maybelline ในข้อมูลนี้ มีการแนะนำ
Fit Me Matte & Poreless Foundation เป็นตัวเลือกที่ช่วยดูดน้ำมันส่วนเกิน
กลุ่ม Superstay Lumi-Matte / ฝาม่วง ให้ฟินิชแมตต์ติดทน เหมาะกับคนหน้ามันหรือผสม
ผิวแห้ง
ควรเลี่ยงสูตรแป้งหรือแร่ธาตุที่แห้งมาก
เลือกรองพื้น แบบครีมหรือคุชชั่น หรือสูตรน้ำที่ให้ความชุ่มชื้น
สำหรับสูตรแมตต์ ถ้าเป็นผิวแห้ง แนะนำเลือกแบบ Semi Matte หรือแมตต์บางเบา และบำรุงผิวให้ชุ่มก่อนลง ไม่อย่างนั้นอาจตกร่องและเป็นขุยได้
ผิวผสม
มีทั้งส่วนที่มัน (มักเป็น T-zone) และส่วนที่แห้ง
การแนะนำในข้อมูลคือ Fit Me Matte & Poreless เพราะช่วยทั้งกักเก็บความชื้นและดูดซับน้ำมันส่วนเกินบางจุด
รองพื้นแมตต์เนื้อกำมะหยี่ หรือกึ่งแมตต์ ที่ไม่แห้งจนเกินไป ก็เป็นแนวทางที่เหมาะ
ผิวแพ้ง่าย / เป็นสิวง่าย
เน้นหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม น้ำมันแร่ และทัลก์
มีการยกตัวอย่างแป้งผสมรองพื้น Maybelline New York Fit Me Matte + Poreless ว่าเป็นตัวเลือกที่ไม่มีพาราเบนและสารระคายเคือง
เลือกจากอันเดอร์โทน
เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองเป็นโทนอุ่น เย็น หรือกลาง การเลือกเฉดรองพื้นจะง่ายขึ้น โดยในข้อมูลมีข้อสังเกตว่า
ผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งจะระบุตัวอักษร
N → เหมาะกับคนอันเดอร์โทนกลาง
C → เหมาะกับคนอันเดอร์โทนเย็น
W → เหมาะกับคนอันเดอร์โทนอุ่น
ในกรณีของ รองพื้นเมเบอลีนฝาม่วง 110 vs 111
110 มีโทนที่ขาวกว่า โดยรวมอาจเหมาะกับคนที่ผิวค่อนข้างขาวและไม่ได้เน้นโทนเหลือง
111 มีโทน เหลืองเล็กน้อย และถูกมองว่าอยู่ในกลุ่ม Neutral undertone จึงกลืนได้ดีขึ้นบนผิวโทนกลาง–เหลืองอ่อน
เลือกจากงานผิวที่ชอบ
จากข้อมูลเรื่องฟินิชของรองพื้น งานผิวแบ่งได้คร่าว ๆ เป็น
งานผิวฉ่ำวาว / สะท้อนแสง
ถ้าใช้รองพื้นเนื้อฉ่ำ ควร
ใช้เมคอัพ其他ส่วนให้บางและเรียบง่าย
เลี่ยงอายแชโดว์ชิมเมอร์จัด และลิปวาวมาก ๆ เพื่อไม่ให้ดูมันเยิ้ม
เทคนิคเสริมคือ ลงแป้งเฉพาะบริเวณมันง่าย เช่น ทีโซนและคาง
งานผิวแมตต์
เหมาะกับคน ผิวมันหรือผิวผสม มากเป็นพิเศษ
ทำให้ผิวดูไร้รูขุมขนและเนียนกริบ ถ้าใช้ถูกวิธีจะรู้สึกเบา ไม่หนักหน้า
กลุ่ม Maybelline Superstay Lumi-Matte ถูกจัดอยู่ในรองพื้นแมตต์บางเบา ที่ยังให้ผิวดูมีมิติ
วิธีการทดสอบสีรองพื้น Maybelline ที่ถูกต้อง
จากแนวทางรวม ๆ ในข้อมูล การเทสต์รองพื้นให้ได้สีที่ใช่ควรทำตามนี้
ทดสอบที่คอหรือแนวสันกราม ไม่ใช่ทดสอบที่หลังมืออย่างเดียว
เกลี่ยรองพื้นบาง ๆ แล้ว รอสักพักให้รองพื้นเซ็ตตัวและดรอปสีเล็กน้อย เพราะหลายสูตร รวมถึงรองพื้นเมเบอลีนฝาม่วง มีการดรอปสีหลังทิ้งไว้
พิจารณาในแสงปกติ ถ้า
กลืนไปกับผิวคอและใบหน้า → ใกล้เคียงสีที่เหมาะ
ขาวลอยหรือหมองคล้ำอย่างชัดเจน → ต้องปรับเฉด
ในกรณีรองพื้นแมตต์ที่ติดทนนาน ควรสังเกตด้วยว่าระหว่างวันมีดรอปจนเข้มไปหรือไม่ เพื่อปรับเฉดให้สมดุล
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกรองพื้นและการแก้ไข
จากข้อมูลที่มี ปัญหาที่พบได้บ่อย ได้แก่
เลือกรองพื้นสว่างเกินไป
ส่งผลให้หน้าลอย แยกชัดจากสีคอ และทำให้ใบหน้าดูแห้งกร้านกว่าจริง
แนวทางแก้ในข้อมูลคือ ถ้าไม่แน่ใจ ให้เลือกเฉดที่ เข้มกว่าหน้าเล็กน้อย ดีกว่าอ่อนไป
เลือกสูตรไม่ตรงกับสภาพผิว
ผิวมัน แต่ใช้สูตรฉ่ำหรือมีน้ำมันสูง → หน้าเยิ้ม ดรอประหว่างวัน
ผิวแห้ง แต่ใช้สูตรแป้งหรือแมตต์จัด → ตกร่อง เป็นขุย
ข้อแนะนำคือ ต้องเริ่มจาก รู้ประเภทผิว (มัน แห้ง ผสม แพ้ง่าย) แล้วค่อยเลือกสูตรให้เหมาะ
ไม่สนใจอันเดอร์โทน
ทำให้รองพื้นดูอมชมพูหรือติดเหลืองแปลก ๆ เมื่ออยู่บนผิวจริง
วิธีลดความเสี่ยงคือ ตรวจอันเดอร์โทน และใช้ตัวอักษรอ้างอิงอย่าง N/C/W จากฉลาก (หากมี)
เคล็ดลับการลงรองพื้น Maybelline เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ข้อมูลที่มีให้แนวทางตั้งแต่การเตรียมผิวจนถึงหลังการลงรองพื้นดังนี้
เตรียมผิวให้พร้อม
เพิ่มความชุ่มชื้นก่อนเสมอ
ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ให้ผิวดูอิ่มน้ำแต่ไม่มัน
มีการแนะนำเนื้อ เจล–ครีม ที่ซึมไวสำหรับรองพื้นแมตต์ เพื่อลดการตกร่อง
สำหรับคนผิวมันหรือผสม
ใช้ไพรเมอร์ช่วย เบลอรูขุมขน โดยเกลี่ยวนเบา ๆ บริเวณแก้มและข้างจมูก
ถ้ามันมาก ให้ใช้ไพรเมอร์เนื้อแมตต์เฉพาะบริเวณที่มันง่าย เช่น T-Zone
เลือกสูตรรองพื้นและไพรเมอร์ให้เข้ากัน
หากใช้ไพรเมอร์เนื้อซิลิโคน ควรเลือก รองพื้นที่เป็นเนื้อซิลิโคน เช่นกัน เพื่อให้ยึดเกาะผิวได้ดี
ถ้ามีจุดด่างดำหรือรอยตำหนิ ช่วยด้วย ไพรเมอร์ปรับโทนสี ก่อนลงรองพื้น
เทคนิคการลงรองพื้น
ลงทีละน้อย
โดยเฉพาะรองพื้นแมตต์ที่แห้งไว ควรวอร์มรองพื้นบนหลังมือ แล้วค่อย ๆ ลง “ทีละส่วน” เช่น แก้ม หน้าผาก คาง ไม่แต้มทั่วหน้าแล้วเกลี่ยทีเดียว
วิธีเกลี่ยที่แนะนำ
ใช้ การตบหรือกดเบา ๆ ให้รองพื้นแนบผิว แทนการปาดลากยาว เพื่อลดคราบและการตกร่อง
อุปกรณ์
ฟองน้ำแต่งหน้าที่ชุบน้ำบีบหมาด เหมาะกับงานผิวธรรมชาติ เพราะช่วยซับส่วนเกิน ทำให้รองพื้นดูบางเบา
แปรงหัวตัด เหมาะกับคนที่ต้องการการปกปิดสูง แต่ต้องระวังรอยขนแปรง
ทิปเสริมให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ
อย่าลงรองพื้นหนาทั่วใบหน้าโดยไม่จำเป็น ให้ลงเฉพาะบริเวณที่ต้องการ ปรับโทนหรือปกปิด เพื่อให้งานผิวดูบางและเป็นธรรมชาติ
หากต้องการลุคเหมือนผิวโดนแดดสัมผัสเบา ๆ
ฉีดสเปรย์เพิ่มความชุ่มชื้นหรือสเปรย์เซ็ตติ้งลงบน ฟองน้ำแบนขนาดใหญ่ แล้วกดเบา ๆ ทั่วหน้า เพื่อกระจายเมคอัพให้กลมกลืน ดูฉ่ำน้ำอย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่ควรเติมแป้งเซ็ตติ้งซ้ำ ๆ ตลอดวันเพราะจะทำให้เมคอัพหนาเตอะ
แนะนำให้ใช้ กระดาษซับมัน แทน
แล้วตามด้วยสเปรย์ฉีดเพิ่มความสดชื่น เพื่อให้เม็ดสีรองพื้น “ตื่น” กลับมาดูเปล่งประกายและชุ่มฉ่ำ
การคุมมันและความติดทน
สำหรับรองพื้นเนื้อแมตต์ เช่น Superstay Lumi-Matte และรองพื้นแมตต์ในกลุ่มอื่น ๆ ที่ข้อมูลกล่าวถึง
เน้นว่า เตรียมผิวให้ชุ่มชื้น และใช้ไพรเมอร์คุมมันบริเวณที่จำเป็นจะช่วยลดการดรอปหรือหลุดระหว่างวัน
แนะนำให้ลงรองพื้นบาง ๆ แล้วค่อยบิลด์เพิ่มเฉพาะจุดที่จะออกงานหรือมีรอย
สรุปและคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อผิวสวยสมบูรณ์แบบ
จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุปแนวคิดหลักในการเลือกรองพื้น Maybelline ให้เข้ากับตัวเองได้ดังนี้
การเลือกรองพื้นที่เหมาะสมและเข้ากับสีผิว เป็นเรื่อง สำคัญมาก
ก่อนเลือกต้อง รู้ประเภทผิว ตัวเองก่อนเสมอ
ผิวมัน → เน้นสูตรแมตต์ คุมมัน ไม่ดรอปสี เช่น กลุ่ม Superstay หรือตระกูล Matte & Poreless
ผิวผสม → เลือกสูตรที่บาลานซ์ทั้งการให้ความชุ่มและการคุมมัน
ผิวแห้ง → เลือกสูตรน้ำหรือครีมที่ให้ความชุ่มชื้น หรือแมตต์บางเบาผสานการบำรุง พร้อมบำรุงผิวให้ดีล่วงหน้า
ผิวแพ้ง่าย → ให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่ไม่ระคายเคือง
ตรวจสอบ อันเดอร์โทนผิว เพื่อช่วยให้เลือกเฉดสีได้ง่ายขึ้น และอาศัยตัวอักษรกำกับ N/W/C บนฉลาก (หากมี)
เลือก ผลลัพธ์งานผิว ตามความชอบและประเภทผิว
อยากผิวฉ่ำ → ใช้รองพื้นฟินิชโกลว์ แต่งส่วนอื่นให้เรียบง่าย
อยากผิวแมตต์คุมมัน → เลือกสูตรแมตต์บางเบา เช่น Superstay Lumi-Matte พร้อมเตรียมผิวให้ดี
สำหรับการเลือกระหว่างเฉดใกล้เคียงกัน เช่น เมเบอลีนฝาม่วง 110 กับ 111
110 จะขาวกว่า อาจดูสว่างเกินสำหรับผิวโทนกลาง–เหลือง
111 มีโทนเหลืองนิด ๆ ดรอปแล้วกลืนผิว เหมาะกับผิวโทนกลางถึงเหลืองอ่อน และถูกมองว่าอยู่ในกลุ่ม neutral undertone
ควรทดสอบลงบนผิวตัวเองและ รอดูสีหลังรองพื้นเซ็ตตัว ก่อนตัดสินใจ
ท้ายที่สุด คู่มือจากข้อมูลที่มีเน้นว่า รองพื้นที่เหมาะสม จะกลมกลืนกับสีผิวและอันเดอร์โทนอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ลุคที่ดูเบาสบาย สดชื่น และช่วยขับความงามของเราออกมาได้เต็มที่ การเข้าใจผิวตัวเอง สูตรรองพื้นที่ใช้ อันเดอร์โทน และงานผิวที่ต้องการ จะทำให้การเลือก Maybelline รุ่นต่าง ๆ ง่ายขึ้น และลดโอกาส “เลือกรองพื้นผิดชีวิตเปลี่ยน” ได้อย่างมาก


ความคิดเห็น