เลือก iPad ให้ตรงสายเรียน ปี 2025 ต้องดูอะไรบ้าง?
ช่วงเปิดเทอมทีไร คำถามยอดฮิตก็มาเสมอว่า “จะซื้อ iPad รุ่นไหนดีไว้เรียน?” โดยเฉพาะใครที่ต้องจดเลคเชอร์ ทำสไลด์ อ่านสรุป หรือเรียนออนไลน์ iPad คือเครื่องมือที่ช่วยให้ชีวิตเรียนเบาลงเยอะ ทั้งเบาเวลาแบก และเบาตอนอ่านทวน
เพราะ iPad เดี๋ยวนี้แทบทำได้ทุกอย่างเหมือนคอมเครื่องเล็ก ๆ เลย ทั้งเขียน วาด แต่งสไลด์ ทำรายงาน แถมยังเหมาะกับสายวาดภาพด้วย AI หรือสายออกแบบที่ต้องใช้สไตลัสด้วย
มาดูเวอร์ชันอัปเดตปี 2025 ว่ามีรุ่นไหนเหมาะกับใครบ้าง จะได้ไม่เสียเงินเกินความจำเป็น แต่ยังได้เครื่องที่ตอบโจทย์สุด ๆ
ภาพรวม: เลือก iPad ยังไงให้ไม่พลาด
การเลือก iPad สำหรับนักเรียน นักศึกษา ลองโฟกัสดู 4 เรื่องนี้เป็นหลัก:
ลักษณะการใช้งานหลัก: จดโน้ตทั่วไป หรือทำงานหนักแบบกราฟิก ตัดต่อ วาดภาพดิจิทัล
ขนาดหน้าจอ: ชอบจอใหญ่ดูสบาย หรือเน้นเล็กพกง่าย
ชิปและความแรง: ใช้งานทั่วไป vs ใช้งานสายหนัก + AI
งบประมาณ: มีงบประมาณเท่าไหร่ และต้องการซื้ออุปกรณ์เสริมด้วยหรือไม่
จากตรงนี้ เราจะแบ่งเป็น 3 รุ่นหลักที่เหมาะกับเด็กเรียนยุค 2025 ให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
1. iPad ชิป A16 (รุ่น 11) – ตัวเริ่มต้นที่คุ้มสำหรับสายเรียนล้วน
สเปกหลักที่ควรรู้
ราคาเริ่มต้น: 12,900 บาท
ราคานักเรียน–นักศึกษาเริ่มต้น: 12,200 บาท (ยิ่งใช้สิทธิ์ยิ่งคุ้ม)
ชิป: A16 Bionic
ขนาดหน้าจอ: 11 นิ้ว
ความจุ: 128GB, 256GB, 512GB
สี: เงิน, น้ำเงิน, ชมพู, เหลือง
อุปกรณ์เสริมที่รองรับ: Apple Pencil (USB‑C), Smart Folio
Apple Intelligence: ไม่รองรับ แต่มีแอปเครื่องคิดเลขให้ใช้งานแล้ว
เหมาะกับใคร?
นักเรียน นักศึกษาที่เน้น ใช้งานทั่วไป ไม่หนักมาก
ใช้จดโน้ต อ่านชีท ทำสรุป ทำงานเอกสาร หรือทำสไลด์พรีเซนต์
เรียนออนไลน์ ประชุมออนไลน์ ใช้ในคลาสเรียนต่าง ๆ ได้สบาย
ใครที่กำลังหามือถือเครื่องแรกของตัวเองในสาย iPad เพื่อใช้เรียนเป็นหลัก รุ่นนี้ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันมาก ๆ
จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้น่าซื้อ
ราคาหมื่นต้น ๆ แต่ได้ชิปแรงใช้ได้ ตอบโจทย์ทั้งเรียนและงานเสริมเบา ๆ
ความจุเริ่มต้นก็เพียงพอสำหรับแอปพื้นฐาน ไฟล์ชีท เอกสารเรียน และสื่อการสอน
หน้าจอ 11 นิ้ว ถือว่ากำลังดี จอไม่เล็กเกินไปสำหรับอ่านเอกสารหรือเปิด 2 หน้าจอเรียนไปจดไป
เรียกว่าเป็น ตัวธรรมดาแต่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ที่เน้นความคุ้ม เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่อยากจ่ายแพง แต่ยังอยากได้ของใหม่ สด ไม่ตกเจนเร็ว
ของที่มีให้มาในกล่อง
2. iPad mini (ชิป A17 Pro) – เล็ก พกง่าย แต่แรงเกินตัว
สเปกหลักที่ควรรู้
ราคาเริ่มต้น: 17,900 บาท
ราคานักเรียน–นักศึกษาเริ่มต้น: 15,200 บาท
ชิป: A17 Pro
ขนาดหน้าจอ: 8.3 นิ้ว
ความจุ: 128GB, 256GB, 512GB
สี: เทา, สตาร์ไลท์, น้ำเงิน, ม่วง
อุปกรณ์เสริมที่รองรับ: Apple Pencil Pro, USB‑C
Apple Intelligence: รองรับ
เหมาะกับใคร?
คนที่ไม่ชอบจอใหญ่ ชอบ เครื่องเล็กจับถนัดมือ พกง่ายสุด ๆ
นักเรียน นักศึกษาที่อยากได้ iPad ไว้ จดโน้ต วาดสเก็ตช์เบา ๆ งานดีไซน์ งานเขียน
ใครที่ต้องเดินทางบ่อย พกเข้าห้องเรียนหลายตึก หรือเรียนหลายที่ใน 1 วัน
ด้วยชิป A17 Pro ทำให้การใช้งานลื่นไหลมาก ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องบันเทิง เล่นแอปหนัก ๆ หรือใช้ฟีเจอร์ด้าน AI ก็รองรับ
จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้พิเศษ
ขนาดเล็กกะทัดรัด ถือด้วยมือเดียวได้สบาย
น้ำหนักเบา ใส่กระเป๋าที่ช่องเล็ก ๆ ได้ พกไปได้ทุกที่
เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ แท็บเล็ตคู่ใจ มากกว่าแทนคอมพิวเตอร์
ของที่มีให้มาในกล่อง
3. iPad Air (รุ่น 11 นิ้ว) – สายเรียนหนัก สายดีไซน์ สายวาด ต้องมาทางนี้
สเปกหลักที่ควรรู้
ราคาเริ่มต้น: 21,900 บาท
ราคานักเรียน–นักศึกษาเริ่มต้น: 21,100 บาท
ชิป: M3 พร้อม 8‑core CPU, 9‑core GPU และ 16‑core Neural Engine
ขนาดหน้าจอ: 11 นิ้ว
ความจุ: 256GB, 512GB, 1TB, 2TB
สี: เทาสเปซเกรย์, ฟ้า, ม่วง, สตาร์ไลท์
อุปกรณ์เสริมที่รองรับ: Apple Pencil Pro, Magic Keyboard รุ่นใหม่, Smart Folio
Apple Intelligence: รองรับ
เหมาะกับใคร?
นักศึกษาสาย ออกแบบดีไซน์ วาดภาพดิจิทัล สร้างคอนเทนต์
ใช้ทำงานกราฟิก งานวิดีโอตัดต่อ งาน 3D หรือแอปที่กินทรัพยากรสูง
ใครที่อยากใช้ iPad เป็น เครื่องทำงานหลักแทบจะแทนโน้ตบุ๊ก โดยเฉพาะเมื่อใช้คู่กับ Magic Keyboard
เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งเรียน ทั้งงานสร้างสรรค์ รวมถึงสายวาดภาพด้วย AI ที่ต้องใช้ประสิทธิภาพชิปสูง ๆ รองรับการประมวลผลแบบหนัก ๆ ได้ดี
จุดเด่นที่ทำให้หลายคนยอมอัปเกรด
ชิป M3 ให้ประสิทธิภาพสูง รองรับงานกราฟิก งานตัดต่อ งานดีไซน์แบบจริงจัง
รองรับ Apple Intelligence ช่วยเสริมการทำงานอัจฉริยะในหลายด้าน
ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมตัวท็อปอย่าง Apple Pencil Pro และ Magic Keyboard ใหม่ได้เต็มประสิทธิภาพ
ของที่มีให้มาในกล่อง
ทริกเลือก iPad ให้ตรงตัว: ซื้อแล้วไม่รู้สึกพลาด
1. เช็กการใช้งานหลักของตัวเองให้ชัด
ถ้าเน้น จดโน้ต อ่านสรุป เรียนออนไลน์ ทำเอกสาร เป็นหลัก
เลือก iPad ชิป A16 รุ่น 11 นิ้ว ก็เหลือ ๆ แล้ว
ถ้าเน้น พกง่าย ใช้งานคล่องมือ ไม่อยากแบกของหนัก
iPad mini คือคำตอบ เพราะเล็กแต่แรง ใช้ได้ทั้งเรียนและวาดเล่น
ถ้าต้อง ทำงานสายดีไซน์ วาดภาพดิจิทัล ตัดต่อวิดีโอ หรือเน้นใช้หนัก ๆ
iPad Air รุ่น 11 นิ้วชิป M3 เหมาะสุด ตอบโจทย์ระยะยาว
2. อย่าลืมเรื่องอุปกรณ์เสริม
ก่อนตัดสินใจ ให้ดูด้วยว่า:
รุ่นที่เล็งอยู่ รองรับ Apple Pencil แบบไหน เช่น Apple Pencil Pro หรือแบบ USB‑C
ถ้าวางแผน ใช้แทนโน้ตบุ๊ก ให้ดูด้วยว่ารองรับ Magic Keyboard รุ่นใหม่หรือไม่
การมีสไตลัสดี ๆ และคีย์บอร์ดเสริม จะช่วยยกระดับการใช้งานขึ้นเยอะมาก โดยเฉพาะเวลาใช้จดเลกเชอร์ วาดรูป ออกแบบ หรือทำสไลด์นำเสนอ
3. ใช้สิทธิ์ราคานักศึกษาให้คุ้ม
หลายคนมองข้ามจุดนี้ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ส่วนลดนักเรียน–นักศึกษา ช่วยเซฟเงินได้พอสมควร ควรเตรียมเอกสารยืนยันสิทธิ์ให้พร้อม แล้วเช็กราคาพิเศษจากหน้าร้านหรือช่องทางออนไลน์ของตัวแทนจำหน่ายต่าง ๆ ด้วย
4. ถ้าคิดจะซื้อ iPad มือสอง
ตรวจสอบประวัติการใช้งานให้ละเอียด ทั้งรอยตก หล่น แบตเตอรี่ และการซ่อม
เลือกซื้อจากแหล่งที่ น่าเชื่อถือ มีเครดิตดี และรับประกันชัดเจน
มือสองก็เป็นทางเลือกที่ดี ถ้าเช็กดี ๆ จะได้เครื่องสภาพสวย ในราคาประหยัดลงเยอะ
สรุป: รุ่นไหนเหมาะกับคุณที่สุด?
iPad ชิป A16 (รุ่น 11) → เหมาะกับคนที่ต้องการ เครื่องแรกไว้เรียน เน้นคุ้ม ราคาไม่แรง แต่ใช้งานครบ
iPad mini (A17 Pro) → เหมาะกับสาย พกง่าย คล่องตัว จด วาด เล่นครบในเครื่องเดียวที่เล็กแต่แรง
iPad Air (11 นิ้ว ชิป M3) → เหมาะกับสาย เรียนหนัก + ทำงานสายครีเอทีฟ ใช้งานได้ยาวหลายปี คุ้มกับคนที่เน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก
สุดท้ายให้ถามตัวเองว่า “เราใช้ iPad ทำอะไรบ่อยที่สุด และรับน้ำหนักงบได้เท่าไหร่” แล้วเลือกตัวที่ตอบโจทย์จริง ๆ จะดีกว่าซื้อแพงแต่ใช้ไม่คุ้ม หรือซื้อถูกเกินไปจนต้องเปลี่ยนใหม่เร็วเกินจำเป็น
เลือกให้ตรงสายเรียนและไลฟ์สไตล์ของเราเอง แล้ว iPad จะกลายเป็นผู้ช่วยคู่ใจตลอดทั้งเทอมและทั้งปีเลยทีเดียว

