รับแอปรับแอป

8 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว ตุลานี้เอาเป้ขึ้นหลังแล้วออกไปล่า “หมอกแรก” กัน!

ศุภชัย เจริญผล01-30

ตุลาคม…เวลาทองของสายเที่ยวภูเขาและล่าหมอก

เข้าสู่เดือนตุลาคมเมื่อไหร่ สายเดินป่า เทรคกิ้ง และคนรักภูเขาจะเริ่มรู้สึกคันเท้าเป็นพิเศษ เพราะนี่คือช่วง ปลายฝนต้นหนาว ที่ธรรมชาติเขียวสุด ใบไม้ยังฉ่ำน้ำฝน แต่ลมเริ่มเย็น หมอกก็เริ่มหนา โรแมนติกกำลังดีแบบไม่ต้องทนหนาวจัด

ใครที่อยากหนีเมือง ออกไปพักสมอง สูดอากาศดี ๆ ให้เต็มปอด ช่วงนี้คือจังหวะทองทริปภูเขาเลย

8 โลเคชันหน้าหนาวในไทย ที่ควรไปเช็กอินสักครั้งในชีวิต

รวบ 8 จุดหมายฟีลดีจากเหนือจรดอีสาน ที่เหมาะกับการออกทริปในเดือนตุลาคม ทั้งสายแคมป์ สายเดินป่า และสายถ่ายรูป รับรองว่าหมอก ภูเขา และอากาศเย็นมีให้ครบ

1. อุทยานแห่งชาติแม่ปิง (ลำพูน)

ป่าผืนใหญ่ที่โอบล้อมด้วยภูเขาและแม่น้ำปิง เป็นที่หลบหนีความวุ่นวายที่บรรยากาศฟีลธรรมชาติแบบเต็มร้อย

ไฮไลต์ห้ามพลาดคือ น้ำตกก้อหลวง น้ำตกหินปูนสีขาวนวลที่น้ำไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ สวยแบบสะดุดตา เหมาะกับทั้งสายถ่ายรูปและสายชอบแช่น้ำเย็น ๆ

กิจกรรมที่ควรจัดในทริปเดียวกัน ได้แก่

  • เดินป่าชมธรรมชาติแบบชิล ๆ

  • ปั่นจักรยานรับลมเลียบแม่น้ำ

  • กางเต็นท์ริมน้ำแก่งก้อ หรือแถวทุ่งกิ๊ก

ช่วงตุลาคมอากาศเริ่มเย็นกำลังดี ไม่ร้อน ไม่หนาวจัด เป็นสวรรค์ของสายแคมป์ปิ้งที่อยากนอนฟังเสียงน้ำและลมปะทะเต็นท์ไปทั้งคืน

2. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (พิษณุโลก)

ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศเย็นเกือบทั้งปี ยิ่งปลายฝนฟ้าเริ่มใส หมอกเริ่มมา บรรยากาศคือดีมากแบบไม่ต้องลุ้น

แลนด์มาร์กสำคัญที่ต้องไปเหยียบให้ครบคือ

  • ลานหินแตก ความอเมซิ่งของโขดหินแตกร้าวเป็นร่อง ๆ ดูแปลกตา

  • ลานหินปุ่ม หินปุ่ม ๆ เรียงราย ละมุนทั้งยามเช้าและยามเย็น

  • จุดชมวิวหน้าผาต่าง ๆ สำหรับรอพระอาทิตย์ขึ้นคู่ทะเลหมอก

นอกจากวิวอลังการ ยังมี

  • เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

  • หมู่บ้านชาวม้งให้แวะสัมผัสวิถีชีวิตโลคอล

ถูกใจทั้งสายล่าสายหมอก สายวิวหลักล้าน และคนที่ชอบบรรยากาศภูเขาแบบมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แฝงอยู่

3. เขาใหญ่ (นครราชสีมา)

ใครอยากได้ครบทั้งป่า น้ำตก รีสอร์ตสวย และคาเฟ่เก๋ ๆ ในทริปเดียว ต้องเล็งเขาใหญ่ไว้ในลิสต์

ปลายฝนแบบตุลาเป็นช่วงที่

  • ป่ายังเขียวชุ่มฉ่ำสดใหม่จากฝน

  • อากาศเย็นสบาย เดินป่าไม่โหดร้อน

กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือ

  • เดินป่าชมสัตว์ป่าและธรรมชาติ

  • เที่ยวน้ำตกชื่อดังต่าง ๆ

  • เช็กอินคาเฟ่สวย ๆ วิวภูเขา

  • พักรีสอร์ตกลางธรรมชาติ ได้ฟีลหลบร้อนหนีเมืองแบบหรูนิด ๆ ลุยหน่อย ๆ

ใครอยากเริ่มจากทริปธรรมชาติที่ไม่โหดเกิน เขาใหญ่คือหนึ่งตัวเลือกที่ทั้งเข้าถึงง่ายและบรรยากาศดีตลอดทริป

4. ดอยเสมอดาว (น่าน)

แค่ชื่อก็โรแมนติกแล้ว เพราะที่นี่ขึ้นชื่อทั้ง ดาวบนฟ้า และ หมอกยามเช้า จัดว่าเป็นโลเคชันยอดฮิตสายกางเต็นท์ที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง

เดือนตุลาคมถือว่าเป็นช่วงสวยแบบกำลังดี คนยังไม่แน่นเท่าช่วงพีคปลายปี ทำให้ได้บรรยากาศสงบ ชิล และเป็นส่วนตัวมากขึ้น

เช้า ๆ นั่งมองทะเลหมอกกว้างสุดตา ส่วนกลางคืนคือเวลาของการนอนดูดาวแบบเต็มฟ้า เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายไปพักใจบนภูเขาสักคืนสองคืน

5. ปางอุ๋ง (แม่ฮ่องสอน)

ถ้าใจคุณโหยหาคำว่า “โรแมนติก” ปางอุ๋งจะตอบโจทย์แบบไม่ต้องคิดซ้ำ

ยามเช้าหมอกจะลอยเหนือน้ำ เงาต้นสนเรียงรายและภูเขาด้านหลังสะท้อนลงผิวน้ำเหมือนภาพในโปสการ์ด จนได้ฉายา สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย แบบไม่เกินจริง

ที่นี่คุณสามารถ

  • พายเรือไม้ล่องเบา ๆ ท่ามกลางหมอก

  • เดินเล่นถ่ายรูปกับหงส์ขาว

  • หรือนั่งนิ่ง ๆ มองน้ำ มองภูเขา ฟังเสียงธรรมชาติไปเรื่อย ๆ

สำหรับสายชอบอากาศเย็น ๆ เงียบ ๆ ฟีลต่างประเทศ ปางอุ๋งคือโลเคชันที่ต้องลองไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

6. บ้านป่าบงเปียง (เชียงใหม่)

ที่นี่คือความฝันของคนรักนาขั้นบันไดโดยแท้ โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมที่ทุ่งข้าวกำลังเหลืองทองเต็มหุบเขา

ยามเช้าจะมีหมอกบาง ๆ ลอยคลอเหนือทุ่งนา บรรยากาศเงียบสงบจนรู้สึกเหมือนได้หลุดออกจากโลกเดิม ไปอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางภูเขา

กิจกรรมที่น่าไปสัมผัสคือ

  • นั่งชมวิวทุ่งนาจากระเบียงบ้านไม้

  • ชิมอาหารพื้นบ้านร้อน ๆ ฟีลโฮมเมด

  • พักโฮมสเตย์เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบคนท้องถิ่น

ใครฝันถึงภาพนาขั้นบันไดสีทอง หมอกอ่อน ๆ ลมเย็น ๆ แนะนำว่าตุลาคมนี่แหละคือช่วงที่ห้ามพลาด

7. ดอยแม่จอก (เชียงใหม่)

ปิดท้ายด้วยจุดหมายสำหรับคนชอบความเงียบจริงจัง ดอยแม่จอกยังไม่ใช่ที่ที่คนเยอะมาก บรรยากาศเลยค่อนข้างส่วนตัวสุด ๆ

เส้นทางอาจจะลุยนิดนึง แต่รางวัลปลายทางคือวิวแบบ เปิด 360 องศา มองไปทางไหนก็เจอภูเขาสลับซับซ้อนและทะเลหมอกฟุ้ง ๆ

คนที่ชอบฟีลผจญภัยเล็ก ๆ ไม่อยากไปที่ที่คนแน่น อยากได้รูปวิวสวยแบบไม่ติดผู้คนในเฟรม ดอยแม่จอกคือคำตอบที่ดีมาก

สรุป: ตุลานี้อย่าปล่อยให้หมอกลอยผ่านไปเฉย ๆ

เดือนตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสุด ๆ สำหรับทริปภูเขาและสายเดินป่า เพราะ

  • อากาศเย็นสบาย เดินป่าไม่ทรมาน

  • ป่ายังเขียวชุ่มจากหน้าฝน

  • หมอกเริ่มหนา ได้ฟีลโรแมนติกเต็ม ๆ

จะขึ้นเหนือ ขยับไปอีสาน หรือเลือกที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แค่จัดเป้ ชวนคนข้าง ๆ แล้วออกไปเจอหมอก สูดอากาศดี ๆ ให้เต็มปอด

เก็บทั้งภาพสวยและความสุขกลับมาได้แน่นอน ทริปเดียวอาจไม่พอเตรียมใจอยากกลับไปซ้ำได้เลย!