ตุลาคม…เวลาทองของสายเที่ยวภูเขาและล่าหมอก
เข้าสู่เดือนตุลาคมเมื่อไหร่ สายเดินป่า เทรคกิ้ง และคนรักภูเขาจะเริ่มรู้สึกคันเท้าเป็นพิเศษ เพราะนี่คือช่วง ปลายฝนต้นหนาว ที่ธรรมชาติเขียวสุด ใบไม้ยังฉ่ำน้ำฝน แต่ลมเริ่มเย็น หมอกก็เริ่มหนา โรแมนติกกำลังดีแบบไม่ต้องทนหนาวจัด
ใครที่อยากหนีเมือง ออกไปพักสมอง สูดอากาศดี ๆ ให้เต็มปอด ช่วงนี้คือจังหวะทองทริปภูเขาเลย
8 โลเคชันหน้าหนาวในไทย ที่ควรไปเช็กอินสักครั้งในชีวิต
รวบ 8 จุดหมายฟีลดีจากเหนือจรดอีสาน ที่เหมาะกับการออกทริปในเดือนตุลาคม ทั้งสายแคมป์ สายเดินป่า และสายถ่ายรูป รับรองว่าหมอก ภูเขา และอากาศเย็นมีให้ครบ
1. อุทยานแห่งชาติแม่ปิง (ลำพูน)
ป่าผืนใหญ่ที่โอบล้อมด้วยภูเขาและแม่น้ำปิง เป็นที่หลบหนีความวุ่นวายที่บรรยากาศฟีลธรรมชาติแบบเต็มร้อย
ไฮไลต์ห้ามพลาดคือ น้ำตกก้อหลวง น้ำตกหินปูนสีขาวนวลที่น้ำไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ สวยแบบสะดุดตา เหมาะกับทั้งสายถ่ายรูปและสายชอบแช่น้ำเย็น ๆ
กิจกรรมที่ควรจัดในทริปเดียวกัน ได้แก่
เดินป่าชมธรรมชาติแบบชิล ๆ
ปั่นจักรยานรับลมเลียบแม่น้ำ
กางเต็นท์ริมน้ำแก่งก้อ หรือแถวทุ่งกิ๊ก
ช่วงตุลาคมอากาศเริ่มเย็นกำลังดี ไม่ร้อน ไม่หนาวจัด เป็นสวรรค์ของสายแคมป์ปิ้งที่อยากนอนฟังเสียงน้ำและลมปะทะเต็นท์ไปทั้งคืน
2. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า (พิษณุโลก)
ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศเย็นเกือบทั้งปี ยิ่งปลายฝนฟ้าเริ่มใส หมอกเริ่มมา บรรยากาศคือดีมากแบบไม่ต้องลุ้น
แลนด์มาร์กสำคัญที่ต้องไปเหยียบให้ครบคือ
ลานหินแตก ความอเมซิ่งของโขดหินแตกร้าวเป็นร่อง ๆ ดูแปลกตา
ลานหินปุ่ม หินปุ่ม ๆ เรียงราย ละมุนทั้งยามเช้าและยามเย็น
จุดชมวิวหน้าผาต่าง ๆ สำหรับรอพระอาทิตย์ขึ้นคู่ทะเลหมอก
นอกจากวิวอลังการ ยังมี
เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
หมู่บ้านชาวม้งให้แวะสัมผัสวิถีชีวิตโลคอล
ถูกใจทั้งสายล่าสายหมอก สายวิวหลักล้าน และคนที่ชอบบรรยากาศภูเขาแบบมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แฝงอยู่
3. เขาใหญ่ (นครราชสีมา)
ใครอยากได้ครบทั้งป่า น้ำตก รีสอร์ตสวย และคาเฟ่เก๋ ๆ ในทริปเดียว ต้องเล็งเขาใหญ่ไว้ในลิสต์
ปลายฝนแบบตุลาเป็นช่วงที่
ป่ายังเขียวชุ่มฉ่ำสดใหม่จากฝน
อากาศเย็นสบาย เดินป่าไม่โหดร้อน
กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือ
เดินป่าชมสัตว์ป่าและธรรมชาติ
เที่ยวน้ำตกชื่อดังต่าง ๆ
เช็กอินคาเฟ่สวย ๆ วิวภูเขา
พักรีสอร์ตกลางธรรมชาติ ได้ฟีลหลบร้อนหนีเมืองแบบหรูนิด ๆ ลุยหน่อย ๆ
ใครอยากเริ่มจากทริปธรรมชาติที่ไม่โหดเกิน เขาใหญ่คือหนึ่งตัวเลือกที่ทั้งเข้าถึงง่ายและบรรยากาศดีตลอดทริป
4. ดอยเสมอดาว (น่าน)
แค่ชื่อก็โรแมนติกแล้ว เพราะที่นี่ขึ้นชื่อทั้ง ดาวบนฟ้า และ หมอกยามเช้า จัดว่าเป็นโลเคชันยอดฮิตสายกางเต็นท์ที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง
เดือนตุลาคมถือว่าเป็นช่วงสวยแบบกำลังดี คนยังไม่แน่นเท่าช่วงพีคปลายปี ทำให้ได้บรรยากาศสงบ ชิล และเป็นส่วนตัวมากขึ้น
เช้า ๆ นั่งมองทะเลหมอกกว้างสุดตา ส่วนกลางคืนคือเวลาของการนอนดูดาวแบบเต็มฟ้า เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายไปพักใจบนภูเขาสักคืนสองคืน
5. ปางอุ๋ง (แม่ฮ่องสอน)
ถ้าใจคุณโหยหาคำว่า “โรแมนติก” ปางอุ๋งจะตอบโจทย์แบบไม่ต้องคิดซ้ำ
ยามเช้าหมอกจะลอยเหนือน้ำ เงาต้นสนเรียงรายและภูเขาด้านหลังสะท้อนลงผิวน้ำเหมือนภาพในโปสการ์ด จนได้ฉายา สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย แบบไม่เกินจริง
ที่นี่คุณสามารถ
พายเรือไม้ล่องเบา ๆ ท่ามกลางหมอก
เดินเล่นถ่ายรูปกับหงส์ขาว
หรือนั่งนิ่ง ๆ มองน้ำ มองภูเขา ฟังเสียงธรรมชาติไปเรื่อย ๆ
สำหรับสายชอบอากาศเย็น ๆ เงียบ ๆ ฟีลต่างประเทศ ปางอุ๋งคือโลเคชันที่ต้องลองไปให้ได้สักครั้งในชีวิต
6. บ้านป่าบงเปียง (เชียงใหม่)
ที่นี่คือความฝันของคนรักนาขั้นบันไดโดยแท้ โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมที่ทุ่งข้าวกำลังเหลืองทองเต็มหุบเขา
ยามเช้าจะมีหมอกบาง ๆ ลอยคลอเหนือทุ่งนา บรรยากาศเงียบสงบจนรู้สึกเหมือนได้หลุดออกจากโลกเดิม ไปอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ท่ามกลางภูเขา
กิจกรรมที่น่าไปสัมผัสคือ
นั่งชมวิวทุ่งนาจากระเบียงบ้านไม้
ชิมอาหารพื้นบ้านร้อน ๆ ฟีลโฮมเมด
พักโฮมสเตย์เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบคนท้องถิ่น
ใครฝันถึงภาพนาขั้นบันไดสีทอง หมอกอ่อน ๆ ลมเย็น ๆ แนะนำว่าตุลาคมนี่แหละคือช่วงที่ห้ามพลาด
7. ดอยแม่จอก (เชียงใหม่)
ปิดท้ายด้วยจุดหมายสำหรับคนชอบความเงียบจริงจัง ดอยแม่จอกยังไม่ใช่ที่ที่คนเยอะมาก บรรยากาศเลยค่อนข้างส่วนตัวสุด ๆ
เส้นทางอาจจะลุยนิดนึง แต่รางวัลปลายทางคือวิวแบบ เปิด 360 องศา มองไปทางไหนก็เจอภูเขาสลับซับซ้อนและทะเลหมอกฟุ้ง ๆ
คนที่ชอบฟีลผจญภัยเล็ก ๆ ไม่อยากไปที่ที่คนแน่น อยากได้รูปวิวสวยแบบไม่ติดผู้คนในเฟรม ดอยแม่จอกคือคำตอบที่ดีมาก
สรุป: ตุลานี้อย่าปล่อยให้หมอกลอยผ่านไปเฉย ๆ
เดือนตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสุด ๆ สำหรับทริปภูเขาและสายเดินป่า เพราะ
อากาศเย็นสบาย เดินป่าไม่ทรมาน
ป่ายังเขียวชุ่มจากหน้าฝน
หมอกเริ่มหนา ได้ฟีลโรแมนติกเต็ม ๆ
จะขึ้นเหนือ ขยับไปอีสาน หรือเลือกที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แค่จัดเป้ ชวนคนข้าง ๆ แล้วออกไปเจอหมอก สูดอากาศดี ๆ ให้เต็มปอด
เก็บทั้งภาพสวยและความสุขกลับมาได้แน่นอน ทริปเดียวอาจไม่พอเตรียมใจอยากกลับไปซ้ำได้เลย!

