เมื่อทีม Talk to Me กลับมาหลอนอีกครั้ง
หลังจาก Talk to Me ปล่อยของจนวงการหนังสยองขวัญสะเทือนในปี 2565 สองพี่น้องผู้กำกับ แดนนี ฟิลิปโป และ ไมเคิล ฟิลิปโป ก็กลายเป็นชื่อที่คอสยองต้องจับตา
คราวนี้พวกเขากลับมาพร้อมโปรเจ็กต์ใหม่ Bring Her Back หรือชื่อไทยสุดชวนขนลุกว่า “เรียกมันกลับมาหลอน” ที่ได้ดาราสาวอังกฤษฝีมือจัดจ้านอย่าง แซลลี ฮอว์กินส์ มารับไม้ต่อในบทนำ
แค่ชื่อเรื่องกับภาพโปสเตอร์ก็ประกาศชัดแล้วว่า เรากำลังจะเข้าไปยุ่งกับเรื่อง “เหนือธรรมชาติ” โดยเฉพาะความพยายามฟื้นคืนคนตายด้วยวิธีสุดประหลาด พิลึก และน่าขยะแขยงแบบที่แฟนหนังสายโหดคุ้นเคยกันดี
พล็อตแนว “ชุบชีวิตคนตาย” ไม่ใช่ของใหม่ในโลกภาพยนตร์ก็จริง แต่เรื่องนี้เลือกจะเล่นกับ ความหมกมุ่นของคนเป็น มากกว่าความน่ากลัวของคนตาย
ครอบครัวแตกร้าวในบ้านคนแปลกหน้า
เรื่องราวพาเราติดตามชีวิตของสองพี่น้องต่างแม่ คือ แอนดี้ (บิลลี บาร์แร็ตต์) พี่ชาย และ ไปเปอร์ (โซรา หว่อง) น้องสาวผู้พิการทางสายตา
ทั้งคู่ต้องเผชิญโศกนาฏกรรมกะทันหัน เมื่อบิดาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุภายในบ้านแบบไม่ทันตั้งตัว
หนังส่งสัญญาว่าความสัมพันธ์ระหว่างแอนดี้กับพ่อไม่ได้ราบรื่นสวยหรูนัก เต็มไปด้วยรอยร้าวที่ยังเคลียร์ไม่จบ แต่ด้วยความที่ยังเป็นเยาวชน และแอนดี้เองก็ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เขาจึง ไม่มีสิทธิ์ขอเป็นผู้ปกครองของไปเปอร์ ได้ด้วยตัวเอง
หน่วยงานรัฐจึงต้องจัดหาบ้านอุปถัมภ์ให้เด็กทั้งสอง และนั่นคือจุดที่พวกเขาได้พบกับ ลอร่า (แซลลี ฮอว์กินส์) นักบำบัดจิตบุคลิกร่าเริงที่อาสามาดูแล
เมื่อแอนดี้และไปเปอร์ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านของลอร่า พวกเขาก็ค่อย ๆ ค้นพบว่าครอบครัวใหม่ของตัวเองไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เห็น
บ้านกลางป่ากับความลับที่ไม่มีใครบอก
แอนดี้และไปเปอร์ได้รู้ว่า ลอร่าเคยมีลูกสาวมาก่อน แต่ลูกของเธอเสียชีวิตไปจากเหตุจมน้ำ เป็นบาดแผลฝังใจที่ไม่เคยหายไปจากชีวิตผู้เป็นแม่


บ้านเดี่ยวกลางป่าที่ดูเปลี่ยวและห่างไกลผู้คนหลังนี้ ยังมีเด็กชายบุคลิกประหลาดชื่อ โอลิเวอร์ (โจนาห์ เรน ฟิลลิปส์) อาศัยอยู่ด้วยอีกคน เพิ่มบรรยากาศชวนระแวงให้หนาแน่นยิ่งขึ้น
แน่นอนว่าลอร่ามอบความรักและความห่วงใยให้กับไปเปอร์เป็นพิเศษ เพราะเด็กหญิงตาบอดคนนี้ทำให้เธอระลึกถึงลูกแท้ ๆ ที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ในสายตาคนนอก ลอร่าดูเหมือนแม่บุญธรรมสุดอบอุ่น แต่สำหรับคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้นานพอ จะเริ่มสัมผัสได้ถึง ความผิดปกติบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
เมื่อความรักกลายเป็นเงามืด
ไม่นาน แอนดี้ก็เริ่มพบว่าในบ้านหลังนี้มีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะท่าทีและพฤติกรรมของล่อร่าที่มีต่อโอลิเวอร์ ซึ่งดูเหมือนจะมี ความลับดำมืดซ่อนอยู่หลังรอยยิ้ม
เขาค่อย ๆ ล่วงรู้ว่าลอร่ากำลังพยายามทำในสิ่งที่ท้าทายกฎธรรมชาติอย่างที่สุด นั่นคือ การทำให้ลูกสาวที่ตายไปแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยวิธีการสุดพิสดารเกินกว่าจะเชื่อว่ามีคนคิดได้
และราคาที่ต้องจ่ายเพื่อแผนการนี้ ก็อาจไม่ใช่แค่สติของเธอ แต่รวมไปถึง ความปลอดภัยของเด็กทั้งสองคนที่เธอรับมาเป็นลูกบุญธรรม ด้วย
แอนดี้กับไปเปอร์จึงไม่ใช่แค่เด็กกำพร้าที่ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านคนแปลกหน้า แต่ยังกลายเป็น ตัวหมากบนกระดานของผู้ใหญ่ที่หมกมุ่นกับอดีตจนหลุดจากความเป็นมนุษย์
ความหลอนที่แทงลึกกว่าฉากโหด
Bring Her Back ไม่ได้เล่นแค่ฉากสยองแบบหวาดเสียว ดิบ โหด จนหลายซีนอาจทำให้คนดูต้องยกมือปิดตา หายใจไม่ทั่วท้องเท่านั้น
มันคือหนังที่ สะเทือนขวัญและสะเทือนอารมณ์ ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะในมุมของ “เหยื่อ” ที่ไม่มีทางสู้ ไม่ว่าจะด้วยไหวพริบ สติปัญญา หรือแม้แต่กำลังกาย
ความน่ากลัวในเรื่องนี้ไม่ได้มาจากปีศาจหรือวิญญาณเป็นหลัก แต่มาจาก “ผู้กระทำ” ที่ภายนอกดูแสนดี มีเมตตา น่าไว้ใจ แต่ภายในเต็มไปด้วยช่องว่างที่ความมืดค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปครอบงำ


เมื่อจิตใจของคนคนหนึ่งจมอยู่กับความทุกข์ ความยึดติด และการไม่ยอมปล่อยวางอดีต สิ่งเหล่านั้นก็กลายเป็นประตูเปิดทางให้เขา ถลำลึกไปสู่ด้านมืด โดยไม่รู้ตัว
และเมื่อความชั่วร้ายยึดครองเต็มที่ การกระทำที่ออกมาก็ไม่ต่างจากหอกแหลมที่ทิ่มแทงคนรอบตัว ฉุดกระชากให้ผู้อื่นบอบช้ำ เจ็บปวด หรือถึงขั้น ต้องสังเวยชีวิต
ใครไม่แกร่งจริง…อย่าเสี่ยงเข้าไปดูคนเดียว
พูดกันตรง ๆ Bring Her Back เป็นหนังที่ ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน หรือคนที่ไม่ชอบอะไรโหดรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อความรุนแรงเหล่านั้นพุ่งตรงไปยังเด็ก ๆ ผู้บริสุทธิ์
ภาพหลายภาพอาจตามไปหลอกหลอนในหัวหลังหนังจบ เพราะมันไม่ได้ทำให้เรากลัวแค่ “สิ่งลี้ลับ” แต่ทำให้เราตั้งคำถามกับ ความรักที่มากเกินไปของผู้ใหญ่ ด้วย
นี่คือหนังที่ทำให้เราต้องเผชิญกับคำถามไม่สบายใจว่า
ถ้าเราไม่ยอมรับความตาย
ถ้าเราไม่ยอมปล่อยวางคนที่จากไป
ถ้าเราเชื่อว่าทุกอย่างสามารถ “เอากลับมา” ได้
วันหนึ่งเราจะกลายเป็นตัวประหลาดในสายตาคนอื่นโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า?
แซลลี ฮอว์กินส์: หัวใจของหนังที่ทั้งอบอุ่นและน่าขนลุก
แซลลี ฮอว์กินส์ ผ่านบทบาทมาแทบทุกโทน ทั้งดราม่าหนัก สยองขวัญ หรือแม้แต่สายเบาสมอง เธอเป็นนักแสดงที่ไม่เคยกลัวความท้าทายอยู่แล้ว
ใน Bring Her Back เธอต้องรับบทเป็น ลอร่า ตัวละครที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงทางอารมณ์ ทั้งความอ่อนโยนของแม่ ความเจ็บปวดของคนสูญเสีย และความวิปลาสของคนที่ยอมทำทุกอย่างเพราะ “รักจนเกินไป”
การแสดงของเธออยู่ในระดับที่เรียกได้ว่า เป็นเสาหลักของทั้งเรื่อง แบกโทนหนังไว้บนบ่าตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้ผู้ชมเชื่อได้ทั้งด้านที่น่าเอ็นดูและด้านที่น่าสะพรึงกลัวในคน ๆ เดียว

สรุป: หนังสยองที่ถามเรากลับว่า “คุณพร้อมจะปล่อยคนที่จากไปแล้วจริง ๆ ไหม?”
Bring Her Back ไม่ได้เป็นแค่หนังผีหรือหนังโหดให้ดูเอาสะใจ แต่มันคือ ภาพสะท้อนด้านมืดของความรักและการไม่ยอมรับความสูญเสีย
ถ้าคุณชอบหนังสยองที่ไม่ได้หลอนแค่ภาพ แต่หลอนไปจนถึงความคิด และไม่กลัวฉากโหดที่เล่นกับเด็ก ๆ แบบไม่ปรานี เรื่องนี้คือหนึ่งในหนังที่ไม่ควรพลาด
แต่อย่าลืมเตรียมใจไว้ด้วยว่า…บางทีคนที่น่ากลัวที่สุดในเรื่อง อาจไม่ใช่ผี หรือสิ่งที่ “ถูกเรียกกลับมา” แต่คือ คนเป็น ที่ไม่ยอมปล่อยมือจากอดีตต่างหาก

