นอกจาก Galaxy S26 แล้ว ภายในงาน Galaxy Unpacked รอบล่าสุด Samsung ยังเปิดตัว Galaxy Buds 4 และ Galaxy Buds 4 Pro พร้อมดีไซน์ใหม่และฟีเจอร์ควบคุมแบบ head gesture ในรุ่น Pro
ดีไซน์ใหม่ เปลี่ยนแนวทางจัดเก็บ
ทั้งสองรุ่นมาพร้อม:
ก้านแบบแบน (flat metal stems)
เคสฝาใสแบบโปร่งใส
เปลี่ยนจากเก็บแนวตั้งเป็นแนวนอน
ความแตกต่าง:
Buds 4 Pro ใช้จุกซิลิโคนแบบ in-ear
Buds 4 เป็นดีไซน์ open-fit

ฟีเจอร์ควบคุมใหม่
รองรับท่าทางบนก้านหูฟัง
ทั้งสองรุ่นรองรับ:
ปัด (Swipe)
บีบ (Pinch)
แตะ (Tap)
พื้นที่ปัดจำกัดเฉพาะบริเวณที่มีลวดลายบนก้าน
รุ่น Pro รองรับ Head Gesture
Galaxy Buds 4 Pro เพิ่มการควบคุมด้วยการเคลื่อนไหวศีรษะ:
พยักหน้า = รับสาย
ส่ายหน้า = ปฏิเสธสาย
ฟีเจอร์นี้รองรับ Bixby ด้วย และยังสามารถใช้คำสั่งเสียงได้ตามปกติ
ฟีเจอร์เด่นอื่น ๆ
Interpreter Mode แปลภาษาแบบเรียลไทม์ รองรับ 22 ภาษา
เรียกใช้งาน AI chatbot ได้โดยไม่ต้องปลดล็อกมือถือ
รองรับ HD Voice
รองรับเสียง 24-bit / 96KHz

ความต่างด้านฮาร์ดแวร์
Galaxy Buds 4 Pro
ลำโพง 2 ตัว (Tweeter + Woofer)
ANC 2.0 พร้อม Adaptive EQ
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP57
แบตเตอรี่:
7 ชม. (ปิด ANC)
6 ชม. (เปิด ANC)
รวมเคสสูงสุด 30 ชม. (ปิด ANC) / 26 ชม. (เปิด ANC)
Galaxy Buds 4
ลำโพงเดี่ยว
ANC 1.0
มาตรฐาน IP54
แบตเตอรี่:
6 ชม. (ปิด ANC)
5 ชม. (เปิด ANC)
รวมเคสสูงสุด 30 ชม. / 24 ชม.
ราคาและการวางจำหน่าย
Galaxy Buds 4 ราคา 179 ดอลลาร์
Galaxy Buds 4 Pro ราคา 249 ดอลลาร์
เปิดให้พรีออเดอร์แล้ว และเริ่มวางจำหน่ายหน้าร้านวันที่ 11 มีนาคม
สรุป
Galaxy Buds 4 Series เป็นการอัปเกรดที่เน้น:
ดีไซน์ใหม่
การควบคุมแบบ gesture
การผสาน AI มากขึ้น
จุดขายหลักอยู่ที่ Head Gesture บนรุ่น Pro ซึ่งเพิ่มความสะดวกในการรับสายโดยไม่ต้องใช้มือ ถือเป็นการทดลองแนวทางใหม่ของ Samsung ในตลาดหูฟังไร้สายระดับพรีเมียม

