รับแอปรับแอป

น้ำเย็น vs น้ำอุ่น ดื่มแบบไหนดีกว่ากัน? หรือจริงๆ แล้วมันต่างกันแค่ความรู้สึก

cloudy02-25

เช้าๆ บางคนต้องน้ำอุ่นก่อนเลย
บางคนเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเย็นจัดชื่นใจทันที

คำถามคือ…
ดื่มน้ำอุณหภูมิต่างกัน ให้ผลกับร่างกายต่างกันจริงไหม?

คำตอบคือ “ต่างบ้างในบางสถานการณ์”
แต่ไม่ได้มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน

มาดูแบบเข้าใจง่ายๆ กัน


น้ำเย็น: สดชื่น เร่งระบบตื่นตัว

1. ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายเร็ว

หลังออกกำลังกาย หรืออยู่กลางแดด
น้ำเย็นช่วยลดความร้อนในร่างกายได้รวดเร็ว
ทำให้รู้สึกฟื้นตัวไวขึ้น

2. กระตุ้นความตื่นตัว

ความเย็นกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก
ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย
รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

หลายคนจึงชอบดื่มน้ำเย็นช่วงบ่ายที่ง่วง

3. อาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญเล็กน้อย

ร่างกายต้องใช้พลังงานเล็กน้อยในการปรับน้ำเย็นให้เท่ากับอุณหภูมิร่างกาย
แต่ผลนี้มีน้อยมาก
ไม่ถึงขั้นช่วยลดน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อควรระวัง

บางคนดื่มน้ำเย็นแล้ว:

  • แน่นท้อง

  • จุก

  • กระตุ้นไมเกรน

โดยเฉพาะคนที่ระบบย่อยอ่อนแอ


น้ำอุ่น: อ่อนโยนกับระบบย่อย

1. สบายท้องกว่า

น้ำอุ่นช่วยคลายกล้ามเนื้อทางเดินอาหาร
จึงเหมาะกับคนที่มีปัญหา:

  • ท้องอืด

  • ลำไส้แปรปรวน

  • กรดไหลย้อน

หลายคนรู้สึกว่าขับถ่ายดีขึ้นเมื่อดื่มน้ำอุ่นตอนเช้า

2. ช่วยผ่อนคลาย

น้ำอุ่นมีผลคล้ายเครื่องดื่มร้อน
ช่วยให้ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกทำงาน
ทำให้รู้สึกสงบ

เหมาะกับก่อนนอนหรือช่วงเครียด

3. ดีต่ออาการคัดจมูกหรือเจ็บคอ

ไอน้ำอุ่นช่วยเปิดทางเดินหายใจ
ลดการระคายเคืองคอได้ดีกว่าน้ำเย็น


แล้วอันไหน “ดีกว่า” กันแน่?

ถ้าพูดในเชิงวิทยาศาสตร์
ร่างกายจะปรับอุณหภูมิน้ำให้เท่ากับ 37°C อยู่ดี

ดังนั้นประโยชน์หลักของการดื่มน้ำ
คือ “ปริมาณที่เพียงพอ” มากกว่า “อุณหภูมิ”

ความแตกต่างส่วนใหญ่
คือความรู้สึกและบริบทการใช้งาน


ทำไมคนถึงเชื่อว่าน้ำอุ่นดีกว่าเสมอ?

ในหลายวัฒนธรรม โดยเฉพาะแพทย์แผนตะวันออก
มองว่าน้ำเย็นทำให้พลังงานในร่างกาย “หดตัว”

ขณะที่น้ำอุ่นช่วยให้การไหลเวียนดีขึ้น

แม้แนวคิดนี้ไม่ได้อธิบายด้วยชีววิทยาตรงๆ
แต่สะท้อนประสบการณ์จริงของหลายคน

ในทางสรีรวิทยา
น้ำอุ่นกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือดเล็กน้อย
จึงให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่า


เลือกยังไงให้เหมาะกับตัวเอง?

  • ออกกำลังกาย → น้ำเย็นช่วยรีเฟรช

  • ท้องอืด กรดไหลย้อน → น้ำอุ่นสบายกว่า

  • เช้าอยากสดชื่น → น้ำเย็น

  • ก่อนนอนอยากผ่อนคลาย → น้ำอุ่น

  • เป็นไมเกรนง่าย → เลี่ยงน้ำเย็นจัด

สิ่งสำคัญที่สุดคือ
ดื่มน้ำให้พอวันละประมาณ 1.5–2 ลิตร (ปรับตามน้ำหนักและกิจกรรม)

น้ำเย็น:

  • สดชื่น

  • ลดความร้อน

  • กระตุ้นความตื่นตัว

น้ำอุ่น:

  • สบายท้อง

  • ผ่อนคลาย

  • เหมาะกับระบบย่อย

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน
ประสิทธิภาพที่แท้จริงของน้ำ
คือการทำให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ

เพราะสุดท้ายแล้ว
สิ่งที่สำคัญกว่า “อุณหภูมิ”
คือคุณดื่มมันมากพอหรือยัง