เตือนดัง ๆ ถึงสายหน้าใส: ครีมถูก ครีมขาวไว แต่อาจพังทั้งหน้า
อย.ออกมาฟันธงชัด ๆ ว่า ตอนนี้มี เครื่องสำอาง 74 ยี่ห้อ ที่ตรวจพบว่ามีส่วนผสมของสารต้องห้ามอันตรายต่อผิว และต่อสุขภาพแบบระยะยาว ไม่ใช่แค่หน้าแดง คัน ผื่นขึ้น แต่ลามไปถึง ไตอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และผลต่อทารกในครรภ์
และที่น่ากลัวคือ หลายยี่ห้อถูกโฆษณาว่าเป็น ครีมสมุนไพร หน้าขาว หน้าใส เห็นผลในไม่กี่วัน ซึ่งอย.ออกมาย้ำแล้วว่า ไม่มีสมุนไพรชนิดไหน ทำให้หน้าขาวได้ในเวลาอันสั้น ถ้าครีมไหนอ้างแบบนั้น ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าแอบใส่สารต้องห้าม

สารต้องห้ามที่ซ่อนอยู่ในครีมหน้าใส
อย.ตรวจพบว่ามีเครื่องสำอางจำนวนมากผสมสารอันตรายที่ กฎหมายห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ได้แก่
สารปรอท (Mercury)
ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)
กรดเรทิโนอิก หรือกรดวิตามินเอ (Retinoic Acid)
สารเหล่านี้ถูกแอบใส่ในครีมหน้าใส ครีมทาฝ้า โลชั่นปรับสภาพผิว และครีมไวเทนนิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เห็นผลไวเกินจริง แลกกับความเสี่ยงต่อสุขภาพแบบหนักมาก
ผลข้างเคียงที่ควรรู้ให้ชัด
ไฮโดรควิโนน: ทำให้ผิวหน้าบาง เกิดอาการระคายเคือง และอาจกลายเป็น ฝ้าถาวร รักษาไม่หาย
กรดเรทิโนอิก: ทำให้ผิวหน้า อักเสบ ลอก แดงอย่างรุนแรง และอาจมีผลต่อ ทารกในครรภ์
สารประกอบของปรอท: สะสมในร่างกาย นำไปสู่ ไตอักเสบ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และอันตรายอื่น ๆ ตามมา
นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง “หน้าเสีย” แต่คือเรื่อง สุขภาพพังทั้งระบบ
เคสจริง: ใช้ครีมแล้วหน้าด่างขาวเป็นวง
มีกรณีผู้บริโภคซื้อครีมยี่ห้อหนึ่งมาใช้แล้ว หน้าด่างขาวเป็นวง ๆ ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเครื่องสำอางที่ ลักลอบผลิต และผสมสารปรอทแบบเต็ม ๆ
เมื่อ อย.ตามไปตรวจสถานที่ผลิตตามที่ระบุบนฉลาก กลับพบว่าเป็นแค่ โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า ส่วนบริษัทผู้ผลิตที่จดทะเบียนไว้ก็เปลี่ยนที่ตั้งไปเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างแล้ว และอ้างว่าเลิกกิจการไปแล้วเรียบร้อย
แปลว่าอะไร?
ฉลากอาจเขียนสวยหรู แต่ ตามตัวผู้ผลิตตัวจริงแทบไม่ได้
ถ้าเกิดปัญหารุนแรงกับผิวและสุขภาพ คนที่รับเคราะห์เต็ม ๆ ก็คือผู้ใช้
อย.จึงขอให้ประชาชนถ้าเจอการผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต้องสงสัย ให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดี และยังมี รางวัลนำจับ ให้ด้วย
โฆษณาไวเทนนิ่ง = ต้องเริ่มตั้งข้อสงสัย
ทุกวันนี้โฆษณาเครื่องสำอางในทีวีและสื่อต่าง ๆ เต็มไปด้วยคำว่า
“ไวเทนนิ่ง”
“หน้าขาวใน 6–10 วัน”
ภาพเปรียบเทียบหน้า ขาวครึ่ง ดำครึ่ง เพื่อให้ดูเวอร์ ๆ
อย.มองว่าโฆษณาแบบนี้เป็นการ ไม่รับผิดชอบต่อสังคม เพราะสร้างความคาดหวังเกินจริง และผลักผู้บริโภคให้วิ่งหา “ครีมขาวไว” โดยไม่สนใจความปลอดภัย
มีแนวโน้มว่าในอนาคต ถ้าผลิตภัณฑ์ใดโฆษณาว่าไวเทนนิ่งทำให้หน้าขาว อาจถูกมองว่า เข้าข่ายผิดกฎหมายทันที หากไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นยาอย่างถูกต้อง
สรุปสั้น ๆ:
ถ้าครีมไหนโฆษณาเวอร์มาก ว่า “หน้าขาวเร็ว ขาวโคตร ๆ” ให้คิดไว้ก่อนว่า มีอะไรซ่อนอยู่
เครื่องสำอางทั่วไปทำได้แค่ ทำความสะอาด บำรุง และเสริมให้ผิวดูดีตามสภาพผิวเดิม ไม่ใช่เปลี่ยนสีผิวแบบคนละคน
รายชื่อ 40 เครื่องสำอางอันตรายที่อย.แบน
อย.ประกาศรายชื่อ 40 แบรนด์แรก ที่ตรวจพบว่ามีการผสมสารต้องห้าม โดยเฉพาะกลุ่มครีมหน้าใส ครีมทาฝ้า โลชั่น และครีมสมุนไพรต่าง ๆ

บางส่วนของรายชื่อ เช่น
ไพรสด สมุนไพรธรรมชาติ ลดสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ
Second Cream ตรา Magnate
ครีมทาฝ้าชาเขียว ตรา Magnate
โลชั่น วินเซิร์ฟ ลดฝ้า กันแดด
ครีมวินเซิร์ฟ
เอ็ดการ์ด โลชั่นกันแดดผสมอัลลันโทอิน
EASY Herb Night Bright Melasma Cream ครีมแต้มฝ้า กระ จุดด่างดำ สำหรับกลางคืน
ครีมสมุนไพรว่านนางสาว
เอสจี โลชั่นปรับสภาพผิว
ครีมสมุนไพรมะขาม
Mena FACIAL CREAM
ครีมสมุนไพรมะเขือเทศ
ครีมสมุนไพรมะนาว
ครีมกันแดด สมุนไพรแตงกวา สูตรพิเศษ
SOW ทาฝ้ารอยดำ (ตลับชมพู)
BEST BEAUTY ครีมประทินผิวลดรอยดำ
เบสท์โลชั่น โลชั่นปรับสภาพผิว
3 P โลชั่น
ฝ้า กระ PIGMENT
WHITENING CREAM ครีมมุกหน้าขาว
VOLK Intensive Lifting Cream USA
IFSA และเครื่องสำอางครีมหน้าใส IFSA
เครื่องสำอางครีมชาเขียว DR.JAPAN
The Winner สมุนไพรมะขาม Tamarine Cream สูตรเข้มข้น
ครีมสมุนไพร (ไม่ระบุชื่อชัดเจน)
ครีมทาปาก หัวนมชมพูก่อนนอน
ยารักษาฝ้า เช้า-ก่อนนอน
ทาใต้รักแร้ ง่ามขาดำ ก่อนนอน
พรีม เมลาโนไวเทนเนสส์ เอ
พรีม ไบรเทน แอนด์ รีไวเทน
3 ทรีเดย์ เนเชอรัล ฝ้าปานกลาง สูตรขาวเนียน
3 ทรีเดย์ ไบรเทน แอนด์ รีไวเทน
3 ทรีเดย์ เนเชอรัล อี พลัส ครีมทาสิว ฝ้า
ครีมลูกยอผสมน้ำผึ้ง white noni & honey cream
สมุนไพรแตงกวา
สีเขียว 4 (ครีมข้นสีเขียว กึ่งสำเร็จรูป)
สีเหลืองขมิ้น 5 (ครีมข้นสีเหลือง กึ่งสำเร็จรูป)
ทั้งหมดนี้ อย.ประกาศชัดว่า “ห้ามใช้เด็ดขาด”
เพิ่มอีก 34 ชื่อ รวมเป็น 74 แบรนด์อันตราย
หลังจากประกาศ 40 รายชื่อแรกแล้ว อย.ยังตรวจพบ เพิ่มอีก 34 แบรนด์ ที่มีส่วนผสมของสารอันตรายเช่นเดียวกัน ทำให้ยอดรวมกลายเป็น 74 ยี่ห้อที่ต้องห้ามขาย และไม่ควรซื้อมาใช้โดยเด็ดขาด

บางส่วนของ 34 รายชื่อที่ถูกจับเพิ่ม เช่น
VITAL ESSENCE Good Night Cream
S.N.K. Kaew Khaow Whitening Cream ครีมสมุนไพรแก้วขาว
PC cream ครีมสมุนไพรมะเขือเทศ
Pretty ครีมบำรุงผิวหน้า
AHA whitening night cream ครีมบำรุงผิวหน้า
ผลิตภัณฑ์ฟอกสีผิว (ไม่ระบุชื่อชัด)
P - CARE CREAM ครีมสมุนไพรขิง แก้สิว-ฝ้า
PC Cream ครีมสมุนไพรขิง สูตรพิเศษเข้มข้น
FC ครีมสมุนไพรมะขาม Tamarind Herbal Cream
FW YOUNG RICE MILK ครีมน้ำนมข้าว
FW ครีมสมุนไพรน้ำนมข้าว
3-Tree Days Natural ครีมทาสิว (สูตรขาวเนียน) ACNE CREAM
3-Tree Days Natural โลชั่นป้องกันแสงแดด – ฝ้า BLEMISHES PROTECT LOTION
ชาบูเอ’ rice milk & white cream
ชาบูเอ’ Tamarind & white
เอ็ดการ์ด ครีมทาสิว-ฝ้า
BABY FACE ไพลสด ครีมสมุนไพรทากลางคืน รักษาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ
BABY FACE อาหารผิว ปรับสภาพผิว รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ
มุกข์ธิตรา ครีมหน้าขาว รักษาสิว ฝ้า กระ
ยันฮี ครีมสิว-ฝ้า กระ
ครีมตรา แกะ
ครีมชาเขียว MISS JAPAN
ครีมทาฝ้า “นิพัชร์”
BOUCHERON CREAM
B BEST BEAUTY ครีมประทินผิว ลดรอยดำ
แอนนาคอสเมติกส์ ครีมประทินผิว ลดรอยดำ
JAB CREAM Whitening Cream ครีมลดรอยดำ สิว ฝ้าบนใบหน้า
The Winner สมุนไพรมะขาม
แอนนาคอสเมติกส์ แอนนาโลชั่น
B. เบสท์ บิวตี้ เบสท์โลชั่น
DO DO WHITENING CREAM
MUI LEE HIANG CREAM FOR ACNE & BLEMISHES
โลชั่นกันแดดสมุนไพร แพน-วี
DO DO VITAMIN C LOTION
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้หลายตัว ฉลากไม่ชัดเจน และมีการใส่สารต้องห้ามแบบแอบ ๆ ที่ผู้บริโภคมองไม่ออกจากแค่การดูแพ็กเกจ
ทำไมอย.ต้องจริงจังขนาดนี้
อย.เน้นย้ำว่า ผลิตภัณฑ์ทั้ง 34 ยี่ห้อใหม่ รวมกับ 40 ยี่ห้อเดิม คือ ห้ามขาย ห้ามซื้อ ห้ามใช้ แบบเด็ดขาด
เหตุผลคือสารกลุ่มปรอท ไฮโดรควิโนน และกรดเรทิโนอิก ไม่ได้ทำร้ายแค่ผิวหน้าแบบชั่วคราว แต่สามารถ
สะสมในร่างกาย
ทำให้ผิวหน้าเสียหายถาวร
กระทบต่อระบบภายใน เช่น ไต ทางเดินปัสสาวะ
มีผลต่อทารกในครรภ์ในหญิงตั้งครรภ์
นี่คือระดับความเสี่ยงที่ ไม่คุ้มเลย กับการอยากหน้าขาวไวไม่กี่วัน
โทษของผู้ขาย: ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตที่ผิด
อย.ขอความร่วมมืออย่างชัดเจนกับ ผู้ขายเครื่องสำอาง ว่า ห้ามนำเครื่องสำอางทั้ง 74 ยี่ห้อออกมาจำหน่ายเด็ดขาด
ถ้าใครยังฝ่าฝืน มีโทษ เทียบเท่าผู้ผลิตและผู้นำเข้า คือ
จำคุกไม่เกิน 1 ปี
หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
เพราะผู้ขายถือเป็น ด่านสุดท้าย ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์อันตรายไหลไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ถ้าขาดจริยธรรมและยังเลือกขายของอันตราย ก็ต้องยอมรับโทษตามกฎหมาย
แล้วผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ต้องทำยังไง?
ในฐานะสายสกินแคร์ที่รักผิวและรักสุขภาพตัวเอง ต้องเปลี่ยนจากการ “เชื่อโฆษณา” มาเป็น อ่านฉลาก และเช็กข้อมูลให้มากขึ้น
คำแนะนำแบบเน้น ๆ คือ
อย่าหลงเชื่อคำว่า “สมุนไพร” + “หน้าขาวเร็ว” เพราะเป็นคู่คำที่น่าสงสัยสุด ๆ
ถ้าครีมไหนเคลมว่าเห็นผลใน 3–10 วัน ให้ตั้งคำถามทันที
เลี่ยงครีมกวนเอง ครีมตักแบ่ง ครีมไม่ระบุผู้ผลิตชัดเจน
ตรวจสอบเลขจดแจ้งจากแหล่งข้อมูลทางการก่อนใช้
ถ้าใช้แล้วแสบ คัน แดง ด่าง ลอก ผิดปกติ ให้ หยุดใช้ทันที และพบแพทย์
ผิวดีสร้างได้ แต่ต้องไม่แลกกับสุขภาพพังทั้งชีวิต
อย่าปล่อยให้คำว่า “อยากขาวไว” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาผิวเรื้อรังและโรคภายในที่ตามมาทีหลัง
สรุปง่าย ๆ สำหรับสายรีวิวสกินแคร์: ต่อให้แพ็กเกจสวย รีวิวเพียบ หรือเขียนว่าสมุนไพรแท้ 100% ถ้าดูแล้วเคลมเวอร์เกินจริง ให้ถอยหนึ่งก้าวแล้วเช็กข้อมูลก่อนผิวจะพังก่อนสวยนะ

