ล้างจานยังไงให้มือไม่พัง?
ผิวหนังของเราคือเกราะป้องกันที่ฉลาดมาก ภายใต้สภาวะปกติ ผิวจะสร้างชั้นไขมันบาง ๆ ไว้เคลือบ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและป้องกันการระคายเคืองจากภายนอก
แต่พอถึงเวลาล้างจาน โดยเฉพาะเมื่อต้องแช่มือนาน ๆ ในน้ำร้อนหรือน้ำเย็น ผิวจะเริ่มเสียสมดุล ชั้นไขมันถูกล้างออก มือจึงสูญเสียความชุ่มชื้น แห้งลอก หยาบกร้านได้ง่าย
เพราะแบบนี้จึงมีคำแนะนำให้ใช้ถุงมือยางเวลาแก้ปัญหางานบ้านในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการล้างจาน แต่ผู้หญิงหลายคนที่ไม่คุ้นเคยกับการใส่ถุงมือกลับมักปฏิเสธวิธีป้องกันง่าย ๆ นี้
การล้างจานด้วยถุงมือ: ข้อดี ข้อเสีย และข้ออ้างยอดฮิต
คนจำนวนไม่น้อยโตมากับภาพแม่หรือยายล้างจานด้วยมือเปล่า ไม่ใช้ถุงมือเลย ทำให้เผลอคิดไปเองว่าวิธีนั้น “ก็ปกติดี” ทั้งที่ในความจริงแล้ว ผิวมือกำลังรับภาระหนักแบบเงียบ ๆ
แม้หลายคนจะรู้ว่ามือควรได้รับการปกป้องจากน้ำและสารเคมี แต่สุดท้ายก็ยังไม่หยิบถุงมือมาใส่ด้วยเหตุผลเดิม ๆ ที่ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นี่คือเหตุผลยอดนิยม พร้อมทางแก้แบบง่ายและทำได้จริง:
ไม่ชอบกลิ่นยาง
วิธีจัดการไม่ยากเลย แค่ล้างถุงมือหลังใช้งานแล้วแขวนให้แห้ง พร้อมกลับด้านในออกมาก่อน เพื่อช่วยลดทั้งกลิ่นอับและความชื้นสะสมใส่แล้วมือเหงื่อออกมาก
ก่อนใส่ถุงมือให้ใช้แป้งเด็กเล็กน้อย โรยและถูให้ทั่วฝ่ามือและนิ้ว แป้งจะช่วยซับเหงื่อ ทำให้ใส่ถุงมือได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกเหนอะผิวมือแห้งมากอยู่แล้ว กลัวถุงมือยิ่งทำให้แห้ง
ก่อนใส่ถุงมือให้ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์บาง ๆ โดยเฉพาะหลังสัมผัสน้ำอุ่น เพราะผิวจะดูดซึมครีมได้ดีขึ้น วิธีนี้เหมือนมาสก์บำรุงไปในตัวขณะทำงานบ้านถุงมือขนาดไม่พอดี ใส่แล้วเกะกะ ไม่คล่องตัว
หากถุงมือบ้านทั่วไปหลวมเกินไป ลองเปลี่ยนมาใช้ถุงมือแพทย์แบบบาง จะกระชับมือมากกว่า ทำให้หยิบ จับ ล้างจานได้คล่องขึ้น
สำคัญ! ไม่ว่าคุณจะใส่หรือไม่ใส่ถุงมือ ผิวมือก็ยังถูกทำร้ายทุกครั้งที่ต้องแช่อยู่ในน้ำและสารเคมีเป็นเวลานาน การป้องกันไว้ก่อนง่ายกว่าการมานั่งซ่อมผิวด้วยครีมแพง ๆ และทรีตเมนต์ภายหลัง
ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำว่า หากต้องทำความสะอาดหนัก ๆ นอกจากล้างจาน เช่น ขัดห้องน้ำ ล้างพื้น ควรแยกถุงมือใช้ 2 คู่ เลือกคนละสีให้จำง่าย เพื่อไม่ให้สลับกันใช้ระหว่างงานครัวกับงานทำความสะอาดอื่น ๆ
ถ้าล้างจานด้วยถุงมือ เรากำลังดูแลมือได้ดีแค่ไหน?
ทุกวันนี้มีถุงมือให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบบ้านทั่วไป แบบยางหนา แบบยางบาง หรือแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง คุณสามารถเลือกให้ตรงกับงานและความสะดวกของตัวเองได้เลย
ถุงมือสำหรับงานครัวแบบทั่วไปช่วยกันน้ำและน้ำยาได้ดี แต่หลายคนรู้สึกว่ามันเทอะทะไป จับจานไม่ถนัด หรือเผลอทำของหลุดมือบ่อย
สำหรับใครที่ไม่ชอบถุงมือหนา หรือมีอาการแพ้ยางแบบเดิม ๆ อาจต้องมองหาทางเลือกอื่นเพื่อปกป้องผิวมือให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น
หนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจคือ ถุงมือยางแบบบาง ที่สวมแล้วแนบไปกับรูปมือ ทำให้ล้างจานได้คล่องขึ้น แต่ก็มีข้อควรรู้ก่อนเลือกใช้:
ปกป้องผิวจากน้ำและสารเคมีได้ค่อนข้างดี
กระชับมือ ไม่เกะกะ จับจาน แก้ว หรือช้อนส้อมได้สบาย
ข้อเสีย คือฉีกขาดง่าย โดยเฉพาะเวลาโดนของมีคม เช่น มีด ฟองน้ำฝอยโลหะ หรือขอบจานที่บิ่น
ส่วนใหญ่ความยาวสั้นกว่าแบบหนา หากขยับมือแรง ๆ หรือตักน้ำสูงเกินไป น้ำอาจไหลเข้าไปด้านในได้ง่าย

สำคัญ! ต่อให้คุณใช้ถุงมือดีแค่ไหน ก็ไม่ได้แปลว่ามือจะปลอดภัยไปตลอดถ้าไม่ดูแลเพิ่มเติม แค่ทาครีมแล้วจบไม่พอ ควรเสริมด้วยการสครับผิวเบา ๆ มาสก์มือเป็นระยะ รวมถึงดูแลเล็บและหนังกำพร้าให้สุขภาพดีไปพร้อมกัน
สุดท้ายแล้ว วิธีปกป้องมือไม่มีสูตรตายตัว ทุกคนสามารถเลือกแบบที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ จะเป็นถุงมือแบบหนา บาง ยาว หรือสั้น ขอแค่ใส่แล้วรู้สึกสบายและอยากหยิบมาใช้ทุกวันก็ถือว่าเลือกถูกแล้ว
ถ้าไม่ชอบใส่ถุงมือเลย มีทางเลือกอื่นไหม?
สำหรับสายบ้านที่ไม่อยากยุ่งกับถุงมือยางเลย ก็ยังมีตัวช่วยอื่น ๆ ที่พอจะลดการสัมผัสน้ำและน้ำยาได้เหมือนกัน แม้บางอย่างจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างก็ตาม
1. เครื่องล้างจาน: ตัวช่วยใหญ่ที่มือจะรัก
ถ้ามองในระยะยาว เครื่องล้างจานคือการลงทุนเพื่อสุขภาพผิวมือและเวลาของคุณเอง
ช่วยลดเวลาที่ต้องยืนล้างจานทุกวัน
มือไม่ต้องแช่อยู่ในน้ำและน้ำยาล้างจานนาน ๆ
เหมาะกับบ้านที่มีจานชามเยอะหรือทำอาหารบ่อย
แน่นอนว่าเครื่องล้างจานต้องใช้พื้นที่ในครัว และมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าสินค้าและผลิตภัณฑ์สำหรับเครื่องล้างจานโดยเฉพาะ แต่สำหรับคนที่ไม่อยากให้มือแห้งแตกจนต้องฟื้นฟูหนัก ๆ นี่เป็นตัวเลือกที่น่าคิดอยู่เหมือนกัน
2. แปรงด้ามยาว: ช่วยลดการแช่มือ แต่ยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด
อีกตัวเลือกที่ประหยัดกว่า คือ แปรงล้างจานแบบมีด้ามจับยาว ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องเอามือจุ่มลงไปในน้ำมันหรือคราบสกปรกโดยตรง
อย่างไรก็ตาม การใช้แปรงแบบนี้ยังมีข้อจำกัด:
เวลาขัดจาน มืออีกข้างยังต้องจับจานและจุ่มลงในน้ำสบู่
ถ้าต้องล้างหลายใบ มือก็ยังโดนน้ำและน้ำยาล้างจานอยู่ดี
สุดท้ายแล้ว ถุงมือยางยังคงเป็นตัวช่วยที่ปกป้องผิวมือได้ดีที่สุดในภาพรวม ทั้งประหยัด ใช้งานง่าย และเข้ากับวิถีชีวิตส่วนใหญ่ได้ไม่ยากนัก
สรุป: อยากให้มือชุ่มชื้นนุ่มนวล ต้องเริ่มตั้งแต่ตอนล้างจาน
ถ้าคุณอยากให้มือดูนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งลอกก่อนวัย การดูแลไม่ได้เริ่มต้นที่ครีมทามือ แต่เริ่มตั้งแต่ตอนล้างจานเลยด้วยซ้ำ
เลือกใช้ถุงมือให้เหมาะกับขนาดมือและลักษณะงาน
แก้ปัญหากลิ่นเหงื่อและความอับด้วยการตากให้แห้งและใช้แป้งเด็ก
เสริมเกราะให้ผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ มาสก์ สครับมือและเล็บเป็นประจำ
ปกป้องไว้ก่อนดีกว่ามาฟื้นฟูทีหลังเสมอ ถ้าถุงมือหนึ่งคู่สามารถช่วยให้มือคุณดูเด็กกว่าอายุจริงไปได้อีกหลายปี ก็น่าจะคุ้มที่จะเริ่มใส่ตั้งแต่ล้างจานมื้อต่อไปนี้แล้ว

