ทำไมรู้สึกว่าทำงานหนักขึ้น แต่เงินกลับไม่พอใช้
หลายคนอาจรู้สึกเหมือนกันว่า รายได้เท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นทุกเดือน อาหารแพงขึ้น ค่าเดินทางสูงขึ้น ค่าไฟ ค่าน้ำ และค่าบริการต่าง ๆ ขยับขึ้นอย่างเงียบ ๆ ความรู้สึกนี้ไม่ได้คิดไปเอง แต่มันคือผลของ “เงินเฟ้อ” ที่เกิดขึ้นพร้อมกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ “ชนชั้นกลาง”
คำถามคือ เงินเฟ้อคืออะไร ทำไมเศรษฐกิจไม่โต และเหตุใดชนชั้นกลางจึงเป็นกลุ่มที่เจ็บหนักที่สุดในสมการนี้
เงินเฟ้อคืออะไร เข้าใจง่ายแบบไม่ต้องเป็นนักเศรษฐศาสตร์
เงินเฟ้อ (Inflation) คือภาวะที่ราคาสินค้าและบริการโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เงินจำนวนเท่าเดิมซื้อของได้น้อยลง พูดง่าย ๆ คือ “เงินมีค่าน้อยลง” แม้ตัวเลขเงินเดือนจะเท่าเดิมก็ตาม
เงินเฟ้อไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป หากอยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้นเร็ว ขณะที่รายได้ไม่เพิ่มตาม นั่นคือจุดเริ่มต้นของปัญหา

เศรษฐกิจไม่เติบโต คืออะไร และต่างจากเศรษฐกิจถดถอยอย่างไร
เศรษฐกิจไม่เติบโต หมายถึงการที่ GDP หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวช้า หรือแทบไม่ขยับ ต่างจากเศรษฐกิจถดถอยที่เป็นการหดตัวอย่างชัดเจน
สถานการณ์ที่น่ากังวลที่สุดคือ
เงินเฟ้อสูง + เศรษฐกิจไม่โต = Stagflation
ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้บริโภคเจ็บตัว แต่ภาคธุรกิจก็ไม่กล้าลงทุน ส่งผลให้โอกาสใหม่ ๆ ในระบบเศรษฐกิจลดลง
ทำไม “ชนชั้นกลาง” ถึงเป็นกลุ่มที่ลำบากที่สุด
ชนชั้นกลางมักอยู่ในจุดกึ่งกลางของระบบเศรษฐกิจ
รายได้สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ
แต่ไม่ได้สูงพอจะรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาหลักที่ชนชั้นกลางต้องเจอ
รายได้ปรับช้ากว่าค่าครองชีพ
มีภาระหนี้ เช่น บ้าน รถ บัตรเครดิต
ไม่ได้รับสวัสดิการรัฐมากเท่ากลุ่มรายได้น้อย
เงินออมถูกกัดกินด้วยเงินเฟ้อ
ในอดีต ชนชั้นกลางคือกลุ่มที่มีความมั่นคง แต่ในยุคเงินเฟ้อสูง ความมั่นคงนี้เริ่มสั่นคลอน

เงินเฟ้อส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร
เงินเฟ้อไม่ได้กระทบแค่ราคาสินค้าใหญ่ ๆ แต่แทรกซึมในทุกการใช้จ่าย
อาหารจานเดิม ราคาเพิ่มขึ้น
ค่าเดินทางและพลังงานสูงขึ้น
ค่าบริการต่าง ๆ แพงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เมื่อรวมกันทั้งเดือน รายจ่ายเพิ่มขึ้นชัดเจน แต่รายได้ยังเท่าเดิม
ทำไมเศรษฐกิจถึงไม่เติบโต ทั้งที่คนยังทำงานหนัก
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไม่เติบโต ได้แก่
ความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบาย
ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้น
การลงทุนใหม่ชะลอตัว
กำลังซื้อของประชาชนลดลง
เมื่อคนใช้จ่ายน้อย ธุรกิจขายได้น้อย การจ้างงานและการขึ้นเงินเดือนก็ยิ่งยาก
คนชนชั้นกลางควรรับมืออย่างไรในยุคเงินเฟ้อ
แม้จะควบคุมเศรษฐกิจไม่ได้ แต่สามารถปรับตัวได้
1. บริหารเงินสดให้มีประสิทธิภาพ
ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
วางแผนรายรับรายจ่ายให้ชัด
2. สร้างรายได้หลายทาง
งานเสริม
ฟรีแลนซ์
การขายออนไลน์
3. ใช้เทคโนโลยีให้คุ้มค่า
การเลือกใช้สินค้าที่ช่วยลดต้นทุนชีวิต เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน หรืออุปกรณ์ที่ช่วยทำงานได้มากขึ้น เป็นทางเลือกที่ช่วยรับมือเงินเฟ้อได้ในระยะยาว

บทบาทของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในยุคค่าครองชีพสูง
ในช่วงที่ผู้บริโภคต้องการความคุ้มค่า แพลตฟอร์มอย่าง Zestbuy มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึง
สินค้าราคาสมเหตุสมผล
ดีลและโปรโมชัน
การเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจซื้อ
การเลือกซื้ออย่างมีข้อมูล ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในยุคเงินเฟ้อได้จริง
เงินเฟ้อไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่การปรับตัวคือคำตอบ
เงินเฟ้อและเศรษฐกิจไม่เติบโตคือความท้าทายที่ชนชั้นกลางต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การเข้าใจกลไกของเศรษฐกิจ การบริหารเงินอย่างมีสติ และการเลือกใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า จะช่วยให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างแข็งแรง
ในโลกที่ความไม่แน่นอนคือเรื่องปกติ คนที่ปรับตัวเร็วและมีข้อมูลมากกว่า จะเป็นคนที่อยู่รอดได้ดีที่สุด

