รับแอปรับแอป

เมาส์ไร้สาย แต่ไม่ไร้สไตล์

วศิน สุขสันต์11-26

ทุกวันนี้ “เมาส์ไร้สาย” กลายเป็นอุปกรณ์สามัญประจำโต๊ะทำงานไม่ต่างจากคีย์บอร์ดหรือสมุดโน้ต เพราะความสะดวกสบายของมันช่วยให้การทำงานคล่องตัวขึ้นอย่างมาก ไม่ต้องรำคาญสายไฟระโยงระยาง ไม่ต้องกลัวมือไปดึงสายจนงานสะดุด และไม่ต้องพกของเยอะเวลาออกไปทำงานข้างนอก

คำถามคือ เมาส์ไร้สายยี่ห้อไหนดี?
จริงๆ แล้วคำตอบไม่ได้จำกัดอยู่ที่แบรนด์ดังเพียงอย่างเดียว เพราะเมาส์ไร้สายดีๆ มีให้เลือกหลากหลายแบบและหลากหลายราคา จุดสำคัญคือเราควรเลือกจาก "การใช้งานของตัวเอง" มากกว่า เช่น ใช้พิมพ์งานทั่วไป ใช้เล่นเกม ใช้เพื่อสุขภาพ หรือใช้กับ notebook ที่ต้องการความคล่องตัวแบบสุดๆ

สิ่งที่ควรดูเวลาเลือกเมาส์ไร้สาย:

1. รูปทรงและการจับถนัดมือ

บางคนถนัดเมาส์ทรงปกติ บางคนชอบเมาส์แนวตั้งแบบ Ergonomic เพราะช่วยลดอาการปวดข้อมือเวลาใช้งานนานๆ

2. ประเภทการเชื่อมต่อ

  • แบบตัวรับสัญญาณ (USB Receiver)

  • แบบเม้าส์บลูทูธ (mouse bluetooth)

ทั้งสองแบบต่างมีข้อดีของตัวเอง ขึ้นอยู่กับการใช้งานและอุปกรณ์ที่คุณใช้

3. ความไวของเซนเซอร์ (DPI)

ยิ่ง DPI สูง ยิ่งตอบสนองไว เหมาะกับงานละเอียดและเกม
ถ้าใช้งานทั่วไป ระดับ 800–1600 DPI ก็เพียงพอ

4. แบตเตอรี่

เมาส์ไร้สายบางรุ่นใช้ถ่าน AA/AAA บางรุ่นเป็นแบบชาร์จ USB Type-C
แบบชาร์จจะสะดวกกว่า แต่แบบถ่านมักใช้งานได้นานกว่า

5. วัสดุและความทนทาน

เลือกงานประกอบแน่นๆ คลิกเสียงนุ่ม และมีพื้นผิวจับถนัดมือจะใช้งานได้นานกว่าเมาส์ราคาถูกทั่วไป

เมาส์ไร้สายกับเมาส์มีสายต่างกันยังไง

แม้ว่าเมาส์ไร้สายจะสะดวกขึ้นมาก แต่หลายคนก็ยังลังเลว่าเมาส์มีสายจะตอบสนองได้ดีกว่าหรือไม่ ลองมาดูความต่างแบบเข้าใจง่ายกัน

1. ความคล่องตัว

  • เมาส์ไร้สาย: ไม่มีสายให้รำคาญ ทำงานได้อิสระกว่า

  • เมาส์มีสาย: ต้องแบกสายไปด้วย แต่ก็ปลอดภัยกว่าตรงที่ไม่ต้องห่วงแบตหมด

2. การตอบสนอง

ปัจจุบันเมาส์ไร้สายแทบไม่ต่างจากเมาส์มีสายแล้ว โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่เมาส์มีสายยังคงตอบสนองได้ “เสถียรกว่าเล็กน้อย” เหมาะกับเกมเมอร์สายจริงจัง

3. การบำรุงรักษา

  • เมาส์ไร้สายต้องชาร์จหรือเปลี่ยนแบตบ้าง

  • เมาส์มีสายไม่ต้องสนใจแบต แต่ต้องระวังสายหัก

4. ราคา

เมาส์ไร้สายมักราคาสูงกว่าในระดับเดียวกัน แต่ก็แลกกับความสบายเวลาพกพา

เมาส์ไร้สาย Bluetooth ต่างจากเมาส์ไร้สายทั่วไปยังไง

เมาส์ไร้สายมีสองประเภทหลัก ได้แก่

  • เม้าส์บลูทูธ (Bluetooth mouse)

  • เมาส์ไร้สายแบบ USB Receiver

  • ความต่างสำคัญ

    1. การเชื่อมต่อ

    • mouse bluetooth: เชื่อมตรงเข้าคอม แท็บเล็ต หรือมือถือที่มี Bluetooth

    • ไร้สายแบบตัวรับ USB: ต้องเสียบตัวรับสัญญาณเข้าพอร์ต USB

    2. ความสะดวก

    • Bluetooth: พกสะดวก เพราะไม่ต้องกลัวตัวรับหาย

    • USB: เสถียรกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าตัวรับหายจะใช้งานไม่ได้

    3. ความเข้ากันได้

    • Bluetooth: ใช้กับแท็บเล็ต iPad ได้

    • USB Receiver: ใช้ได้ดีมากกับคอมทั่วไป แต่แท็บเล็ตบางรุ่นอาจไม่รองรับ

    แนะนำเมาส์น่าใช้ 5 รุ่นแบบครบทุกสไตล์

    ด้านล่างนี้เป็นสินค้าที่คัดมาครอบคลุมทุกสไตล์ ทั้งเมาส์ไร้สาย เม้าส์บลูทูธ เมาส์เพื่อสุขภาพ เมาส์เล่นเกม และเมาส์มีสายราคาสบายๆ

    1. เมาส์ไร้สาย Ergonomic Mouse IWACHI i6 — เมาส์แนวตั้ง ยืนหนึ่งเรื่องสุขภาพ

    ใครที่เริ่มปวดข้อมือจากการใช้เมาส์นานๆ ต้องลอง “เมาส์แนวตั้ง” รุ่นนี้เลย เพราะออกแบบให้ข้อมืออยู่ในท่าธรรมชาติ ลดแรงกดบริเวณเส้นประสาทได้ดีมาก ตัวเครื่องจับถนัดมือแม้คนมือเล็ก และปุ่มฟังก์ชันถูกวางมาอย่างลงตัว

    จุดเด่น:

    • ทรงแนวตั้งช่วยลดอาการ office syndrome

    • มี DPI ปรับความไวได้

    • เชื่อมต่อแบบไร้สาย ใช้งานง่าย

    • ราคาคุ้มค่ามากสำหรับสายสุขภาพ

    เหมาะกับคนทำงานออฟฟิศที่ใช้คอมวันละหลายชั่วโมง และต้องการเมาส์ไร้สายที่ลดความเมื่อยล้าจริงๆ

    2. Logitech G PRO X SUPERLIGHT 2 — เมาส์ไร้สายสำหรับเกมเมอร์จริงจัง

    แม้จะมีคำว่า Logitech แต่รุ่นนี้ไม่ใช่เมาส์สำหรับคนทั่วไป แต่เป็น “อาวุธระดับโปรเกมเมอร์” ตัวเมาส์เบามากจนเหมือนไม่ได้ถือ ความไวสูง และตอบสนองเร็วสุดๆ

    จุดเด่น:

    • น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ

    • เซนเซอร์ระดับแข่งขัน

    • ไร้สายแบบดิจิทัลเสถียรเทียบเท่าเมาส์มีสาย

    • ดีไซน์สวยเหมาะกับสายเกม

    เหมาะกับผู้เล่นเกม FPS ที่ต้องการเมาส์ที่เคลื่อนไหวเร็ว ลื่น และคมกว่ารุ่นทั่วไป

    3. ONIKUMA CW917 Wireless Gaming Mouse — เมาส์ไร้สายเล่นเกมราคาคุ้ม

    สำหรับเกมเมอร์ที่มีงบจำกัด แต่ต้องการเมาส์ไร้สายสำหรับเล่นเกม ตัวนี้จัดว่าคุ้มที่สุดในราคา มาพร้อมไฟ RGB ดีไซน์สวย เซนเซอร์รวดเร็ว และปุ่มคลิกที่ตอบสนองดีมาก

    จุดเด่น:

    • ไฟ RGB เท่ๆ

    • DPI สูงเหมาะกับเกมหลายประเภท

    • ไร้สายสัญญาณเสถียร

    • ราคาดีมากเมื่อเทียบคุณสมบัติ

    เหมาะกับสายเกมที่ต้องการความสวยงามและสเปกครบ แต่ไม่ต้องการงบแพง

    4. UGREEN Wireless Vertical Ergonomic M571 — เมาส์แนวตั้งที่คุ้มค่ามาก

    อีกหนึ่งเมาส์เพื่อสุขภาพที่ขายดีมากเพราะใช้งานสบาย ไม่ทำให้ข้อมือบิดเกินไป ตัวเครื่องจับง่าย มีปุ่มมาโครเล็กๆ ให้ใช้งานสะดวก และวัสดุดีสมราคามาก

    จุดเด่น:

    • ทรงแนวตั้ง ลดอาการปวดข้อมือ

    • เชื่อมต่อไร้สายแบบเสถียร

    • วัสดุดีและจับสบาย

    • แบบ ergonomic เหมาะกับคนทำงานจริงจัง

    เหมาะกับคนที่อยากเริ่มใช้เมาส์แนวตั้งแต่ไม่อยากลงทุนแพงเกินไป

    5.GOOJODOQ Wireless Gaming Mouse 2.4G — เมาส์เกมมิ่งไร้สายสุดคุ้มสำหรับทุกอุปกรณ์

    สำหรับใครที่มองหาเมาส์เกมมิ่งไร้สายราคากลาง ๆ แต่ได้ฟีเจอร์ครบ รุ่นนี้ของ GOOJODOQ ถือว่าคุ้มมาก เพราะสามารถใช้ได้กับทั้ง MacBook, แท็บเล็ต, โน้ตบุ๊ก และ PC สะดวกสำหรับคนที่ต้องสลับอุปกรณ์บ่อย ๆ

    ตัวเมาส์เชื่อมต่อผ่าน สัญญาณไร้สาย 2.4G ที่เสถียรกว่า Bluetooth ตอบสนองไว เล่นเกมได้ดี เซนเซอร์ออปติคอล 2000 DPI ให้ความแม่นยำเหมาะกับทั้งงานทั่วไป งานกราฟิกเบา ๆ และเกมอย่าง FPS/MOBA

    มี 6 ปุ่ม ใช้งานสะดวก เช่น ปุ่มย้อนกลับ–ไปข้างหน้า และปุ่มปรับ DPI ดีไซน์เป็นเกมมิ่งแต่ไม่จัดจ้านเกินไป วัสดุถือว่าดีสมราคา ใครอยากได้เมาส์ไร้สายที่คุ้มและใช้งานได้ครอบคลุม รุ่นนี้คือคำตอบ

    จุดเด่น:

    • ความเสถียรของสัญญาณไร้สาย 2.4G ดีมาก

    • DPI สูงสุด 2000 ปรับได้ตามการใช้งาน

    • มีปุ่มทั้งหมด 6 ปุ่ม ใช้งานลื่นขึ้นมาก

    • รองรับหลายอุปกรณ์ ทั้ง MacBook / Tablet / Laptop / PC

    • ราคาคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับสเปก

    เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเมาส์ไร้สายสำหรับเล่นเกมแบบไม่ต้องจ่ายแพง และต้องการใช้งานบนหลายอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน

    สรุป — เลือกเมาส์ไร้สายที่ใช่ ให้ตรงกับสไตล์ของคุณ

    ไม่ว่าคุณจะเลือก เม้าส์บลูทูธ, เมาส์ไร้สายแบบ USB, เมาส์มีสาย หรือเมาส์แนวตั้ง สิ่งสำคัญคือ ต้องเหมาะกับการใช้งานของคุณเองมากที่สุด

    • ใช้งานทั่วไป → เมาส์ไร้สายราคาคุ้ม

    • ใช้งานนานๆ → เมาส์แนวตั้งลดปวดเมื่อย

    • เล่นเกมจริงจัง → เมาส์ไร้สายที่ตอบสนองเร็ว

    • งบประหยัด → เมาส์มีสายคุ้มค่ามาก